หน้าแรก ค้นหา
ผลการค้นหา :
สวทช. ขับเคลื่อนงานวิจัย “ระบบแนะนำเมนูอาหารกลางวันแบบอัตโนมัติ-คัดกรองการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็ก” หนุนใช้ โรงเรียนสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
(วันที่ 24 เมษายน 2568) ณ โรงแรมอเล็กซานเดอร์ ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร: ดร.ปวีณ นราเมธกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นวิทยากรร่วมกับทีมวิจัยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค - สวทช.) ในการขับเคลื่อนนโยบายสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สู่การปฏิบัติ ผ่านการใช้โปรแกรมบันทึกและคัดกรองการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กสำหรับโรงเรียน (KidDiary School) และโปรแกรมระบบแนะนำสำรับอาหารกลางวันสำหรับโรงเรียนแบบอัตโนมัติ (Thai School Lunch) ของสถานศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดร.ปวีณ นราเมธกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดทำโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาทักษะผู้รับผิดชอบการบริหารจัดการอาหารกลางวันในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 3 รุ่น ระหว่างเดือนเมษายน - เดือนสิงหาคม 2568 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานให้แก่ข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น และบุคลากรของสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบหรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดอาหารกลางวัน และงานโภชนาการ/อนามัย ให้มีความรู้ความเข้าใจ ในการจัดอาหารกลางวันได้อย่างมีคุณภาพ สามารถสร้างเมนูอาหารขึ้นได้เอง ตลอดจนมีความรู้ความเข้าใจประเมิน คัดกรองและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการเฝ้าระวังและคัดกรองด้านพัฒนาการและการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง สามารถยกระดับคุณภาพอาหารและโภชนาการในโรงเรียนเพื่อสุขภาวะที่ดีของนักเรียน ดร.ปวีณ นราเมธกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งสถานศึกษา กุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานสาธารณสุข หน่วยงานกำกับดูแลทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น ผู้ปกครอง ผู้ประกอบการรับเหมาประกอบอาหารโรงเรียน เกษตรกร รวมถึงประชาชนทั่วไปให้เข้าถึงและนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องและทันการณ์ ทีมวิจัย เนคเทค สวทช. ได้ให้ข้อมูลถึงการขับเคลื่อนงานวิจัย ได้แก่ Thai School Lunch แพลตฟอร์มบริหารจัดการอาหาร โภชนาการและสุขภาวะนักเรียนแบบครบวงจร เพื่อนำมาบริหารจัดการสภาพปัญหาและความต้องการของสถานศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มบริหารจัดการอาหาร โภชนาการและสุขภาวะนักเรียนแบบครบวงจร ประกอบด้วยภารกิจ คือ 1.พัฒนาแพลตฟอร์มด้านสุขภาพและโภชนาการเพื่อตอบโจทย์สถานศึกษาในทุกสังกัด 2. มีการเชื่อมโยงข้อมูลให้หน่วยงานกำกับดูแลเพื่อนำไปใช้ในการออกนโยบาย ที่เหมาะสม และ 3. มีความร่วมมือกับพันธมิตรในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างให้เกิด ecosystem การจัดการอาหารในโรงเรียนที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ KidDiary Platform และเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ช่วยให้โรงเรียนสามารถจัดอาหารกลางวัน (และอาหารเข้า) ที่มีคุณภาพ ประมาณการค่าใช้จ่าย และวัตถุดิบล่วงหน้าเป็นระบบจัดสำรับอาหารกลางวันโรงเรียนเพื่อช่วยให้โรงเรียนสามารถจัดเมนูอาหารกลางวันที่มีคุณค่าสารอาหารครบถ้วน เพียงพอ และเหมาะสมกับเด็กนักเรียนในแต่ละช่วงวัย ภายใต้งบประมาณที่จำกัด โดยระบบใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต ข้อมูลต่าง ๆ ที่สามารถเชื่อมโยงและเป็นข้อมูลที่ทันสมัยตลอดเวลา ตลอดจนช่วยติดตามการใช้งานของแต่ละโรงเรียนได้ สามารถวางแผนจัดการสำรับอาหารกลางวันล่วงหน้า และเผยแพร่สำรับอาหารต่าง ๆ ที่ได้จัดไว้แล้วให้โรงเรียนอื่น ๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที สำหรับ KidDiary Platform เป็นระบบฐานข้อมูลสุขภาพเด็กและเยาวชน เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับพ่อแม่ในการเฝ้าระวังสุขภาพของลูกตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี ในหลากหลายด้าน เช่น การเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการ พัฒนาการสมวัย วัคซีน สุขภาพช่องปากและฟัน สังคมและอารมณ์ เชื่อมโยงข้อมูล ระหว่างพ่อแม่ โรงพยาบาล และโรงเรียน โดยแอปพลิเคชันทำงานผ่านเซิร์ฟเวอร์ทำให้สามารถส่งข้อความแจ้งเตือนเมื่อพบเด็กที่มีความเสี่ยง เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสพบแพทย์และรับการประเมินอย่างทันการณ์ พร้อมรับทราบแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมรอบด้านตามวัย ประโยชน์สำหรับพ่อแม่และผู้ปกครอง เพื่อติดตามเฝ้าระวังสุขภาพและพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่องแจ้งเตือนเมื่อพบเด็กมีความเสี่ยงด้านการเจริญเติบโตและพัฒนาการได้ตามเกณฑ์ เป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำพ่อแม่ในเรื่องโภชนาการและการเสริมพัฒนาการ ทั้งนี้หากผลประเมินพัฒนาการไม่เป็นไปตามวัย ระบบจะส่งคลิปส่งเสริมพัฒนาการให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเพื่อการฝึกฝน และแจ้งเตือนการฉีดวัคชีน เพื่อให้ได้รับวัคซีนครบตามกำหนด ประโยชน์สำหรับโรงพยาบาล ช่วยเชื่อมต่อข้อมูล KidDiary กับผู้ปกครองและโรงเรียนได้อัตโนมัติ  โดยข้อมูลที่บันทึกและแสดงในแอปพลิเคขัน ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้ถูกต้องรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ตรวจสอบและแจ้งเตือนเมื่อพบว่าเด็กมีความเสี่ยงด้านการเติบโตและพัฒนาการไม่ได้ตามเกณฑ์ ลดภาระงานในการบันทึกข้อมูล สามารถประเมินสถิติภาพรวม เพื่อการบริหารจัดการดูแลเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ ประโยชน์สำหรับโรงเรียน เพื่อติดตาม เฝ้าระวังสุขภาพและพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่อง ลดภาระงานและความผิดพลาดในการบันทึกข้อมูลลงระบบ และประเมินผลแบบอัตโนมัติ โรงเรียนได้เห็นข้อมูลภาพรวมที่ถูกต้อง ทันสมัย นำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที เช่น หากพบเด็กส่วนใหญ่มีภาวะน้ำหนักเกิน อาจจัดกิจกรรมให้เด็กได้ออกกำลังกายมากขึ้น ทั้งนี้การถ่ายทอดและสนับสนุนหนุนการระบบทั้ง 2 ระบบของ สวทช. นำมาใช้ในสถานศึกษาของ อปท. เพื่อให้ครอบคลุมทั้งด้านคุณค่าทางโภชนาการและพัฒนาการของนักเรียนได้อย่างสมวัยยิ่งขึ้น และเพื่อให้ อปท. บริหารจัดการให้มีความสอดคล้องกับสภาพภูมิสังคมและบริบทของสถานศึกษาหรือชุมชนนั้น ๆ ต่อไป  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ENTEC สวทช. ผนึกกำลัง กกพ. เสริมศักยภาพบุคลากร รับมือการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
วันที่ 25 เมษายน 2568 ณ โรงแรมมณเฑียร กรุงเทพฯ : ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดการฝึกอบรมหลักสูตร "Capability Building for Energy Transition (2025)" ให้แก่บุคลากรสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. เป็นประธานเปิดงานและกล่าวโอวาท โดยเน้นย้ำความสำคัญของหลักสูตรนี้ในการเป็นเวทีเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยสามารถปรับตัวและเติบโตในโลกพลังงานยุคใหม่ได้อย่างมั่นคง ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ด้าน ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการ ENTEC สวทช. ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมและรายงานว่า โครงการฝึกอบรมนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนให้เห็นถึงวาระสำคัญระดับชาติของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อมุ่งสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืน มั่นคง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลักสูตรฝึกอบรมนี้ได้รับการออกแบบให้ครอบคลุมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในทุกมิติ ทั้งในด้านนโยบาย ทิศทาง แนวโน้ม และเทคโนโลยี ผ่านการสัมมนาในหัวข้อหลักต่าง ๆ อาทิ การเปลี่ยนผ่านและแนวโน้มด้านพลังงาน, เทคโนโลยีด้านพลังงานหมุนเวียน, ตลาดไฟฟ้าในอนาคต, โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR), เทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานและพลังงานไฮโดรเจน, แนวทางการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน, และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ นอกจากนี้ หลักสูตรยังได้รวมกิจกรรมการศึกษาดูงานสถานประกอบการด้านพลังงานไว้ด้วย ซึ่งกิจกรรมการฝึกอบรมนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในนโยบาย ทิศทาง แนวโน้ม และเทคโนโลยีด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานให้แก่บุคลากร กกพ. เพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถปรับตัว รองรับ และเติบโตในโลกพลังงานยุคใหม่ได้อย่างมั่นคง พร้อมทั้งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และร่วมผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานที่ยั่งยืน มั่นคง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การฝึกอบรมดังกล่าวจะดำเนินการไปอย่างต่อเนื่องระหว่างเดือนเมษายนจนถึงเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งนับเป็นความร่วมมือที่สำคัญระหว่าง ENTEC สวทช. และ กกพ. ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. ร่วมอัปเดตและขับเคลื่อนเทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ ในการประชุม Thai PVSEC-2
 วันที่ 25 เมษายน 2568 ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (อาคารจามจุรี 10) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) เข้าร่วมการประชุมวิชาการ เรื่อง เซลล์แสงอาทิตย์ไทย ครั้งที่ 2 (2nd Thai Photovoltaic Science and Engineering Conference : Thai PVSEC-2) งานดังกล่าวจัดขึ้นโดยคณะกรรมการ PVSEC-36 โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ดุสิต เครืองาม จากสมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย (TPVA) เป็นประธานจัดการประชุม และได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.วิบูลย์ ศรีเจริญชัยกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดงาน การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมผลงานวิจัย พัฒนา และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศไทย รวมถึงนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ โดยมีนักวิชาการและนักวิจัยจากหลากหลายสถาบันเข้าร่วมงาน เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยด้านเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศ ศาสตราจารย์ ดร.ดุสิต เครืองาม จากสมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย (TPVA) ศาสตราจารย์ ดร.วิบูลย์ ศรีเจริญชัยกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื้อหาการประชุมประกอบด้วยการบรรยายใน 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ PV in Sustainable Energy Systems, Policy, System Engineering and Field Performance และ Next-generation Solar Cells ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เรื่องนโยบาย สถานภาพการผลิตไฟฟ้า การบริหารจัดการพลังงาน การใช้งาน การทดสอบ มาตรฐาน การรีไซเคิล ไปจนถึงงานวิจัยด้านวัสดุและเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดใหม่ ๆ ในการนี้ ทีมนักวิจัย สวทช. มีบทบาทสำคัญ โดย ดร.จิราวรรณ มงคลธนทรรศ นักวิจัย ทีมวิจัยเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน ENTEC สวทช. ร่วมบรรยายเรื่อง การออกแบบระบบกักเก็บพลังงานร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์ ใน Session: PV in Sustainable Energy Systems, Policy ซึ่งครอบคลุมนโยบายส่งเสริมของภาครัฐ สถานภาพการผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ของประเทศไทย และงานวิจัยด้านการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ขณะที่ ดร.ทวีวัฒน์ กระจ่างสังข์ นักวิจัย ทีมวิจัยเทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ ENTEC สวทช. ร่วมเป็นผู้ดำเนินรายการใน Session: Next-generation Solar Cells ซึ่งนำเสนองานวิจัยด้านวัสดุและเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดต่าง ๆ อาทิ Perovskite และ Crystalline Silicon Tandem cells นอกจากนี้ ดร.กอบศักดิ์ ศรีประภา นักวิจัย กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ NECTEC สวทช. ได้ร่วมเป็นผู้ดำเนินรายการใน Session: System Engineering and Field Performance ซึ่งเกี่ยวข้องกับงานวิจัยด้านการใช้งาน ทดสอบและวิเคราะห์แผงและระบบเซลล์แสงอาทิตย์ มาตรฐาน รวมถึงการรีไซเคิลแผงเซลล์แสงอาทิตย์      
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
“ศุภมาส” เดินหน้าขับเคลื่อน Soft Power จัดแข่งขันวาดภาพ Thai Youth Street Art ระดับอุดมศึกษา ในหัวข้อ “Dreams of Thailand” รุดให้กำลังใจนักศึกษา 6 สถาบัน ประชันฝีมือที่สยามสแควร์ ซอย 7 และส่งกำลังใจถึงทีมที่ร่วมแข่งขันทั่วประเทศกว่า 42 มหาวิทยาลัย
(เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2568 ) น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการประกวดภาพวาดในโครงการ “Thai Youth Streets Art” การประกวดศิลปะสตรีทอาร์ตระดับประเทศ (ระดับอุดมศึกษา) ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน นักเรียน และนิสิต-นักศึกษาจากทั่วประเทศได้ร่วมชื่นชมในศิลปะและแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านการวาดภาพบนกำแพงในพื้นที่สำคัญทั้งในสถานศึกษาและแหล่งท่องเที่ยวหลัก เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างแลนด์มาร์กทางศิลปะ ภายใต้แนวคิด “Dream of Thailand” ที่สะท้อนถึงความฝัน อัตลักษณ์ และความงดงามของประเทศไทยผ่านศิลปะร่วมสมัย พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขา รมว.อว. น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง นายวันนี นนท์ศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (เอ็นเทค) สวทช. และได้รับเกียรติจาก นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานคณะที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรี (แพทองธาร ชินวัตร) กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ และประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ร่วมงาน ณ สยามสแควร์ ซอย 7 (Walking Street) กรุงเทพฯ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า นโยบาย Soft Power เป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลที่ต้องการสนับสนุนให้เกิดพลังสร้างสรรค์ของประเทศ กระทรวง อว. ได้เข้าไปสนับสนุนนโยบาย Soft Power ใน 3 ส่วน คือ การพัฒนากำลังคนให้มีทักษะสูงขึ้น การใช้ข้อมูลทางวิชาการหนุนเสริมให้ซอฟต์พาวเวอร์ไทยได้รับความเชื่อถือในระดับโลก และการจัดโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมในวันนี้นับว่าเป็นอีกกิจกรรมที่สอดคล้องตามนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล ที่มุ่งพัฒนายกระดับความสามารถทางด้านศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย เป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ผ่านผลงานศิลปะ สะท้อนบทบาทและแนวคิดของเยาวชนที่สามารถร่วมพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศได้ “ดิฉันขอส่งกำลังใจให้กับน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาทุกทีม ที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศ ขอให้ทุกท่านจงภูมิใจในสิ่งที่ได้สร้างสรรค์ และจงรักษาไฟแห่งความฝันและความคิดสร้างสรรค์นี้ไว้ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตของประเทศไทยให้เปี่ยมไปด้วยความหวัง ความงดงาม และศักยภาพที่ไม่มีที่สิ้นสุด” รมว.อว. กล่าว ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย กล่าวว่า กระทรวง อว. ได้สนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาในสังกัดทั่วประเทศ นำพลังและองค์ความรู้ด้านศิลปวิทยาเข้าร่วมประกวดแข่งขันวาดภาพในโครงการ Thai Youth Street Art ระดับอุดมศึกษา ในวันที่ 26–27 เมษายน 2568 โดยสร้างสรรค์ผลงานศิลปะภาพวาดบนพื้นที่สาธารณะที่สอดคล้องกับเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ตามบริบทชุมชน และจะได้นำผลงานภาพวาดมาจัดแสดงเพื่อเผยแพร่เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านศิลปวิทยาของสถาบันอุดมศึกษาในสังกัด อว. ให้ได้รับชมตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 ณ สยามสแควร์ ซอย 7 (Walking Street) โดยในปีนี้มีสถาบันอุดมศึกษาที่มีความพร้อมและเข้าร่วมการประกวดแข่งขันรวมทั้งสิ้น 42 สถาบันอุดมศึกษา แบ่งเป็นพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ จำนวน 36 สถาบัน และในพื้นที่กรุงเทพฯ ณ สยามสแควร์ ซอย 7 (Walking Street) จำนวน 6 สถาบัน ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ และยังได้นำพลังด้านดนตรีจาก 4 สถาบันอุดมศึกษา ได้แก่ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาร่วมจัดแสดงดนตรี สร้างบรรยากาศความสุขและถ่ายทอดแรงบันดาลใจ ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปอีกด้วย ขอบคุณข้อมูล:  กลุ่มสื่อสารองค์กร สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
เปิดตัว! แพลตฟอร์มข้อมูลกลางทางการแพทย์ : Medical AI Data Platform
กระทรวง อว. จับมือ สธ.  และพันธมิตร เปิดตัว Medical AI Data Platform แพลตฟอร์มกลาง AI ด้านการแพทย์ ตัวช่วยหมอคัดกรอง-วินิจฉัยโรครวดเร็ว . เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ สำหรับ “แพลตฟอร์มข้อมูลกลางทางการแพทย์ (Medical AI Data Platform)” พัฒนาโดย เนคเทค สวทช. ภายใต้กระทรวง อว. จากความร่วมมือกับ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล รวมทั้งความร่วมมือจากหน่วยงานในภาคีเครือข่าย Medical AI Consortium ที่มีเป้าหมายเชิญชวนให้โรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่มีความสนใจ มาร่วม “แชร์-เชื่อม-ใช้” ข้อมูลภาพทางการแพทย์ เพื่อสร้างระบบนิเวศข้อมูลทางการแพทย์ที่เข้มแข็ง รองรับการนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรม AI ทางการแพทย์ต่าง ๆ ที่สามารถนำไปช่วยแบ่งเบาภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย และขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของคนไทย . สนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกหรือพันธมิตรของ Medical AI Consortium กรอกรายละเอียดได้ที่ https://www.nstda.or.th/r/Gf8vZ
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
 
สวทช. โดย นาโนเทค เฟ้นหา 8 ผู้ประกอบการ ต่อยอดนวัตกรรมสมุนไพรสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเวทีค้นหา 8 ผู้ประกอบการร่วม “โครงการสร้างคุณค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่ตลาดใหม่มูลค่าสูง” ภายใต้ SFสารสกัดสมุนไพร จับมือร่วมพัฒนาต้นแบบสารสกัดสมุนไพร สู่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบเพื่อทดสอบตลาด ผลักดัน “นวัตกรรมสมุนไพรเชิงพาณิชย์” เพื่อการส่งออกในตลาดสุขภาพโลก สร้างโอกาสหนุนผู้ประกอบการไทยแชร์ส่วนแบ่งในตลาดโลกมูลค่ากว่า 2 แสนล้านเหรียญ ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. กล่าวว่า  โครงการสร้างคุณค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่ตลาดใหม่มูลค่าสูง เป็นโครงการค้นหาผู้ประกอบการที่สนใจ ร่วมพัฒนาผลงานวิจัยสารสกัดสมุนไพรมูลค่าสูง กิจกรรมภายใต้ SFสารสกัดสมุนไพร ซึ่งเป็น 1 ใน 4 Strategic Focus (SF) หรือกลไกการผลักดันเทคโนโลยียกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน จากการกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาต่อยอดการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยนาโนเทคในวงกว้าง โดยนาโนเทคเล็งเห็นถึงความสำคัญและโอกาสทางธุรกิจจากการใช้ประโยชน์สมุนไพร ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีจุดแข็งในด้านวัตถุดิบ และภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรเพื่อการดูแลสุขภาพ ในขณะที่ยังต้องเผชิญข้อจำกัดที่มีผลต่อการทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ความไม่แน่นอนของวัตถุดิบในตลาดที่มีความแปรปรวน ความไม่คงที่ของปริมาณสารสกัด ส่งผลให้ไทยยังขาดดุลเรื่องมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสมุนไพร เป็นโอกาสในการนำความเชี่ยวชาญทางด้านนาโนเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงจากสมุนไพรไทย “นาโนเทค มีความเชี่ยวชาญด้านนาโนเทคโนโลยีเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรตลอดห่วงโซ่คุณค่า เริ่มตั้งแต่กระบวนการสกัดสู่สารสกัดที่มีปริมาณสารสำคัญสูง มาตรฐานการสกัด เทคโนโลยีการกักเก็บและห่อหุ้ม การพัฒนาสูตรตำรับ การผลิตอนุภาคนาโนและเครื่องสำอางในระดับกึ่งอุตสาหกรรม ตลอดจนแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ที่ตอบโจทย์ทั้งภาคอุตสาหกรรมและความต้องการจากผู้บริโภค” ดร.อุรชากล่าว พร้อมชี้ว่า นาโนเทคมีการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบกับเครือข่ายพันธมิตรเพื่อส่งเสริมการขยายผลการใช้ประโยชน์งานวิจัยในเชิงพาณิชย์และสร้างความเชื่อมั่นที่มีต่อผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย โดยในระยะแรก จะมุ่งเน้นไปที่การใช้ประโยชน์สารสกัดจากบัวบกและกระชายดำ สำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรในกลุ่มเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สำหรับสุขภาพสัตว์ ข้อมูลขององค์การการค้าโลก (WTO) ชี้ให้เห็นว่า ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั่วโลกมีมูลค่ามากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังโควิด-19 ที่ผู้บริโภคทั่วโลกหันมาใส่ใจสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น เช่นเดียวกับในประเทศไทย ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 – 2570 ชี้ว่า ตลาดสมุนไพรมีมูลค่ากว่า 60,000 ล้านบาท/ปี และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยปีละ 5-7% ผสานกับแนวโน้มปัจจุบันที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่นวัตกรรมและองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ กลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงในระดับโลกคือ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added Product – HVA) ผู้อำนวยการนาโนเทคเผยว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา นาโนเทคทำงานร่วมกับผู้ประกอบการเอกชนจากหลายอุตสาหกรรมในกลุ่มที่มีการใช้ประโยชน์สมุนไพร โดยมีภาคเอกชนที่ร่วมกับนาโนเทคพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีด้านสมุนไพร กว่า 31 โครงการ หนึ่งในนั้นคือ ผู้ประกอบการที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ในกลุ่มสารสกัดจากกระชายดำที่มีปริมาณสารสำคัญสูง ซึ่งมีศักยภาพในการผลักดันสารสกัดดังกล่าวไปสู่บริษัทชั้นนำในตลาดโลกกว่า 10 ประเทศ ซึ่งหลังจากนี้ นาโนเทคเองก็คาดหวังให้กิจกรรมความร่วมมือนี้ เป็นโครงการนำร่องเพื่อเป็นกลไกในการสนับสนุนผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานในวันนี้และอนาคตต่อไป นางศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการนาโนเทค สวทช. กล่าวว่า โครงการสร้างคุณค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่ตลาดใหม่มูลค่าสูง เป็น 1 ใน กลไกการสนับสนุนผู้ประกอบการของนาโนเทคที่เรามุ่งสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และช่วยแก้ปัญหา (Solution Provider) ให้กับผู้ประกอบการในภาคการผลิตและบริการ ในทุกภาคส่วน ผ่านบริการต่างๆ อาทิ การร่วมวิจัย รับจ้างวิจัย และการให้คำปรึกษา เพื่อให้ผู้ประกอบการมีขีดความสามารถในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าและบริการ ที่จะช่วยให้ผลประกอบการดีขึ้น จนเกิดความตระหนักถึงประโยชน์ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระยะยาว และนำไปสู่การทำวิจัยและพัฒนาเพิ่มมากขึ้น “กิจกรรมในวันนี้เป็นกรอบงานวิจัยในกลุ่มสมุนไพรและสารสกัดมูลค่าสูง ที่สามารถตอบสนองให้กับหลากหลายอุตสาหกรรม ครอบคลุมถึงกลุ่มสุขภาพและความงาม อาหารเสริม และกลุ่มสุขภาพสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงในปัจจุบัน โดยต้องการผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร เครื่องสำอาง เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพและสารสกัดสมุนไพร ที่สนใจร่วมพัฒนาผลงานวิจัยสารสกัดสมุนไพรมูลค่าสูง เพื่อขยายผลการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับต้นแบบสารสกัดสมุนไพรเพื่อนำไปทดสอบตลาดและวิเคราะห์ช่องว่างของอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ และได้รับสิทธิพิเศษในการยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับสิทธิบัตรในการผลิตต้นแบบ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ” โครงการสร้างคุณค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่ตลาดใหม่มูลค่าสูง เฟ้นหาผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและศักยภาพ โดยพิจารณาจากแบบประเมินศักยภาพด้านการผลิตและการตลาดและแผนธุรกิจเบื้องต้นที่แสดงความเป็นไปได้ในการพัฒนาสารสกัดสมุนไพรต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ โดยผู้ประกอบการที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกจะมีทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาในการพัฒนาสารสกัดต้นแบบมูลค่าสูงร่วมกับนักวิจัยจากนาโนเทค สวทช. อย่างใกล้ชิด ด้วยนาโนเทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตที่ได้มาตรฐาน นางศันสนีย์เผยว่า ความคาดหวังจากกิจกรรมนี้คือ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าจากพืชสมุนไพรภายในประเทศ ทำให้เกิดการผลักดันและขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์สมุนไพรทั้งสารสกัดและอนุภาค เพื่อสร้าง ระบบนิเวศ (ecosystem) ของสารสกัดสมุนไพรมูลค่าสูงที่สามารถผลิตขายและได้มาตรฐานในประเทศ สามารถสร้างงาน สร้างผลกระทบและก่อให้เกิดการหมุนเวียนในประเทศ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพสูงได้ตามมาตรฐานสากล และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่มีศักยภาพ เช่น ตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Wellness Market) ตลาดเครื่องสำอางธรรมชาติ (Natural Cosmetics) และตลาดยาแผนโบราณมาตรฐานสูง (Traditional Medicine)           สำหรับภาคเอกชนที่สนใจ โครงการนี้มี 8 ผลงานพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์จากสารสกัดทองพันชั่งและซาโปนิน สำหรับต้านเชื้อราที่ผิวหนังของสัตว์เลี้ยง, ผลิตภัณฑ์จากสารสกัดโปรตีนจากรกสุกร เพื่อใช้ในการลดเลือนฝ้าแดด, กรรมวิธีการพิมพ์สารสำคัญจากสมุนไพรลงในแผ่นแปะ, อนุภาคนาโนที่กักเก็บสารสกัดใบขลู่สำหรับยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ P. acnes, ผลิตภัณฑ์จากสารอัลคาลอยด์ที่มีความบริสุทธิ์สูงจากพืชกระท่อม, กระบวนการผลิตอนุภาคขมิ้นชันเพื่อใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์เม็ดฟู่ และนาโนอิมัลชันสกัดจากเหง้าขิงและอนุภาคนาโนทองคำเพื่อยับยั้งการอักเสบและสมานแผล สามารถดาวน์โหลดใบสมัครผ่าน https://www.nanotec.or.th/th/ ภายในวันที่ 30 เมษายน 2568   *หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณจิรพร ศุภจำปิยา งานพัฒนาธุรกิจ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริการโครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) อีเมล์ Jiraporn.sup@nanotec.or.th โทร. 081 639 7284
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. ชวนเอกชนลงทุน R&D หนุนยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ จาก “เกษตรดั้งเดิม” สู่ “เกษตรอัจฉริยะ”ด้วยนวัตกรรมฐานชีวภาพ
(25 เมษายน 2568) ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ: ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สายงานบริหารการวิจัยและพัฒนาภาคเอกชน เป็นประธานกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม วิทยากร และผู้เข้าร่วมงาน “กิจกรรมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาภาคเอกชน การยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพสู่อนาคตด้วยนวัตกรรมฐานชีวภาพ” ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นเวทีของการแบ่งปันความรู้ และแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีฐานชีวภาพที่สามารถนำไปใช้กับวัตถุดิบทางการเกษตร และต่อยอดการใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เพื่อทำให้ผู้ประกอบการปรับตัว เตรียมความพร้อม ยกระดับและสร้างโอกาสทางธุรกิจได้อย่างเหมาะสม รวมถึงทราบสิทธิประโยชน์ของภาครัฐเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ โอกาสนี้ ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. สายงานบริหารการวิจัยและพัฒนาภาคเอกชน กล่าวว่า “สวทช. ในฐานะองค์กรชั้นนำด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศ ได้มุ่งส่งเสริมระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงให้ทันสถานการณ์ ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายทั้งในด้านความมั่นคงทางอาหาร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการแข่งขันทางเศรษฐกิจระดับโลก ส่งผลให้ประเทศไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านจากระบบเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่ “เกษตรอัจฉริยะ” ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมฐานชีวภาพ ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ สวทช. ในการขับเคลื่อนประเทศตามแนวทางการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน (ST Implementation for Sustainable Thailand) คือ การเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบและวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรม อ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน โดยใช้กระบวนการทางชีวภาพ เคมี หรือกายภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าและความยั่งยืนเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม” ดร.สมบุญ รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเพิ่มเติมว่า “ทั้งนี้ สวทช. ยังให้การสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการ ผ่านบริการต่าง ๆ อาทิ การร่วมวิจัย รับจ้างวิจัย การให้คำปรึกษา และบริการรับรองเพื่อให้ผู้ประกอบการที่มีการลงทุนวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ได้รับสิทธิประโยชน์ของภาครัฐ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีขีดความสามารถในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าและบริการ ที่จะช่วยให้ผลประกอบการดีขึ้น และนำไปสู่การทำวิจัยและพัฒนาเพิ่มมากขึ้น” นอกจากนี้ ยังมีการบรรยาย เรื่อง “ใช้สิทธิประโยชน์ภาครัฐให้คุ้มค่ากับงานวิจัยที่สร้างผลกำไร” โดย คุณภาณุทัต ธรรมบุศย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมนวัตกรรม สวทช. การบรรยาย เรื่อง “ยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม SME ไทย ด้วยกลไก ITAP” โดย คุณพีชยา จิระธรรมกิจกุล ผู้จัดการงานอุตสาหกรรมอาหาร เกษตร และสุขภาพ ฝ่ายสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมภาคเอกชน (ITAP) สวทช. และ คุณเปรมฤดี ศรีทัพไทย ที่ปรึกษาอาวุโส งานอุตสาหกรรมอาหาร เกษตร และสุขภาพ ITAP สวทช. และการบรรยาย เรื่อง “การเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมเกษตรสู่อุตสาหกรรมชีวภาพด้วยนวัตกรรม” โดย ดร.วรินธร สงคศิริ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยวิศวกรรมชีวเคมีและชีววิทยาระบบ ไบโอเทค สวทช. พร้อมทั้งมีการเสวนา “แบ่งปันมุมมอง แนวคิดและประสบการณ์ แปลงงานวิจัยให้เป็นธุรกิจ” และ “One-on-One Consulting บริการให้คำปรึกษางานวิจัยกับผู้ประกอบการ” และเยี่ยมชมบูธบริการ ของ สวทช. ที่มาร่วมจัดแสดงในงาน
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. คว้ารางวัล “องค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานและการมีรายได้สำหรับผู้สูงอายุ ประจำปี 2568” ระดับดีเด่น
วันที่ 25 เมษายน 2568 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ฮอลล์ EH101 : ดร.ปวีณ นราเมธกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ด้านบริหารทั่วไป เป็นผู้แทน สวทช. รับโล่ประกาศเกียรติคุณจาก นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ประธานในพิธี ในโอกาสที่ สวทช. ได้รับ “รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานและการมีรายได้สำหรับผู้สูงอายุ ประจำปี 2568” ประเภทรางวัล “ระดับดีเด่น” จากการคัดเลือกของกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง พม. ทั้งนี้ พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานและการมีรายได้สำหรับผู้สูงอายุ ประจำปี 2568” เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม Senior Job Connect “งานดี ชีวิตดี ไม่มีเกษียณ” จัดโดยกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง พม. ภายใต้งาน Ageing Thailand 2025 เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนการจ้างงานผู้สูงอายุ เพิ่มช่องทางการมีงานทำ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
The STEAM Youth Camp ณ นครเซี่ยงไฮ้
🔊ขอเชิญชวนน้อง ๆ ระดับชั้นมัธยมศึกษา ร่วมเดินทางเปิดประสบการณ์สุดพิเศษในต่างแดนกับ The STEAM Youth Camp ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมืองแห่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และวัฒนธรรม 💡 . 🚨 เรียนรู้สนุก ๆ พร้อมฝึกเป็นนักวิจัยรุ่นเยาว์ ร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนใหม่ ผ่านกิจกรรม Hands-on STEAM ในรูปแบบที่หลากหลาย ภายใต้การดูแลของวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ จากสถาบันการศึกษาชั้นนำในเซี่ยงไฮ้ และสัมผัสประสบการณ์เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ พร้อมวิทยากรให้ความรู้ที่จะช่วยเปิดมุมองด้านการเรียนรู้ STEAM ได้เป็นอย่างดี 🚀 . 🎯หัวข้อกิจกรรมที่น่าสนใจ ✅ กิจกรรมฝึกเป็นนักวิจัยรุ่นจิ๋ว Decoding Our Genetic Secrets ไขความลับชีวิตพันธุกรรมที่ห้องปฏิบัติการวิจัย ✅ เปิดประสบการณ์สุดพิเศษ เรียนรู้ AI กับการประยุกต์ใช้ด้านการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญ ณ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง พร้อมเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนวัตกรรมล้ำสมัย ✅ กิจกรรม Creative Problem Solving with Coding ในโรงเรียนสองภาษา Shanghai New Epoch Bilingual School โรงเรียนที่มีชื่อเสียงในด้านหลักสูตรสองภาษาที่ผสมผสานมาตราฐานการศึกษาทั้งของจีนและนานาชาติ ✅ เรียนรู้ความมหัศจรรย์ของจักรวาล ผ่านพิพิธภัณฑ์ดาราศาสตร์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Shanghai Astronomy Museum ✅ ตื่นตาตื่นใจกับความหลากหลายทางชีวภาพที่ Shanghai Natural History Museumหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในเซี่ยงไฮ้ 🚨คุณสมบัติผู้สมัคร : นักเรียนระดับมัธยมศึกษา 📢วันรับสมัคร : ตั้งแต่วันนี้ – 23 พฤษภาคม 2568 👦🏻จำนวนรับสมัคร : 20–24 คน (ยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมชำระค่าลงทะเบียน 26–28 พฤษภาคม 2568) 💰ค่าลงทะเบียน : 58,000 บาท/คน (ราคารวม Vat 7% เรียบร้อยแล้ว) (ไม่รวมค่าทำหนังสือเดินทางและค่าใช้จ่ายส่วนตัว) 👉สนใจสมัครได้ที่ : https://forms.gle/J92HCxQzPNM4HoDv5 . 📅 วันจัดกิจกรรม : 21 – 25 กรกฎาคม 2568 . 📍สถานที่จัดกิจกรรม 🏢สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน . 📌สมัครและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คุณเสาวณีย์ โสภณนันทวัฒน์ ☎️โทร : 02 529 7100 ต่อ 77220 มือถือ : 081 8480949 📧อีเมล : saowanee@nstda.or.th . คุณจิดากาญจน์ สีหาราช ☎️โทร : 02 529 7100 ต่อ 77205 📧อีเมล : jidakarn@nstda.or.th  
ปฏิทินกิจกรรม
 
สวทช. คว้ารางวัล “TAB Digital Inclusive Award 2025” ตอกย้ำความมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อคนทุกกลุ่ม
(25 เมษายน 2568) ณ โรงแรมเดอะรีเจ้นท์ ชะอำ บีช รีสอร์ท จังหวัดเพชรบุรี : สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรสมาชิกของคนตาบอดระดับชาติ ที่มีภารกิจหลักในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมถึงพิทักษ์สิทธิของคนตาบอดทั่วประเทศ จัดพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติ TAB Digital Inclusive Award 2025 ครั้งที่ 28 ระหว่างวันที่ 23-27 เมษายน 2568 เพื่อยกย่องและเป็นกำลังใจแก่ผู้พัฒนาเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่ออกแบบโดยคำนึงถึงการเข้าถึงและใช้งานของผู้พิการทางสายตา โดยได้รับเกียรติจาก นายอุเทน ชนะกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานมอบโล่รางวัล โอกาสนี้ ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เป็นตัวแทนองค์กร สวทช. เข้ารับรางวัลการเข้าถึงเว็บไซต์ภาครัฐ “เว็บไซต์สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ สวทช. ในการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลที่เปิดกว้างและครอบคลุมสำหรับทุกคนในสังคม โดยได้กล่าวภายหลังรับรางวัลว่า รางวัล "การเข้าถึงเว็บไซต์ภาครัฐ" เป็นผลจากการประเมินอย่างเข้มข้นโดยคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งพิจารณาถึงความใส่ใจในการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ของ สวทช. ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติสำหรับการเข้าถึงเนื้อหาดิจิทัล (Web Content Accessibility Guidelines: WCAG) เพื่อทำให้ผู้พิการทางสายตาสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างราบรื่นและเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างเท่าเทียมกับผู้ใช้งานทั่วไป “การได้รับรางวัล TAB Digital Inclusive Award 2025 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ สวทช. ในการขับเคลื่อนพันธกิจหลักในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน การให้ความสำคัญกับการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียมนั้น สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนตาบอดผ่านเทคโนโลยีที่ไร้ Barrier อย่างแท้จริง และเป็นแรงบันดาลใจให้ สวทช. มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างสรรค์สังคมที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนอย่างต่อเนื่องและตลอดไป” รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวทิ้งท้าย   
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
มหัศจรรย์สีสันของสาหร่ายจิ๋ว Miracle of Microalgae
🔊ไม่ว่าคุณจะมีโครงการอยู่แล้ว หรืออยากเริ่มต้นเส้นทางนักวิจัย ค่ายนี้จะพาคุณก้าวสู่ Next STEP อย่างมั่นใจ! 🧪 มหัศจรรย์สีสันของสาหร่ายจิ๋ว Miracle of Microalgae 👩🏻‍🔬   🗓 วันจัดกิจกรรม: 22–23 พฤษภาคม 2568 📍 สถานที่จัดกิจกรรม ศูนย์ความเป็นเลิศด้านสาหร่าย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) . 🚨คุณสมบัติผู้สมัคร 👦🏻นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 50 คน . 📆 วันรับสมัคร: วันนี้–30 เมษายน 2568 📢 วันประกาศรายชื่อ: 1 พฤษภาคม 2568 . 🌍ไฮไลท์กิจกรรม 🔍ฝึกทักษะด้านการเพาะเลี้ยงและสกัดสารสีจากสาหร่าย จากห้องปฏิบัติการใกล้ชิด พร้อมชิมสาหร่ายจิ๋วในรูปแบบอาหาร . 🎯หัวข้อกิจกรรมที่น่าสนใจ เรียนรู้เทคนิคในห้องปฏิบัติการ เช่น ✅ เลี้ยงง่ายอยู่ยงสาหร่ายจิ๋ว: เรียนรู้เทคนิคการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนาดจิ๋ว ✅ สีสันบันเทิง: การเตรียมสารสกัดจากสาหร่ายขนาดเล็ก และการใช้ประโยชน์ (Preparation of microalgae extracts and their use) ✅ ฝึกปฏิบัติการใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ และเรียนรู้ทักษะกระบวนการวิจัยโดยนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ ดูแลอย่างใกล้ชิด . 💰 ค่าลงทะเบียน: จำนวน 4,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) กิจกรรม 2 วัน 1 คืน รอบเข้าร่วมกิจกรรม ค่าที่พัก ค่าสันทนาการ 1 คืน ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไม่ร่วมกิจกรรม . 📌รายละเอียดที่ : https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSclXSbV-drxrnFTLMNwWKoos8WvtkiL6MkQXZB9fFyx8k29oQ/viewform . 📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: 👉คุณเสาวณีย์ โสภณนันทวัฒน์ Tel. 025297100 ต่อ 77220 | 📲 มือถือ 081 8480949 | 📧saowanee@nstda.or.th 👉คุณปิยะวัฒน์ ผลสนอง Tel. 025647000 ต่อ 71413 | 📧 pjywat@nstda.or.th
ปฏิทินกิจกรรม
 
คณะสพฐ. ผู้บริหาร และอาจารย์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ศึกษาเรียนรู้งานวิจัยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพิ่มพูนศักยภาพการด้านศึกษา
22 เมษายน 2568 ดร. จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช. ให้การต้อนรับ คณะทำงานสำนักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำผู้เข้าร่วมโครงการ พัฒนาศักยภาพการจัดการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย กว่า 300 คน เรียนรู้ศึกษางาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ ได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานและนวัตกรรมต่างๆ ของ สวทช. และสร้างความเข้มแข็ง ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยงานวิจัยและพัฒนา สวทช. ได้จัดให้คณะฯ ได้มีโอกาสเรียนรู้ ศึกษางานส่งเสริมเด็กและเยาวชน ของบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร โดยคุณสรารี ชาญอุไร ฝ่ายบริหารภาพลักษณ์และกิจกรรมด้านพัฒนากำลังคนของบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร นำเสนอ กิจกรรมพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมทักษะความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเยาวชน และสถานที่ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวภาพพืช โรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม(Fabrication Lab: FabLab) ซึ่งมีอุปกรณ์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ เครื่องมือวิศวกรรมศาสตร์ที่ทันสมัย มีความปลอดภัย เพื่อให้เยาวชนได้ฝึกฝนเรียนรู้ และลงมือปฏิบัติจริงกับนักวิจัยและนักวิชาการของ สวทช.และ เรียนรู้ผลงานวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ได้แก่ LEAD Education แพลตฟอร์ ที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยให้เกิดการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล (Personalized learning) โดยแพลตฟอร์มจะติดตามพฤติกรรมและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนแบบเรียลไทม์ และนำผลการประเมินมาแนะนำเนื้อหาที่เหมาะสมให้แก่ผู้เรียนแต่ละบุคคล ทำให้ผู้เรียนพัฒนาความรู้และทักษะได้เต็มศักยภาพ และทำให้ครูสามารถนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการสอน และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเหมาะสมตามระดับความสามารถ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะแห่งอนาคต ช่วยทำให้ผู้เรียนทุกคนบรรลุเป้าหมายได้ โดยเพิ่มทักษะการลงมือปฏิบัติผ่านเครื่องมือออนไลน์ เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การเป็นเครื่องมือที่นำไปใช้ด้านการพัฒนาการศึกษา นำเสนอโดยคุณสุภงช์ ไชยวงศ์ งานวิจัย Pathumma Multi-Modal LLM โมเดล AI ขนาดใหญ่เพื่อสร้าง Generative AI สัญชาติไทย ที่รองรับการประมวลผลข้อมูลได้หลากหลายทั้งข้อความ รูป และ เสียง และบริบทแบบไทย นำเสนอโดย คุณอานนท์ แซ่อึ่ง โครงการพัฒนาศักยภาพการจัดการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มีเป้าหมายเพื่อพัฒนานักเรียนที่มีความสามารถพิเศษให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการเป็นผู้นำทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ โดยเน้นการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมและท้าทายความสามารถของนักเรียน โครงการยังมุ่งเน้นการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้และทักษะในการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ เพื่อให้สามารถสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างเต็มที่ การดำเนินงานของโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศไทย โดยการพัฒนานักเรียนที่มีศักยภาพสูงให้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์