หน้าแรก ค้นหา
ผลการค้นหา :
ขอเชิญสมัครเข้าร่วมโครงการ C-HV SMEs 2026 โครงการที่จะช่วยคุณก้าวข้ามช่องว่างจาก “งานวิจัย” สู่ “ธุรกิจที่ทำกำไรได้จริง”
กับโครงการสร้างผู้ประกอบการใหม่จากผลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรม (C-HV SMEs 2026) โครงการ C-HV SMEs 2026 มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถต่อยอดผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปสู่การพัฒนาเป็น ธุรกิจที่สร้างมูลค่าและเติบโตได้จริง พร้อมก้าวสู่การเป็น SME มูลค่าสูง (High Value SME) ด้วยการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โครงการนี้จะช่วยลดช่องว่างระหว่าง “งานวิจัย” กับ “การทำธุรกิจเชิงพาณิชย์” ผ่านการสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน องค์ความรู้ ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายทางธุรกิจอย่างครบวงจร 💰 สิทธิประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับ ทุนสนับสนุนสูงสุด 500,000 บาท (Matching Fund) สำหรับ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงอุตสาหกรรม การจัดทำและพัฒนาแผนธุรกิจ การวิเคราะห์ ทดสอบ และขอรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ที่ปรึกษาเชิงลึกแบบรายบริษัท จากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ โอกาสในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และนำเสนอเทคโนโลยีต่อพันธมิตรทางธุรกิจและนักลงทุน การพัฒนาครบวงจร ตั้งแต่การต่อยอดเทคโนโลยีไปจนถึงการนำออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ 🎯 คุณสมบัติผู้สมัคร เป็น นิติบุคคลไทย (SME หรือ Startup) และมีอายุธุรกิจไม่เกิน 5 ปี มีแผนการใช้เทคโนโลยีจากหน่วยงานภาครัฐหรือมหาวิทยาลัย(เทคโนโลยีมีความพร้อมระดับ TRL 6 ขึ้นไป) ได้รับสิทธิในการใช้เทคโนโลยีแล้ว แต่ ยังไม่มีรายได้เชิงพาณิชย์จากเทคโนโลยีนั้น หรือมีรายได้เชิงพาณิชย์ไม่เกิน 1 ปี 📌 รับสมัครจำนวนจำกัดเพียง 15 บริษัทเท่านั้น 📅 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 14 กุมภาพันธ์ 2569📍 สมัครออนไลน์ได้ที่: https://urlkub.co/q/a27p0m 📞 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ (BID) สวทช.โทรศัพท์: 02-564-7000 ต่อ 1475 (คุณเอกชัย) ต่อ 71748 (คุณนันทัชพร) ต่อ 1340 (คุณศุภรัตน์)อีเมล: C-HVSMES@nstda.or.th
ปฏิทินกิจกรรม
 
สวทช. จับมือ กรมควบคุมโรค ขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับระบบป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพของประเทศ
[27 มกราคม 2569 – นนทบุรี] สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประชุมหารือแนวทางความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อวางกรอบการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นระบบ มุ่งเป้าเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพและการบริหารจัดการภัยสุขภาพอย่างยั่งยืน ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รองผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์องค์กร สวทช. ดร.ปวีณ นราเมธกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วยคณะนักวิจัย ได้เข้าร่วมประชุมหารือร่วมกับ นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ณ ห้องประชุมธวัช จายนียโยธิน ชั้น 4 อาคาร 10 กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค เพื่อกำหนดทิศทางการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในงานด้านสาธารณสุขของไทย การบูรณาการ "นวัตกรรม" สู่ "นโยบายสุขภาพ" โดยการประชุมดังกล่าวมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงยุทธศาสตร์ และร่วมกำหนดกรอบแนวคิด แนวทางการดำเนินงาน และกลไกความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ ให้สอดคล้องกับภารกิจการป้องกัน ควบคุมโรค และการจัดการภัยสุขภาพของประเทศ รวมถึงการวางแผนจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัยและนวัตกรรม และต่อยอดสู่การกำหนดนโยบายและการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ความร่วมมือในครั้งนี้ คือก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงศักยภาพด้านการวิจัยของ สวทช. เข้ากับภารกิจหน้าด่านของกรมควบคุมโรค เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันทางสาธารณสุขที่เข้มแข็งให้แก่ประเทศ
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. จัดเต็มขนทัพช่วยผู้ประกอบการอีสาน ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตร จัดงาน “ESAN TECH TO GLOBAL” ชูมาตรฐานระดับโลก ยกระดับผู้ประกอบการอีสานสู่ตลาดสากล
(วันที่ 21 มกราคม 2569) ณ ชั้น 3 ห้อง Meeting Room5 อาคารอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ดร.ภัทราวดี พลอยกิติกูล (รักษาการ)ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย นำทีม NQI-NSTDA โดยมี ดร.ไกรสร อัญชลีวรพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) ดร.ณฏฐพล วุฒิพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ (NCTC) ดร.พนิตา เมนะเนตร, นักวิจัย ห้องปฏิบัติการทดสอบซอฟต์แวร์ (SQUAT) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และนายวรวิทย์ จันทร์สีหราช (รักษาการ)ผู้อำนวยการฝ่ายบริการงานวิศวกรรม สวทช. (NFED) ร่วมกับ นางรุ่งทิพย์ สารวงษ์ รองผู้อำนวยการ ด้านพัฒนาคุณภาพและความยั่งยืนองค์กร อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 (จ.ขอนแก่น) งานในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การให้ความรู้และคำปรึกษาเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์เพื่ออุปโภคบริโภค เกษตรแปรรูป วิสาหกิจชุมชน ไปจนถึงเทคโนโลยี Smart City โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับโลกผ่านการทดสอบและรับรองมาตรฐานที่ถูกต้อง เพื่อติดปีกผู้ประกอบการไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการค้าด้วย "มาตรฐาน" ระดับสากล ดร.ไกรสร อัญชลีวรพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) กล่าวว่า "การจะนำเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นออกสู่ตลาดโลก หัวใจสำคัญคือ 'มาตรฐาน' ซึ่งไม่ใช่แค่ข้อกำหนด แต่คือใบเบิกทางที่จะสร้างความน่าเชื่อถือและลดอุปสรรคทางการค้าในระดับสากล" กิจกรรมเสวนา "ปลดล็อกทางรอดธุรกิจ: พลิกเกมเศรษฐกิจด้วยการทดสอบมาตรฐานระดับโลก" และเปิดโลกห้องปฏิบัติการ แนะนำขั้นตอนการส่งตรวจและรับรองมาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศโดย ดร.ไกรสร อัญชลีวรพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) ดร.ณฏฐพล วุฒิพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ (NCTC)  ดร.พนิตา เมนะเนตร นักวิจัย ห้องปฏิบัติการทดสอบซอฟต์แวร์ (SQUAT) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และนายวรวิทย์ จันทร์สีหราช (รักษาการ)ผู้อำนวยการฝ่ายบริการงานวิศวกรรม สวทช. (NFED) ร่วมกับ นายวัชรพล กมลนฤเมธ นายกสหพันธ์สมาคมผู้ประกอบการไทย ภาค 5 และนายรชฏ พึ่งสุข หัวหน้าโครงการ บริษัท ฟูลสแทค โรโบติกส์ จำกัด ดำเนินรายการโดย ดร.ภัทราวดี พลอยกิติกูล (รักษาการ)ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย คุณศิวกร สิริวัฒนานันท์, (รักษาการ)ผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจดิจิทัลและเครือข่ายความร่วมมือเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย สวทช. สรุปกิจกรรมและเจาะลึกการสนับสนุนจากภาครัฐ เน้นแนวทางการขอรับความช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจรับข้อมูลข่าวสารด้านมาตรฐานเทคโนโลยีและการสนับสนุนจากภาครัฐเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ช่องทางของเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (Software Park Thailand) หมายเลขโทรศัพท์ 02-583-9992 ต่อ 81441-44 อีเมล: swp-dbp@nstda.or.th LINE: @softwarepark เว็บไซต์ www.swpark.or.th
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ENTEC สวทช. ร่วมกับ JICA–TICA ขับเคลื่อนความร่วมมืออาเซียน เสริมความยืดหยุ่นระบบพลังงาน หนุนเป้าหมาย Net Zero และการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุม One North อาคาร INC2 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี: ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) และกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) จัดการฝึกอบรมระดับนานาชาติในหัวข้อ “The Third Country Training Programme on Energy Resilience Assessment: Towards Climate Adaptable Energy Systems” เสริมสร้างความยืดหยุ่นทางพลังงาน รองรับ Climate Change กิจกรรมนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะด้าน การประเมินความยืดหยุ่นของระบบพลังงาน (Energy Resilience Assessment) ให้แก่ผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม อินโดนีเซีย สปป. ลาว มาเลเซีย เมียนมา ติมอร์-เลสเต และประเทศไทย เพื่อรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาระบบพลังงานที่สามารถปรับตัวได้อย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานและการบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emissions ของประเทศในภูมิภาค บูรณาการความร่วมมือสู่การปฏิบัติจริง พิธีเปิดการอบรมได้รับเกียรติจาก Ms. Rie Komahashi ผู้แทนอาวุโส องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA), นายกฤษฎา ผกากาญจน์ ผู้อำนวยการกองความร่วมมือด้านทุน กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) และ ดร.ลิลี่ เอื้อวิไลจิตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สวทช. ร่วมกล่าวเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านพลังงานและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาคอาเซียน การอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–30 มกราคม 2569 โดยมี ดร.กัมปนาท ซิลวา นักวิจัย และนายพิชญ์พงษ์ จันทา ผู้ช่วยวิจัย พร้อมคณะทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC ทำหน้าที่เป็นคณะผู้ดำเนินการฝึกอบรม เนื้อหาครอบคลุมทั้งกรอบแนวคิดเชิงนโยบายด้าน Climate Adaptation มาตรฐานสากลด้าน Energy Resilience แนวปฏิบัติที่ดีจากนานาประเทศ รวมถึงการฝึกปฏิบัติจริงผ่าน ASEAN Energy Resilience Assessment Guideline และแพลตฟอร์มการประเมินบนระบบดิจิทัล การจัดอบรมครั้งนี้สะท้อนบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของ ENTEC ในการเป็นกลไกสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนโยบายด้านพลังงานของประเทศและอาเซียน เพื่อขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เสริมความมั่นคงพลังงาน และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และ Net Zero ของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารในเครือบริษัท เอเชีย คลีน อินดัสเตรียล เอสเตท จำกัด เพื่อหารือพัฒนาเศษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
วันที่ 19 มกราคม 2569 — ดร.รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมืออุตสาหกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และคุณสุจินดา ทองศรี รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายบริการนวัตกรรมและคีย์แอคเคานต์ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในเครือบริษัท เอเชีย คลีน อินดัสเตรียล เอสเตท จำกัด ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิด นโยบาย และภาพรวมของนวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเก็บกักคาร์บอน นำเสนอ 1) โครงสร้างพื้นฐาน สวทช. สนับสนุนภาคเอกชน โดย คุณสุจินดา ทองศรี 2) กลุ่มวิจัยการเร่งปฏิกิริยาระดับนาโนการดูดซับและการคำนวณ (NCAS) โดย ดร.สัญชัย คูบูรณ์ นักวิจัย กลุ่มวิจัย NCAS 3) แนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มสนับสนุนอุตสาหกรรม 4.0 โดย ดร.รวีภัทร์ฯ 4) การนำเสนอแพลตฟอร์มสำหรับคำนวณค่า CFO แบบอัตโนมัติและติดตามผลแบบเรียลไทม์ โดย คุณรุ่งทวี ปิยนันท์จรัสศรี ผู้ช่วยนักวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการลดคาร์บอน (DTI) 5) พืชดูดซับคาร์บอน โดย ดร. ยี่โถ ทัพภะทัต นักวิจัย กลุ่มวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร (IAIG) ณ EECi นอกจากนี้คณะได้เข้าเยี่ยมชม นวัตกรรมจากกลุ่มวิจัย NCAS และเยี่ยมชม ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ (NBT) โดย ดร.ปราโมทย์ ไตรบุญ นักวิจัย ทีมวิจัยธนาคารเมล็ดพันธุ์และระบบนิเวศ (NBST) การศึกษางานในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวที่สำคัญ ในการส่งเสริมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านนโยบาย เทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ ซึ่งบริษัทได้มีความประสงค์ในการให้ สวทช. เข้าร่วมพัฒนาโครงการในลำดับถัดไป  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
นาโนเทค สวทช. เดินหน้าสร้างเครือข่ายวิจัยความร่วมมือ ไทย–ญี่ปุ่น ด้านนาโนเทคโนโลยี
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำโดย ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.ภญ. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการนาโนเทค สวทช. พร้อมด้วยทีมผู้บริหารและคณะนักวิจัย เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมการสร้างความร่วมมือด้านนาโนเทคโนโลยีกับหน่วยงานพันธมิตรด้านวิจัยและภาคเอกชน ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 26–30 มกราคม 2569 ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหาร สวทช. และนาโนเทค ได้เข้าคารวะ นายวิชชุ เวชชาชีวะ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว เพื่อรายงานภารกิจและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ภาพอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของไทยในระดับนานาชาติ พร้อมกันนี้ คณะได้เดินทางเยือน Center for Emergent Matter Science (CEMS), RIKEN สถาบันวิจัยแห่งชาติชั้นนำของญี่ปุ่น เพื่อเข้าเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า ตลอดจนหารือแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาวัสดุขั้นสูง จากการประชุมในครั้งนี้ ทีมวิจัยมีแนวทางการพัฒนาความร่วมมือ ด้านการวิจัยและพัฒนาทางด้าน  Advanced Semi-Conductive Polymers และ ด้าน Hydrogel and inorganic nanosheet โดยมุ่งเชื่อมโยงงานวิจัยให้สอดคล้องกับพันธกิจของ 2 หน่วยงาน และต่อยอดสู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนของประเทศในระยะยาว และการขยายความร่วมมือด้านการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมองค์ความรู้ ประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านนาโนเทคโนโลยีอย่างโดดเด่นในหลากหลายสาขา และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันงานวิจัยพัฒนาและการประยุกต์ใช้นาโนเทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมและสังคม การเดินทางครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญของนาโนเทค สวทช. ในการกระชับความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือกับหน่วยงานวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชนชั้นนำของญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ นาโนเทค สวทช. ยังมีกำหนดการเข้าร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยภายในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติ The 25th International Nanotechnology Exhibition and Conference (nano tech 2026) โดยจะมีพิธีเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มกราคมนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการนานาชาติโตเกียว (Tokyo Big Sight) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยด้านการพัฒนาเข็มขนาดไมโครเมตร หนึ่งในตัวอย่างการนำองค์ความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยีไปสู่การใช้งานจริง พร้อมทั้งเข้าร่วมหารือกับพันธมิตรภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาชั้นนำของญี่ปุ่นในประเด็นการต่อยอดงานวิจัยและพัฒนาเชิงพาณิชย์ตลอดระยะเวลาการเดินทาง การเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของนาโนเทค สวทช. ในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับนานาชาติ และเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันผลงานวิจัยของนักวิจัยไทยให้สามารถพัฒนาไปสู่เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีศักยภาพในการแข่งขันในเวทีโลก ซึ่งจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการสร้างอนาคตทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ขอเชิญผู้ที่อยู่ในสาย Food / Beverage / R&D / Product Development เข้าร่วม Workshop FMP: Flavors with Modifying Properties
Workshop: FMP – Flavors with Modifying Properties Flavor Academy โดย Food Innopolis สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)ขอเชิญผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมเวิร์กช็อปเชิงปฏิบัติการ “FMP: Flavors with Modifying Properties” การอบรมมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ FMP และ Additivesเพื่อแก้ไขปัญหาด้านรสชาติในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม อาทิ การพรางกลิ่นไม่พึงประสงค์ (Off-notes) ในผลิตภัณฑ์ Plant-based การลดปริมาณน้ำตาล โดยไม่กระทบต่อการรับรู้ความหวาน การลดปริมาณเกลือด้วยแนวคิดด้าน Sensory Evaluation การอบรมดำเนินการเป็นภาษาอังกฤษและเน้นการฝึกปฏิบัติจริงตลอดระยะเวลา 2 วันเต็ม วิทยากรSandra ALARYผู้เชี่ยวชาญด้านกลิ่นรสจาก ISIPCA ประเทศฝรั่งเศสและ Flavor Academy วันและสถานที่วันที่ 25–26 กุมภาพันธ์ 2569ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (พญาไท) อัตราค่าลงทะเบียน18,000 บาท (ไม่รวม VAT 7%)รับจำนวนจำกัดเพียง 30 ท่าน สมัครเลย https://www.nstda.or.th/r/f6o73📩 สอบถามข้อมูล: Facebook FoodInnopolis หรือ☎️ 094-341-7111, 094-340-4333, 094-249-7333
ปฏิทินกิจกรรม
 
‘AgriNEXT’ บูรณาการ ‘IoT–ดาวเทียม–AI’ เพื่อการทำเกษตรอัจฉริยะแบบแม่นยำด้วยฐานข้อมูล
  ปัจจุบันแวดวงการเกษตรเริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย เช่น การจัดเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมในพื้นที่เพาะปลูก การดูแลพืชด้วยระบบอัตโนมัติ การใช้ AI วินิจฉัยโรคพืช แต่โดยส่วนใหญ่เทคโนโลยีเหล่านี้ยังทำงานแยกจากกัน ทำให้ขาดบูรณาการและใช้ฐานข้อมูลเพื่อการทำเกษตรแม่นยำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนา AgriNEXT (อะกริเน็กซต์) แพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลการเกษตรจากอุปกรณ์ที่ติดตั้งในพื้นที่เพาะปลูกและข้อมูลจากดาวเทียม เพื่อประมวลผลและวางแผนการทำเกษตรด้วย AI [caption id="attachment_79669" align="aligncenter" width="450"] ดร.โอภาส ตรีทวีศักดิ์ นักวิจัยทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล เนคเทค สวทช.[/caption] ดร.โอภาส ตรีทวีศักดิ์ นักวิจัยทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล เนคเทค สวทช. อธิบายว่า AgriNEXT คือ โครงการวิจัยที่ต่อยอดจากผลงาน WiMaRC (Wireless sensor network for Management and Remote Control: WiMaRC) หรือไวมาก ซึ่งเป็นระบบตรวจวัดและจัดเก็บข้อมูลสภาวะแวดล้อมในพื้นที่เพาะปลูกแบบอัตโนมัติและเรียลไทม์ ตัวอย่างข้อมูลที่จัดเก็บได้ เช่น อุณหภูมิและความชื้นในอากาศ อุณหภูมิและความชื้นในดิน ความเข้มแสง ความเร็วลม ทิศทางลม ปริมาณน้ำฝน รวมถึงภาพถ่ายพื้นที่เพาะปลูก เพื่อให้เกษตรกรตรวจสอบข้อมูลได้สะดวกทุกที่ทุกเวลาผ่านสมาร์ตโฟน “AgriNEXT เป็นโครงการวิจัยเพื่อบูรณาการฐานข้อมูลที่ได้จาก WiMaRC และเทคโนโลยี REM (Remote Environmental Monitoring) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับติดตามและเฝ้าระวังข้อมูลสภาพแวดล้อมจากทางไกล โดยได้ผนวกเอาข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมมาใช้ติดตามและประเมินสภาพแวดล้อมในพื้นที่เพาะปลูก เช่น ความหนาแน่นของพืช การเจริญเติบโตของพืช สุขภาพพืช อุณหภูมิและความชื้นผิวดิน รูปแบบการใช้พื้นที่เพาะปลูก ซึ่ง AgriNEXT จะนำข้อมูลจาก WiMaRC และข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมมาประมวลร่วมกันด้วย AI” ตัวอย่างข้อมูลที่ AgriNEXT ประมวลผลได้ เช่น การตอบสนองของพืชต่อสภาพแวดล้อม ใช้เพื่อการบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูก ทั้งการให้น้ำ ปุ๋ย ยา รวมถึงการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างแม่นยำและตรงจุด นำไปสู่การทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนและลดการปล่อยคาร์บอน ทั้งนี้ผลที่ได้จากการติดตามข้อมูลยังใช้คาดการณ์ผลผลิตได้ด้วย ดร.โอภาส อธิบายว่า การปลูกพืชในแต่ละรอบการผลิต เกษตรกรจะต้องเผชิญความเสี่ยงที่ยากต่อการควบคุมทั้งจากการแปรปรวนของสภาพอากาศ โรคระบาด นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนปัจจัยการผลิต เช่น ประเภทสารบำรุง สารกำจัดศัตรูพืช เทคนิคการเพาะปลูก ก็ล้วนส่งผลต่ออัตราการเจริญเติบโตของพืชได้ทั้งสิ้น AgriNEXT จึงเป็นเทคโนโลยีที่จะมาตอบโจทย์เรื่องการเก็บข้อมูลตัวแปรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงช่วยประมวลผลข้อมูล เพื่อให้ผู้ประกอบการมีชุดข้อมูลสำคัญสำหรับใช้วิเคราะห์และรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเท่าทันและมีประสิทธิภาพ “ตัวอย่างการใช้งานเทคโนโลยี คือ ในช่วงปี 2568 ทีมวิจัยได้ร่วมกับสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. นำ AgriNEXT ไปใช้ติดตามประสิทธิภาพการใช้งานปุ๋ยควบคุมการปลดปล่อยธาตุอาหาร NANO nCote ที่พัฒนาโดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. ในการบำรุงต้นข้าวที่เพาะปลูกในแปลงทดลองที่จังหวัดร้อยเอ็ดและศรีสะเกษ ภายใต้โครงการทุ่งกุลาม่วนซื่น โดยข้อมูลที่ได้ คือ อัตราการเจริญเติบโตของข้าวทั้งที่บำรุงด้วยปุ๋ย NANO nCote และที่บำรุงด้วยปุ๋ยทั่วไปในแต่ละช่วงภายใต้สภาพแวดล้อมปีนั้น เพื่อนำมาใช้วัดประสิทธิภาพของปุ๋ย NANO nCote และพัฒนาแนวทางส่งเสริมการทำเกษตรกรรมยั่งยืนต่อไป” ปัจจุบันแพลตฟอร์ม AgriNEXT ยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลและประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น ดร.โอภาส อธิบายทิ้งท้ายถึงแนวโน้มการขับเคลื่อนเทคโนโลยี AgriNEXT ไปสู่การใช้งานจริงในอนาคตว่า เทคโนโลยี AgriNEXT เหมาะสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกษตรที่มีพื้นที่การเกษตรแบบเปิด และต้องการใช้งานระบบประมวลผลเพื่อการทำเกษตรแม่นยำ รวมถึงระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อการวิจัย พัฒนา และปรับปรุงกระบวนการผลิตในแต่ละรอบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงรับมือสถานการณ์ความแปรปรวนของสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม ตัวอย่างพืชเศรษฐกิจที่เหมาะแก่การใช้เครื่องมือนี้ในการติดตาม เช่น ข้าว อ้อย ทุเรียน มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจใช้งานแพลตฟอร์ม AgriNEXT ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อวางแผนบูรณาการการใช้งานเทคโนโลยีตั้งแต่วันนี้ได้ที่ ดร.โอภาส ตรีทวีศักดิ์ นักวิจัยทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล เนคเทค สวทช. อีเมล opas.trithaveesak@nectec.or.th หรือเบอร์โทรศัพท์ 08 5045 2920 เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช. อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ภาพประกอบโดย ภัทรา สัปปินันทน์ และภาพจาก Shutterstock
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
บทความ
 
ผลงานวิจัยเด่น
 
อบรมเชิงปฏิบัติการ การยื่นจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์ สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจแลปทันตกรรม 🦷
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)โดยกองควบคุมเครื่องมือแพทย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านข้อกำหนดทางกฎหมาย และแนวทางการยื่นจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจแลปทันตกรรมอย่างถูกต้องและเป็นระบบ การอบรมประกอบด้วยการบรรยายและกิจกรรม Workshopครอบคลุมการจัดเตรียมเอกสารสถานที่ กระบวนการผลิตเอกสารแสดงรายละเอียดผลิตภัณฑ์ และการตรวจสอบตามมาตรฐานที่กำหนดโดยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐและนักวิจัยด้านเครื่องมือแพทย์ 📅 วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569📍 ห้องประชุม SD-601 อาคารสราญวิทย์ สวทช. ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับสิทธิสมัครเข้าร่วมโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจแลปทันตกรรมเพื่อสนับสนุนการยกระดับธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืน(รับจำนวนจำกัด) 🔹 ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรม🔹 เปิดรับสมัครถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569🔹 ประกาศผลผู้ได้รับการคัดเลือก วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่https://forms.gle/abzvcZ69oYxZxmwg6
ปฏิทินกิจกรรม
 
NSTDA หน้า 1: สรุปข่าววิทย์ฯ ฮิตติดหน้า 1 วันที่ 26 มกราคม 2569
กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ เปิดประชุมสุดยอดนักวิทย์โลก 'GYSS 2026'20 เยาวชนไทยประชันกึ๋นโนเบล‘เยาวชน’ เผยสุดปลาบปลื้ม ได้รับแรงบันดาลใจ "สร้างเครือข่ายวิจัย-ข้ามศาสตร์ " มุ่งนำความรู้กลับมาขับเคลื่อนประเทศ>> อ่านต่อ วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569 วางรากฐาน AI การแพทย์! ไทย-สิงคโปร์ จับมือเร่งพัฒนานวัตกรรม สวทช. ร่วมมือ A*STAR เร่งวิจัยพัฒนาบุคลากร มุ่งเป้าอุตสาหกรรมยา นวัตกรรมการแพทย์ พร้อมปั้นนักวิทย์รุ่นใหม่        >>อ่านต่อ เปิดบ้านต้อนรับ TechNet รุ่นที่ 1 สวทช. และ อวท. ต้อนรับคณะผู้เข้าอบรมหลักสูตร TechNet รุ่นที่ 1 นำโดย รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ เพื่อศึกษาดูงานด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี Industry 4.0 เข้าเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐาน สวทช. เช่น PTEC, ThaiSC, NCTC รวมถึงบริษัทนวัตกรรมและ Startup เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสู่อุตสาหกรรมอนาคต  >>อ่านต่อ
จดหมายข่าว สวทช.
 
สวทช. โชว์ศักยภาพนวัตกรรมในงาน “อย. Expo 2026” ยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยสู่มาตรฐานสากล
(เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ยกทัพผลงานวิจัยและบริการทางวิทยาศาสตร์ระดับโลก ร่วมจัดแสดงในงาน “มหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับประเทศ (อย. EXPO 2026)” ภายใต้แนวคิด “From Local to Global” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยตั้งแต่ระดับชุมชน SME ไปจนถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ให้มีความพร้อมในการแข่งขันและสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยในระดับสากล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมคณะผู้บริหาร สวทช. เข้าร่วมงานนำโดย ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC), ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) และ ดร.วิยงค์ กังวานศุภมงคล รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) สวทช. ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีเปิดงาน โอกาสนี้คณะนักวิจัย สวทช. ขนทัพนวัตกรรมและบริการ ยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพไทยร่วมจัดแสดงในงาน อย. Expo 2026 ประกอบด้วย 1. TBES: มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ยกระดับการทดสอบเครื่องมือแพทย์และผลิตภัณฑ์สุขภาพสู่สากล โดยศูนย์บริการทดสอบที่ได้รับรองมาตรฐาน OECD GLP มั่นใจได้ในความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ก่อนถึงมือผู้บริโภค 2. FoodSERP: ทางลัดสู่การผลิตอาหารฟังก์ชัน แพลตฟอร์มบริการแบบครบวงจร (One-Stop Service) สำหรับวิจัย พัฒนา และผลิตอาหารส่วนผสมฟังก์ชัน (Functional Ingredients) รวมถึงเวชสำอาง ช่วยให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนโจทย์วิจัยเป็นผลิตภัณฑ์จริง 3. PTEC: มั่นใจในระบบไฟฟ้าเครื่องมือแพทย์ บริการวิเคราะห์ทดสอบเครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐานสากล เน้นความปลอดภัยทางไฟฟ้าและประสิทธิภาพการใช้งาน เพื่อสนับสนุนการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์และการส่งออก 4. NANOTEC: วิทยาศาสตร์ระดับนาโนเพื่อคุณภาพ ให้บริการวิเคราะห์และทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ในระดับอุตสาหกรรม โดยใช้เทคโนโลยีนาโนช่วยตรวจสอบความละเอียดและคุณสมบัติเฉพาะตัว เพื่อสร้างความต่างที่เหนือกว่าให้สินค้าไทย 5. NECTEC: ทดสอบซอฟต์แวร์การแพทย์ยุคดิจิทัล บริการทดสอบซอฟต์แวร์เครื่องมือแพทย์ (Medical Device Software Testing) ตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำและความปลอดภัยของระบบประมวลผล เพื่อลดความเสี่ยงในการใช้งานจริง 6. MTEC: พี่เลี้ยงการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ แพลตฟอร์มที่ให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านการพัฒนาวัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมช่วยไกด์ผู้ประกอบการตั้งแต่วิธีการพัฒนาไปจนถึงขั้นตอนการเตรียมเอกสารขึ้นทะเบียนกับ อย. 7. BIOTEC: นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต เปิดตัวผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพยกระดับวัตถุดิบไทย เช่น Kula Light Sparkling Rice Brew (เครื่องดื่มข้าวหมักสปาร์คกลิ้ง), Tempeh (เทมเป้โปรตีนสูง) และผงหมักโคจิจากข้าวหอมมะลิ และ 8. อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (TSP): งานวิจัยครบวงจร ศูนย์กลางนวัตกรรม ภายใต้การกำกับดูแลของ สวทช. (กระทรวง อว.) พร้อมเป็น "นิคมวิจัยสำหรับเอกชน" ที่สนับสนุนพื้นที่ ห้องแล็บ และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจเทคโนโลยี ทั้งนี้งานมหกรรม อย. EXPO 2026 “From Local to Global” ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–25 มกราคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ผู้สนใจสามารถเข้าชมฟรีตลอดงาน  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. โดย เนคเทค ร่วมกับ วช. จัด Bootcamp พัฒนาระบบสืบค้นด้วย LLM สัญชาติไทย เสริมศักยภาพ 24 หน่วยงาน สร้างต้นแบบ AI ใช้งานจริง
(23 มกราคม 2569) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี  – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดกิจกรรม Bootcamp: พัฒนาระบบสืบค้นด้วย LLM สัญชาติไทย ระหว่างวันที่ 23–25 มกราคม 2569 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สวทช. เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรจาก 24 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้สามารถพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทยสำหรับงานสืบค้นเอกสารและองค์ความรู้ขององค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการ วช. ประธานในพิธีเปิดกิจกรรม กล่าวว่า วช. จัดทำฐานข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมของประเทศ เพื่อประโยชน์ในการบูรณาการ บริหารจัดการ และวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรมในภาพรวมของประเทศ รวมถึงให้เกิดความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพระหว่างทุกภาคส่วนในระบบวิจัย วช. จึงให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยี Large Language Model (LLM) ภาษาไทย มาใช้ในการยกระดับระบบสารสนเทศด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ เนื่องจากภาษาไทยมีโครงสร้างและบริบทเฉพาะ การมีโมเดลภาษาไทยที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ระบบ AI สามารถเข้าใจและประมวลผลข้อมูลได้อย่างแม่นยำ ลึกซึ้ง และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาควิชาการ ด้าน ดร.ศวิต กาสุริยะ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า เนคเทคในฐานะหน่วยงานวิจัยและพัฒนาฐานรากเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศ มุ่งผลักดันการนำผลงานวิจัยด้าน AI ภาษาไทยสู่การใช้งานจริงในหน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่าง ๆ กิจกรรม Bootcamp ครั้งนี้เป็นการขยายผลจาก “โครงการพัฒนาระบบสืบค้นและถาม–ตอบ ข้อมูลสารสนเทศด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดยใช้โมเดลภาษาไทยขนาดใหญ่” ซึ่งดำเนินการโดย เนคเทค สวทช. เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน AI และ Big Data สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลคุณภาพสูงระหว่างหน่วยงานวิจัย นำไปสู่ระบบสืบค้นองค์ความรู้วิจัยที่ค้นง่าย หาเจอ และเพิ่มโอกาสในการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยของประเทศ โดยกิจกรรมครั้งนี้มีหน่วยงานผ่านการคัดเลือกเข้าร่วม Bootcamp จำนวน 24 หน่วยงาน จำนวนกว่า 100 คน จากผู้สมัคร 31 หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา กิจกรรม Bootcamp ดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “จุดไฟนวัตกรรมวิจัยด้วย LLM สัญชาติไทย” มุ่งสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยี Large Language Model (LLM) ภาษาไทย เพื่อรองรับการใช้งานจริงในหน่วยงานภาครัฐและภาควิชาการ โดยตลอดระยะเวลา 3 วัน ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ผ่านการบรรยายควบคู่กับการทำเวิร์กช็อปอย่างเข้มข้น ตั้งแต่การเตรียมและประมวลผลข้อมูลเอกสารภาษาไทย การทำ OCR และ Text Cleaning การสร้างระบบ RAG ขั้นพื้นฐานและขั้นสูง การประยุกต์ใช้เทคนิค Hybrid Search, Re-ranking และ Conversation Memory ไปจนถึงการออกแบบ AI Agents สำหรับงานเอกสารและ Workflow อัตโนมัติ โดยใช้แพลตฟอร์ม LLM สัญชาติไทย เป็นแกนหลักของการพัฒนา นอกจากนี้ ในวันสุดท้ายของกิจกรรมผู้เข้าร่วมจากทั้ง 24 หน่วยงานจะได้นำเสนอ Use Case และต้นแบบระบบสืบค้นที่พัฒนาจากข้อมูลจริงของแต่ละหน่วยงาน พร้อมรับข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำไปต่อยอดสู่การใช้งานจริงในองค์กรของตนเอง กิจกรรม Bootcamp ครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่าง วช. เนคเทค สวทช. และ หน่วยงานพันธมิตรในการผลักดัน AI ภาษาไทย เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์ความรู้ และขับเคลื่อนระบบวิจัยของประเทศ  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์