ผลการค้นหา :
Future Maker Camp: จากจินตนาการสู่นวัตกรรม
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร ขอเชิญชวนน้อง ๆ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 - ม.3) เข้าร่วมค่ายแห่งนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนจินตนาการให้กลายเป็นความจริง ในค่าย Future Maker Camp ผู้เข้าร่วมจะได้ลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on) ผ่านเทคโนโลยีที่หลากหลาย พร้อมรับการถ่ายทอดความรู้จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ผศ.ดร.พิรดา เตชะวิจิตร (อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมการบิน วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) และทีมงาน STEMLAB
ไฮไลต์กิจกรรม (Key Highlights)
เรียนรู้และสร้างชิ้นงานจริงด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ (3D Printer) ทุกคน พร้อมนำผลงานกลับบ้าน
สัมผัสประสบการณ์รับสัญญาณจริงจากท้องฟ้าและอวกาศด้วยอุปกรณ์เฉพาะทาง
เขียนโค้ดสั่งการแขนกลด้วยตนเอง พร้อมประลองความท้าทายในรูปแบบ Robotics Challenge
เรียนรู้การต่อวงจร เขียนโค้ด และสร้างเกมตั้งแต่เริ่มต้นไอเดียจนสามารถเล่นได้จริง
พบกับไฮไลต์พิเศษ หุ่นยนต์สุนัขสุดล้ำภายในงาน
รายละเอียดการจัดกิจกรรมและการรับสมัคร
รายการ
ข้อมูลรายละเอียด
คุณสมบัติผู้สมัคร
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 - ม.3) จำนวนจำกัด 30 คน
กำหนดการจัดกิจกรรม
14 - 15 พฤศจิกายน 2569 เวลา 9.00 - 17.00 น.
สถานที่
ห้อง Fab Lab บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สวทช.
ระยะเวลารับสมัคร
วันนี้ - 30 ตุลาคม 2569
ประกาศรายชื่อ
2 พฤศจิกายน 2569 (แจ้งผลทางอีเมล)
ค่าลงทะเบียน
4,280 บาท/คน (รวม Vat 7%, ค่ากิจกรรม, อาหารกลางวัน และอาหารว่าง) ไม่รวมค่าเดินทางและที่พัก
สิทธิประโยชน์
ได้รับเกียรติบัตรจาก สวทช. เมื่อผ่านการเข้าร่วมกิจกรรม
การสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ผู้สนใจสามารถสแกน QR Code จากโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อเข้าสู่ช่องทางการรับสมัคร
หรือที่ https://forms.gle/dVcSvhFcfpZf6Tag8
(ขอสงวนสิทธิ์คืนเงินทุกกรณี ยกเว้นไม่สามารถจัดกิจกรรมได้)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ติดต่อ: คุณเสาวณีย์ โสภณนันทวัฒน์
โทรศัพท์: 0 2529 7100 ต่อ 77220 หรือ 081-8480949
อีเมล: saowanee@nstda.or.th
ปฏิทินกิจกรรม
NSTDA หน้า 1 : สรุปข่าววิทย์ฯ ฮิตติดหน้า 1 วันที่ 28 ก.ย. 2569
วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569“ยศชนัน” ดัน Traffy Fondue ปูพรมแก้ปัญหาเมืองทั่วประเทศ ครม. ไฟเขียวใช้เป็นแพลตฟอร์มกลางภาครัฐ สวทช. รับลูกอัปเกรด AI และระบบหลังบ้านรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลทุกกระทรวง หวังปั้น Big Data ระดับชาติช่วยจัดสรรงบประมาณตรงจุด ... >> อ่านต่อดัน "ชุดตรวจโรคไต" ลงร้านยา 3,000 แห่งทั่วไทย ! นาโนเทค สวทช. ผนึก อรินแคร์ ขยายผลงานวิจัยสู่พาณิชย์ ชูคอนเซปต์ “นวัตกรรมใกล้บ้าน” ตรวจคัดกรองรู้ผลไวใน 5 นาที หวังให้ประชาชนเข้าถึงง่ายและลดความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ... >> อ่านต่อหอมสยาม-สุวรรณภูมิ 1 ได้รับรองพันธุ์ข้าว ปี 69 : ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. พร้อมคณะนักวิจัย นำเสนอความสำเร็จข้าวเจ้าหอมนุ่มพรีเมียมที่ผ่านการรับรองพันธุ์จากกรมการข้าว ปี 2569 ได้แก่ “หอมสยาม” ทนแล้ง ต้านทานโรคไหม้ และ “สุวรรณภูมิ 1” ทนทานน้ำท่วมฉับพลัน ณ อาคารสำนักงานกรมการข้าว ... >> อ่านต่อ
จดหมายข่าว สวทช.
อว. จับมือออสเตรเลีย “ยศชนัน” นำทีมรุกยุทธศาสตร์ AI-พลังงานสะอาด-การศึกษาชั้นสูง
(วันที่ 23 กันยายน 2569) ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้การต้อนรับ Hon. Matt Thistlethwaite MP (นายแมตต์ ทิสเซิลท์เวต) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้า และผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย ณ ห้องรับรองพระจอมเกล้า ชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สป.อว. (โยธี) เพื่อหารือเกี่ยวกับการกระชับความร่วมมือทวิภาคีด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.)การหารือครั้งนี้เป็นการต่อยอดความร่วมมือตาม แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Joint Statement on Deepening Economic Engagement) ซึ่งลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย และ นายแอนโทนี อัลบาเนซี (Hon. Anthony Albanese MP) นายกรัฐมนตรีเครือรัฐออสเตรเลีย เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งเน้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. เปิดเผยภายหลังการหารือว่า ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องร่วมกันในการขับเคลื่อนความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมใน 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่การดึงสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของออสเตรเลียมาจัดการศึกษาในประเทศไทย ภายใต้กรอบนโยบายส่งเสริมสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันไทยได้ขยายพื้นที่เป้าหมายครอบคลุม 5 ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ โดยมุ่งเน้นหลักสูตรตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ พลังงานสะอาด, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ควอนตัม, เซมิคอนดักเตอร์ และวิทยาศาสตร์สุขภาพการเชื่อมโยงการศึกษากับการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี โดยผสานความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคน การจัดทำหลักสูตรควบปริญญา (Joint/Double Degree) และการวิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม ให้สอดคล้องกับการลงทุนด้านโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ของออสเตรเลียในประเทศไทยการยกระดับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมระหว่างหน่วยงาน โดยเฉพาะความคืบหน้าหลังการลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) ระหว่าง สวทช. และ CSIRO ของออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ กรุงแคนเบอร์รา ในสาขายุทธศาสตร์ เช่น อาหารแห่งอนาคต (Alternative Proteins), เกษตรแม่นยำ, การบริหารจัดการน้ำ (AquaWatch), พลังงานสะอาด, เทคโนโลยีไฮโดรเจน, แบตเตอรี่ และเทคโนโลยี CCUS ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารงานวิจัยเชิงผลกระทบ (Mission-oriented Management)การพัฒนาทุนมนุษย์และการแลกเปลี่ยนนักวิจัย ผ่านโครงการ Thailand-Australia Joint Call in Talent Mobility Program (ทุนวิจัยและแลกเปลี่ยนบุคลากรร่วมกับ CSIRO) และโครงการความร่วมมือภายใต้กรอบ e-ASIA Joint Research Programการเตรียมความพร้อมด้านนโยบายเพื่อสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย โดยขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ด้านนโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม ซึ่งออสเตรเลียได้ประกาศแสดงความพร้อมสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่การพัฒนาทุนมนุษย์ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยเสนอให้ประเทศไทยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการจัดการศึกษาและฝึกอบรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งในระดับภูมิภาคด้าน Hon. Matt Thistlethwaite MP ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้า และผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย ระบุว่า ออสเตรเลียมีความยินดีอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับประเทศไทย และพร้อมที่จะผลักดันข้อริเริ่มความร่วมมือต่าง ๆ ทั้งในด้านการศึกษา เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และห่วงโซ่อุปทานสีเขียวให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับทั้งสองประเทศและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกต่อไป
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
เปิดฉากยิ่งใหญ่! วันภาษามือโลกและสัปดาห์คนหูหนวกโลก ประจำปี 2569 ชูแนวคิด “สิทธิคนหูหนวก คือ สิทธิมนุษยชน” (Declaring Deaf People’s Human Rights) ผลักดันความเท่าเทียมและการเข้าถึงอย่างไร้รอยต่อ
เมื่อวันที่ 26–27 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน จัดงานวันภาษามือโลกและสัปดาห์คนหูหนวกโลก ณ ลานอเนกประสงค์ The Street Ratchada งานนี้เป็นวาระสำคัญระดับโลก จัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านสิทธิคนหูหนวก
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ได้เข้าร่วมงานและนำผลงาน "เรียนรู้ภาษามือไทย ผ่านคลังคำศัพท์และเกม" มาจัดแสดง ผลงานนี้ให้ผู้ใช้เรียนคำศัพท์ภาษามือไทยผ่านเกม ทั้งคนหูหนวกและคนหูดีเรียนได้อย่างสนุกและเข้าใจง่าย คำศัพท์ในเกมมาจากคลังคำศัพท์ภาษามือไทยที่พัฒนาร่วมกับสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ท่ามือทุกท่าถูกบันทึกและตรวจสอบโดยคนหูหนวก จึงถูกต้องตามการใช้งานจริง ผลงานนี้ช่วยให้คนหูดีเริ่มเรียนภาษามือไทยได้ง่ายขึ้น และช่วยให้คนหูหนวกทบทวนและเพิ่มคลังคำศัพท์ได้ต่อไปในอนาคต ทีมพัฒนาหวังว่าผลงานนี้จะช่วยให้เด็กหูหนวกเริ่มเรียนภาษาได้ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน เหมือนเด็กหูดีที่เริ่มเรียน ก–ฮ ตั้งแต่ยังเล็ก
ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่นอีกหลายอย่าง เช่น
เวทีเสวนาทางวิชาการเพื่อขับเคลื่อนสิทธิคนพิการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ (CRPD)
การแข่งขันล่ามภาษามือ
นิทรรศการ
ร้านค้าจากเครือข่ายคนหูหนวก
บริการข้อมูลสารสนเทศผ่านศูนย์ Deaf Access Center (DAC)
ทั้งหมดนี้มุ่งให้คนหูหนวกเข้าถึงข้อมูลและบริการได้อย่างเท่าเทียม และให้ความต้องการของคนหูหนวกถูกนำไปปฏิบัติจริงในสังคม
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. รับรางวัล Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2026
25 กันยายน 2569 - ณ ห้อง Cattleya ชั้น G โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จัดพิธีมอบรางวัลเกียรติยศ Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards ประจำปี 2026 เพื่อยกย่องหน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นและมีส่วนร่วมสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ โดยมี ดร.รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการ สกมช. เข้าร่วมพิธี โดยช่วงบ่ายมีการเสวนาหัวข้อ Future Trends ว่าด้วยแนวโน้มไซเบอร์และการเตรียมพร้อมของไทยในอนาคต
ในปีนี้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) คว้า 2 รางวัลเกียรติยศ ประเภท Most Contribution Awards ได้แก่
1.สถาบันประเมินและรับรองเทคโนโลยีดิจิทัล (DTEC) ภายใต้เนคเทค สวทช. ที่ได้ผนึกกำลังกับ สกมช. จัดทำหลักเกณฑ์ตรวจรับรองมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับระบบคลาวด์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีระดับประเทศ โดยมี นางสาวสิรินทร อินทร์สวาท รองผู้อำนวยการเนคเทค เป็นผู้แทนรับมอบ
2.กลุ่มวิจัยการสื่อสารและเครือข่าย (CNWRG) เนคเทค สวทช. จากบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีควอนตัม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในระยะยาวของไทย โดยมี ดร.ชาลี วรกุลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยฯ เป็นผู้รับมอบ
รางวัลนี้สะท้อนบทบาทของ สวทช. ในฐานะหน่วยงานวิจัยหลักของประเทศ ที่นำความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปสนับสนุนภารกิจสำคัญของประเทศ ทั้งในด้านการพัฒนามาตรฐาน การสร้างกลไกการรับรอง และการต่อยอดเทคโนโลยีเชิงลึก เพื่อเสริมสร้างความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. ร่วมเสวนา “พัฒนาศักยภาพทุนหมุนเวียน เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน” ในงาน ทุนหมุนเวียนเสริมโอกาส สร้างเศรษฐกิจ สู่การพัฒนา ปี 2569
(วันที่ 25 กันยายน 2569) ณ อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี: ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมเสวนาในหัวข้อ "พัฒนาศักยภาพทุนหมุนเวียน เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน" ภายในงาน ทุนหมุนเวียนเสริมโอกาส สร้างเศรษฐกิจ สู่การพัฒนา ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองการบริหารจัดการทรัพยากรภาครัฐ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างผลลัพธ์และผลกระทบ (Outcome & Impact) ที่เป็นรูปธรรมต่อเศรษฐกิจ สังคม และประชาชน ทั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง พร้อมด้วย ดร.ธนาวิชญ์ จินดาประดิษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอทไวส คอนซัลติ้ง จำกัด และ คุณพรพิมล วานิชยาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมเสวนาในครั้งนี้
มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จริง พร้อมปรับ Career Path นักวิจัยเชื่อมโยงการสร้างผลกระทบ (Impact)
ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า “สวทช. ได้ระบุกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน ทั้งกลุ่มเกษตรกรที่จะนำผลงานวิจัยไปพัฒนาคุณภาพชีวิต ภาคอุตสาหกรรมที่เข้าไปสนับสนุนนวัตกรรม (Industrial Innovation) และกลุ่มบริการสาธารณะ (Public Service) ที่เข้าถึงแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยเน้นการสื่อสารสร้างความร่วมมือทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหาร นักวิจัย ไปจนถึงทีมนักวิเคราะห์และนักบริหารโครงการ ที่ลงไปสร้างความเข้าใจเรื่องการคำนวณทั้งผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อม พร้อมการใช้ตัวชี้วัดทางการเงิน เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นภาพตรงกัน
นอกจากนี้ แม้การตีพิมพ์บทความวิชาการและการจดสิทธิบัตรยังเป็นสิ่งจำเป็นในกระบวนการวิจัย แต่ สวทช. มุ่งหวังที่จะปรับตัวตามความต้องการของสังคม โดยเน้นการนำไปใช้ประโยชน์จริงมากขึ้น โดยได้ปรับเส้นทางก้าวหน้าในอาชีพ (Career Path) ของนักวิจัย ด้วยการนำเรื่องการสร้าง Impact เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลงานเพื่อเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งการเชื่อมโยงระบบประเมินเข้ากับการสร้างผลกระทบจริงนี้ จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรและวัฒนธรรมการทำงานได้ทั้งระบบ อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นโจทย์ที่ท้าทาย แต่หากทุกองค์กรมีความตั้งใจจริงในการทำให้เป้าหมาย วิธีการ และการทำงานของทุกคนในทีมหรือองค์กรตรงกัน ผสมผสานวัฒนธรรมและเป้าหมายให้ไปด้วยกันได้ทั้งระบบ ก็จะสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดย สวทช. พร้อมที่จะร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทุกหน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนประโยชน์สูงสุดให้แก่ประเทศต่อไป”
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
อว. จัด ASEAN Semiconductor Forum 2026 ผนึกอาเซียน–นานาชาติ ขับเคลื่อนระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์แห่งอนาคต
(วันที่ 24 กันยายน 2569) – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการประชุม ASEAN Semiconductor Forum 2026 ระหว่างวันที่ 24–25 กันยายน 2569 ณ โรงแรม Royal Cliff Beach Hotel เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ภายใต้หัวข้อ “Building a Future-Ready ASEAN Semiconductor Ecosystem through Science, Technology and Innovation Collaboration and Global Partnerships” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนนโยบาย ประสบการณ์ และแนวทางความร่วมมือด้านเซมิคอนดักเตอร์ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ภาคการศึกษา ภาควิจัย ภาคอุตสาหกรรม และหุ้นส่วนระดับโลก พร้อมร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียนให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานโลก โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศไทย ผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน ผู้แทนสำนักเลขาธิการอาเซียน และผู้แทนจากประเทศหุ้นส่วนยุทธศาสตร์สำคัญ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และทีมนักวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (Thai Microelectronics Center: TMEC) สวทช. เข้าร่วมการประชุมวิสัยทัศน์ “Acting as One” ผลักดันอาเซียนสู่ศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์โลกศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษภายใต้หัวข้อ “Shaping ASEAN’s Semiconductor Future: Acting as One” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการผนึกกำลังของอาเซียนเพื่อยกระดับบทบาทของภูมิภาคในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจากแรงขับเคลื่อนของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล และเทคโนโลยีการประมวลผลขั้นสูง โดยมีการประเมินว่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์โลกอาจมีมูลค่าประมาณ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ขณะที่อาเซียนมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมนี้อยู่แล้ว ด้วยสัดส่วนประมาณร้อยละ 23–24 ของการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์โลก พร้อมด้วยฐานการผลิต อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทระดับโลก มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และบุคลากรที่มีศักยภาพรองนายกรัฐมนตรีฯ ยังเน้นย้ำว่า โจทย์สำคัญของอาเซียนในระยะต่อไปไม่ใช่เพียงการเข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แต่คือการเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และมูลค่าเพิ่มภายในภูมิภาค โดยการ “Acting as One” ไม่ได้หมายถึงการที่ทุกประเทศต้องพัฒนาในรูปแบบเดียวกัน แต่เป็นการนำจุดแข็งและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศมาเชื่อมโยงและเสริมซึ่งกันและกันให้เกิดประโยชน์สูงสุดในระดับภูมิภาคสำหรับแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือ รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้เสนอ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่การพัฒนากำลังคน ผ่านการพัฒนากรอบทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกัน การแลกเปลี่ยนหลักสูตรและการฝึกอบรม การฝึกงาน การเรียนรู้จากการทำงานจริง การแลกเปลี่ยนนักวิจัย และการเคลื่อนย้ายนักศึกษาการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย โดยส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากศูนย์ความเป็นเลิศและห้องปฏิบัติการร่วมกัน รวมถึงการวิจัยร่วมและการแลกเปลี่ยนนักวิจัยการเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียน โดยใช้ประโยชน์จากจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศการสร้างความร่วมมือกับหุ้นส่วนระดับโลก ในด้านการพัฒนากำลังคน การวิจัย การใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วม การถ่ายทอดเทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรมบทบาทและการขับเคลื่อนของไทยในส่วนของประเทศไทย รองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าวว่า ประเทศไทยได้จัดตั้ง National Semiconductor and Advanced Electronics Policy Committee หรือ Semiconductor Board เพื่อบูรณาการด้านนโยบาย การลงทุน เทคโนโลยี การพัฒนากำลังคน และระบบนิเวศอุตสาหกรรม โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถของประเทศไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เช่น การออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ บรรจุภัณฑ์ขั้นสูง โฟโตนิกส์ อุปกรณ์กำลัง การวิจัย และการพัฒนาบุคลากรทักษะสูงรองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า อาเซียนไม่จำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ที่เหมือนกันทุกประเทศ แต่ควรเชื่อมโยงจุดแข็งที่แตกต่างกันให้เป็นระบบนิเวศระดับภูมิภาคที่เข้มแข็ง เปรียบเสมือนชิปที่ประกอบด้วยองค์ประกอบหลากหลายซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกัน แต่เมื่อเชื่อมโยงกันแล้วจึงสามารถทำงานเป็นระบบเดียวกันได้ โดยการร่วมมือกันจะช่วยให้อาเซียนเพิ่มการสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาเทคโนโลยี การบ่มเพาะบุคลากร และการสร้างมูลค่าภายในภูมิภาคได้มากยิ่งขึ้นโดยกิจกรรมในการจัดงานดังกล่าวประกอบด้วย การจัดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียนและหุ้นส่วนระดับโลกในประเด็นสำคัญ ได้แก่ นโยบายและทิศทางการพัฒนาระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ การเชื่อมโยงศักยภาพระดับชาติกับความร่วมมือระดับภูมิภาคและระดับโลก แนวโน้มและความท้าทายของอุตสาหกรรม การพัฒนากำลังคนผ่านความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนเทคโนโลยีเกิดใหม่ อาทิ Quantum และ AI การบรรยายโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านเซมิคอนดักเตอร์จากสำนักเลขาธิการอาเซียน ไทย จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเนเธอร์แลนด์ ทั้งจากภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์และการส่งเสริมความร่วมมือ รวมทั้งการต่อยอดข้อคิดเห็นจากเวทีต่าง ๆ สู่ข้อเสนอเชิงปฏิบัติสำหรับการพัฒนากำลังคนและบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียน รวมถึงการกำหนดลำดับความสำคัญ โครงการริเริ่มที่มีศักยภาพ และโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับหุ้นส่วนระดับโลก ก่อนเข้าสู่การเสวนา “ASEAN Sharing View and Way Forward” เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางความร่วมมือในระยะต่อไปASEAN Semiconductor Forum 2026 จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของอาเซียน เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาควิจัย และภาคอุตสาหกรรม พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือกับหุ้นส่วนระดับโลก เพื่อร่วมกันวางรากฐานระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์อาเซียนที่พร้อมสำหรับอนาคต และเพิ่มขีดความสามารถของภูมิภาคในการมีส่วนร่วมและสร้างมูลค่าในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. ผนึกกำลัง สอวน. พานักวิจัยเยาวชนไทยร่วมเวทีระดับโลก Heidelberg Laureate Forum 2026 เดินหน้าสร้าง “ผู้สร้างเทคโนโลยี” สู่เครือข่ายวิจัยชั้นนำของโลก
(เมืองไฮเดลเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี) — สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.) นำ 3 นักวิจัยเยาวชนไทยที่มีศักยภาพสูง เข้าร่วมการประชุมทางวิชาการระดับโลก The 13th Heidelberg Laureate Forum (HLF 2026) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–18 กันยายน 2569 ณ เมืองไฮเดลเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนมุมมองกับนักคณิตศาสตร์และนักวิทยาการคอมพิวเตอร์ระดับตำนานของโลก พร้อมหารือความร่วมมือระยะยาวในการพัฒนากำลังคนด้าน Deep Tech ของไทย
ปรับบทบาทไทยจาก “ผู้ใช้” สู่ “ผู้สร้าง” ด้วยรากฐานคณิตศาสตร์และอัลกอริทึม
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควอนตัมเทคโนโลยี (Quantum Technologies) และวิทยาการคำนวณกำลังพลิกโฉมโลกอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยไม่สามารถเป็นเพียง “ผู้ใช้” เทคโนโลยีสำเร็จรูปได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องเร่งพัฒนากำลังคนให้มีความรู้เชิงลึกในระดับรากฐานของอัลกอริทึมและคณิตศาสตร์เพื่อก้าวสู่การเป็น “ผู้สร้าง”
“การพานักวิจัยรุ่นใหม่ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์มาเรียนรู้กับนักคิดระดับโลก ไม่ใช่เพียงการเปิดประสบการณ์ แต่คือการลงทุนสร้างกำลังคนเชิงรุก การจะขับเคลื่อน Deep Tech อย่าง AI หรือ Quantum Technologies ให้เกิดผลจริง เราต้องมีบุคลากรที่เข้าใจรากฐานอัลกอริทึมที่แข็งแกร่งในระดับผู้สร้าง ตั้งคำถามใหม่ สร้างแบบจำลอง และพัฒนาองค์ความรู้ระดับต้นน้ำได้ รวมถึงมีเครือข่ายวิจัยที่เข้มแข็งในระดับสากล” ศ. ดร.ชูกิจ กล่าว
ด้าน รศ. ดร.พินิติ รตะนานุกูล เลขาธิการมูลนิธิ สอวน. กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือกับ สวทช. ในการคัดเลือกตัวแทนประเทศไทยในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดการบ่มเพาะเยาวชนผู้มีพรสวรรค์จากการแข่งขันวิชาการสู่เส้นทางนักวิจัยอาชีพ การได้พบปะพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับผู้ได้รับรางวัลระดับโลกและเพื่อนนักวิจัยกว่า 200 คนจากทั่วโลก จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองให้เยาวชนเห็นเส้นทางการเติบโตในฐานะนักวิจัยในระดับนานาชาติได้อย่างชัดเจน
เปิดรายชื่อ 3 ตัวแทนเยาวชนไทยในเวที HLF 2026
สำหรับการประชุม HLF 2026 ในปีนี้ มีนักวิจัยเยาวชนไทยที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างเข้มข้นเข้าร่วมจำนวน 3 คน ได้แก่:
นายพีรวิชญ์ สุริยะ (สาขาคณิตศาสตร์)
นายจิรัชพัท นันตา (สาขาคณิตศาสตร์)
นายปรินทพัฒน์ เพ็งพันธุ์ (สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์)
ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ได้ระบุว่า การพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ต้องสร้างทั้งมุมมองสากลและเครือข่ายวิชาชีพควบคู่กับทักษะทางวิชาการ การสนับสนุนครั้งนี้จึงเป็นการลงทุนระยะยาวที่จะสร้างบุคลากรกลับมาพัฒนาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประเทศ
สวทช. - สอวน. เจรจา HLFF ขยายโควตาและปูทาง MOU สู่ระดับสากล
นอกจากนี้ มูลนิธิ สอวน. และ สวทช. ได้ร่วมประชุมทวิภาคีกับผู้บริหารระดับสูงของ Heidelberg Laureate Forum Foundation (HLFF) อาทิ Dr. Agnes Szmolenszky ผู้อำนวยการบริหาร, Sarah MacLeod หัวหน้าฝ่ายเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่ และ Prof. Dr. Rafael Lang ประธาน HLFF เพื่อผลักดันความร่วมมือระยะยาว ทั้งการเพิ่มโควตาตัวแทนนักวิจัยเยาวชนไทยในอนาคต และการศึกษาแนวทางจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกัน เพื่อสร้างกรอบการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาการคำนวณและคณิตศาสตร์ของไทยให้เชื่อมโยงกับเครือข่ายวิชาการระดับโลกอย่างยั่งยืน
เวทีระดมสมองระดับตำนาน เชื่อมโยงรากฐานวิทยาศาสตร์สู่อนาคต
ทั้งนี้ เวที Heidelberg Laureate Forum นับเป็นเวทีวิชาการระดับโลกที่เชื่อมโยงผู้ได้รับรางวัลเกียรติยศสูงสุด ได้แก่ Fields Medal, Abel Prize, ACM A.M. Turing Award, IMU Abacus Medal และ ACM Prize in Computing เข้ากับนักวิจัยรุ่นใหม่ โดยตลอด 1 สัปดาห์ของการประชุม มีการแลกเปลี่ยนในประเด็นท้าทายแห่งอนาคต อาทิ:
ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของ AI (AI Safety & Trustworthy AI)
บทบาทของวิทยาการสารสนเทศควอนตัมกับความมั่นคงทางไซเบอร์
เส้นทางอาชีพของนักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่
ความสำคัญของวิทยาศาสตร์พื้นฐานและคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ในการเป็นรากฐานการพัฒนาเทคโนโลยีของโลก
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เข้าศึกษาดูงานและเยี่ยมชม TBES สวทช.
วันที่ 23 กันยายน 2569 : ศูนย์ทดสอบทางพิษวิทยาและชีววิทยา (Toxicology and Bio Evaluation Service Center: TBES) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ให้การต้อนรับคณาจารย์ นำโดย ผศ.ดร.เกียรติศักดิ์ บัตรสูงเนิน และผศ.ดร.เฉลิมสิริ เทพพิทักษ์ พร้อมด้วยนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย สำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในการศึกษาดูงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
ในการนี้ ดร.ภญ.รวิวรรณ มณีรัตนโชติ รักษาการผู้อำนวยการฝ่าย ศูนย์ทดสอบทางพิษวิทยาและชีววิทยา เป็นวิทยากรบรรยาย ให้ความรู้เชิงเทคนิคเกี่ยวกับการทดสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยไม่ใช้สัตว์ทดลอง และการประเมินทางชีวภาพของเครื่องมือแพทย์ สำหรับการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ รวมถึงเปิดให้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการของ TBES ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล OECD GLP
การศึกษาดูงานในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เสริมสร้างความรู้และมุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงาน อันจะนำไปสู่ความร่วมมือกันในอนาคต
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
อว. ผนึกกำลังเครือข่าย เปิดเวที Thailand Talent Summit 2026 ดึง 2,500 ทาเลนต์ขับเคลื่อนไทยสู่ “Nation of Masters” พร้อมลุย 4 เมกะโปรเจกต์ Deep Tech
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดฉากงานประชุมบุคลากรไทยที่มีความสามารถระดับสูง ประจำปี 2569 (Thailand Talent Summit 2026) ครั้งที่ 3 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช (PEACH) พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานเปิดงาน
งานนี้ถือเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญของบุคลากรศักยภาพสูงด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) กว่า 2,500 คน ประกอบด้วยนักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยบริหารจัดการทุน และภาคเอกชน ในการนี้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วย ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ได้นำทีมนักวิจัยร่วมจัดแสดงผลงาน เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการผลักดันงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการ สู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ในการปาฐกถาพิเศษ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน ประกาศวิสัยทัศน์ "Nation of Masters" สร้างเอกราชทางเทคโนโลยี และได้จุดประกายวิสัยทัศน์ผลักดันไทยสู่การเป็น “Nation of Masters” โดยชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางกระแสการปฏิวัติทางเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประเทศไทยไม่อาจพึ่งพาการแข่งขันด้วยการผลิตจำนวนมากได้อีกต่อไป แต่ต้องเปลี่ยนผ่านสู่การสร้าง “ความเชี่ยวชาญเฉพาะเจาะจง” ผ่านการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ (Human Mastery) ที่เน้นการเข้าถึงแก่นแท้ขององค์ความรู้ (First Principle Thinking)
มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยจึงต้องปรับบทบาทเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยง “อัตลักษณ์ท้องถิ่น” เข้ากับ “เทคโนโลยีขั้นสูง” เพื่อสร้าง Local Intelligence ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีผูกขาดจากต่างชาติ สร้างเอกราชทางความคิด และผลักดันให้ไทยก้าวเข้าไปเป็นข้อต่อสำคัญในห่วงโซ่คุณค่าของโลก (Global Value Chain)
เดินหน้า 4 เมกะโปรเจกต์ วางรากฐานอุตสาหกรรมอนาคต เพื่อแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติ กระทรวง อว. เตรียมผนึกกำลังกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และภาคเอกชนระดับโลก จัดตั้งกองทุนแบบพุ่งเป้าเพื่อสนับสนุนงานวิจัยด้านเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ควบคู่ไปกับการเดินหน้า 4 เมกะโปรเจกต์ยุทธศาสตร์ ได้แก่:
Siam Photon: โครงการศูนย์เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนแห่งใหม่
Siam Silica: โครงการพัฒนาด้านวัสดุศาสตร์ชั้นสูง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
Siam Medica: โครงการวิจัยเชิงลึกด้านยาและสมุนไพรไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรม Wellness
Siam Terra: โครงการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ Future Food ด้วยฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์ระดับโมเลกุล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนสากล
ในส่วนของ สวทช. ร่วมโชว์ศักยภาพวิจัยหนุนการค้าและความยั่งยืน โดยได้นำผลงานวิจัยเด่นมาร่วมจัดแสดงเพื่อตอบโจทย์ทิศทางการพัฒนาประเทศ อาทิ การพัฒนาตัวชี้วัดและฐานข้อมูลด้าน CO2, CE และ SDG เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการค้าและความยั่งยืน โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค สวทช.) และความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวสุวรรณภูมิ 1 โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค สวทช.) สำหรับงาน Thailand Talent Summit 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 25 กันยายนนี้ นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้คนเก่งทุกภาคส่วน ทั้งนักวิจัยรุ่นใหม่และนักวิจัยอาวุโส ได้มาร่วมกันสร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนมุมมอง และต่อยอดสิ่งใหม่ การสนับสนุนทรัพยากรและสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสมให้กับบุคลากรเหล่านี้ จะเป็นขุมพลังสำคัญในการเปลี่ยน "ทาเลนต์ไทย" ให้เป็นพลังขับเคลื่อนและพลิกโฉมประเทศต่อไปอย่างยั่งยื
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
MTEC Global Partnership Dialogue Ep. 7 “AquaWatch: Addressing the Challenges to Implement of Extensive Process-based and Data-driven Approaches to Water Quality Monitoring, Assessment and Forecasting”
งานพัฒนาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (SAPD) ฝ่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม (RIS)
ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงาน
MTEC Global Partnership Dialogue Ep. 7
ภายใต้หัวข้อ
“AquaWatch: Addressing the Challenges to Implement of Extensive Process-based and Data-driven Approaches to Water Quality Monitoring, Assessment and Forecasting”
ร่วมเปิดมุมมองใหม่ในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ด้วยพลังของข้อมูลและแบบจำลองเพื่อการประเมินและพยากรณ์คุณภาพน้ำอย่างแม่นยำและยั่งยืน
โดย
Dr. Tim J. Malthus
Senior Principal Research Scientist
CSIRO Environment Research Unit, Australia และ
Dr. Xuibin Qi
Senior Research Scientist / Engineer
CSIRO Space and Astronomy, Australia
📅 วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569
🕘 เวลา 09:30–12:00 น.
📍 ห้อง M120 อาคารเอ็มเทค อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
🔗 ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
Clink link: https://forms.gle/xHhkWkHSDqmZRLBE8
ปฏิทินกิจกรรม
“หอมสยาม–สุวรรณภูมิ 1” ข้าวเจ้าหอมนุ่มพรีเมี่ยม ผลงานพัฒนาพันธุ์โดยไบโอเทค สวทช. ผ่านการรับรองพันธุ์จากกรมการข้าว ตอบโจทย์พื้นที่เพาะปลูกและเป็นทางเลือกใหม่ให้เกษตรกรไทย
(วันที่ 22 กันยายน 2569) ณ ห้องประชุมรวงข้าว อาคารสำนักงานกรมการข้าว: กรมการข้าวจัดประชุม คณะกรรมการพิจารณารับรองพันธุ์ข้าว ประจำปี 2569 โดยมีนายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุม ภายหลังที่ประชุมมีมติรับรองพันธุ์ข้าวใหม่ 7 พันธุ์ ในจำนวนนี้มีข้าวที่พัฒนาโดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จำนวน 2 พันธุ์ ได้แก่ “หอมสยาม” และ “สุวรรณภูมิ 1” ซึ่งเป็นข้าวเจ้าหอมนุ่มไวต่อช่วงแสง
โอกาสนี้ ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการ ด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพเกษตร ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. พร้อมด้วย ดร.วินิตชาญ รื่นใจชน หัวหน้าทีมวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการเกษตรแบบแม่นยำ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการจัดการแบบบูรณาการ และคณะนักวิจัยไบโอเทค สวทช. ร่วมจัดนิทรรศการนำเสนอศักยภาพของพันธุ์ข้าว หอมสยามและ สุวรรณภูมิ 1 ซึ่งทีมวิจัยไบโอเทค สวทช. ภาคภูมิใจในการพัฒนาข้าวเจ้าหอมนุ่มคุณภาพสูง ให้ตอบโจทย์พื้นที่เพาะปลูกและเป็นทางเลือกใหม่ให้เกษตรกร
จุดเด่นของ “หอมสยาม” หรือข้าวเจ้าสายพันธุ์ RGD13159-MS21-MS9-2-B เป็นข้าวเจ้าหอมไวต่อช่วงแสง เมื่อหุงสุกมีกลิ่นหอมและเนื้อสัมผัสนุ่ม ให้ผลผลิตเฉลี่ย 697 กิโลกรัมต่อไร่ และให้ผลผลิตสูงสุด 1,016 กิโลกรัมต่อไร่ มีความต้านทานต่อโรคไหม้ในระยะกล้าและทนทานต่อสภาพแล้ง จึงเหมาะกับพื้นที่นาน้ำฝนที่ประสบปัญหาภัยแล้งหรือโรคไหม้ การส่งเสริมให้ปลูกควรดำเนินควบคู่กับการสร้างเครือข่ายชุมชนและการจัดหาแหล่งรับซื้อข้าวเปลือกที่ชัดเจน ทั้งนี้ หอมสยาม อ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้งและเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
สำหรับ จุดเด่นของ “สุวรรณภูมิ 1” หรือข้าวเจ้าสายพันธุ์ RGD03011-MS381-MS193-1-B เป็นข้าวเจ้าหอมไวต่อช่วงแสง มีคุณสมบัติการหุงต้มระดับพรีเมี่ยม ให้ผลผลิตเฉลี่ย 605 กิโลกรัมต่อไร่ และให้ผลผลิตสูงสุด 1,009 กิโลกรัมต่อไร่ สามารถทนต่อน้ำท่วมฉับพลันในระยะแตกกอได้นาน 14 วัน เหมาะสำหรับพื้นที่นาน้ำฝนในภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างไรก็ตาม พันธุ์นี้อ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้ง โรคไหม้ โรคเมล็ดด่าง และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เกษตรกรจึงควรบริหารจัดการแปลงปลูกให้เหมาะสม
ทั้งนี้การรับรองพันธุ์ข้าวทั้งสองพันธุ์สะท้อนความก้าวหน้าของงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวของไบโอเทค สวทช. ในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสร้างทางเลือกให้เกษตรกร เพื่อให้ได้พันธุ์ข้าวคุณภาพสูง และคำนึงถึงความเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อมที่แปรปรวน ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมฉับพลัน เพื่อสนับสนุนการผลิตข้าวไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืน
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดตามได้ที่
1 ข้าวหอมสยาม https://www.nstda.or.th/home/news_post/sci-update-hom-siam/
2 ข้าวสุวรรณภูมิ 1 https://www.biotec.or.th/home/suvarnabhumi-1/
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์


