ผลการค้นหา :
ENTEC สวทช. จับมือ กกพ. ยกระดับ Regulator เป็นพลังขับเคลื่อน Net Zero ของประเทศ
วันที่ 8 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมสุขุมวิท โรงแรมเมอร์เคียว กรุงเทพฯ: ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สานต่อโครงการจัดฝึกอบรมหลักสูตร “Capability Building for Energy Transition (2026)” เป็นปีที่ 4 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และยกระดับขีดความสามารถให้กับบุคลากรด้านนโยบายและเทคโนโลยีพลังงานของ กกพ. รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาด ยกระดับ Regulator เป็นพลังขับเคลื่อน Net Zero ของประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการ ENTEC สวทช. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมฝึกอบรม พร้อมด้วยคณะผู้จัดกิจกรรมจาก ENTEC ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยประกอบด้วย ดร.ลิลี่ เอื้อวิไลจิตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ENTEC ดร.นุวงศ์ ชลคุป ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC ดร.วิศาล ลีลาวิวัฒน์ และ ดร.กัมปนาท ซิลวา นักวิจัยกลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ประสิทธิ์ สิริทิพย์รัศมี รองเลขาธิการ กกพ. กล่าวเปิดงาน
หลักสูตร “Capability Building for Energy Transition (2026)” ถูกออกแบบเป็นกระบวนการพัฒนาศักยภาพต่อเนื่องตลอดปี โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญได้แก่ ตลาดไฟฟ้าอนาคต สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนเทคโนโลยีพลังงานขั้นสูง อาทิ ระบบกักเก็บพลังงาน ไฮโดรเจน และ Small Modular Reactor (SMR) รวมถึงการศึกษาดูงานในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างบทบาท Regulator ไทยให้สามารถกำหนดนโยบายและกลไกกำกับดูแลที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง รองรับเป้าหมาย Net Zero และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจภาพรวมการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระดับโลก ครอบคลุมทั้งทิศทางนโยบาย แนวโน้มเทคโนโลยี และผลกระทบต่อโครงสร้างระบบพลังงานในระยะยาว โดยนำเสนอประสบการณ์ด้านนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงานในบริบทสากล ควบคู่กับแนวโน้มพลังงานที่ชี้ให้เห็นความท้าทายของประเทศกำลังพัฒนาในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ หลักสูตรยังลงลึกในประเด็นเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคไฟฟ้า ครอบคลุมพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบโซลาร์ลอยน้ำ โดยนำเสนอทั้งมิติด้านเทคโนโลยี นโยบาย และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดนี้เพื่อสะท้อนประเด็นที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องนำไปพิจารณาในการออกแบบกติกาและกลไกที่เอื้อต่อการลงทุนพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการ ENTEC สวทช. กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ถือเป็นความท้าทายสำคัญในระดับโลก ที่ทุกประเทศจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งในเชิงนโยบาย เทคโนโลยี และกลไกกำกับดูแล เพื่อมุ่งสู่ระบบพลังงานที่มีความมั่นคง ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งการพัฒนาศักยภาพบุคลากรถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนดังกล่าว สำหรับหลักสูตรอบรมในปี 2569 ได้รับการออกแบบเนื้อหาให้ครอบคลุมทุกมิติของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จัดขึ้นในรูปแบบ Hybrid ระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน 2569 ประกอบด้วยการบรรยาย การอบรมออนไลน์ และการศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 9 โมดูล อาทิ ทิศทางนโยบายพลังงาน เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ตลาดไฟฟ้าในอนาคต การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน พลังงานไฮโดรเจน และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) โดยหลักสูตรนี้ไม่เพียงมุ่งถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายและการกำกับดูแลพลังงาน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความพร้อมของประเทศไทยในการรับมือกับโลกพลังงานยุคใหม่ ทั้งนี้ ENTEC สวทช. คาดหวังว่าความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับ กกพ. จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของหน่วยงานกำกับดูแล และสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบพลังงานของประเทศให้ก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างมั่นคงในระยะยาว
ดร.ประสิทธิ์ สิริทิพย์รัศมี รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า ทิศทางพลังงานของโลกกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ อันเป็นผลจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งทำให้หลายประเทศเร่งปรับโครงสร้างระบบพลังงานไปสู่พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดมากขึ้น ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050 ) ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เร็วขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้ในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065) ถึง 15 ปี เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมและภาคพลังงานของประเทศสามารถปรับตัวได้ทันต่อบริบทการแข่งขันและกติกาโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ’Energy Transition’ จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นที่ทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งเชิงนโยบาย เทคโนโลยี โครงสร้างตลาด และบุคลากร
รองเลขาธิการ กกพ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน กกพ. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง จึงได้ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดหลักสูตร “Capability Building for Energy Transition” ขึ้น ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีพลังงานให้แก่บุคลากรของสำนักงาน กกพ. เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเชิงลึกและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการกำกับดูแลระบบพลังงานของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าองค์ความรู้และมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยเสริมสร้างวิสัยทัศน์ให้กับผู้เข้าร่วมอบรม และเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของ กกพ. ให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศในระยะยาว
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
ทส. ผนึกเครือข่าย Kick Off “ลดเหลือ ลดทิ้ง” ปักธงปี 69 ยกระดับจัดการขยะอาหาร มุ่งเป้า SDG 12.3
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จับมือภาคีเครือข่าย 15 หน่วยงาน เปิดตัวโครงการ "ลดเหลือ ลดทิ้ง : Stop Food Waste SDG 12.3" ณ สยามพารากอน ประกาศโรดแมปปี 2568 เป็นปีแห่งการขับเคลื่อนการลดขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรม ชูโมเดลความร่วมมือรัฐ-เอกชน เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคจากต้นทาง
(เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569) นางสาวปรีญาพร สุขเกษม รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะประธานในพิธี เปิดเผยว่า ปัญหาขยะอาหาร (Food Waste) ถือเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยในปี 2569 นี้ ทส. ได้ประกาศให้เป็นปีแห่งการเริ่มต้นขับเคลื่อนการลดขยะอาหารอย่างจริงจังในระยะที่ 2
"การแก้ปัญหาขยะอาหารไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือการสร้างหลักประกันให้เกิดรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ตามเป้าหมาย SDG 12.3 โครงการนี้จะเป็นการเร่งรัดให้เกิดการปฏิบัติจริง ผ่านความร่วมมือของภาคีเครือข่าย 15 หน่วยงาน เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่สังคมที่บริโภคอย่างรับผิดชอบ ลดการสูญเสียตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ" นางสาวปรีญาพร กล่าว
ด้าน นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ระบุว่า ในฐานะหน่วยงานหลักด้านนโยบาย สผ. มุ่งเน้นการสร้าง "ต้นแบบการจัดการขยะอาหารในภาคบริการ" โดยเฉพาะในกลุ่มศูนย์การค้าและร้านอาหาร ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคจำนวนมาก
"สผ. ย้ำว่าการมอบสติกเกอร์สัญลักษณ์ให้แก่ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องหมายแสดงตน แต่คือการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะส่งต่อแนวคิดการบริโภคอย่างพอดีสู่ประชาชน เราตั้งเป้าขยายผลจากองค์กรนำร่องไปสู่หน่วยงานและภาคธุรกิจอื่น ๆ ในวงกว้าง เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน"
ด้าน ดร.นงนุช พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยให้มุมมองของภาควิชาการและเทคโนโลยี โดยกล่าวสนับสนุนว่า การจัดการขยะอาหารจำเป็นต้องมีฐานข้อมูลและนวัตกรรมเข้ามาช่วยขับเคลื่อน เพื่อให้การลดขยะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและวัดผลได้
"เอ็มเทค สวทช. โดย TIIS พร้อมสนับสนุนด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีผ่านแอปพลิเคชัน LookieWaste ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการบันทึกและติดตามข้อมูลขยะอาหารได้อย่างเป็นระบบ การมีข้อมูลที่แม่นยำจะช่วยให้เห็นภาพรวมของขยะที่เกิดขึ้น สามารถวิเคราะห์และบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างตรงจุดและคุ้มค่าที่สุด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน"
คุณนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ในฐานะภาคีเครือข่ายองค์กรนำร่องผู้ปฏิบัติงาน (Practitioner) กล่าวว่า ศูนย์การค้าในเครือสยามพิวรรธน์พร้อมเป็นแพลตฟอร์มในการรณรงค์และลงมือทำอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นที่สยามพารากอนเป็นแห่งแรก
"เราเล็งเห็นว่าศูนย์การค้ามีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางระหว่างร้านอาหารและผู้บริโภค การสนับสนุนให้ร้านอาหารภายในศูนย์ฯ ลดขยะอาหารและสร้างความตระหนักรู้แก่ลูกค้า คือพันธกิจด้านความยั่งยืนที่เราให้ความสำคัญมาโดยตลอด เราพร้อมจะขยายผลโมเดล 'ลดเหลือ ลดทิ้ง' นี้ไปยังศูนย์การค้าในเครืออีก 3 แห่ง เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ภาคบริการและสร้างประสบการณ์การบริโภคที่เป็นมิตรต่อโลก"
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เริ่มต้นง่าย ๆ เพียง "บริโภคอย่างพอดี" เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทยสืบไป
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
วันเด็กแห่งชาติ 2569 ชวนเที่ยวงานเมล็ดพันธุ์ของพระราชา สนุกทั้งวันที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ
👧🧒 วันเด็กนี้…ชวนเด็ก ๆ มาปลูกฝัน สนุกทั้งวัน!
กับงานวันเด็กแห่งชาติ 👶🏻เมล็ดพันธุ์ของพระราชา🌱
📅 10 มกราคม 2569 | 08.00–16.00 น.
📍 พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี
เตรียมตัวให้พร้อม! เด็ก ๆ จะได้ออกผจญภัยกับ
🎯 Walk Rally เกมเกษตรหรรษา มากกว่า 20 ฐาน
เรียนรู้เกษตรไทยแบบสนุก เข้าใจง่าย ได้ลงมือทำ พร้อมนำไปใช้ได้จริง
🎁 มีของขวัญ ของรางวัลให้เด็กๆ ได้ลุ้นรับกันตลอดทั้งวัน
🍴 เต็มอิ่มกับอาหารและเครื่องดื่ม ของอร่อย ฟรี!
🏛️เปิดเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในอาคารและภาพยนตร์แอนิมเชัน 3 มิติ ฟรี!!
✨ มาร่วมกันปลูก “เมล็ดพันธุ์แห่งความดี” ในหัวใจของเด็ก ๆ เพราะ “เมล็ดพันธุ์ที่ดี” เริ่มต้นจากการเรียนรู้ที่มีความสุข
พาครอบครัวมาใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน ในงานวันเด็กแห่งชาติ 👶🏻เมล็ดพันธุ์ของพระราชา🌱 10 มกราคม 2569 เวลา 08.00 - 16.00 น. แล้วสร้างรอยยิ้มไปพร้อมกันที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯนะคะ 💛
☎️สอบถามรายละเอียด 094-649-2333 087-359-7171 02-529-2212 หรือ www.wisdomking.or.th facebook: wisdomkingmuseum และ Line ID: @wisdomkingmuseum
ข่าว
ข่าวหน่วยงานภายนอก
‘ผงสีโครเมียม’ จากผลพลอยได้อุตสาหกรรม เสริมอัตลักษณ์สินค้า เสริมความกรีนผลิตภัณฑ์
การฟอกหนังสัตว์เพื่อนำหนังไปใช้ผลิตสินค้าต่าง ๆ เช่น เครื่องแต่งกายแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ ยานยนต์ จำเป็นต้องใช้เกลือโครม (chrome salts) เพื่อเพิ่มสมบัติความคงทนแข็งแรงให้กับวัสดุ ส่งผลให้กากตะกอนน้ำเสียกว่า 200 ตันต่อปีที่ได้จากกระบวนการฟอกหนังมีเกลือโครมตกค้างเป็นส่วนประกอบจำนวนมาก ซึ่งโดยทั่วไปผู้ประกอบการจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัดกากตะกอนเหล่านี้ด้วยวิธีฝังกลบ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึงประมาณ 2,000,000 บาทต่อปี
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนากระบวนการสกัดตะกอนเกลือโครมจากกากตะกอนน้ำเสียที่ได้จากกระบวนการฟอกหนัง เพื่อนำมาใช้ผลิตผงสีโครเมียม (chromium pigments) สำหรับใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยได้นำร่องทดสอบใช้งานในอุตสาหกรรมกระเบื้องแล้ว ทั้งนี้ เอ็มเทค สวทช. ได้รับการสนับสนุนด้านการวิจัยจากบริษัทเขตประกอบการอุตสาหกรรมฟอกหนัง ก.ม.34 จำกัด และบริษัทเคอร่าไทล์ เซรามิก จำกัด และได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)
[caption id="attachment_77829" align="aligncenter" width="450"] ดร.พิทักษ์ เหล่ารัตนกุล หัวหน้าทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน เอ็มเทค สวทช.[/caption]
ดร.พิทักษ์ เหล่ารัตนกุล หัวหน้าทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน เอ็มเทค สวทช. อธิบายว่า ในหลายอุตสาหกรรม เช่น กระเบื้อง สีทาบ้าน สิ่งพิมพ์ หรือพลาสติก มีการใช้ผงสีโครเมียมกันอย่างแพร่หลาย เพราะให้สีโทนเขียวได้หลายเฉด สีสด และมีความทนทานสูง ทีมวิจัยจึงเล็งเห็นโอกาสในการนำกากตะกอนน้ำเสียที่มีส่วนประกอบของเกลือโครเมียมมาปรับสภาพด้วยกระบวนการทางเคมีให้มีสมบัติเหมาะแก่การสกัดผงสีโครเมียมโทนเขียวเข้ม (Cr2O3) โดยได้รับการอนุเคราะห์ตะกอนเกลือโครมจากบริษัทเขตประกอบการอุตสาหกรรมฟอกหนัง ก.ม. 34 จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมฟอกหนัง
ผลจากการปรับสภาพตะกอนเกลือโครมทำให้ได้ผงสีโครเมียมที่มีความบริสุทธิ์เกือบร้อยละ 80 เหมาะแก่การใช้ในงานกระเบื้องที่ต้องการสีสันสดใส ทนความร้อน
ดร.พิทักษ์ อธิบายต่อว่า ทีมวิจัยได้ร่วมกับบริษัทเคอร่าไทล์ เซรามิก จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตกระเบื้องสระว่ายน้ำรายใหญ่ของประเทศไทย ในการนำผงสีโครเมียมไปใช้ทดสอบผลิตกระเบื้องรุ่นเคอราดล (Keradol) ที่มีจุดเด่นคือกระเบื้องแต่ละแผ่นจะมีลักษณะผิวเคลือบเป็นลายแตกลานหรือแตกเป็นเส้นเล็ก ๆ แตกต่างกัน เหมาะแก่การนำไปใช้ปูสระว่ายน้ำและงานตกแต่ง ผลการทดสอบใช้งานพบว่าสีที่ได้มีสีเขียวเฉดใกล้เคียงกับผงสีสูตรทางการค้า และให้สีสันที่เหมาะแก่การผลิตกระเบื้องรุ่นนี้ ทำให้ผู้ประกอบการพึงพอใจในการใช้งานผงสีที่ทีมวิจัยพัฒนาเป็นอย่างมาก
“นอกจากจุดเด่นเรื่องสีสันที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว การใช้งานผงสีซึ่งผลิตจากผลพลอยได้ของอุตสาหกรรมยังสนับสนุนให้เกิดการใช้งานทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ อีกทั้งยังช่วยลดการนำเข้าผงสีโครเมียมบริสุทธิ์จากต่างประเทศซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังต้องนำเข้าทั้งหมดได้เป็นอย่างดีด้วย”
ปัจจุบันงานวิจัยนี้มีสถานะพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยทีมวิจัยกำลังหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการปรับข้อกำหนดให้เจ้าของทรัพยากรเป็นผู้ดำเนินการแปรรูปผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองได้ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างเต็มประสิทธิภาพและช่วยลดต้นทุนการผลิตผลิตภัณฑ์
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ดร.พิทักษ์ เหล่ารัตนกุล อีเมล pitakl@mtec.or.th หรือเบอร์โทร 08 9742 2548
เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์
ภาพประกอบโดย ภัทรา สัปปินันทน์ และภาพจาก Shutterstock
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ
ผลงานวิจัยเด่น
“เรเชล” (Rachel) บอดี้สูทพยุงกล้ามเนื้อ จากนวัตกรรม..สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสังคมอายุยืน
จากนวัตกรรม...สู่ผลิตภัณฑ์ “เรเชล” Rachel ชุดบอดี้สูทพยุงกล้ามเนื้อเสริมการเคลื่อนไหวร่างกาย พัฒนาโดยทีมนักวิจัยเอ็มเทค สวทช. ที่ออกแบบด้วยหลักวิศวกรรมและวัสดุศาสตร์ ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนไทย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องระวังการบาดเจ็บจากการหกล้มหรือการเคลื่อนไหว ปัจจุบันเอ็มเทค สวทช. ร่วมมือกับ บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ต่อยอดนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์เป็นผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว พร้อมได้รับสนับสนุนจาก สวรส. เตรียมผลักดันเข้าสู่สิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในอนาคต
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
กระทรวง อว. จัดพิธีทำบุญตักบาตรต้อนรับปีใหม่ 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคล
เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 โดยได้รับเกียรติจากนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวพิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. นายวันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. ดร. ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการไบโอเทค คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ณ อาคารพระจอมเกล้า (โยธี) สำนักงานปลัดกระทรวง อว.
กิจกรรมภายในงานเริ่มขึ้นในช่วงเช้าด้วยพิธีถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์จากวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ จำนวน 10 รูป ณ ศูนย์บริการร่วม อาคารพระจอมเกล้า ต่อมาปลัดกระทรวง อว. ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงานและบุคลากร จากนั้น รมว.อว. นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ บริเวณหน้าอาคารพระจอมเกล้า
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของไทยแล้ว ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีให้แก่บุคลากรของ อว. ในการปฏิบัติงานเพื่อขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงฯ ตลอดปี 2569 ต่อไป
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
หลักสูตร Chatbot Design for Business (CDB) รุ่นที่ 8
🤖 สร้างแชตบอตให้เป็น "ตัวจริง" ของธุรกิจ! กับหลักสูตร CDB รุ่นที่ 8 จาก สวทช.
ถ้าคุณคิดว่าแชตบอตมีไว้แค่ตอบคำถามทั่วไป... คุณกำลังพลาดโอกาสสำคัญ! 🚀 หลักสูตร Chatbot Design for Business (CDB) จะพาคุณไปไกลกว่าเดิม ด้วยการผสมผสาน "ศาสตร์แห่งการออกแบบ" และ "เทคโนโลยี AI" เข้าด้วยกัน
✨ Highlight ที่คุณจะได้รับ: ✅ เข้าใจเทรนด์และผลกระทบของ Chatbot ในธุรกิจไทย
✅ ฝึกออกแบบ Conversation Design ให้ดูเป็นมนุษย์ที่สุด
✅ Workshop สร้างแชตบอตที่ใช้งานได้จริง (สำหรับ Package B)
✅ สอนโดยวิทยากรตัวจริงจาก NECTEC สวทช.
เลือกเรียนได้ 2 รูปแบบตามเป้าหมาย:
🔹 Package A (Management): เน้นวางกลยุทธ์และแนวคิด (24 ก.พ. 69)
🔹 Package B (Developer): จัดเต็ม 3 วัน ลงลึกเทคนิคและการสร้างจริง (24-26 ก.พ. 69)
📅 อบรมวันที่: 24 - 26 กุมภาพันธ์ 2569
📍 สถานที่: โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ
📝 สมัครด่วน! ภายใน 13 ก.พ. 2569 เท่านั้น
👉 รายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียน: https://www.career4future.com/cdb/ 📞 โทร: 0 2644 8150 ต่อ 81898 (คุณฉวีวรรณ)
ปฏิทินกิจกรรม
“สุรศักดิ์” เปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ 2569” ชูแนวคิดพลิกโฉมประเทศด้วยนวัตกรรม ดันนโยบาย “วิจัยติดดิน กินได้” พร้อมหนุนไทยก้าวสู่ผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI
เมื่อวันที่ 5 มกราคม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมประเทศด้วยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม” โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. นางสาวเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศ.กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานกรรมการพิจารณางบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2569 ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. ผู้บริหารกระทรวง ผู้บริหารหน่วยงาน นิสิตนักศึกษา เช้าร่วม ณ เวทีกิจกรรมกลาง Event Hall 103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า งานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 เป็นเวทีสำคัญในการรวมพลังผู้บริหาร นักประดิษฐ์ และนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
รมว.อว. กล่าวต่อว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็ว ความก้าวหน้าของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรัพยากร แต่อยู่ที่ความสามารถในการเปลี่ยนความรู้เป็นสิ่งประดิษฐ์ และต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง กระทรวง อว. จึงมุ่งนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้หน่วยงานวิจัยและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นกลไกหลัก พร้อมขับเคลื่อนเชิงรุกแบบ Quick Win เช่น โครงการ “โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” ภายใต้นโยบาย “วิจัยติดดิน กินได้” ที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ด้านการศึกษา กระทรวง อว. เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัย Upskill และ Reskill ผ่านหลักสูตรระยะสั้นและกลไกระยะยาว ในสาขาจำเป็นเร่งด่วน เช่น ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อยกระดับแรงงานไทยสู่สมรรถนะสูงและตอบโจทย์ตลาดแรงงาน
“ในยุคที่ AI มีบทบาทต่อทุกมิติของสังคม การพลิกโฉมประเทศอย่างแท้จริง คือการก้าวจากผู้ใช้เทคโนโลยีสู่ผู้พัฒนา ด้วยการสนับสนุนเยาวชนและนักวิจัย การเชื่อมโยงความร่วมมือทุกภาคส่วน และการผลักดันงานวิจัยสู่การใช้งานจริง นวัตกรรมไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นพลังร่วมของสังคมไทยในการกำหนดอนาคตประเทศให้เข้มแข็ง ยั่งยืน และแข่งขันได้ในเวทีโลก” นายสุรศักดิ์ กล่าว
ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 “พลิกโฉมประเทศด้วยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม” ได้ตั้งแต่วันที่ 5 - 9 มกราคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม และดาวน์โหลดรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.inventorsdayregis.com
ภาพและข่าว โดย กระทรวง อว.
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
อบรมเชิงปฏิบัตการ “การสร้างแบรนด์ให้เป็นเลิศอย่างชาญฉลาด (Brand Mastery: Strategy, Design, and Protection: BSDP)”
สถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต สวทช. (Career for the Future Academy) ขอเชิญผู้ประกอบการ นักการตลาด นักออกแบบ และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมอบรมหลักสูตร“การสร้างแบรนด์ให้เป็นเลิศอย่างชาญฉลาด รุ่นที่ 2” (Brand Mastery: Strategy, Design, and Protection: BSDP)หลักสูตรเข้มข้นที่มุ่งเสริมความเข้าใจด้าน กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ การบริหารจัดการแบรนด์ การออกแบบแบรนด์ และการปกป้องแบรนด์ เพื่อยกระดับแบรนด์ให้แข็งแรงและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
✨ Key Highlight เนื้อหา
✅ เข้าใจกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ (Brand Strategy)
✅ การบริหารจัดการแบรนด์และการออกแบบแบรนด์ (Brand Management & Brand Design)
✅ การป้องกันและคุ้มครองแบรนด์ (Brand Protection)
✅ เรียนรู้จากกรณีศึกษาจริง พร้อมถอดบทเรียนจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการตัวจริง
📅 รายละเอียดการอบรม
วันที่: 11–13 กุมภาพันธ์ 2569
สถานที่: โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ
💰 ค่าลงทะเบียน
ท่านละ 14,980 บาท (ราคารวม VAT แล้ว)
สำหรับหน่วยงานภาครัฐ (ได้รับการยกเว้นภาษี) ค่าลงทะเบียน 14,000 บาท
🔗 ดูรายละเอียดและสมัครได้ที่:👉 www.career4future.com/bsdp
☎️ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:โทร. 0 2644 8150 ต่อ 81901 (คุณปานทิพย์)
ข่าว
ปฏิทินกิจกรรม
หลักสูตรฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เทคโนโลยี Blockchain เพื่อการขับเคลื่อนองค์กรในยุคดิจิทัล (B4B)
🚀 เปิดรับสมัครแล้ว!
หลักสูตรฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ
เทคโนโลยี Blockchain เพื่อการขับเคลื่อนองค์กรในยุคดิจิทัล (B4B)
เรียนรู้และเข้าใจเทคโนโลยี Blockchain ตั้งแต่พื้นฐาน แนวคิด ไปจนถึงการประยุกต์ใช้งานจริง เพื่อการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมกรณีศึกษาจากโลกจริง และการฝึกปฏิบัติ (Workshop) กับผู้เชี่ยวชาญด้าน Blockchain โดยตรง
🔹 เหมาะสำหรับ
• ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ
• นักพัฒนาโปรแกรมและระบบ (Developer)
• นักวิเคราะห์ด้านการเงิน การลงทุน และเทคโนโลยี
• ผู้กำหนดนโยบายในองค์กรหรือหน่วยงานภาครัฐ
• ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี และ Startup
📍 สถานที่: โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ
📅 วันที่: 3 – 5 กุมภาพันธ์ 2569
💼 ค่าลงทะเบียน
• Package A (For Management): 10,700 บาท (อบรม 2 วัน)
• Package B (For Developer): 14,900 บาท (อบรม 3 วัน)
👉 ดูรายละเอียดและสมัครได้ที่
🔗 https://www.career4future.com/b4b
📞 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: 0 2644 8150 ต่อ 81898
✉️ Email: npd@nstda.or.th
ปฏิทินกิจกรรม
Chemistry behind the Cracks- The Maillard Reaction & Aroma Formation in COFFEE ROASTING Workshop
✨ *Chemistry behind the Cracks- The Maillard Reaction & Aroma Formation in COFFEE ROASTING Workshop* ✨
📢 Flavor Academy โดย Food Innopolis, สวทช. ขอเชิญนักคั่วกาแฟ ผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้ที่สนใจ ร่วม ถอดรหัสกลิ่นรสกาแฟด้วยวิทยาศาสตร์ใน Workshop เชิงลึก Coffee Flavor Science หลักสูตรที่ “หาไม่ได้จากที่อื่น” และเชื่อมโยง วิทยาศาสตร์สู่การใช้งานจริงในโรงคั่ว
☕ เริ่มเข้าใจกลิ่นรสจาก Green Bean Chemistry ไม่ใช่แค่ปลายทางที่เครื่องคั่ว
☕ แปลกลไก Maillard Reaction เป็น “ภาษานักคั่ว” ที่ใช้ตัดสินใจหน้างานได้จริง
☕ ได้ เห็นและดม Compound จริง ผ่านเทคนิค GC–O/MS ไม่ใช่แค่จินตนาการ
☕ ปรับมุมมองจาก คั่วตามประสบการณ์ สู่ คั่วอย่างมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์
🧑🏫 *วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ*
📍คุณอนุวัฒน์ กอบน้ำเพ็ชร Founder – SOCOF & Ministry of Roasters
📍ผู้เชี่ยวชาญด้านกลิ่นรสจาก Flavor Academy
✨ *Highlights เนื้อหาเข้มข้น* - Coffee Fermentation Process & Flavor Impact - Chemistry of Flavor Formation in Coffee Beans - Mechanism of Maillard Reaction in Roasting - From Chemistry to Cup: Flavor Modulation during Roasting - Sniffing and Sip with Chemical Insight & Descriptive Sensory - Hands-on Roasting & GC–O/MS Aroma Analysis
🧪 รูปแบบ: บรรยาย + Workshop ลงมือปฏิบัติจริง
📅 วันที่: 26 – 27 มกราคม 2569
📍 สถานที่: คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (พญาไท)
💰 ค่าลงทะเบียน: 12,000 บาท (ไม่รวม VAT 7%)
⚡️ รับจำนวนจำกัดเพียง 30 ท่านเท่านั้น
🔗 สมัครได้ที่: https://www.nstda.or.th/r/4HwEH
อยาก “เข้าใจว่ากาแฟหอมได้อย่างไร” ไม่ใช่แค่ “คั่วให้อร่อย” Workshop นี้คือคำตอบ!! ☕🧪
☎️ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: Facebook: FoodInnopolis หรือโทร 094-341-7111, 094-340-4333, 094-249-7333
ข่าว
ปฏิทินกิจกรรม
Food Regulatory Clinic by Food Innopolis ปีที่ 5
Food Innopolis ให้บริการคำปรึกษาและแนะนำแนวทางด้าน การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์อาหาร สำหรับผู้ประกอบการ หรือผู้ที่อยู่ระหว่างการจัดเตรียมข้อมูลในรูปแบบ One on One โดยทีมเจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจผู้เชี่ยวชาญ
📅 วันพุธที่ 21 มกราคม 2569⏰ เวลา 09.00 – 17.00 น. (ปรึกษารายละ 45 นาที)💻 รูปแบบการให้คำปรึกษา
ระบบประชุมออนไลน์
อีเมล
โทรศัพท์
📌 ลงทะเบียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
📞 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมคุณมารุต ใจหลักอีเมล: marut.jai@nstda.or.th
ปฏิทินกิจกรรม


