ผลการค้นหา :
จดหมายข่าว สวทช. ปี 3 ฉ.2 – เอ็มเทค สวทช. จับมือ พพ. ขยายผลเทคโนโลยี H-FAME แก่ผู้ผลิตไบโอดีเซลในประเทศ 2 ราย
เอ็มเทค สวทช. จับมือ พพ. ขยายผลเทคโนโลยี H-FAME เพิ่มคุณภาพไบโอดีเซล ระดับโรงงานสาธิต 28 เมษายน 2560 ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพฯ - กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ภายใต้การสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน แถลงข่าวความคืบหน้าและลงนามความร่วมมือโครงการ “สนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้สูงขึ้น” โดยใช้กระบวนการ H-FAME ระดับโรงงานสาธิตในประเทศไทย จากโครงการความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น แก่ผู้ผลิตไบโอดีเซลในประเทศ 2 ราย คือ บจก.บางจากไบโอฟูเอล และ บมจ.โกลบอลกรีนเคมิคัล เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการผลักดันการเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลในอนาคต ดร.อารี ธนบุญสมบัติ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. กล่าวว่า “ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ หรือเอ็มเทค เป็นหน่วยงานภายใต้ สวทช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีหน้าที่หลักในการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยออกไปใช้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ และสร้างคุณค่าให้แก่สังคม โดยโครงการ “สนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้สูงขึ้น” ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ผ่านกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) โดยการนำเทคโนโลยี H-FAME ซึ่งต่อยอดจากโครงการร่วมวิจัย ไทย-ญี่ปุ่น (JST-JICA SATREPS) ที่สามารถผลิตไบโอดีเซลคุณภาพสูง มาขยายผลให้เป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อสนับสนุนให้มีการใช้ไบโอดีเซลในสัดส่วนที่สูงขึ้น” “ที่ผ่านมาโครงการได้มีการประชุมผู้เกี่ยวข้องและชี้แจงรายละเอียดต่างๆ และมีขั้นตอนการดำเนินการที่สำคัญคือการคัดเลือกตัวแทนโรงงานไบโอดีเซลเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี H-FAME จำนวน 2 ราย ได้แก่ บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด (BBF) และบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GGC) โดยหลังจากนี้ทั้ง 2 โรงงานจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี H-FAME เพื่อผลิตไบโอดีเซลที่มีคุณสมบัติทางเชื้อเพลิงที่สูงกว่าเชื้อเพลิงไบโอดีเซลที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้สอดรับกับข้อเสนอของกลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่ต้องการให้มีการปรับคุณภาพของไบโอดีเซล หากจะต้องมีการใช้สัดส่วนการผสมไบโอดีเซลที่เพิ่มขึ้น และเพื่อความมั่นใจกับทุกภาคส่วน โดยโครงการนี้จะมีการนำร่องโดยนำเชื้อเพลิง B10 ที่ผสมด้วยไบโอดีเซลคุณภาพสูงไปทดลองใช้กับรถยนต์ของหน่วยงานของรัฐ และจะมีการแถลงผลการดำเนินงานในโอกาสต่อไป” ดร.อารี ธนบุญสมบัติ กล่าว ดร.นุวงศ์ ชลคุป นักวิจัยอาวุโสและหัวหน้าโครงการวิจัยฯ เอ็มเทค สวทช. กล่าวว่า “คณะกรรมการทำงานขับเคลื่อนโครงการฯ ได้พิจารณาจากผู้ประกอบการผลิตไบโอดีเซลในประเทศ ที่มีความพร้อมผ่านตามเกณฑ์ประเมิน โดยทีมวิจัยจะร่วมกับโรงงานสาธิตที่ได้รับคัดเลือกนี้ ในการศึกษาเทคโนโลยี H-FAME เชิงเทคนิคการผลิตและประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ จนกระทั่งสามารถผลิตไบโอดีเซลคุณภาพสูงหรือ H-FAME ออกมาใช้งานได้จริง เชื้อเพลิง H-FAME จะถูกผสมกับดีเซลในสัดส่วนร้อยละ 10 หรือที่เรียกว่า B10 ซึ่งจะมีการตรวจสอบคุณภาพเชื้อเพลิงให้ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานกรมธุรกิจพลังงาน และนำไปทดสอบกับรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล นอกจากนี้ โครงการจะทำการสุ่มเก็บตัวอย่างเชื้อเพลิงไบโอดีเซลและน้ำมันดีเซลในระบบจัดเก็บและระบบจัดจำหน่าย เพื่อตรวจวัดคุณภาพตามเกณฑ์ที่ประเมินไว้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์และผู้บริโภคในการใช้เชื้อเพลิง B10 ต่อไป
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปี 3 ฉ.2 – ก.วิทย์ฯ สวทช. โชว์ผลงานวิจัยบัญชีนวัตกรรม, EECi
ก.วิทย์ฯ สวทช. โชว์ผลงานวิจัยบัญชีนวัตกรรม, EECi พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารจากผลงานวิจัย กุ้งกุลาดำโอเมก้า 3 ตอบโจทย์รัฐบาลนำประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 27 เมษายน 2560 : กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดนิทรรศการโชว์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ EECi, บัญชีนวัตกรรม ผลงานเยาวชน NSC, มิวอาย และ DEN-STEP พร้อมคัดผลงานวิจัยด้านอาหารเสิร์ฟข้าวหอมชลสิทธิ์ กุ้งกุลาดำโอเมก้า 3 และมะเขือเทศสมูทตี้ มะคาเดเมีย และเบเกอรีจากฟลาวแป้งมันสำปะหลัง นำเสนอนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 3 ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. ได้นำเสนอผลงานวิจัยได้แก่ โครงการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECI) คือโครงการยกระดับและพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นการสร้างพื้นที่ที่มีระบบนิเวศนวัตกรรมอย่างสมบูรณ์แบบ หรือเป็นเมืองนวัตกรรม (Innovation City) เป็นต้นแบบของการพัฒนางานวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมในลักษณะองค์รวม ที่เน้นการบูรณาการการทำงานร่วมกันตามแนวทางประชารัฐมีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน บัญชีนวัตกรรม ส่งเสริมให้มีการพัฒนานวัตกรรมภายในประเทศ เพื่อรองรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้ขึ้นบัญชีนวัตกรรม ได้แก่ นวัตกรรมด้านการแพทย์ (บจ.ออโธพีเซีย) เช่น ชุดดามกระดูกภายนอกบริเวณข้อศอกชนิดปรับมุมและปรับยืดได้, พื้นสังเคราะห์ ประเภท B ผสมเม็ดยางธรรมชาติ (บจ.ทาโคเทค), วัสดุฝังในบริเวณกะโหลกศีรษะและใบหน้าเฉพาะบุคคล (บจ.คัสตอมไมซ์ เทคโนโลยี จำกัด), ชุดแหวนกันซึม ปกค. 25 ขนาด 155 มม.เอ็ม 198 (บจ.อาร์มี่ซัพพลาย จำกัด) พร้อมผลงานเยาวชน NSC และต่อกล้าให้เติบใหญ่ ได้แก่ Perfect KINOKO เครื่องรดน้ำเห็ดอัตโนมัติ และซอฟต์แวร์แอปพลิเคชัน ทอ-ไอ-ยอ-ไท พร้อมผลงานที่ได้รับรางวัลจาก Geneva ได้แก่ มิวอาย -เลนส์พอลิเมอร์กำลังขยายสูงพัฒนาเพิ่มเติมจากรุ่น S ใช้ติดกับกล้องของสมาร์ตโฟนและมีแท่นวางตัวอย่างที่ออกแบบพิเศษให้หมุนปรับได้ 3 แกน เป็นนวัตกรรมกล้องจุลทรรศน์ดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา สำหรับทุกคน เครื่องเอสพีอาร์แบบภาพและระบบฟลูอิดิกแบบหลายช่องวัด (SPR Imager with a multichannel fluidic delivery system) และ DEN-STEP -ผลิตภัณฑ์ชุดตรวจวินิจฉัยโรคไข้เลือดออกชนิดแรกที่ตรวจหาโปรตีน NS1 ของเชื้อไวรัสเด็งกี่พร้อมกับการแยกชนิด หรือซีโรทัยป์ของไวรัสเด็งกี่ซึ่งมีทั้งหมด 4 ชนิด ได้ทันที นอกจากนี้ยังได้นำผลงานวิจัยด้านอาหารมาจัดตรียมอาหารไว้สำหรับเสิร์ฟด้วยเมนูอาหารจากผลงานวิจัยของ สวทช. เช่น ข้าวหอมชลสิทธิ์ ที่พัฒนาสายพันธุ์จากการผสมระหว่างข้าวทนน้ำท่วม IR57514 และข้าวพันธุ์ดอกมะลิ 105 จนได้ข้าวที่มีผลผลิตสูงเมื่อนำมาหุงมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน พร้อมด้วยกุ้งกุลาดำโอเมก้า 3 ผัดพริกเกลือกับผักรวมอบกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งกุ้งกุลาดำโอเมก้า 3 นี้ เป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นของจังหวัดภูเก็ต และพังงา ผลงานวิจัยและพัฒนาโดย สวทช. ที่พัฒนาให้เป็นกุ้งกุลาดำโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นต่อมนุษย์ทั้งในแง่ของการพัฒนาเซลล์ประสาทและสมอง รวมทั้งการป้องกันและควบคุมโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ และเป็นสินค้าในระดับพรีเมี่ยมของคนรักสุขภาพ และสมูทตี้จากมะเขือเทศพันธุ์ดี ผลงานวิจัยของ สวทช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ได้พัฒนาสายพันธุ์ทั้ง 4 สี คือ แดง เหลือง ส้ม น้ำตาลม่วง ปลอดภัยต่อสุขภาพ รสชาติอร่อย เสิร์ฟพร้อมเบเกอรีที่ผลิตจากฟลาวแป้งมันสำปะหลังที่ได้รับการพัฒนากระบวนการผลิตจนได้ฟลาวแป้งไซยาไนด์ต่ำปลอดภัยต่อสุขภาพที่สำคัญลดการใช้แป้งสาลีในการทำเบอเกอรีต่างๆ ด้วย ขณะเดียวกันก็ได้รับการสนับสนุนจากวิสาหกิจชุมชน อ.นาแห้ว จ.เลย คือ มะคาเดเมียอบเกลือ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ โดย สวทช. ตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลด้วยการนำ วทน. มาพัฒนาประเทศเพื่อก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง นำประเทศสู่ Thailand 4.0
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปี 3 ฉ.2 – ซอฟต์แวร์พาร์ค สวทช. จับมือผู้จัดงาน CommunicAsia 2017 ประเทศสิงคโปร์
ซอฟต์แวร์พาร์ค สวทช. จับมือผู้จัดงาน CommunicAsia 2017 ประเทศสิงคโปร์ นำ Startup ไอทีไทยโชว์ศักยภาพในเวทีระดับโลกที่สิงคโปร์หวังขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคและระดับโลก 20 เมษายน 2560 กรุงเทพฯ - เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะนำตัวแทนนักพัฒนาแอปพลิเคชัน ไอทีและซอฟต์แวร์ของประเทศไทยเข้าร่วมงาน CommunicAsia 2017 ซึ่งเป็นงานอุตสาหกรรมด้านไอทีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จัดที่ประเทศสิงคโปร์ในวันที่ 23 - 25 พ.ค. นี้ โดยพาวิลเลียนของประเทศไทย จะนำเสนองานของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ 12 บริษัท ที่เป็นโซลูชั่นสำหรับองค์กร ด้านการศึกษา สื่อ โลจิสติกส์และเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร “จากนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาลไทย ที่มุ่งหมายให้ประเทศไทยก้าวพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศที่มีรายได้ที่สูง การพัฒนาไปสู่ digital Thailand ในด้านต่างๆ จึงมีความสำคัญ นักพัฒนาซอฟต์แวร์คือผู้ที่เป็นพลังสำคัญที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทยเข้ามาร่วมงานในครั้งนี้ในบทบาทของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการสนับสนุนและส่งเสริมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ของไทย ผลักดันและเปิดโอกาสให้นักธุรกิจกลุ่มสตาร์ทอัพหรือผู้ประกอบการด้านซอฟต์แวร์หน้าใหม่ได้แสดงผลงานธุรกิจของตนในต่างประเทศในระดับสากล เพื่อทำให้เกิดการตกลงซื้อขายและจับคู่ธุรกิจในด้านต่างๆ อันจะนำไปสู่การเติบโต การเรียนรู้และการสร้างรายได้ และก่อให้เกิดการขยายอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในระดับสากล” นายเฉลิมพล ตู้จินดา ผู้อำนวยการซอฟต์แวร์พาร์ค สวทช. กล่าว “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เข้าร่วมงานอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี ด้วยเหตุที่อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีในประเทศไทยมีการขยายตัวข้ามพรมพรมแดนประเทศ CommunicAsia จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสำหรับผู้พัฒนาเทคโนโลยีไทยให้ก้าวสู่ภูมิภาคเอเชียใต้ นำไปสู่การเติบโต การยอมรับ และการนำเทคโนโลยีของไทยไปใช้" นายวิกเตอร์ หว่อง ผู้อำนวยการโครงการด้านการสื่อสาร UBM Singapore Exhibition Services กล่าว ในงาน CommunicAsia และ BroadcastAsia 2017 จะมีผู้เข้าร่วมแสดงงาน 1,700 รายจาก 58 ประเทศ และ 38 พาวิลเลียนนานาชาติ นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุดของบริษัท และรัฐบาลที่ต้องการก้าวทันยุคดิจิทัลเนื้อที่แสดงงานครอบคลุมเต็ม 65,000 ตารางเมตร ของ Marina Bay Sands และ Suntec Singapore คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานราว 48,000 ราย
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 ประจำเดือน เมษายน 2560
ข่าว
สวทช. คว้า 2 รางวัล ตราสัญลักษณ์มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย
รองนายกสมคิด เยี่ยมกระทรวงวิทย์ฯ พร้อมผลักดันโครงการพัฒนาประเทศ
7 หน่วยงานรัฐ จับมือสร้างเครือข่ายแคร์ฟู๊ด
สวทช. จับมือ นาฟรี (NAFRI) สถาบันวิจัยจาก สปป.ลาว
สวทช. จัดงานประชุมวิชาการ ประจำปี 2560 : NAC2017
ITAP สวทช. ผนึก ไคสท์ (KAIST) มหาวิทยาลัยชั้นนำจากเกาหลีใต้
Haydale Technologies Thailand ศูนย์วิจัยแห่งแรกในเอเชีย
นาโนเทค สวทช. ผนึก วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬา
ก.วิทย์ จับมือ 50 หน่วยงาน สนับสนุน EECi ยกระดับอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ
บทความ
นักวิจัย เอ็มเทค สวทช. สร้างนวัตกรรม “กระดูกและข้อโลหะต้นแขนเทียมส่วนบน” เพื่อผู้ป่วยมะเร็งกระดูก
ปฏิทินกิจกรรม
กิจกรรมสัมภาษณ์ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กิจกรรมฝึกอบรมเฉพาะทางเทคโนโลยีชีวภาพการเกษตร
กิจกรรมวิทยาศาสตร์ประจำเดือนเมษายน 2560
เปิดรับสมัคร
Download เอกสารฉบับเต็ม [8.81 MB]
NSTDA Newsletter ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 ประจำเดือนเมษายน 2560 from National Science and Technology Development Agency (NSTDA) - Thailand
จดหมายข่าว สวทช.
จดหมายข่าว สวทช. ปี 3 ฉ.1 – รองนายกสมคิด เยี่ยมกระทรวงวิทย์ฯ พร้อมผลักดันโครงการพัฒนาประเทศ
รองนายกสมคิด เยี่ยมกระทรวงวิทย์ฯ พร้อมผลักดันโครงการพัฒนาประเทศ 16 มีนาคม 2560 ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางเข้าตรวจเยี่ยมกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงวิทย์ฯ ตลอดจนแผนดำเนินงานของกระทรวงในอนาคต พร้อมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารระดับสูง โดยมี ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ รศ. นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำเยี่ยมชมโครงการของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ต้องการขับเคลื่อนในปี 2560-2561 ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ส่วน ซึ่งได้นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุน อันได้แก่ EECi, Innovation Museum, Start Up, Food Innopolis, และวิทยาศาสตร์ฐานราก EECi โครงการยกระดับและพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นการสร้างพื้นที่ที่มีระบบนิเวศนวัตกรรมอย่างสมบูรณ์แบบ หรือ เป็นเมืองนวัตกรรม (Innovation City) เป็นต้นแบบของการพัฒนางานวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมในลักษณะองค์รวม ที่เน้นการบูรณาการการทำงานร่วมกันตามแนวทางประชารัฐ มีการใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อก่อประโยชน์สูงสุด ด้วยการรวมศูนย์ห้องปฏิบัติการและสนามทดสอบนวัตกรรม (Fabrication Laboratory & Test-bed Sandbox) ศูนย์รับรองมาตรฐานนวัตกรรมทางด้านระบบและอุปกรณ์อัจฉริยะ โดยจัดตั้งเป็นเขตทดสอบนวัตกรรมอัจฉริยะของประเทศที่ผ่อนปรนกฎระเบียบที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ตลอดจนการเป็นชุมชนการจ้างงานผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีระดับสูงของทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป Innovation Museum พิพิธภัณฑ์นวัตกรรมในอนาคต โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ แหล่งเรียนรู้ทาง วทน. ที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ด้าน STEM (Science, Technology, Engineering, Mathematics) ซึ่งจะช่วยพัฒนากระบวนการคิด วิเคราะห์ การใช้เหตุผล นำไปสู่การพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมต่อไปในอนาคต โดยการจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์นวัตกรรมแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ Innovation World ซึ่งผู้เข้าชมจะได้พบนิทรรศการแสดงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และ Job World ทำหน้าที่เหมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ซึ่งจะมีการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ชม โดยให้ความรู้และทดลองทำงานในสายอาชีพต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความสนใจในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี Start Up เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา โดยงานนี้เป็นการรวมตัวของกลุ่มสตาร์ทอัพที่มีพลวัต มีการนำเสนอมาตรการส่งเสริมกลุ่มสตาร์ทอัพในรูปแบบบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน รวมถึงหน่วยงานพันธมิตรในต่างประเทศ ที่จะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของสตาร์ทอัพในประเทศไทย และเพื่อเป็นการเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจของรัฐบาลในการขับเคลื่อนและบ่มเพาะ“นักรบเศรษฐกิจใหม่” (New Economic Warrior) และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ตลอดจนเป็นการสร้างความต่อเนื่องของกิจกรรมดังกล่าวให้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง Food Innopolis เมืองนวัตกรรมอาหาร โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ พื้นที่แห่งนี้จะเป็นพื้นที่สำหรับการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างสินค้าและนวัตกรรมอาหารมูลค่าสูง ด้วยการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทชั้นนำของโลก โดยภายในบูทเป็นการจัดแสดงผลงานหรือผลิตภัณฑ์ อาทิ ผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับผู้รักการกินเพื่อสุขภาพ ผู้เป็นเบาหวาน ผู้ต้องการควบคุมน้ำหนัก และผู้ต้องการควบคุมระดับไขมันในเลือด,ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำการเกษตรและปศุสัตว์ เน้นการใช้สารสกัดจากธรรมชาติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พื้นฐาน 3 ประการ คือ อาหารปลอดภัย ความมั่นคงทางด้านอาหาร และความมั่นคงทางด้านเกษตรกรรม เป็นต้น วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อฐานราก โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ไปพัฒนาชุมชนเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพหลักของประชาชนในประเทศไทย โดยจะมีโครงการนำร่อง เพื่อให้แนวคิดดังกล่าวเป็นรูปธรรม วท. ได้มอบหมายให้ วว. เป็นหน่วยงานแกนหลักบูรณาการดำเนินงานกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และสถาบันการศึกษา ในการสร้างความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ โดยใช้กลุ่มลูกค้าของธนาคารการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี ด้าน วทน. มุ่งเน้นการพัฒนาพืชหลักทางการเกษตร 9 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง มะม่วงน้ำดอกไม้ กาแฟ มะเขือเทศ อ้อย และปศุสัตว์ ไก่ไข่และโคเนื้อ จากความร่วมมือดังกล่าว จะทำให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจต่อวงการเกษตรกรรมในด้านของการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังจะทำให้ห่วงโซ่อุปทาน มีความเข้มแข็ง สามารถทำการเกษตรกรรมได้อย่างยั่งยืน
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปี 3 ฉ.1 – ปฏิทินกิจกรรม
กิจกรรมสัมภาษณ์ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับเด็กและเยาวชน ระดับ ม.ปลาย รุ่นที่ 20 สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสาขาเคมี ในวันอังคารที่ 18 เมษายน 2560 ณ อาคาร สวทช. โยธี โดยงานส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนที่มีศักยภาพสูง กิจกรรมสัมภาษณ์ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับเด็กและเยาวชน ระดับ ม.ปลาย รุ่นที่ 20 สาขาฟิสิกส์ ในวันศุกร์ที่ 21 เมษายน 2560 ณ อาคาร สวทช. โยธี โดยงานส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนที่มีศักยภาพสูง กิจกรรมสัมภาษณ์ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับเด็กและเยาวชน ระดับ ม.ปลาย รุ่นที่ 20 สาขาชีววิทยา-เกษตร ในวันพุธที่ 26 เมษายน 2560 ณ ห้องประชุมอาคารวชิรานุสรณ์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยงานส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนที่มีศักยภาพสูง กิจกรรมฝึกอบรมเฉพาะทางเทคโนโลยีชีวภาพการเกษตรหัวข้อ “มหัศจรรย์สารพันธุกรรมดีเอ็นเอ ขั้นพื้นฐาน” สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทย์ฯ รุ่นที่ 15 : ระหว่างวันที่ 18-22 เมษายน 2560 และ รุ่นที่ 16 : ระหว่างวันที่ 15-19 พฤษภาคม 2560 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. จัดโดยฝ่ายบริหารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร ร่วมกับหน่วยวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืช ศช. กิจกรรมฝึกอบรมเฉพาะทางเทคโนโลยีชีวภาพการเกษตรหัวข้อ “การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชขั้นพื้นฐาน (ไม้ดอกไม้ประดับ)” สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทย์ฯ ในวันที่ 20 เมษายน 2560 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. จัดโดย ฝ่ายบริหารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร ร่วมกับหน่วยวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืช ศช. กิจกรรมวิทยาศาสตร์ประจำเดือนเมษายน 2560 ช่วงปิดเทอมหน้าร้อนสำหรับเยาวชน A DAY IN SCIENCE ตอน เขื่อน (DAM) ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย สวทช. รอบที่ 1 ในวันที่ 19 เม.ย. 2560, รอบที่ 2 ในวันที่ 24 เม.ย. 2560, รอบที่ 3 ในวันที่ 28 เม.ย. 2560 กิจกรรม The 3rd International STEM Education for Teachers : Inspired by Fun hands - on with Science, Technology, Engineering and Mathematics ระหว่างวันที่ 18-22 เมษายน 2560 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร และกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กิจกรรม The 4th International STEAM Camp Inspired by Fun hands-on with Science, Technology, Engineering, Arts and Mathematics ระหว่างวันที่ 18-22 เมษายน 2560 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร และพิพิธภัณฑ์และแหล่งการเรียนรู้ จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น กิจกรรมเตรียมความพร้อมด้านวิชาการ เรื่องฟิสิกส์อนุภาค สำหรับผู้แทนประเทศไทย โครงการนักศึกษาภาคฤดูร้อนเดซีและเซิร์น ประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 19-21 เมษายน 2560 ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กรุงเทพฯ กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ นักเรียนที่ได้เหรียญรางวัลโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์ ประจำปี พ.ศ. 2559 วิชาวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างวันที่ 19-21 เมษายน 2560 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. เปิดรับสมัคร เปิดรับสมัครกิจกรรมค่าย STEAM Summer Camp สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ระหว่างวันที่ 25-27 เมษายน 2560 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร จ.ปทุมธานี เขื่อนขุนด่านปราการชล และศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จ.นครนายก ในวันที่ 28 มีนาคม 2560 ทาง www.nstda.or.th/sciencecamp/ โครงการ STEM Workforce หรือ โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร STEM (Science, Technology Engineering, and Mathematics) เพื่อการวิจัยและพัฒนาสาหรับภาคอุตสาหกรรม จะเปิดรับสมัครนักศึกษาทุนรอบที่สอง ในระหว่างวันที่ 1 เมษายน - 15 พฤษภาคม 2560 โดยรับสมัครนิสิต/นักศึกษาผู้มีสัญชาติไทย ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก และมีความสนใจทาโครงงานวิจัย/งานวิจัยร่วมกับผู้ประกอบการ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี (หมวดเดียว ปริญญาโทเดือนละ 10,000 บาท ปริญญาเอกเดือนละ 12,000 บาท) ผู้ที่สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครทุนได้ที่ http://www.nstda.or.th/stemworkforce โครงการสร้างปัญญาวิทย์ผลิตนักเทคโน หรือ โครงการ YSTP (Young Scientist and Technologist Program) เปิดให้ดาวน์โหลดใบสมัครล่วงหน้าทางเว็บไซต์ของโครงการ ให้นิสิต/นักศึกษาระดับปริญญาตรีปีสุดท้าย(ในปีการศึกษา 2560) อาจารย์ และนักวิจัย สวทช. ที่สนใจสมัครขอรับทุนได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลและหาเครือข่ายความร่วมมือวิจัยสาหรับปริญญานิพนธ์ล่วงหน้า เพื่อเตรียมตัวสำหรับการส่งใบสมัครขอรับทุนในช่วงเปิดรับสมัคร(ในเดือนพฤษภาคม 2560) ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดใบสมัครล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2560 เป็นต้นไปที่ www.nstda.or.th/ystp
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปี 3 ฉ.1 – นักวิจัย เอ็มเทค สวทช. สร้างนวัตกรรม “กระดูกและข้อโลหะต้นแขนเทียมส่วนบน” เพื่อผู้ป่วยมะเร็งกระดูก
นักวิจัย เอ็มเทค สวทช. สร้างนวัตกรรม
“กระดูกและข้อโลหะต้นแขนเทียมส่วนบน”
เพื่อผู้ป่วยมะเร็งกระดูก
นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่นักวิจัยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ร่วมกับ หน่วยเนื้องอกกระดูกอ่อนและเนื้อเยื่ออ่อน กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลเลิดสิน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท คอสโม เมดิเทค จำกัด ได้ร่วมมือกันวิจัยและพัฒนา “กระดูกและข้อโลหะต้นแขนเทียมส่วนบน” จนเป็นผลสำเร็จ ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งกระดูกให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ผลงานชิ้นนี้ทีมวิจัยได้ร่วมกันระดมสมองจากกลุ่มศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ อนุสาขาเนื้องอกกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อน ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย จำนวน 35-40 คน เพื่อร่วมกันพัฒนาต้นแบบกระดูกต้นแขนเทียมส่วนบนสำหรับผู้ป่วยมะเร็งกระดูกในประเทศไทยและประสบความสำเร็จผ่านการทดสอบการใช้งานทางคลินิกในผู้ป่วยมะเร็งกระดูกจำนวน 10 ราย ใน 3 โรงพยาบาลชั้นนำของประเทศ ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการจริยธรรมวิจัยในมนุษย์ของทั้ง 3 แห่ง มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และมีผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ ไม่มีโรคแทรกซ้อนแต่ประการใด
สวทช. ในฐานะองค์กรวิจัยและพัฒนาที่ขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มีเป้าหมายในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของไทยให้เข้มแข็ง ด้วยนวัตกรรมของไทย เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ประชาชนคนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับบริการทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้มาตรฐานสากล ในราคาที่เหมาะสม ทั้งนี้ความสำเร็จในการพัฒนากระดูกและข้อโลหะต้นแขนส่วนบนนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนานวัตกรรมด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งจากกลุ่มศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ นักวิจัย และผู้ผลิต ร่วมกันผลิตผลงานวิจัยให้เป็นสินค้านวัตกรรมที่นำไปสู่การใช้งานอย่างแท้จริง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการแพทย์ไทย
ดร.กวิน การุณรัตนกุล นักวิจัยห้องปฏิบัติการอุปกรณ์การแพทย์ หน่วยวิจัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ซึ่งอยู่ในทีมวิจัย กล่าวว่า นวัตกรรม “กระดูกและข้อโลหะต้นแขนเทียมส่วนบน” เหมาะกับคนไข้กลุ่มปฐมภูมิ ที่พบว่าเป็นมะเร็งกระดูกแขนเหนือข้อศอก ซึ่งจะพบมากในกลุ่มเด็กและเยาวชน หากตรวจพบแล้วสามารถรักษาก่อนที่จะลามไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ จะใช้วิธีการเปลี่ยนเอา“กระดูกและข้อโลหะต้นแขนส่วนบน” ไปใส่แทนกระดูกแขนที่เป็นมะเร็ง ซึ่งต้องตัดกระดูกส่วนที่เป็นมะเร็งออก วิธีการนี้จะช่วยให้คนไข้อยู่ได้นานขึ้น ลดการเสียชีวิต และสามารถกลับมาเรียนจนจบได้ มีอาชีพการงานที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในสังคม
อย่างไรก็ตามตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เอ็มเทค สวทช. และ รพ. เลิดสิน ร่วมกันออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าวขึ้นมา และต้องการผู้ผลิตตามสเปกที่ต้องการ โดย บริษัท คอสโม เมดิเทค จำกัด ให้ความสนใจในการผลิตอุปกรณ์ดังกล่าว และร่วมมือในการผลิตตามที่ทีมวิจัยต้องการ ใช้เวลาประมาณ 1 ปีเศษ จึงสามารถขึ้นรูปต้นแบบอุปกรณ์ “กระดูกและข้อโลหะต้นแขนเทียมส่วนบน” ได้ และสามารถผลิตออกมาใช้กับผู้ป่วยมะเร็งกระดูกต้นแขนส่วนบนได้ในที่สุด
สำหรับกระดูกเทียมท่อนแขนส่วนบนนี้ ถือเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่คนไข้ไม่สามารถเบิกได้จาก สปสช. ที่ผ่านมาต้องซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ชิ้นนี้นำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมีราคาแพง โดยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 150,000 บาท ดังนั้นจึงมีคนไข้จำนวนมากที่ไม่สามารถจ่ายได้ หากเราสามารถผลิตได้ภายในประเทศและมีต้นทุนต่ำ ก็จะช่วยเหลือคนไข้ได้มาก โดยเฉพาะคนไข้เด็กที่มีโอกาสผ่าตัดใส่กระดูกและข้อโลหะต้นแขนส่วนบน แล้วรักษาหายและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวัยทำงานโดยไม่เป็นภาระกับสังคม ที่สำคัญยังมีแขน แม้ว่าจะขยับได้ไม่ 100% แต่ก็ยังมีแขนที่ขยับใช้งานได้ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพการใช้ชีวิตของคนไข้หลังการรักษาได้
สำหรับวัสดุที่ใช้ทำ “กระดูกและข้อโลหะต้นแขนเทียมส่วนบน” มีทั้งโคบอล โคเมียม อัลลอย์ ส่วนแกนกลางของอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมกับกระดูกจริงของผู้ป่วยมะเร็งกระดูก ทำจากวัสดุไททาเนียม มีคุณสมบัติแข็งแรงทนทาน แต่เบา และเข้ากับร่างกายได้ดี ไม่เกิดการต่อต้าน ซึ่งขณะนี้ได้ทดลองนำไปใช้กับผู้ป่วยมะเร็งกระดูกแล้ว 10 ราย พบว่าไม่มีการติดเชื้อ หรือปัญหาการหลุดของชิ้นส่วนแต่อย่างใด เป็นที่พอใจของแพทย์และผู้ป่วยเป็นอย่างยิ่ง ในส่วนของการวิจัย ถือเป็นการสะสมองค์ความรู้เรื่องวัสดุทางการแพทย์ โดยเฉพาะเรื่องการทำชิ้นส่วนเทียมที่ใช้กับร่างกายมนุษย์ ซึ่งหากทำชิ้นนี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ในอนาคตเมื่อมีองค์ความรู้มากขึ้น ก็สามารถทำชิ้นส่วนอื่นๆ เช่น ข้อเข่า สะโพก ที่มีความยากขึ้นมาอีกระดับหนึ่งได้ ปริมาณการใช้ของผู้ป่วยก็จะเพิ่มมากขึ้น คนไข้มีโอกาสได้ใช้งานในราคาที่เข้าถึงได้ หากนำเข้าจากต่างประเทศมีราคาแพงงานวิจัย “กระดูกและข้อโลหะต้นแขนเทียมส่วนบน” ของ สวทช. นี้ ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 ที่ส่งเสริมนวัตกรรมในประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการแพทย์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรม 1 ใน 10 อุตสาหกรรม New S- Curve เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่ง สวทช. ทำงานวิจัยได้ตอบโจทย์ประเทศด้วยการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ใช้ประโยชน์ได้จริงและสามารถลดการพึ่งพาเทคโนโลยีการนำเข้าจากต่างประเทศ สร้างความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมการแพทย์อย่างยั่งยืน
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
บทความ
จดหมายข่าว สวทช. ปี 3 ฉ.1 – ก.วิทย์ จับมือ 50 หน่วยงาน สนับสนุน EECi ยกระดับอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ
ก.วิทย์ จับมือ 50 หน่วยงาน สนับสนุน EECi ยกระดับอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วย วทน. หนุนไทยแลนด์ 4.0 5 เมษายน 2560 - ณ การท่าอากาศยานอู่ตะเภา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง : กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนามความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi : Eastern Economic Corridor of Innovation) ร่วมกับภาคเอกชน สถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวม 50 หน่วยงาน ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) หนุนไทยแลนด์ 4.0 โดย คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงภาคตะวันออก ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และให้เกียรติร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/th/news/5203-20170405-eeci
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปี 3 ฉ.1 – นาโนเทค สวทช. ผนึก วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ ร่วมวิจัยและพัฒนาสู่ความเป็นผู้นำด้านนาโนเทคโนโลยี
นาโนเทค สวทช. ผนึก วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ ร่วมวิจัยและพัฒนาสู่ความเป็นผู้นำด้านนาโนเทคโนโลยีในศาสตร์ปิโตรเคมีและพอลิเมอร์ มุ่งตอบโจทย์อุตสาหกรรมสู่ Thailand 4.0 31 มีนาคม 60 ในงานประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2560 (NAC2017) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี : ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ดร.วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ร่วมกับ วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ศ.ดร.สุวบุญ จิรชาญชัย คณบดีวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ลงนาม “ความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาเพื่อความเป็นผู้นำด้านนาโนเทคโนโลยีในศาสตร์ปิโตรเคมีและพอลิเมอร์” ขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาด้านนาโนเทคโนโลยีในศาสตร์ปิโตรเคมีและพอลิเมอร์ มุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสององค์กร และต่อยอดสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชนทั้งภายในและต่างประเทศ ผ่านการแลกเปลี่ยนทรัพยากรและการพัฒนากำลังคนให้มีความรู้ความสามารถ ตลอดจนระบบกลไกการพัฒนาและบริหารหลักสูตรด้านนาโนเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาบัณฑิตที่มีคุณภาพและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนางานวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยีของประเทศ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/th/news/5199-20170331
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปี 3 ฉ.1 – Haydale Technologies Thailand ศูนย์วิจัยกราฟีนแห่งแรกในเอเชีย ร่วมมือวิจัยกับศูนย์ TOPIC เนคเทค สวทช.
Haydale Technologies Thailand ศูนย์วิจัยกราฟีนแห่งแรกในเอเชีย ร่วมมือวิจัยกับศูนย์ TOPIC เนคเทค สวทช. มุ่งวิจัยต่อยอดวัสดุกราฟีน พร้อมนำประเทศไทยสู่ THAILAND 4.0 29 มีนาคม 2560 ในงานประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2560 หรือ NAC2017 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี : กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จัดกิจกรรมเยี่ยมชมศูนย์นวัตกรรมการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์และอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ หรือ Thailand Organic and Printed Electronics Innovation Center (TOPIC) และบริษัท เฮเดล เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ นักวิจัยอาวุโสศูนย์นวัตกรรมการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์และอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ (TOPIC) ศูนย์ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. กล่าวว่า กราฟีนเป็นวัสดุมหัศจรรย์ที่ทั่วโลกเชื่อว่าเป็นเทคโนโลยีวัสดุที่เป็น emerging technology ที่เปลี่ยนแปลงหลายอุตสาหกรรมในอนาคต ศูนย์นวัตกรรมการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์และอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ หรือ Thailand Organic and Printed Electronics Innovation Center (TOPIC) หน่วยงานในสังกัด เนคเทค-สวทช.ได้ทำวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับกราฟีนตั้งแต่เทคโนโลยีการสังเคราะห์ การผลิตเชิงปริมาณ และการนำกราฟีนไปใช้งานในเชิงอุตสาหกรรม และได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสังเคราะห์กราฟีนด้วยการลอกด้วยเคมีไฟฟ้าให้แก่บริษัท Innophene ในปี พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นบริษัท startup (ในภายหลัง Haydale ได้ร่วมลงทุนใน Innophene ) TOPIC ได้ผลักดันให้เกิดงานวิจัยเกี่ยวกับหมึกนำไฟฟ้าผสมกราฟีนเป็นรายแรกของโลกที่นำไปใช้ในกระบวนการ Printed Electronics หรืออิเล็กทรอนิกส์แบบพิมพ์ได้ TOPIC ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีกราฟีนให้ภาคเอกชนทำงานแบบเครือข่ายระหว่างภาครัฐ และเอกชน มีห้องปฏิบัติการ และบริการทางเทคนิค เพื่อบริการแก่ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการให้คำปรึกษาในการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ด้วยหมึกอิเล็กทรอนิกส์ หรือหมึกนำไฟฟ้า และ TOPIC เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ Organic Electronics Association หรือ OE-A ซึ่งเป็นสมาคมด้านอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ระดับโลกเพื่อสร้างเครือข่ายกับกลุ่มสมาชิกของ OE-A ที่มีอยู่ทั่วโลก ทำให้ไทยมีฐานข้อมูล และเครือข่ายการพัฒนางานวิจัยที่กว้างมากขึ้น Haydale Graphene Industries เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของอังกฤษที่มีมูลค่าตลาด 30 ล้านยูโร มีความเชี่ยวชาญด้านกราฟีนมาแต่เริ่มแรกและต่อยอดไปยังวัสดุนาโนอื่นๆ ด้วยความมุ่งมั่นในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชีย เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่เกิดจากเทคโนโลยีวัสดุกราฟีน จึงจัดตั้งศูนย์วิจัยกราฟีน Haydale Technologies (Thailand) ขึ้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย การมีศูนย์ HTT ในประเทศไทย ทำให้นักวิจัยไทยจะได้ทำงานร่วมกับนักวิจัยชั้นนำจากต่างประเทศ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกันได้อย่างเป็นรูปธรรมขึ้นในประเทศไทย เป็นการส่งเสริมและผลักดันให้เกิดเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้นในอนาคต และจะเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยไปสู่ Thailand 4.0 อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/th/news/5198-20170329-haydale
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปี 3 ฉ.1 – ITAP สวทช. ผนึก ไคสท์ (KAIST) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชั้นนำจากเกาหลีใต้ร่วมผลักดันเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย
ITAP สวทช. ผนึก ไคสท์ (KAIST) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชั้นนำจากเกาหลีใต้ ร่วมผลักดันเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย 30 มีนาคม 2560 ในงานประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2560 (NAC2017) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี : กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Innovation and Technology Assistance Program) หรือ ไอแทป (ITAP) และ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งเกาหลี (Korea Advanced Institute of Science and Technology) หรือ ไคสท์ (KAIST) สาธารณรัฐเกาหลี ได้ลงนามความร่วมมือภายใต้โครงการ “เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมไทย” เพื่อนำเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามายกระดับความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทยให้เป็นไปตามนโยบาย ประเทศไทย 4.0 อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/th/news/5197-20170330-mou
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปี 3 ฉ.1 – สวทช. จัดงานประชุมวิชาการประจำปี 2560 สวทช. ยุคใหม่ ตอบกลุ่มเป้าหมาย ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
สวทช. จัดงานประชุมวิชาการประจำปี 2560 สวทช. ยุคใหม่ ตอบกลุ่มเป้าหมาย ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง 29 มีนาคม 2560 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2560 (NSTDA Annual Conference 2017 : NAC2017) ภายใต้แนวคิด “สวทช. ยุคใหม่ ตอบกลุ่มเป้าหมาย ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มีนาคม – 1 เมษายน 2560 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยของ สวทช. ที่เป็นรูปธรรมทั้งการนำไปใช้ประโยชน์ต่อภาคการผลิตและบริการ ตลอดจนสังคมและชุมชนต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยที่เป็นการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสร้างความเจริญให้กับประเทศ นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กราบบังคมทูลรายงานว่า สวทช. เป็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีเป้าหมายในการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) เพื่อนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ และดำเนินงานตามนโยบายของประเทศเพื่อตอบโจทย์ประเทศไทย 4.0 อย่างต่อเนื่องในการผลิตผลงานวิจัยและพัฒนา รวมถึงการสนับสนุน ส่งเสริมให้เกิดการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ตามหลักการเศรษฐกิจพอเพียงให้ประชาชนไทยมีภูมิคุ้มกัน และพึ่งพาตนเองได้ ในปีงบประมาณ 2559 ที่ผ่านมา สวทช. มีผลงานที่เป็นองค์ความรู้ ได้แก่ สิ่งตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ 585 เรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญาที่ขอจด 321 คำขอ และผลงานที่ได้รับการถ่ายทอดเชิงพาณิชย์และสาธารณประโยชน์ 220 รายการ หน่วยงานรับมอบ 337 หน่วยงาน มูลค่าการลงทุนจากกิจกรรมของ สวทช. 11,408 ล้านบาท เกิดผล กระทบต่อเศรษฐกิจไทย 19,529 ล้านบาท และ สวทช. ได้ดำเนินการผลักดันนโยบายระดับชาติที่สำคัญ ได้แก่ มาตรการทางภาษี 300% บัญชีนวัตกรรมไทย โครงการขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ (Thailand Tech Show) และโครงการสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ (Start-up Voucher) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนสนใจลงทุนวิจัยและพัฒนามากขึ้น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/th/news/5196-20170329-nac2017
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย


