ผลการค้นหา :
โครงการ “ส่งขยะกลับบ้าน” ร่วมกับ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. โรงเรียนสาธิตธรรมศาสตร์ และบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน)
โครงการ “ส่งขยะกลับบ้าน” ร่วมกับ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. โรงเรียนสาธิตธรรมศาสตร์ และบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน)
ชวนทุกคนมาร่วมภารกิจ ส่งขยะกลับบ้าน เพื่อร่วมสร้าง พลังงานสะอาด ให้โลกของเรา 🌍💚
📅 วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2568
🕘 เวลา 09.00 – 12.00 น.
📍 ลานจอดรถ สวทช. Convention Center ตึก 14 (อาคาร CC)
(อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช.)
✨ พิเศษ! สามารถ นำขยะมาดรอปล่วงหน้าได้ตั้งแต่
วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป จุดรับขยะ บริเวณ Dock ส่งของอาคาร CC ดรอปได้ตั้งแต่เวลา 9:00-17:00 น.
♻️ สามารถส่งขยะรีไซเคิลให้กับกลุ่ม Lessplastic.tu เป็นกลุ่มของนักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่สร้างโครงการจัดการขยะ โดยเก็บขวด PET เพื่อนำไปรองเท้าผู้ป่วยเบาหวานและ ผ้าคล้องแขน พยุงแขนและข้อศอก ใช้ในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ได้นะคะ
ขยะที่คุณนำมาส่งจะไม่ถูกทิ้งเปล่า !!
รับทั้ง
👕 เสื้อผ้าเก่า
🧸 ตุ๊กตา
🧦 ถุงเท้าใช้แล้ว
🧴 พลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้
ทั้งหมดจะถูกนำไปแปรสภาพเป็น พลังงานสะอาด ช่วยลดมลพิษและก๊าซเรือนกระจก 🌿
📣 อย่าพลาด! “แยกที่บ้าน ฝากทิ้งที่เรา”
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการคืนชีวิตใหม่ให้ขยะ
เพราะทุกการทิ้งที่ถูกวิธี คือพลังเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้จริง
สอบถามเพิ่มเติม: 083-5407844
ปฏิทินกิจกรรม
นักวิจัย สวทช. คว้า 2 รางวัล NRCT AWARD ผลงานวิจัยและนวัตกรรมตอบโจทย์ประเทศ จาก วช.
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอแสดงความยินดีกับ 2 คณะนักวิจัยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่มีความโดดเด่น และนำไปสู่การใช้ประโยชน์ จนได้รับรางวัลผลงานวิจัยและนวัตกรรมตอบโจทย์ประเทศ NRCT AWARD จาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) (National Research Council of Thailand: NRCT) โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นในงาน NRCT FORUM 2025: วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 66 ปี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช.1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. เป็นประธานในการมอบรางวัล โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช., ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการ BIOTEC และ ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการ BIOTEC ร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมกับความสำเร็จของคณะนักวิจัยที่ได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน
คณะนักวิจัยที่ได้รับรางวัล NRCT AWARD ได้แก่
1. ดร.วรินธร สงคศิริ รองผู้อำนวยการ BIOTEC และคณะ ได้รับรางวัลจากผลงานเรื่อง “แพลตฟอร์มบูรณาการเศรษฐกิจหมุนเวียนอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังด้วยวิศวกรรมการผลิตและเทคโนโลยีไฮโดรไซโคลนประสิทธิภาพสูง”
2. ดร.พรรษมณฑ์ ริจิรวนิช หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเซ็นเซอร์อุตสาหกรรมชีวภาพ BIOTEC และคณะ ได้รับรางวัลจากผลงานเรื่อง “ชุดตรวจเชื้อมาลาเรียโดยอาศัยการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมบนกระดาษ กรรมวิธีการผลิตชุดตรวจ และวิธีการตรวจวัดเชื้อมาลาเรียด้วยชุดตรวจดังกล่าว”
นอกจากนี้ยังมีผลงานที่นักวิจัย สวทช. ร่วมวิจัยและได้รับรางวัลในครั้งนี้ ได้แก่ ผลงานเรื่อง “นวัตกรรมบำบัดยาปฏิชีวนะเพื่อควบคุมเชื้อดื้อยา” ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีรกานติ์ บรรเจิดกิจ จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี ดร.ณัฏฐพร พิมพะ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยการเร่งปฏิกิริยา การดูดซับ และการคำนวณระดับนาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) ร่วมเป็นคณะวิจัย
รางวัลผลงานวิจัยและนวัตกรรมตอบโจทย์ประเทศ NRCT AWARD มอบให้โดย วช. เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติคุณนักวิจัยและนักประดิษฐ์คิดค้นที่ได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในมิติต่าง ๆ หรือคิดค้น วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ สร้างนวัตกรรมที่นำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที โดยงานวิจัยและนวัตกรรมก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว รวมถึงศิลปะและวัฒนธรรม และเป็นการสร้างการรับรู้สู่สาธารณะ ให้เห็นความสำคัญของการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ ซึ่งในปี 2568 มีผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลจำนวน 36 ผลงาน
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
อว. ปล่อยคาราวานช่วยน้ำท่วมสงขลา–ภาคใต้ เปิดศูนย์พักพิง ครัวกลาง หน่วยจิตอาสา และยกระดับศูนย์พักพิงเป็นโรงพยาบาลสนามดูแลประชาชน
“สุรศักดิ์” ปล่อยคาราวาน กระทรวง อว. ลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา และพื้นที่ภาคใต้ สั่ง อว. ส่วนหน้า ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวช่วยเหลือพี่น้องประชาชน–นักศึกษา เปิดครัวกลาง จัดหน่วยจิตอาสานักศึกษาและบุคลากรลงพื้นที่แจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม สิ่งของอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค รวมถึงการยกระดับศูนย์พักพิงชั่วคราวเป็นโรงพยาบาลสนาม ให้บริการทางการแพทย์และพยาบาล
เมื่อวันที่ 29 พ.ย. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานปล่อยรถนำสิ่งของบริจาคจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. สถาบันอุดมศึกษา และภาคีเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารพร้อมทาน น้ำดื่ม เสื้อผ้า ยารักษาโรค รวมทั้งสิ่งของสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น ทรายแมว เป็นต้น
มีผู้ร่วมงาน ได้แก่ พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวง อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการณ์ รองปลัดกระทรวง อว. ดร.วันนี นนท์ศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. และคณะผู้บริหาร โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก บริเวณหน้าอาคารพระจอมเกล้า กระทรวง อว. (โยธี)
ในโอกาสเดียวกันนี้ สวทช. ได้ร่วมบริจาคสิ่งของ ประกอบด้วย ถุงยังชีพ 320 ชุด สิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และ น้ำยาฆ่าเชื้อ ENERclean นวัตกรรมจาก ENTEC จำนวน 50 ลิตร เพื่อนำไปทำความสะอาดบ้านเรือนและฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยส่งมอบให้กับศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์น้ำท่วม อว.
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวง อว. ได้ระดมสรรพกำลังจากหน่วยงานในสังกัด สถาบันอุดมศึกษา และภาคีเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อส่งต่อสิ่งของอุปโภคบริโภค และ อาหารสำเร็จรูปซึ่งเป็นนวัตกรรมจากผลงานวิจัยที่ อว. ให้ทุนสนับสนุน รวมถึงน้ำดื่ม ยา เวชภัณฑ์ และเครื่องใช้จำเป็น ส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล นครศรีธรรมราช ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
รมว. อว. กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้ อว. ส่วนหน้า ที่มีสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่เป็นหน่วยหลัก เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน นักศึกษา และบุคลากรที่ได้รับผลกระทบ อาทิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่–ปัตตานี มรภ.สงขลา ม.ทักษิณ ม.วลัยลักษณ์ มรภ.ยะลา และม.นราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อจัดตั้ง ศูนย์พักพิงชั่วคราว, เปิด ศูนย์ช่วยเหลือนักศึกษา, เปิด ครัวกลาง, เปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของ, และจัด หน่วยจิตอาสานักศึกษา–บุคลากร ลงพื้นที่แจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม สิ่งของจำเป็น รวมถึง ยกระดับศูนย์พักพิงชั่วคราวเป็นโรงพยาบาลสนาม ให้บริการโดยทีมแพทย์ อาจารย์ นักศึกษาแพทย์–พยาบาล และจิตอาสา เพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจผู้ประสบภัย
“กระทรวง อว. พร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบแก่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มสรรพกำลัง หากผู้ใดประสงค์ร่วมสนับสนุน สามารถนำสิ่งของมาบริจาคได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์น้ำท่วม อว. เพื่อประชาชน อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว.” รมว. อว. กล่าว
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
กระทรวง อว. เปิดจำหน่ายสลากบำรุงสภากาชาดไทย ประจำปี 2568 ลุ้นรางวัลทองคำรวม 90 รางวัล นำรายได้บำรุงสภากาชาดไทย
กระทรวง อว. เปิดจำหน่ายสลากบำรุงสภากาชาดไทย ประจำปี 2568 ลุ้นรางวัลทองคำรวม 90 รางวัล นำรายได้บำรุงสภากาชาดไทย
📌 รายละเอียดรางวัล (มูลค่ารวมกว่า 1.8 ล้านบาท)
รางวัลที่ 1 : ทองคำหนัก 5 บาท
รางวัลที่ 2-5 : ทองคำหนัก 2 บาท ถึง 1 สลึง
รางวัลเลขท้าย 3 ตัว : ทองคำหนักครึ่งสลึง (60 รางวัล)
💵 ราคาจำหน่าย: ฉบับละ 100 บาท 📲 ช่องทางการซื้อ: สแกน QR Code หรือติดต่อหน่วยงานในสังกัด อว. และสถาบันอุดมศึกษา 🗓 กำหนดออกรางวัล: วันที่ 21 ธันวาคม 2568 ณ สวนลุมพินี
ตรวจสอบผลรางวัลได้ที่ www.mhesi.go.th
ข่าว
ปฏิทินกิจกรรม
วิทย์สู้ FLOOD : การจัดการยานยนต์ไฟฟ้า(EV) รถไฮบริด และรถปลั๊กอินไฮบริด เบื้องต้น จากเหตุจมน้ำ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อว. โดย
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช.
.
ร่วมกับ
.
วิทยาลัยเทคนิคสงขลา
วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่
วิทยาลัยการอาชีพหลวงประธานราษฎร์นิกร
.
จัดกิจกรรมให้ความรู้
.
วิทย์สู้ FLOOD : การจัดการยานยนต์ไฟฟ้า(EV) รถไฮบริด และรถปลั๊กอินไฮบริด เบื้องต้น จากเหตุจมน้ำ
วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 – 15.00 น.
ณ วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/DFGYhM9wkA6jPHwcA
ปฏิทินกิจกรรม
สวทช. ส่งมอบถุงยังชีพและน้ำยาล้างทำความสะอาด ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. เป็นตัวแทนของพนักงานสวทช.ที่ได้ร่วมกันบริจาคสิ่งของ ประกอบด้วย ถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของที่จำเป็นจำนวน 320 ชุด รวมทั้งน้ำยาฆ่าเชื้อ ENERclean นวัตกรรมจาก ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) 50 ลิตร เพื่อนำไปทำความสะอาดบ้านพักอาศัยและฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ให้กับ ศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์น้ำท่วม อว. เพื่อประชาชน โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และ ดร.วันนี นนท์ศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. เป็นผู้แทนรับมอบ
ชาว สวทช. ขอร่วมส่งความห่วงใยและกำลังใจ แด่พี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่ที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์อุทกภัย ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ไปได้โดยเร็ววัน
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. ชูศักยภาพด้านการทดสอบความปลอดภัยระดับโลก “TBES-NSTDA” ผ่านการรับรอง OECD GLP ยกระดับระบบโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ของไทย
(วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568): ณ ห้องแถลงข่าว กระทรวง อว. อาคารพระจอมเกล้า: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการของไทย สู่ระดับสากล เนื่องจากศูนย์ทดสอบทางพิษวิทยาและชีววิทยา (Toxicology and Bio Evaluation Service Center หรือ TBES) ภายใต้ สวทช. ได้รับมอบ ประกาศนียบัตร Certificate of Compliance to OECD Principles of GLP (Good Laboratory Practice) ในขอบข่ายการศึกษาทางพิษวิทยา จากสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตอกย้ำความน่าเชื่อถือและความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) อย่างสมบูรณ์ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. เข้ารับมอบประกาศนียบัตรจาก นายสุรศักดิ์ หมื่นพล ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ พร้อมด้วย ดร.ภัทราวดี พลอยกิติกูล (รักษาการ) ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ด้านบริการโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และทีมวิจัยเข้าร่วมแสดงความยินดี
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งในวาระสำคัญนี้ TBES เป็นโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญของ สวทช. ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทดสอบความปลอดภัยในระยะก่อนคลินิก (Pre-clinical safety testing) สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสุขภาพและการแพทย์ เช่น เครื่องสำอาง สมุนไพร เครื่องมือแพทย์ และเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน
โดยการได้รับรอง OECD GLP ในขอบข่ายการศึกษาทางพิษวิทยาครั้งนี้ สะท้อนถึง ศักยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ในการยกระดับความน่าเชื่อถือของระบบการทดสอบด้านความปลอดภัยให้ทัดเทียมสากล และสนับสนุนความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นสมาชิก OECD อันจะส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ และเสริมสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้แก่ระบบโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของชาติในระยะยาว
“สิ่งที่ TBES เน้นย้ำ คือ การให้บริการทดสอบด้วย วิธีทางเลือกทดแทนการใช้สัตว์ทดลอง (Alternatives to animal testing) ซึ่งเป็นแนวโน้ม (Global Trend) ของงานวิทยาศาสตร์ระดับโลก และสอดคล้องกับกฎระเบียบการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ในระดับนานาชาติ ที่กว่า 40 ประเทศทั่วโลกได้ยกเลิกการทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในสัตว์ทดลองแล้ว” ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าว
นายสุรศักดิ์ หมื่นพล ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า การที่ TBES สวทช. ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานศึกษาวิจัยที่ดำเนินการสอดคล้องตาม หลักการ OECD GLP ถือเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งของประเทศไทย OECD GLP คือ มาตรฐานระดับโลก ที่สร้างความเชื่อมั่นว่า ข้อมูลการทดสอบด้านความปลอดภัยที่ผลิตจากห้องปฏิบัติการนี้มีความถูกต้อง แม่นยำ และเป็นที่ยอมรับร่วมกันในกว่า 38 ประเทศสมาชิก OECD รวมถึงประเทศที่มีการใช้หลักการ GLP อื่น ๆ ทั่วโลก
“การรับรองนี้จึงมิใช่เพียงการรับรองห้องปฏิบัติการหนึ่งแห่ง แต่เป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์สุขภาพและการแพทย์ของไทย ที่จะสามารถนำผลการทดสอบจาก TBES ไปใช้ในการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ได้ทั้งในและต่างประเทศ โดยไม่ต้องทดสอบซ้ำ เป็นการลดภาระทางต้นทุนและเวลาของผู้ประกอบการไทย และเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-economy) และอุตสาหกรรมด้านสุขภาพของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายสุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
การประชุมวิชาการ การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เวลา 08.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดการประชุมวิชาการการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ประจำปี 2568 “70 พรรษามหามงคล เด็กและเยาวชนร่วมสืบสานการเกษตรและรักษ์สิ่งแวดล้อม” ณ BANGKOK THONBURI HALL มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี กรุงเทพมหานคร
ในการนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และนางเยาวลักษณ์ คนคล่อง ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานหน่วยงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนากำลังคนและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จและถวายของที่ระลึก ซึ่งเป็นผลงานของนักเรียนในโครงการตามพระราชดำริ ที่สวทช. ได้เข้าไปดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับครูและนักเรียน จำนวน 2 ชุด ได้แก่
1) ชุด Mini Terrarium ที่ประกอบด้วยต้นอนูเบียส ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่โครงการฯ ส่งเสริมการเรียนรู้การปลูก การขยายพันธุ์ การดูแลต้น และการสร้างตลาดจำลอง ให้ครูและสามเณรนักเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรม นำร่อง 4 โรงเรียนจากจังหวัดน่าน แพร่ เชียงราย และศรีสะเกษ
2) ชุดผ้าคลุมย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาจากการออกแบบชิ้นงานในโครงการนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่การเป็นนักธุรกิจกน้อย ของโรงเรียนบ้านโคกสุม อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของ สวทช. ด้านการส่งเสริมวิชาการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนากำลังคนกลุ่มผู้ด้อยโอกาส
ผลงานของนักเรียนทั้งสองกลุ่มนี้ เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้จากกิจกรรมในพื้นที่นราธิวาสสู่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร และองค์ความรู้จากบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรสู่โรงเรียนในพื้นที่
บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน เป็นพื้นที่เรียนรู้ ปลูกฝังความรักและความเข้าใจในวิทยาศาสตร์ ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ด้วยวิธีการที่สนุก เข้าใจง่าย และเน้นการลงมือปฏิบัติจริง ไปจนถึงการพัฒนาทักษะเชิงลึกของผู้ที่มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ ผ่านค่ายวิทยาศาสตร์ และโครงงานที่ต่อยอดความรู้สู่การสร้างนวัตกรรม
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. สถาบันเกอเธ่ฯ และพันธมิตรภาคเอกชน เปิดชมเทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร จ.ปทุมธานี
(วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568) บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สวทช. ร่วมกับสถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย และเครือข่ายพันธมิตร จัดกิจกรรมพิเศษพร้อมฉายภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ ภายใต้งาน Science Film Festival ระหว่างวันที่ 24-28 พฤศจิกายน 2568 เพื่อช่วยส่งเสริมความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และกระตุ้นการตระหนักถึงประเด็นปัญหาทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้กับเหล่าเยาวชนและผู้สนใจทั่วไปที่ร่วมกิจกรรมได้รับความรู้ และเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาการจัดงาน
เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ในปีนี้ มีการนำเสนอภาพยนตร์ทั้งหมด 28 เรื่องจาก 14 ประเทศ ในหัวข้อ “งานสีเขียว” ที่พูดถึงอาชีพที่ยั่งยืนและทักษะที่เยาวชนต้องมีเพื่อสร้างอนาคตที่น่าอยู่ พร้อมเดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจผ่านวิทยาศาสตร์ การศึกษา และภาพยนตร์ให้กับผู้ชมทั่วประเทศไทย ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. บรรยายพิเศษในหัวข้อ “เปิดโลกการเรียนรู้ เปิดประตูสู่บ้านวิทย์ฯ” มีผู้แทนจากเครือข่ายพันธมิตร ผู้สนับสนุนการจัดงาน คณาจารย์ และนักเรียนจากโรงเรียนวัดป่างิ้ว และโรงเรียนเทศบาลท่าโขลง 1 เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก
ทั้งนี้ เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ 2025 จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองปีที่ 21 ในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศแรกที่เริ่มจัดเทศกาลนี้ตั้งแต่ปี 2548 โดยสถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย ร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) พร้อมด้วย โรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) ที่เป็นพันธมิตรสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การฉายภาพยนตร์ที่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สวทช. มีโปรแกรมพิเศษ สำหรับบุคลากร สวทช. และบุคคลทั่วไป เวลา 12.00-12.30 น. สามารถร่วมชมภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ได้ ณ ห้อง Lecture 2 อาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร ติดตามโปรแกรมภาพยนตร์เพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ: บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร
สำหรับเทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ Science Film Festival จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ถึง 20 ธันวาคม 2568 ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย เช่น องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ หอภาพยนตร์ อุทยานการเรียนรู้ TK Park อุทยานการเรียนรู้เมืองนครศรีธรรมราช (CLP) ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ) และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 18 แห่งทั่วประเทศ โดยภาพยนตร์ทุกเรื่องจะมีเสียงพากย์หรือคำบรรยายภาษาไทย เพื่อให้เยาวชนสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ง่าย เทศกาลนี้ยังคงได้รับความสนใจจากนักเรียนหลายแสนคนทั่วประเทศในทุกปี
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
Traffy Fondue เปิดรับแจ้งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหาดใหญ่
🚨 Traffy Fondue เปิดรับแจ้งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบ อุทกภัย ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
🆘 แจ้งขอความช่วยเหลือ🌊 แจ้งสถานการณ์น้ำท่วม🎁 ประสงค์บริจาคสิ่งของ
📲 แจ้งทันทีที่ Traffy Fondue
🤝 เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน 💙
https://youtube.com/shorts/vQNvzshtTMw?si=x2ToXXUARfnH5Bmv
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
สวทช. โดย Software Park Thailand ร่วมงาน CDIC 2025 ยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ รับมือ Quantum Supremacy และ AGI เทคโนโลยีแห่งอนาคต
Software Park สวทช. ชูความสำคัญของ Cybersecurity ต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Quantum และ AGI
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ดร.ภัทราวดี พลอยกิติกูล ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกล่าวในพิธีเปิด “โครงการอบรมการป้องกันความปลอดภัยข้อมูลคอมพิวเตอร์ ครั้งที่ 24 (The Cyber Defense Initiative Conference: CDIC 2025)” งานสัมมนาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2568 โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน
ดร.ภัทราวดี พลอยกิติกูล กล่าวว่า CDIC 2025 เป็นงานสัมมนาประจำปีที่ใหญ่ที่สุดด้าน Cybersecurity Conference ของประเทศ รวบรวมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ ถ่ายทอดโดยผู้เชี่ยวชาญ โดยปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “Quantum Supremacy and The Road to AGI: Revolutionizing Cybersecurity for a Resilient and Trusted Digital Future” ซึ่งเป็นการบรรจบกันของ Quantum Supremacy ที่มีพลังในการถอดรหัสอย่างรวดเร็ว และเทคโนโลยี AGI (Artificial General Intelligence) ที่เตรียมปฏิวัติแนวทางการป้องกันภัยด้วยระบบอัจฉริยะ
การเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ในอนาคต
ทั้ง 2 เทคโนโลยีแห่งอนาคตนี้จะทำให้ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ CDIC 2025 จึงเป็นเวทีสำคัญที่มุ่งเน้นการปฏิวัติความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อนำพาองค์กรให้เตรียมพร้อมสู่อนาคตไซเบอร์ ตั้งแต่การพัฒนา Post-Quantum Cryptography เพื่อเป็นแนวทางในการรับมือกับภัยคุกคามใหม่ ไปจนถึงการเสริมความแข็งแกร่งของศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงปลอดภัย (SOC) ผ่านระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AGI และ Agentic AI
สำหรับ CDIC 2025 ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อาทิ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, สวทช. โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย, คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด สมาคมผู้ตรวจสอบและควบคุมระบบสารสนเทศ ภาคพื้นกรุงเทพฯ (ISACA Bangkok Chapter) และสมาคม The International Information System Security Certification Consortium (ISC2)
ประเด็นสัมมนาและหลักสูตรอบรมจาก สวทช. ที่น่าสนใจ
ภายในงาน CDIC 2025 ได้รวบรวมประเด็นสัมมนาที่เกี่ยวกับการเตรียมพร้อมสู่อนาคตไซเบอร์ เช่น การพัฒนา Post-Quantum Cryptography เพื่อรับมือภัยคุกคามใหม่ การเสริมความแข็งแกร่งของศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงปลอดภัย (SOC) ผ่านระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AGI และ Agentic AI การสร้าง Digital Trust ด้วย Generative AI การวางกลยุทธ์รับมือกับ Cyber Warfare รูปแบบใหม่ ที่ AI เป็นหัวใจหลักของการโจมตีและการป้องกัน การอัปเดตแนวทางกำกับดูแล AI จากปัญหา Hallucination สู่ Regulation ใหม่ การเตรียมพร้อมรับกับกฎหมายไซเบอร์ในโลก Quantum และ AGI การสร้างความแข็งแกร่งด้าน Cyber Resilience ในระดับชาติ นอกจากนี้ยังมีการสาธิตเทคนิคการเจาะระบบหลายรูปแบบ CDIC2025 Live Show สาธิตการทำงานของภัยคุกคามจาก AI และ Quantum Computing และแนวทางป้องกัน
ในส่วนของ สวทช. โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย ได้ร่วมออกบูทเพื่อนำเสนอหลักสูตรอบรมการเรียนรู้เกี่ยวกับการป้องกันด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับเตรียมพร้อมรับภัยคุกคามใหม่ เช่น หลักสูตร Cyber-Security Technology for IT Pro, หลักสูตร Digital Forensics Unlocking the Secrets และหลักสูตร Computer Forensics Awareness & Incident Response Training ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cdicconference.com/
ป
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ “วิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก” ครั้งที่ 18 (i-CREATe 2025)
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล กรุงเทพมหานคร: สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ เรื่อง “วิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก” ครั้งที่ 18 (The 18th International Convention on Rehabilitation Engineering and Assistive Technology) หรือ i-CREATe 2025 ซึ่งเป็นการประชุมวิชาการนานาชาติและเวทีประกวดนวัตกรรมด้านวิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อส่งเสริมและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง จัดโดยมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ กลุ่มความร่วมมือด้านวิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกแห่งเอเชีย (CREATe Asia) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้แนวคิด “Empowering Lives: Human-Centered Innovation in Health, Wellness, Aging, and Abilities” โดยครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 5 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน i-CREATe ส่วนครั้งอื่นๆ เป็นการเวียนไปจัดในประเทศหรือเขตเศรษฐกิจที่มีหน่วยงานที่เป็นสมาชิกของ CREATe Asia อยู่ อาทิ จีน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เป็นต้น
งานประชุม i-CREATe 2025 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้พิการและผู้สูงอายุ
งาน i-CREATe ถือเป็นเวทีสำคัญระดับภูมิภาคที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการและผู้สูงอายุ โดยงานนี้จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 18 ปี โดยมีจุดเริ่มต้นจากพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จัดในประเทศไทยและสิงคโปร์ เวียนสลับกันเป็นเจ้าภาพ จนปัจจุบันได้เติบโตสู่เครือข่ายความร่วมมือระดับเอเชีย (CREATe Asia) งานนี้เป็นงานที่เป็นศูนย์รวมของบุคลากรทางการแพทย์ วิศวกร นักวิจัย ผู้ประกอบการ และนักศึกษาจากหลากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงมีผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาร่วมบรรยาย หรือจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) โดยงานปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 พฤศจิกายน 2568 โอกาสนี้มีผู้ร่วมรับเสด็จฯ ประกอบด้วยศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี รองศาสตราจารย์ ดร. จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ ผู้อำนวยการก่อตั้งศูนย์เครือข่ายวิจัยประยุกต์ทางเทคโนโลยีหุ่นยนต์และชีวการแพทย์ หรือ BART LAB คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และประธานการจัดประชุมวิชาการ i-CREATe 2025 นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ดร.ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร ประธานกลุ่มความร่วมมือวิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกแห่งเอเชีย และ Prof. Hongliu Yu ว่าที่ประธานกลุ่มความร่วมมือวิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกแห่งเอเชีย และ General Co-Chair งานประชุมวิชาการนานาชาติฯ เนื้อหาของการประชุมฯ มุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง ซึ่งสอดคล้องกับพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมให้เกิด“การมีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการและผู้สูงอายุ”
ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ และประธานคณะอำนวยการจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ i-CREATe 2025 กล่าวว่า “การประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิศวกรรมฟื้นฟูและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก i-CREATe 2025 ครั้งที่ 18 นี้ นับเป็นโอกาสอันเป็นมงคลยิ่ง เนื่องจากจัดขึ้นในวาระเฉลิมฉลองในโอกาสสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา พ.ศ. 2568
การประชุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือของ 4 หน่วยงานหลัก และประเทศไทยรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่ 5 ภายใต้หัวข้อ “Empowering Lives: Human-Centered Innovation in Health, Wellness, Aging, and Abilities” เพื่อส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กิจกรรมสำคัญในงาน ประกอบด้วย การบรรยายปาฐกถาพิเศษและการนำเสนอผลงานวิชาการ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การแข่งขันนวัตกรรมนักศึกษาระดับนานาชาติ (gSIC) และนิทรรศการเทคโนโลยี
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กราบบังคมทูลเบิกผู้ชนะเลิศการประกวดสิ่งประดิษฐ์สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุระดับนานาชาติ ด้านนวัตกรรมการออกแบบ ประจำปี 2568 จำนวน 11 ราย และผู้ชนะเลิศการประกวดสิ่งประดิษฐ์สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุระดับนานาชาติ ด้านเทคโนโลยี ประจำปี 2568 จำนวน 18 ราย เข้ารับพระราชทานรางวัล
การประกวดนวัตกรรมนานาชาติ gSIC 2025
โครงการประกวดสิ่งประดิษฐ์สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุระดับนานาชาติ (Global Student Innovation Challenge - gSIC 2025) เป็นเวที สำคัญต่อสังคมผู้สูงอายุและคนพิการ ไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อชิงรางวัล แต่มีเป้าหมายหลักในการลดช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยผลงานมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ผู้สูงอายุและคนพิการต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน อาทิ อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ลดภาระผู้ดูแล เทคโนโลยีสื่อสารทางเลือกสำหรับผู้ป่วยติดเตียง หรืออุปกรณ์ฟื้นฟูสมรรถภาพที่สามารถทำกายภาพบำบัดได้เองที่บ้าน โดยปีนี้มีทีมเยาวชนตัวแทนระดับประเทศกว่า 25 ทีม จาก 8 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ จีน จีนไทเป อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ออสเตรเลียอียิปต์ สาธารณรัฐเกาหลี และไทย แบ่งการประกวดออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทผลงานด้านการออกแบบนวัตกรรมสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ (Design Category) และประเภทผลงานด้านเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ (Technology Category)
ความร่วมมือระดับนานาชาติและการตีพิมพ์ใน IEEE Xplore
รองศาสตราจารย์ ดร. จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ ผู้อำนวยการก่อตั้งศูนย์เครือข่ายวิจัยประยุกต์ทางเทคโนโลยีหุ่นยนต์และชีวการแพทย์ หรือ BART LAB คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และประธานการจัดประชุมวิชาการ i-CREATe 2025 กล่าวว่า “งาน i-CREATe 2025 ได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคจากสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (IEEE), สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย และสมาคม IEEE Robotics and Automation Society Thailand Chapter) หรือ IEEE Thailand Section ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และผลงานวิจัยในสาขาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ซึ่งบทความวิจัยที่ผ่านการพิจารณาจาก i-CREATe จะถูกตีพิมพ์ใน IEEE Xplore® Digital Library ซึ่งเป็นคลังข้อมูลทางวิชาการและเทคโนโลยีชั้นนำระดับสากล สร้างประโยชน์และเป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญสำหรับนักวิจัยและนักพัฒนาทั่วโลก และเพื่อขยายขอบเขตทางวิชาการและส่งเสริมการทำงานร่วมกันแบบสหวิทยาการ ตลอดจนขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรม สู่สังคมที่เท่าเทียมและยั่งยืน
การบรรยาย การประชุมเชิงปฏิบัติการ และกิจกรรมวิชาการระดับนานาชาติ
นอกจากนี้การจัดงาน i-CREATe ปีนี้ ได้รวมกิจกรรมสำคัญ 2 กิจกรรม ไว้ในส่วนของการประชุมวิชาการ คือ การประชุมวิชาการหุ่นยนต์ทางการแพทย์ขั้นสูงนานาชาติ ครั้งที่ 3 และการประชุมวิชาการนานาชาติ ครั้งที่ 5 ด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ โดยวัตถุประสงค์เพื่อขยายขอบเขตของหัวข้อและการอภิปรายในสาขาวิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพ เทคโนโลยีช่วยเหลือ หุ่นยนต์ และวิศวกรรมชีวการแพทย์
Prof.Hongliu Yu ว่าที่ประธานกลุ่มความร่วมมือวิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกแห่งเอเชีย และ General Co-Chair งานประชุมวิชาการนานาชาติ เรื่อง “วิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก ครั้งที่ 18 (i-CREATe 2025)” กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 18 ปี i-CREATe ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความร่วมมือระดับโลกด้านเทคโนโลยีเพื่อผู้พิการ การประชุมในปีนี้จึงเป็นเวทีสำคัญที่ผู้นำทางวิชาการและภาคอุตสาหกรรมจะได้ร่วมกันสำรวจความก้าวหน้าอันล้ำสมัย ทั้งในด้านหุ่นยนต์ทางการแพทย์และวิศวกรรมชีวการแพทย์ โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่ (AI Wearable Technology) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาทางด้านเทคโนโลยีแบบองค์รวม”
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์


