หน้าแรก คลังความรู้ วารสารข่าว วิทย์ปริทัศน์ ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ 2564
วารสารข่าว วิทย์ปริทัศน์ ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ 2564
6 ก.ย. 2564
0
นานาสาระน่ารู้

วารสารข่าว วิทย์ปริทัศน์ ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ 2564

ย้อนอดีตอารยธรรมเก่าแก่ในเม็กซิโก
           ศูนย์กลางความเจริญและยิ่งใหญ่ในอดีต ที่เรียกว่า Mesoamerica ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตสหรัฐเม็กซิโก ดังปรากฎให้เห็นร่องรอยอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไม่แพ้อารยธรรมของอาณาจักรในเขตเอเชียและยุโรป
อารยธรรมโบราณในเม็กซิโก มีความซับซ้อนและแทรกไปด้วยวิทยาศาสตร์และวิทยาการที่ล้ำสมัย ในยุคแรกวัฒนธรรมหลักจาก 4 ชาติ ได้แก่ โอลเม็ก (Olmec), มายา (Maya), แอชเท็ก (Aztec) และอินคา (Inca) สามชนเผ่าแรกอาศัยอยู่ในเม็กซิโก ในแต่ละช่วงเวลา มีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่ก่อให้เกิดผลงานในด้านศิลปะ วรรณกรรม และวิทยาศาสตร์ ที่ยังคงเหลือซากปรักหักพัง แทรกไปด้วยความลี้ลับว่า เป็นผลงานของมนุษย์หรือไม่ โดยพื้นที่เหล่านี้ได้รับการจดทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกจากองค์การ UNESCO

Timeline ของแต่ละชนเผ่าในเม็กซิโก
          – Pre-classic ช่วงก่อนคริสตศักราช 1200 ปี จนถึง ค.ศ. 400 เป็นยุครุ่งเรืองของอารยธรรมของชาวโอลเม็ก มีถิ่นอาศัยอยู่ในที่ราบลุ่มเขตร้อนทางตอนใต้ของเม็กซิโกตอนกลาง พื้นที่มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มมีเนินเขาเตี้ย ๆ สันเขา และภูเขาไฟ
ชาวโอลเม็กมีการสร้างรูปแกะสลักหินหยกและมีประติมากรรมแกะสลักที่เรียกว่า Colossal heads เป็นการแกะสลักหินรูหัวขนาดใหญ่ถึง 8 ฟุต และมีพิธีกรรมต่าง ๆ ที่ซับซ้อน โอลเม็กถือเป็นอารยธรรมแม่ของทุกวัฒนธรรมใน Mesoamerica (ส่วนของเม็กซิโกและอเมริกากลาง) แต่กลับเป็นอารยธรรมที่คนรู้จักน้อยที่สุด
– ยุค Classic หรือช่วย ปี ค.ศ. 250 – ค.ศ. 950 เป็นยุคที่ปกครองโดยชาวมายัน มีศูนย์กลางอยู่ในที่ราบลุ่มเขตร้อนราบลุ่มเขตร้อนทางตะวันออกเฉียงใต้ของเม็กซิโก (บริเวณคาบสมุทรยูคาตาน) กัวเตมาลา ทางตอนเหนือของฮอนดูรัส และพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเอลซัลวาดอร์ ชาวมายันมีการเรียนรู้อักษรอียิปต์ งานศิลปะเป็นลักษณะภาพเขียน จิตกรรมฝาผนัง/หิน และไม้แกะสลัก สร้างมหาวิหารที่ยิ่งใหญ่ Chichén Itzá ชาวมายันเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และดาราศาสตร์ขั้นสูง มีการคิดค้นปฏิทินที่แม่นยำ
– Post-classic หรือช่วงปี ค.ศ. 1300 – 1521 เป็นยุครุ่งเรืองของชาวแอชเท็ก มีถิ่นอาศัยในหุบเขาทางตอนกลางและตอนใต้ของเม็กซิโก
ประติมากรรมของชาวแอชเท็ก เป็นการแกะสลักขนาดใหญ่ รูปแกะสลักคล้ายบล็อกที่ใช้เป็นเหมือนเสาตั้ง รวมถึงการสร้างสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ในรูปแบบของการสร้างมหาอำนาจ แสดงความยิ่งใหญ่ สถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ของชาวแอชเท็กที่เป็นที่รู้จักคือ Teotihuacán หรือมหาปิระมิดพระอาทิตย์ และพระจันทร์ นอกจากนั้น ยังมีการใช้รูปทรงเรขาคณิตในการวาดภาพและจิตรกรรม
เม็กซิโก จึงเป็นประเทศที่น่าศึกษา ค้นคว้า วิจัย ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ผนวกกับวัฒนธรรมที่มีความแปลกและความก้าวหน้าในกาลก่อน

ชาวมายันนักศาสตร์และศิลป์ดึกดำบรรพ์
          อารยธรรมของชาวมายัน เป็นอารยธรรมที่รุ่งโรจน์ที่สุดในทวีปอเมริกา ในแถบคาบสมุทรยูคาตาน
การคำนวณทางคณิตศาสตร์
ระบบตัวเลขของชาวมายันมาจากการใช้สัญลักษณ์ง่าย ๆ ที่ทำให้สามารถบวก ลบ คูณ หาร ได้โดยใช้สัญลักษณ์เพียง 3 แบบเท่านั้น นอกจากคิดค้น ระบบคณิตศาสตร์พื้นฐานแล้ว ชาวมายันยังได้เรียกได้ว่าเป็นนักคณิตศาสตร์ที่มีการพัฒนาการคำนวณทางคณิตศาสตร์ขั้นสูงและอาศัยการศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติจากตาเปล่า ทำให้สามารถคำนวณปฏิทินที่ความแม่นยำมากอย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย

การศึกษาด้านดาราศาสตร์
สร้างระบบปฏิทินที่มีความซับซ้อน มีการคำนวณปีสุริยคติที่แม่นยำและค่ามีตัวเลขที่ใกล้เคียงกับการคำนวณในปัจจุบันอย่างน่าอัศจรรย์ หนึ่งในนั้นเรียกว่า ปฏิทินแบบ Haab ซึ่งเป็นปฏิทินที่มีจำนวนวันในหนึ่งปีเท่ากับตัวเลขที่เราใช้กันในปัจจุบันคือ 365 วัน โดยชาวมายันคำนวณว่า หนึ่งปีสุริยคติของพวกเขามีจำนวนวันทั้งหมด 365.2422 วัน (ระยะเวลานานกว่า 365 วันเล็กน้อย) ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับที่นักวิชาการร่วมสมัยคำนวณไว้ที่ 365.24219 วัน รวมถึง การคำนวณความยาวของเดือนจันทรคติอยู่ที่ 29.5308 วัน ซึ่งใกล้เคียงกับการประมาณในปัจจุบันที่ 29.53059 วัน เป็นอย่างมากทีเดียว

การใช้ยาหลอนประสาท (Hallucinogenic Drugs)
การใช้ยาหลอนประสาทของชาวมายัน เพื่อประกอบพิธีกรรมเพื่อบูชาเทพเจ้า โดยในพิธีกรรมจะมีการดื่มเครื่องดื่มหรือกินพืชที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการมึนเมา เกิดภาพหลอน ชาวมายันเชื่อว่าทำให้สามารถติดต่อกับโลกแห่งจิตวิญญาณและสามารถเห็นในสิ่งที่ปกติเราไม่สามารถเห็นได้ เครื่องดื่มและพืชที่ว่านี้มีหลายอย่าง เช่น บัลเช่ (balché) เครื่องดื่มที่ได้จากการชงเปลือกไม้ Lonchocarpus longistylus ผสมกับน้ำผึ้ง ฯ

ในปัจจุบัน พืชบางประเภทนำมาใช้ทางการแพทย์ เพื่อรักษาอาการหดหู่ซึมเศร้าอย่างรุนแรง (major depressive disorder-MDD/clinical depression) และมีรายงานในวารสารทางการแพทย์ JAMA Psychiatry ในปี 2559 กล่าวถึงการใช้เห็ดมหัศจรรย์ในการบรรเทาอาการหดหู่และวิตกกังวลในคนป่วยที่เป็นมะเร็งในขั้นรุนแรง ซึ่งในปัจจุบัน ยาหลอนประสาท จากสิ่งที่เป็นสารต้องห้ามผิดกฎหมายในหลายประเทศ ได้มีผลงานวิจัย ยืนยันว่า มีสรรพคุณในการบำบัดโรคได้หลากหลาย โดยเฉพาะสารที่ได้จากพืชประเภทกัญชา

ลูกบอลยางพารา
ต้นยางพารา เป็นพืชท้องถิ่นในแถบอเมริกากลาง ชาวมายันเป็นชนกลุ่มแรกที่รู้จักกรีดยางนำมาใช้ประโยชน์ ก่อนชาวยุโรป หรือ Charles Goodyear นักเคมีชาวอเมริกัน จะพัฒนาผลิตภัณฑ์จากยางพารา
หลักฐานจากบันทึกของชาวสเปน ภาพสลักบนผนัง และขั้นบันไดของวิหารอุปกรณ์เครื่องไม้ได้ค้นพบ รวมถึง สนามแข่งบอลหนัง พบว่า ชาวมายันผสมน้ำยางและสารจากพืชอื่น ๆ ทำให้เกิดความยืดหยุ่นและนำมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ ภาชนะ รองเท้า รวมถึงลูกบอล โดยลูกบอลในสมัยชาวมายันทำมาจากยางตันทั้งก้อนขนาดและน้ำหนักแตกต่างไปในแต่ละศตวรรษ

ช็อคโกแลต
ช็อคโกแลตมีจุดกำเนิดมาในยุคชาวมายัน จากการศึกษาของนักโบราณคดี พบสาร Theobromine หลงเหลือบนถ้วยโบราณ ซึ่งเป็นสารที่ได้จากเมล็ดโกโก้ อีกทั้งภาพวาดของชาวมายัน วาดภาพกลุ่มชนชั้นสูงกำลังดื่มโกโก้และภาพเทพเจ้า เรียกได้ว่า เป็นของบวงสรวงถวายพระเจ้าเลยทีเดียว
ต้นโกโก้เป็นพืชท้องถิ่นมีการเพาะปลูกของชนเผ่ามายา โดยแกะเมล็ดออก แล้วนำเมล็ดไปหมัก เมื่อหมักได้ที่แล้ว คั่วเมล็ดโกโก้ให้หอม ฝัดให้เปลือกของเมล็ดโกโก้หลุด และบด จะได้เครื่องดื่มที่เรียกว่า “คาเคา (kakaw)” หรือโกโก้ในปัจจุบัน ในสมัยนั้น ชาวมายันผสมผงโกโก้ พริกไทย และข้าวโพดคั่วเพื่อผสมเป็นเครื่องดื่มสำหรับใช้ในงานพิธีต่าง ๆ

ศิลปะ
งานศิลปะของชาวมายันได้รับการยกย่องในด้านการใช้เทคนิคด้านวิศวกรรม และสถาปัตยกรรม ผสมผสานกับงานศิลปะที่เป็นแบบเฉพาะ เช่น การใช้ไม้ หยก หินออบซิเตียน (หินอัคนีเนื้อละเอียด สีดำ เป็นมันวาว) และดินเผา งานแกะสลักหิน งานประติมากรรม อาทิในเขตโบราณสถาน Palenque และ Yaxchilan ของเม็กซิโก

ระบบการเขียน
ชาวมายันได้คิดค้นรูปแบบการเขียนที่เรียกว่า glyphs ซึ่งเป็นภาพสัญลักษณ์ ใช้อธิบายหรือแทนคำ มีการใช้ภาพสัญลักษณ์ ประมาณ 700 สัญลักษณ์ ชาวมายันเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความสำเร็จของชนเผ่าผ่านภาพสัญลักษณ์บนเสา กำแพง หรือบนแผ่นหินขนาดใหญ่ รวมทั้ง เรื่องราวการดำเนินชีวิตประจำวัน ปัจจุบันภาษามายาได้มีการแปลและทำความเข้าใจแล้ว ประมาณ 75%

สหรัฐเม็กซิโก ยุคร่วมสมัยกับนวัตกรรมเปลี่ยนโลกที่เกิดจากเม็กซิโก

การล่มสลายของอาณาจักรเอซเท็ก เม็กซิโกตกอยู่ในฐานะรัฐอาณานิคมของสเปน 300 ปี (ปี 2064 – 2364 สมัยอยุธยาตอนกลาง ถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น) ในช่วงนั้น เม็กซิโก ได้รับอิทธิพลจากยุโรปจนเกิดสงครามประกาศเอกราชที่กินเวลายาวนานถึง 10 ปี และในปี 2364 (สมัยรัชกาลที่ 2) เม็กซิโกได้รับเอกราช ผ่านรูปแบบจักรวรรดิที่มีจักรพรรดิ และสหพันธรัฐที่มีประธานาธิบดี จนกระทั่ง ระหว่างคริสต์ทศวรรษ 1940 – 1980 เป็นช่วงที่เม็กซิโกมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง นักประวัติศาสตร์เรียกช่วงเวลานี้ “มหัศจรรย์เม็กซิโก” (EI Milagro Mexicano) ยุคนี้เม็กซิโกได้เป็นประเทศที่คิดค้นนวัตกรรมหลายด้าน เช่น

โทรทัศน์สี

โทรทัศน์สีเครื่องแรก สร้างโดยนาย Guillermo González Camarena ชาวเม็กซิกัน ได้คิดค้นอุปกรณ์  Chromoscopic Adapter ซึ่งเป็นระบบส่งสัญญาณในโทรทัศน์สีในยุคแรก ๆ และได้จดสิทธิบัตรอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา

ยาเม็ดคุมกำเนิด (Oral Contraceptives)

การปฏิวัติการคุมกำเนิดเกิดขึ้นในช่วงคริสตทศวรรษที่ 1960 โดย Luis Miramontes นักเคมีชาวเม็กซิกัน ร่ามคิดค้นการสังเคราะห์ส่วนผสมสำคัญที่ใช้ในยาเม็ดคุมกำเนิดที่เรียกว่า progestin norethindrone โดยได้จดสิทธิบัตร จึงถือได้ว่า ยาเม็ดคุมกำเนิดเม็ดแรกของโลกเกิดที่ประเทศนี้

น้ำหมึกทนทาน (Indelible Ink)

นาย Filiberto VázquezDávila นักวิศวกรชีวเคมีชาวเม็กซิกัน ได้คิดค้นหมึกพิเศษที่จะซึมอยู่ในผิวหนังและไม่สามารถลบออกได้ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง โดยไม่เป็นพิษต่อร่างกาย ซึ่งต่อมา หมึกนี้ได้มีการนำมาใช้ในการทำหลักฐานบนมนุษย์ เพื่อป้องกันการทำผิด และการทุจริต โดยเฉพาะการใช้ประทับนิ้วมือของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาใช้สิทธิ์แล้ว และนำไปใช้ในการเข้าร่วมกิจกรรมคอนเสิร์ต ละคร กาลเล่น หรือสวนสนุก

เทคนิคการล้างอักษรที่พ่นตามกำแพง (Anti-Graffti Paint)

National Autonomous University of Mexico (UNAM) มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของเม็กซิโก ได้มีการคิดค้นทางนาโนเทคโนโลยีพัฒนาสีพิเศษ Deletum 3000 ที่ได้รับการชนานนามว่าเป็นสีป้องกัน Graffiti Paint โดยย่อยสลายได้ทางชีวภาพ

เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ก้าวหน้าในยุคใหม่ของเม็กซิโก

เม็กซิโก ได้ร่วมทำความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือฉบับใหม่กับสหรัฐฯ และแคนาดา มุ่งเน้นการค้าเสรีระหว่าง 3 ประเทศ แต่ได้มีการปรับและเพิ่มกฎระเบียบ เช่น กฎหมายแรงงาน ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการค้าดิจิทัล อย่างไรก็ตาม เม็กซิโกยังประสบปัญหาเช่นประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย คือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ช่องว่างรายได้ และการกระจายการพัฒนาที่ไม่สมดุล

เทคโนโลยีด้านการสำรวจระยะไกลวิธีใหม่ในค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี

เม็กซิโกมีแหล่งโบราณคดีกว่า 29,000 แห่ง มีหลายแหล่งที่องค์การ UNESCO จดทะเบียนให้เป็นมรดกโลก การค้นหาและศึกษาแหล่งโบราณคดี ช่วยให้เราเข้าใจต้นกำเนิด วิวัฒนาการ และรูปแบบสังคมของมนุษยชาติในอดีต เทคโนโลยีที่ใช้ค้นหาแหล่งโบราณคดีในปัจจุบันเรียกว่า Light Detection and Ranging หรือ LIDAR

การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ/การเกษตร

สถาบัน Technological Institute of Higher Studies of Monterrey (ITESM) เป็นสถาบันเทคโนโลยีชีวภาพที่ได้รวมโครงการวิจัยในสาขาต่าง ๆ เช่น สารเคมี เทคโนโลยีชีวภาพการเกษตร ชีววิทยา และวิศวกรรม ชีวการแพทย์ ในรัฐ Morelos มีมหาวิทยาลัย National Autonomous University of Mexico (UNAM) เป็นผู้นำกลุ่มการศึกษาวิจัยทางเทคโนโลยีชีวภาพที่เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาโมเลกุลของพืชเวชศาสตร์โมเลกุลและเทคโนโลยีชีวภาพอีกทั้งมีศูนย์ Center for Genomic Sciences

การพัฒนาเทคโนโลยีการแจ้งเตือนภัยแผ่นดินไหว

ศูนย์ Center for Seismic instrumentation and Registry (Centro de Instrumentación y Registro Sísmico: CIRES) ได้พัฒนา Earthquake early warning system (EEW) หรือระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า เป็นระบบเตือนภัยล่วงหน้าระบบแรกของโลก

การพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ และอากาศยาน

ยานยนต์

เม็กซิโกเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์อันดับที่ 5 ของโลก รัฐบาลให้ความสำคัญกับการค้นคว้าและวิจัยเพื่อผลิตชิ้นส่วนที่มีมูลค่าเพิ่มและนวัตกรรมสูงให้แก่อุตสาหกรรมการผลิตสินค้า Original Equipment Manufacturer (OEM) และวางแผนเปิดโรงงานผลิรถยนต์ OEM เต็มรูปแบบในปี 2565

อากาศยาน

อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน การบิน และอวกาศ เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่เม็กซิโกมีบทบาทสำคัญในตลาดโลก ปัจจุบันมีการดำเนินการครบวงจร การผลิต การบำรุงรักษา ซ่อมแซม ภาคธุรกิจและการศึกษา เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ

เม็กซิโก แดนสวรรค์แห่ง IT ในอนาคต

การพัฒนาหลายสาขา การลงทุนทางเทคโนโลยีจากบริษัทต่างประเทศและการผลักดันภายในประเทศ เม็กซิโกมีบทบาทสำคัญในเชิงของเทคโนโลยี ใน 3 เมืองหลัก ได้แก่ กัวดาลาฮารา (Guadalajara) มอนเตร์เรย์ (Monterrey) และเม็กซิโกซิตี้ (Mexico City) และมหาวิทยาลัยชั้นนำ  University of the Americas Puebla (UDLAP), Tecnológico de Monterrey, University of Guadalajara (UdeG)

PIIT – Science Park แห่ง Meso America

search and Technological Innovation Park of Monterrey หรือ Parque de Investigación e Innovación Tecnológica de Monterrey (PITT) อุทยานวิทยาศาสตร์ของเม็กซิโก เมืองมอนเตอร์เรย์ PIIT รวมเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของโครงการ Boosting the Economy and Society of knowledge โดยการเปลี่ยนอุตสาหกรรมจากการผลิตเป็นอุตสาหกรรมบนพื้นฐานของความรู้ พัฒนาเศรษฐกิจ ผ่านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มุ่งเน้นทางด้านนาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีชีวภาพ อิเล็กทรอนิกส์เชิงกล (Mechatronics) และการผลิตขั้นสูง เทคโนโลยีสารสนเทศที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (Sustainable housing) สุขภาพ พลังงานสะอาด และวัสดุขั้นสูง

อ่านเพิมเติมได้ที่ : https://waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/2021/ost-sci-review-feb2021.pdf

 

 

6 ก.ย. 2564
0
แชร์หน้านี้: