หน้าแรก ค้นหา
ผลการค้นหา :
สวทช. ร่วมเวที RAMA MEDICAL INNOVATIONS AND PITCHING DAY 2025 โชว์ผลงานวิจัย–นวัตกรรมการแพทย์
วันที่ 28 สิงหาคม 2568 - คณะเเพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงาน มหกรรมคุณภาพและนวัตกรรม (Quality and Innovation Conference) ครั้งที่ 32 ภายใต้หัวข้อ “รามาธิบดียกระดับการพัฒนาคุณภาพและการเปลี่ยนแปลงด้วย AI”  ระหว่างวันที่ 28-29 สิงหาคม 2568 ณ อาคารเรียนและปฏิบัติการรวมด้านการแพทย์และโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี ภายในงานดังกล่าว สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC)  ได้เข้าร่วมกิจกรรม "RAMA MEDICAL INNOVATIONS AND PITCHING DAY 2025" จัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีขั้นสูงทางการแพทย์ พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับบุคลากรทางการแพทย์และนักวิจัยจากหลากหลายสาขา โดยผลงานที่นำมาจัดแสดง ได้แก่ - แพลตฟอร์มวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ด้วยเครื่องวัดสัญญาณรามานแบบพกพา ร่วมกับชิปขยายสัญญาณรามาน - Medical AI Data Platform แพลตฟอร์มข้อมูลกลางทางการแพทย์ ภายใต้ Medical AI Consortium -  Customizable 3D-Printed Soft Materials for Advanced Medical Uses วัสดุนิ่มเรซินไวแสง (UV-curable resin) สำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติประเภท LCD และ DLP สามารถปรับสมบัติเชิงกล และออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานในอุตสาหกรรมการแพทย์ - SonoSein (โซโนเซน) แบบจำลองเพื่อฝึกเก็บชิ้นเนื้อคัดกรองมะเร็งเต้านม - ROSS : MOTION ASSIST EXOSUIT ชุดพยุงหลังป้องกันการบาดเจ็บสำหรับผู้ดูแล รุ่น Black support นอกจากนี้ยังมีการบรรยายแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ หัวข้อ Navigating Tomorrow: AI in Business Innovation and Healthcare Transformation โดย ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ NECTEC สวทช. และ นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย พร้อมด้วยเวทีเสวนาหัวข้อ “From Code to Care: Partnering AI and Medicine” สะท้อนถึงศักยภาพของ AI ในการยกระดับการดูแลรักษาทางการแพทย์ ตั้งแต่การวิจัยขั้นพื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาลและการดูแลผู้ป่วยจริง ร่วมเสวนาโดย ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ ดร.นพดล นันทวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโตรสโคปีและเซนเซอร์ ดร.สรรพฤทธิ์ มฤคทัต หัวหน้าทีมวิจัยการประมวลผลและเข้าใจภาพ ผศ. นพ.มนต์ธวัช อำนวยผล หัวหน้าศูนย์สุขภาพแนวหน้ารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ดำเนินรายการโดย อ. พญ.ชญานิน นิติวรางกูร ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายนวัตกรรมและคู่ความร่วมมือ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ในวันที่ 2 ของการจัดงาน มีการจัดเวทีเสวนาหัวข้อ "Surgical Planning and 3D Printing in Medical Education & Treatment" เน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการวางแผนการผ่าตัด (Surgical Planning) ร่วมกับการพิมพ์สามมิติ (3D Printing) เพื่อยกระดับคุณภาพทั้งในด้านการรักษาพยาบาลและการศึกษาทางการแพทย์ เทคโนโลยีดังกล่าวมุ่งเน้นการสร้างแบบจำลองอวัยวะและชิ้นส่วนทางการแพทย์ที่มีความแม่นยำสูง ช่วยให้แพทย์และศัลยแพทย์สามารถศึกษา วิเคราะห์ และเตรียมแผนการรักษาได้อย่างละเอียดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ร่วมเสวนาโดย รศ. ดร.พชรพิชญ์ พรหมอุปถัมภ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ดร.รวิภัทร มณีโชติ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. คุณณิชาพัชร์ รัตนพันธ์ ศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ อ. นพ.ฐิติ ตันติธรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี อ. นพ.ณัชพันธ์ เพ็งรุ่ง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี รศ. นท. ดร. นพ.สรยุทธ ชำนาญเวช คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ดำเนินรายการโดย : ศ. นพ. ม.ล.ชาครีย์ กิติยากร รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมและคู่ความร่วมมือ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี งาน “RAMA MEDICAL INNOVATIONS AND PITCHING DAY 2025” จัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีให้หน่วยงานวิจัย สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ได้นำเสนอผลงานด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ทางการแพทย์ รวมถึงการเปิดโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือต่อยอดไอเดียสู่การใช้งานจริง โดยในปีนี้มีการจัดนิทรรศการจากหลากหลายองค์กร รวมถึงเวที Pitching ของนักศึกษาแพทย์ และการเสวนาจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมสุขภาพและเทคโนโลยีดิจิทัล การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ สะท้อนพันธกิจของ สวทช. ในการผลักดันการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านการแพทย์ดิจิทัล ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างภาควิจัย ภาครัฐ และภาคการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. จัดพิธีมอบใบประกาศนียบัตรบัณฑิตโครงการ TAIST-Science Tokyo ประจำปีการศึกษา 2568
(วันที่ 28 สิงหาคม 2568) ณ ห้องออดิทอเรียม อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดพิธีมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาโทด้านวิศวกรรมขั้นสูง โครงการ TAIST-Science Tokyo ประจำปีการศึกษา 2568 พิธีครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร. ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย Prof. Hidetoshi Sekiguchi รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา จาก Institute of Science Tokyo (Science Tokyo) กล่าวต้อนรับบัณฑิต และ ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวให้โอวาทภายใต้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), Tokyo Institute of Technology Institute of Science Tokyo ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ นายทานิมูระ ทากามาสะ เลขานุการเอก สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และอธิการบดีจากมหาวิทยาลัยทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ 1) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 2) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 3) สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 4) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ 5) มหาวิทยาลัยมหิดล ตลอดจนผู้บริหาร สวทช. อาจารย์ประจำหลักสูตร และผู้มีเกียรติร่วมแสดงความยินดีแก่ผู้สำเร็จการศึกษาปีนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาทั้งสิ้น 57 คน แบ่งเป็น หลักสูตรวิศวกรรมมหาบัณฑิต ยานยนต์และการขนส่งขั้นสูง (Automotive and Advanced Transportation Engineering: A2TE Program) จำนวน 14 คน หลักสูตรวิศวกรรมมหาบัณฑิต สาขาปัญญาประดิษฐ์และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Artificial Intelligence and Internet of Things: AIoT Program) จำนวน 28 คน หลักสูตรวิศวกรรมมหาบัณฑิต สาขาพลังงานและทรัพยากรอย่างยั่งยืน (Sustainable Energy and Resources Engineering: SERE Program) จำนวน 15 คน โดยบัณฑิตทั้ง 3 หลักสูตรได้รับใบประกาศนียบัตรจากหลักสูตรประกาศนียบัตรระบบขนส่งทางราง (Rail Transport Program: RT Program) จำนวน 11 คน พิธีมอบใบประกาศฯ ครั้งนี้ มีบัณฑิต รุ่นที่ 1 ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการศึกษาจาก วช. สำเร็จการศึกษาและรับใบประกาศนียบัตรด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากโครงการ TAIST-Science Tokyo ในปีนี้ โครงการนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่าง สวทช. วช. และ Institute of Science Tokyo รวมถึงมหาวิทยาลัยพันธมิตรในประเทศไทยทั้ง 5 แห่ง ความร่วมมือนี้ได้สร้างระบบนิเวศทางการศึกษาที่ยอดเยี่ยม เพื่อผลิตนักวิจัยและวิศวกรที่มีคุณภาพสูง สามารถทำงานวิจัยในระดับสากลได้ “บัณฑิตทุกคนในวันนี้คือผลผลิตอันทรงคุณค่าของโครงการนี้ ท่านได้ผ่านการเรียนรู้ที่เข้มข้นในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ ทั้งยานยนต์อัจฉริยะ, ปัญญาประดิษฐ์, IoT, และพลังงานเพื่อความยั่งยืน ความรู้และทักษะที่ท่านได้รับไปไม่เพียงแต่จะสร้างอนาคตให้กับตัวท่านเอง แต่ยังจะสร้างอนาคตให้กับประเทศไทยด้วย สวทช. เชื่อเสมอว่าการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์คือรากฐานที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศ บัณฑิตที่จบจากโครงการนี้คือ "กำลังคนวิจัยขั้นสูง" ที่พร้อมจะนำองค์ความรู้ไปสร้างสรรค์นวัตกรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน” ในโอกาสนี้ นายจิณณวัฒน์ มากวิสัย ตัวแทนบัณฑิตจากหลักสูตร AIoT กล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนทุนการศึกษา พร้อมแสดงความรู้สึกว่า “ปริญญาไม่ใช่จุดจบ แต่คือการเริ่มต้นใหม่ของการเติบโต มิตรภาพ และการสร้างอนาคตที่ดีกว่า” โครงการ TAIST-Science Tokyo ดำเนินการภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ Institute of Science Tokyo (ชื่อเดิม Tokyo Institute of Technology) ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับมหาวิทยาลัยเครือข่ายของไทย 5 แห่ง และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในสาขาวิศวกรรมขั้นสูง หลักสูตรนานาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้สอดรับกับ BCG Economy Model / Thailand 4.0 และตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ของประเทศ ซึ่งโครงการนี้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบัน    
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สัมมนา “ก้าวล้ำด้วยกลิ่นรส: ยกระดับพืชท้องถิ่นสู่วัตถุดิบส่วนประกอบเชิงหน้าที่ด้วยนวัตกรรมทางประสาทสัมผัส” (Flavor Forward: Elevating local to functional ingredients through sensory innovation)
🎉Flavor Forward: Elevating local to functional ingredients through sensory innovation 🌱   🚨ยกระดับพืชท้องถิ่นให้เป็น Functional ingredients ด้วยพลัง Sensory innovation ร่วมฟังสัมมนา “ก้าวล้ำด้วยกลิ่นรส: ยกระดับพืชท้องถิ่นสู่วัตถุดิบส่วนประกอบเชิงหน้าที่ด้วยนวัตกรรมทางประสาทสัมผัส” (Flavor Forward: Elevating local to functional ingredients through sensory innovation) 🌱   🗓19 ก.ย. 2568 | 🕙14:00–14:45 น. 📍Level 1, Spice room (MR109G–H), QSNCC | บรรยายภาษาไทย   👉ลงทะเบียน: https://rebrand.ly/somedfiasia 📝ดูสัมมนาหัวข้ออื่นๆ: https://bit.ly/fiat25conference   🚨Turn local crops into functional ingredients with the power of sensory innovation Join the session “Flavor Forward: Elevating local to functional ingredients through sensory innovation.” 🌱   🗓19 Sep 2025 | 🕙 14:00–14:45 📍Level 1, Spice room (MR109G–H), QSNCC |   👉Session in Thai Register: https://rebrand.ly/somedfiasia 📝Explore other sessions: https://bit.ly/fiat25conference   FiAsia ,FiAsia2025 ,SensoryInnovation ,FoodInnopolis ,เมืองนวัตกรรมอาหาร
ปฏิทินกิจกรรม
 
“ECUTEC” สตาร์ทอัพไทยจากรั้ว สวทช. จับมือ มข. สร้าง Ecosystem แบตเตอรี่ชาติ ลดพึ่งพานำเข้า มุ่งสู่ Net Zero
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เผยความสำเร็จอีกก้าวของโครงการ NSTDA Startup หลัง “บริษัท อีซียู เทค จำกัด” ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งภายใต้การสนับสนุนของ สวทช. ได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ไทยให้ครบวงจรและยั่งยืน เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ ระหว่าง โรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ผลิตแบตเตอรี่แบรนด์ “kkUVolts” และ บริษัท อีซียู เทค จำกัด (ECUTEC) สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ที่เกิดจากความร่วมมือของศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย (TECE) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) ภายใต้โครงการ NSTDA Startup ของ สวทช. ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบนิเวศของผู้ผลิตแบตเตอรี่ในประเทศไทยให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม และมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศ โดย บริษัท อีซียู เทค จำกัด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System: BMS) และระบบควบคุม (Control System) จะทำงานร่วมกับโรงงานแบตเตอรี่ฯ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อแก้ปัญหาการพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ โดยเฉพาะระบบ BMS ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญด้านความปลอดภัยและเสถียรภาพของแบตเตอรี่ การพัฒนาระบบ BMS ที่ออกแบบและผลิตโดยฝีมือคนไทยนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางข้อมูล สำหรับการใช้งานในกองทัพ แต่ยังเป็นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ (Local Content) อย่างเป็นรูปธรรม สวทช. ในฐานะหน่วยงานที่มุ่งผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยที่มีศักยภาพ เช่น ECUTEC ให้สามารถเติบโตและสร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมได้ ความร่วมมือนี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการเชื่อมโยงงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่ภาคอุตสาหกรรม ช่วยยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้งานด้วยบริการหลังการขายโดยทีมงานคนไทย การผนึกกำลังกันระหว่างองค์ความรู้ด้านการผลิตแบตเตอรี่ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และระบบควบคุมของ ECUTEC ซึ่งเป็นผลผลิตจาก สวทช. นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ที่ขับเคลื่อนโดยคนไทย เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและมั่นคงของประเทศต่อไป    
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
อบรมเชิงปฎิบัติการ Innovative Food Processing with OHMIC Heating Technology: นวัตกรรมการแปรรูปอาหารด้วย OHMIC Heating
🚩 สวทช. โดย Food Innopolis ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดอบรมเชิงปฎิบัติการ Innovative Food Processing with OHMIC Heating Technology: นวัตกรรมการแปรรูปอาหารด้วย OHMIC Heating เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี Ohimic Heating เพื่อใช้สำหรับการยืดอายุผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งช่วยรักษาคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์ไว้ได้นานยิ่งขึ้น   📢พบกับวิทยการผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี OHMIC รศ.ดร.ปิติยา กมลพัฒนะ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์   🗓️ วันจัดกิจกรรม: 22 กันยายน 2568 📌 สถานที่จัดกิจกรรม: คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 🔥สิทธิพิเศษ 🔥ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 15 ท่าน ที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนด จะได้รับคัดเลือกเพื่อเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี Ohmic Heating ของ บริษัท อรุณสวัสดิ์โกลเด้น ฟู้ดส์ จำกัด จังหวัดสุพรรณบุรี ในวันที่ 23 กันยายน 2568 *หมายเหตุ ผลการคัดเลือกโดยคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด   💰ค่าลงทะเบียน 1,000 บาท 📍รับจำนวนจำกัดเพียง 30 ท่าน 👉สมัครได้ที่: https://forms.gle/hP78R3RVcWfyAQb3A   หมายเหตุ* 1. ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และไม่สามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 2. ราคาดังกล่าว ไม่รวมค่าเดินทางและค่าที่พัก   ☎️สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 🌐Facebook: FoodInnopolis หรือ 📲โทร 094-341-7111, 094-340-4333, 094-249-7333  
ปฏิทินกิจกรรม
 
งานประชุมวิชาการ “TAIST-Science Tokyo: From TAIST-Tokyo Tech to TAIST-Science Tokyo: Synergizing Science, Technology, and Talent”
ขอเชิญร่วมงานประชุมวิชาการ 🌟 “TAIST-Science Tokyo: From TAIST-Tokyo Tech to TAIST-Science Tokyo: Synergizing Science, Technology, and Talent” 🗓 วันที่ 1–3 กันยายน 2568 📍 ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ 🚀 มหกรรมครั้งสำคัญที่รวบรวมพลังของนักวิจัย นักวิชาการ ผู้นำอุตสาหกรรม และคนรุ่นใหม่ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางอนาคตของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการพัฒนากำลังคนคุณภาพของประเทศ! ภายในงานท่านจะได้พบกับ ✨ Keynote Speakers ระดับโลก จากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยชั้นนำ ✨ เวทีเสวนาสุดเข้มข้น เชื่อมโยงการศึกษา งานวิจัย และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ✨ การนำเสนอผลงานวิจัยที่ทันสมัย ครอบคลุมทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ✨ กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ สำหรับนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดโอกาสสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ นี่คือโอกาสครั้งสำคัญที่คุณจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน “กำลังคนคุณภาพเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” 🌏💡 🎉 เข้าร่วมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
ปฏิทินกิจกรรม
 
การประชุมวิชาการ TAIST-Science Tokyo: วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนากำลังคนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
การประชุมวิชาการ TAIST-Science Tokyo: วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนากำลังคนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน วันที่ 1-3 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุม Eternity ชั้น G โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ Download Agenda [pdf-embedder url="https://www.nstda.or.th/home/wp-content/uploads/2025/08/Schedule-Conference-TAIST-Science-Tokyo-2025-27082025-1.pdf" title="Schedule Conference TAIST-Science Tokyo 2025-27082025-1"]
ปฏิทินกิจกรรม
 
10 Technologies to Watch 2025: อุปกรณ์อัจฉริยะฝังในร่างกาย (Smart Implants)
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราเริ่มเห็นแนวโน้มของเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ พาร์กินสัน ที่ต้องการการดูแลอย่างสม่ำเสมอและแม่นยำมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจและมีการพัฒนาต่อเนื่อง คือ “Smart Implants” หรือ “อุปกรณ์อัจฉริยะฝังในร่างกาย” Smart Implants คือ อุปกรณ์ฝังในร่างกาย ที่นอกจากจะทำหน้าที่พื้นฐาน เช่น ทดแทนอวัยวะหรือช่วยการทำงานของอวัยวะบางส่วนแล้ว ยังตรวจวัดสัญญาณชีพ ประมวลผล และส่งข้อมูลสุขภาพแบบเรียลไทม์ อุปกรณ์ประเภทนี้มักประกอบด้วยเซนเซอร์ขนาดเล็ก ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสื่อสารไร้สาย และอัลกอริทึม AI เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล (personalized healthcare) ปัจจุบันมีการใช้งาน Smart Implants หลายรูปแบบ เช่น อุปกรณ์กระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulator หรือ DBS) สำหรับผู้ป่วยพาร์กินสันที่สามารถควบคุมอาการสั่นได้ และบางรุ่นตรวจจับคลื่นสมองเพื่อปรับแรงกระตุ้นได้อัตโนมัติ อุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างต่อเนื่องแบบฝังในผิวหนัง เช่น Eversense CGM ที่ติดตามค่ากลูโคสได้ยาวนานถึง 365 วันโดยไม่ต้องเปลี่ยนเซนเซอร์บ่อย ๆ และประสาทหูเทียมอัจฉริยะที่ส่งสัญญาณและปรับระดับเสียงได้ พร้อมด้วยหน่วยความจำสำหรับจัดเก็บข้อมูลการได้ยิน เช่น Cochlear Nucleus Nexa ทั้งนี้จากรายงานของ Transparency Market Research พบว่า อุตสาหกรรม Smart Implants ทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 5.7 พันล้านดอลลอร์สหรัฐ ในปี ค.ศ. 2022 โดยมีการคาดการณ์แนวโน้มของตลาดว่าจะมีอัตราการเติบโตแบบทบต้น (CAGR) ร้อยละ 18.1 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2023-2031 และจะมีมูลค่ามากกว่า 2.48 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นปี ค.ศ. 2031 แม้การใช้งาน Smart Implants ในประเทศไทย ทั้งแบบเต็มรูปแบบที่มีการรวมระบบสื่อสารไร้สาย และอัลกอริทึม AI จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่มีการใช้งาน Smart Implants ในโรงพยาบาลเอกชนและโรงเรียนแพทย์มาระยะหนึ่งแล้ว โดยส่วนใหญ่นำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ เช่น DBS ในผู้ป่วยพาร์กินสัน และผลิตภัณฑ์ประสาทหูเทียมในเด็กที่มีปัญหาการได้ยิน ซึ่งได้เป็นสิทธิประโยชน์ในหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2021 นอกจากนี้ สวทช. ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านวัสดุฝังใน เซนเซอร์ และระบบติดตามสุขภาพผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่องพร้อมต่อยอดเทคโนโลยีนี้ โดยคาดว่า Smart Implants จะมีความสามารถในการตรวจวัดที่หลากหลายขึ้น ใช้พลังงานน้อยลง ติดตามแบบเรียลไทม์ และส่งข้อมูลระยะไกลมากขึ้น รวมถึงมีบทบาทมากขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องการการดูแลใกล้ชิดแบบระยะยาว 📌 อ่านข้อมูลฉบับเต็มและข่าวประชาสัมพันธ์ได้ที่: https://www.nstda.or.th/r/BtQWQ 📌 รับชมการบรรยายได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=8cAv6AEX55c
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
บทความ
 
สวทช. เปิดวิสัยทัศน์วาระ 2 “สร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ประกาศวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินงานในวาระที่ 2 “สร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” พร้อมรับมอบนโยบายสำคัญจาก นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และประธานกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) พร้อมกันนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ได้นำเสนอผลงานเด่นในวาระที่ 1 ที่พิสูจน์ศักยภาพในการสร้างผลกระทบยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้จริง และประกาศเดินหน้าเต็มกำลังด้วยวิสัยทัศน์ “สร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”  โดยมี นายวิเชียร สุขสร้อย เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. คณะกรรมการ กวทช. คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่เข้าร่วมแสดงความยินดี และสื่อมวลชนจำนวนมากเข้าร่วมทำข่าว
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
 
ไบโอเทค สวทช.-TSP และพันธมิตรภาคเอกชน จัดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่อุทยานวิทย์ฯ “Smart Agi Days 2025: นวัตกรรมการเกษตรอัจฉริยะเพื่ออนาคต”
(28 สิงหาคม 2568) ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค-สวทช.) จัดงาน "Smart Agi Days 2025: นวัตกรรมการเกษตรอัจฉริยะเพื่ออนาคต" เพื่อส่งเสริมและเชื่อมโยงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยและพืชศักยภาพสูง ผ่านกิจกรรมที่หลากหลากหลาย อาทิ การเสวนาเชิงวิชาการ กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Work shop) เช่น การสร้างสรรค์เมนูจากสมุนไพรพรีเมียมูลค่าสูง งานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้านการเกษตรและสมุนไพร เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการให้คำปรึกษาด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ กลุ่มเป้าหมายของงาน ทั้งเกษตรกรผู้ผลิต สมุนไพร ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพืชและสมุนไพร หน่วยงานรัฐและเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้สนับสนุนการจัดงานตลอดจนผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า มีความยินดีอย่างยิ่ง ที่งาน Smart Agri Days 2025: นวัตกรรมการเกษตรอัจฉริยะเพื่ออนาคต” จัดขึ้นมาเพื่อเป็นเวทีสำคัญที่จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ของผู้ประกอบการไทย ในการขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมให้ก้าวทันยุคสมัย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยและพืชเศรษฐกิจ ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลกอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีคือหัวใจสำคัญ การเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ ยุทธศาสตร์ที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน การนำเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) AI และหุ่นยนต์การเกษตรมาใช้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง รวมทั้งที่สำคัญคือ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตจากฝีมือคนไทย “ในนามหน่วยงานงานวิจัย ไบโอเทค สวทช. เชื่อมั่นว่า ผู้ประกอบการไทยมีความสามารถในการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปต่อยอดในธุรกิจได้อย่างสร้างสรรค์ การมีบทบาทร่วมกันในงานนี้ จะเป็นการผนึกกำลังที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนได้ ทั้งนี้ งาน Smart Agri Days 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของหน่วยงานวิจัยและหน่วยงานพันธมิตรอย่างยิ่งใหญ่ ในพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ซึ่งเป็นประชาคมวิจัยที่มีระบบนิเวศวิจัยที่ครบครัน หวังว่างานทั้ง 2 วันที่จัดขึ้น จะเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้ทุกท่านสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปใช้พัฒนาและยกระดับการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม” ภายในงานยังมีการจัดแสดง Tech Hi-light: หุ่นยนต์อัจฉริยะเพื่อการเกษตร “PhenoRobot” ฟีโน-โรบอท หุ่นยนต์สำหรับวิเคราะห์ลักษณะทางฟีโนไทป์ของพืช และ “Herbotron” หุ่นยนต์เก็บเกี่ยวสมุนไพรในโรงเรือน การแสดงและจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตรอัจฉริยะ และผลิตผลด้านการเกษตร บริการให้คำปรึกษาด้านการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งเวทีพบปะเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจที่ครบวงจร ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 28-29 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ณ ลานกิจกรรม (Event Square) ชั้น 2 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ABTC 2025 เปิดเวทีลงนามความร่วมมือ 8 ฉบับ พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่และ EV เสริมศักยภาพอาเซียนสู่ศูนย์กลางพลังงานสะอาดและ Net Zero
วันที่ 27 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมทราย ลากูน่า จังหวัดภูเก็ต: หนึ่งในไฮไลต์ของงานประชุมวิชาการ 3rd ASEAN Battery Technology Conference (ABTC) 2025 เป็นเวทีสำคัญในการเปิดตัวความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในระดับภูมิภาค คือพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างพันธมิตรด้านอุตสาหกรรมพลังงานและเทคโนโลยีชั้นนำของภูมิภาค เพื่อผลักดันการพัฒนานวัตกรรมแบตเตอรี่และสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจรในอาเซียนสร้างโอกาสการลงทุนใหม่ในอนาคต ซึ่งจัดโดยสมาคมเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานไทย (TESTA) ภายใต้การสนับสนุนของศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) TESTA ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักด้านวิชาการ เชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และมาตรฐานด้านความปลอดภัยของแบตเตอรี่ให้กับเครือข่ายอาเซียน เป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค โดยพิธีลงนามครอบคลุมความร่วมมือ 8 ฉบับ ได้แก่ 1. ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านมาตรฐานแบตเตอรี่สับเปลี่ยนได้สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ระหว่าง Amphenol Communications Solutions และ Thailand Standard Swappable Battery Consortium for Small E-Mobility (Swap2gether) 2. ความร่วมมือด้านการพัฒนาและติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ในระดับโครงข่ายไฟฟ้าในอาเซียน ระหว่าง Singamas Group และ Narada Zhejiang Group 3. การจัดตั้งแพลตฟอร์มความร่วมมือ Sineuro Collaborative Platform เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในระดับภูมิภาค โดยมีพันธมิตรหลัก ได้แก่ NextGEN Energy, Sineng Electric, Green Tenaga, Half Bridge Automation 4. ความร่วมมือในการผลักดันการยกระดับมาตรฐานและกระบวนการทดสอบแบตเตอรี่เคมีรุ่นถัดไป (Li-metal) ให้มีความปลอดภัยสูงสุด รองรับการใช้งานทั้งในภูมิภาคอาเซียนและในระดับสากล ระหว่าง Montavista และ ASTAR Battery Test Facility (ABTF) ร่วมกับพันธมิตรจาก Singapore Battery Consortium (SBC) และ UL Standards & Engagement (ULSE) 5. ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนานวัตกรรมระบบกักเก็บพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง ระหว่าง Hytzer Energy และ INV Corporation 6. การเปิดตัวความร่วมมือจัดทำเอกสารเผยแพร่ร่วมเกี่ยวกับภูมิทัศน์และระบบนิเวศแบตเตอรี่ในอาเซียน โดยเครือข่ายเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียน (ASEAN Battery Technology Network) และ CSIRO 7. ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง ASEAN Battery Safety Network กับ UL Standards and Engagement ด้านความปลอดภัยและมาตรฐานแบตเตอรี่ 8. ความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างนวัตกรรมแบตเตอรี่ระดับภูมิภาค โดย National Battery Research Institute (NBRI), Indonesia และ NanoMalaysia Berhad (NMB), Malaysia ความร่วมมือทั้งหมดนี้เป็นก้าวสำคัญสะท้อนถึงศักยภาพของอาเซียนในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ทั้งยังเปิดโอกาสในการดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนและผู้ประกอบการทั่วโลก สอดรับกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ Net Zero ในอนาคต
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
PATHUM INNOTECH Pitching 2025
ขอเชิญนักลงทุน ผู้ประกอบการ ที่สนใจธุรกิจนวัตกรรม โอกาสเดียวที่จะได้เห็น “สุดยอดนวัตกรรมไทยที่มีผลงานวิจัยรองรับ” ก้าวสู่เวทีการลงทุนและตลาดโลก 🚀 . PATHUM INNOTECH Pitching 2025 🔥 . ✨ พบกับ 8 ผลงานวิจัยนวัตกรรม ที่จะมา Pitch เพื่อพิชิตใจนักลงทุนและนักธุรกิจ! 💼 #งานนี้เหมาะสำหรับ ✅️ นักลงทุนที่มองหาโอกาสใหม่ ✅️ นักธุรกิจที่อยากร่วมทุนของจริง ✅️ คนรักนวัตกรรมและชาวปทุมธานีที่อยากเห็นผลงานคนไทยก้าวไกลระดับสากล 📅 29 สิงหาคม 2568 🕙 13:00 – 16:00 น. 📍 เวทีกลาง ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย คลองหลวง ปทุมธานี 🎟 เข้าร่วมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย 👉 ลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/Ys92J4ffyhrmhGp1A
ปฏิทินกิจกรรม