ผลการค้นหา :
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จัดงาน “Digital Thailand Big Bang 2018”
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) จัดงาน "ดิจิทัลไทยแลนด์บิ๊กแบง 2018" วันที่ 19-23 กันยายน ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ถือเป็นนิทรรศการเทคโนโลยีดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งาน Digital Thailand Big Bang 2018 มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศตอบรับเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก แนวคิดหลักThailand Big Dataข้อมูลเปรียบเสมือนทองของมีค่าเป็นเครื่องมือทรงอานุภาพที่สุดในโลกยุคใหม่ ฐานข้อมูลมหึมาถูกนำมาเชื่อมโยงถึงกัน วิเคราะห์เพื่อตอบโจทย์และยกระดับคุณภาพชีวิต ทำให้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย วัตถุประสงค์การจัดงาน เพื่อนำเสนอแนวทางและรูปแบบการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลสร้างสรรค์ เพื่อรวมพลังคนทั้งประเทศในการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจ และสังคมยุคใหม่ได้ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ และสัมผัสเทคโนโลยีที่น่าสนใจที่จะศึกษาการใช้เทคโนโลยี ทั้งด้านธุรกิจและในชีวิตประจำวันได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รูปแบบการจัดงานการจัดแสดงนิทรรศการ 7 Golden Zones โซน 1 “Golden cloud computing”โซน 2 “Big data & data analytics”โซน 3 “Emerging innovation & Digital startup”โซน 4 “Digital transformation”โซน 5 “Digital manpower”โซน 6 “Liveable city & Smart city”โซน 7 “Thailand grand challenge” กิจกรรมการแข่งขันในงาน “บิ๊กแบงแมทซ์” มีทั้งหมด 4 ประเภทคือ การประชุม สัมมนานานาชาติปาฐกถาพิเศษ โดย ผู้บริหารทั้งในประเทศและต่างประเทศการบรรยายต่าง ๆ ภายใต้แนวคิดหลัก Thailand Big Data กิจกรรมเกมและการแข่งขันการแข่งขัน eSports, drone, IoT, Robotics, Coding กิจกรรมของกลุ่ม Startup และระดับนานาชาติ รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.depa.or.th/th/digitalthailandbigbang2018 https://www.digitalthailandbigbang.com https://www.facebook.com/digitalthailandbigbang/
ข่าวประชาสัมพันธ์
งานเสวนาเรื่อง 150th Anniversary King of Siam’s Eclipse
งานเสวนาเรื่อง 150th Anniversary King of Siam’s Eclipse ในวันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม 2561 เวลา 8.00 – 13.00 น.ณ ห้องจามจุรี บอลรูมบี ชั้นเอ็ม โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส กรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาสครบรอบ 150 ปี การเกิดปรากฎการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2411 ณ บ้านหว้ากอ ต. คลองวาฬ จ. ประจวบคีรีขันธ์ ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงคำนวณการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาไว้ล่วงหน้าก่อนสองปี และได้เสด็จไปทอดพระเนตรการเกิดปรากฎการณ์ด้วยพระองค์เอง พร้อมกับคณะผู้ร่วมสังเกตการณ์จากประเทศฝรั่งเศส อังกฤษ และสิงคโปร์ ซึ่งในครั้งนั้นได้เกิดสุริยุปราคาตามการคำนวณของพระองค์อย่างถูกต้องแม่นยำ เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้ร่วมสังเกตการณ์ โดยดวงอาทิตย์ได้ถูกดวงจันทร์บังมิดดวงอยู่นานถึง 6 นาที 46 วินาที ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้สร้างชื่อเสียงให้แก่สยามและแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่าน และสืบเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวคณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2525 เทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ว่าทรงเป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” และกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคมของทุกปี เป็น “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” ทั้งนี้ในระดับนานาชาติสหพันธ์ดาราศาสตร์สากลยังได้ขนานนามปรากฏการณ์สุริยุปราคาในครั้งนั้นว่า “King of Siam’s Eclipse” บัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (บวท.) จึงได้เล็งเห็นถึงโอกาสอันดีในการครบรอบ 150 ปี การเกิดปรากฎการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ณ บ้านหว้ากอ โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้แสดงพระปรีชาสามารถในด้านดาราศาสตร์เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล และร่วมสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในเดือนวิทยาศาสตร์แห่งชาติ จึงได้จัดงานเสวนาเรื่อง 150th Anniversary King of Siam’s Eclipse เพื่อน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพทางด้านดาราศาสตร์และเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 รายะเอียดเพิ่มเติม https://tast.or.th/งานเสวนาเรื่อง-150th-anniversary-king-of-siams-eclipse/
ข่าวประชาสัมพันธ์
ไทยพีบีเอส…ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการวันแม่ 4 สิงหาคม 2561
สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส...ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการวันแม่ด้วยการส่งภาพความประทับใจระหว่างแม่ลูก พร้อมคำบรรยายเพื่อจัดแสดงในนิทรรศการ"สื่อสายใย...สานหัวใจแม่ลูก"หรือเข้าร่วมประกวดกิจกรรม "คู่แม่ลูกหัวใจเดียวกัน"ในวันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2561 เวลา 9.00 - 16.30 น.ณ ลานกิจกรรมหน้าห้องสมุดสื่อสาธารณะ ชั้น 1 อาคารศูนย์การเรียนรู้ท่านสามารถส่งภาพเข้าร่วมนิทรรศการหรือประกวดได้ ตั้งแต่วันนี้ - 22 กรกฎาคม 2561 เวลา 16.00 น รายละเอียดเพิ่มเติม : http://event.thaipbs.or.th/learningspace4/ (more…)
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. ร่วมกับ TCDC จัดสัมมนา ชนชราแห่งอนาคต เพื่อรองรับผู้สูงวัยสู่อนาคต
19 กรกฏาคม 2561 ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) กรุงเทพฯ :: กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ร่วมกับ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) จัดกิจกรรมสัมมนา หัวข้อ “ความท้าทายในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อชนชราแห่งอนาคต”ภายใต้โครงการ “ชนชราแห่งอนาคต : การพัฒนานวัตกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำหรับผู้สูงอายุและผู้ประกอบการสังคม” เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกต่อวิถีชีวิตของผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับสากลให้แก่ผู้ประกอบการไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบ” โดยมี รศ.ดร.รัชพล สันติวรากร ผู้อำนวยการโปรแกรม ITAP สวทช. ได้กล่าวต้อนรับและเปิดงาน พร้อมด้วย คุณวราลักษณ์ แผ่นสุวรรณ รองคณะบดีฝ่ายวิชาการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และ คุณกัลยา โกวิทวิสิทธิ์ FABLAB Thailand ได้แนะนำถึงโครงการฯนี้ (more…)
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. / บริษัท พนัสฯ ผู้นำธุรกิจขนส่ง เดินหน้าเฟ้นหานวัตกรรมโลจิสติกส์ ยกระดับ “ธุรกิจขนส่ง” ไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี ร่วมกับ บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด จัดโครงการ “Panus Thailand LogTech Award 2018” ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ “Logistics Is Everything” เพื่อเป็นเวทีหาสุดยอดเจ้าของแนวคิดนักพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ โดยเปิดกว้างรับทุกไอเดียที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ แอปพลิเคชัน หรือระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ รวมไปถึงการสร้างสรรค์พาหนะหรืออุปกรณ์สนับสนุนการขนส่งทั้งทางบก-อากาศ-น้ำรูปแบบใหม่ๆ ตลอดจนการเชื่อมโยงธุรกิจโลจิสติกส์เข้ากับธุรกิจอื่นๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพและตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้อย่างฉับไว อีกทั้งยังเป็นกลไลหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 (more…)
ข่าวประชาสัมพันธ์
ก.วิทย์ฯ โดย สวทช. ระดมความคิด ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนานวัตกรรมตามความต้องการของภาครัฐ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันตอบโจทย์ Thailand 4.0
17 กรกฎาคม 2561 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ: กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดสัมมนารับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 25 หน่วยงาน เรื่อง “(ร่าง) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนานวัตกรรมตามความต้องการของภาครัฐ” ตามที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 ได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอการยกระดับการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสู่ Thailand 4.0 ผ่านกลไกการส่งเสริมพัฒนานวัตกรรมที่มาจากความต้องการใช้งานของภาครัฐ เพื่อแปลงความท้าทายของสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ เช่น ความมั่นคง สาธารณสุข คมนาคม และสิ่งแวดล้อมที่ต้องการวิธีแก้ปัญหาใหม่ไปสู่การสร้างความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า หลักการสำคัญของร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี คือ การกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐที่มีงบลงทุนจำนวนมากและมีการนำเข้าเทคโนโลยีสูง ต้องจัดสรรงบประมาณจำนวนหนึ่ง เพื่อจัดทำโครงการการพัฒนานวัตกรรมตามความต้องการ สำหรับงบประมาณดังกล่าวจะเป็นส่วนสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมครอบคลุมตั้งแต่การทดสอบความเป็นไปได้ การพัฒนาต้นแบบ และการทดลองผลิตเพื่อทดสอบคุณสมบัติ (more…)
ข่าวประชาสัมพันธ์
รับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
การรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ( เปิดรับสมัครวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 - 23 กรกฎาคม 2561 ) รายละเอียดทั้งหมด : https://mediafund.job.thai.com/201703/ เอกสารการสมัคร
ข่าวประชาสัมพันธ์
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 4 ฉบับที่ 4 ประจำเดือน กรกฎาคม 2561
ข่าว
สวทช. สนช. ร่วมกับ หัวเว่ย พัฒนานวัตกรรมไทยสู่เวทีโลก
พิธีเปิดการแข่งขันออกแบบสร้างหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 11
เชฟรอนสานต่อโครงการ Enjoy Science : Young Makers Contest ปี 3
เปิดโครงการ Kidbright และ Fab Lab ต่อยอด สร้างสรรค์ เสริมทักษะนวัตกรรมเยาวชนไทย
สวทช. ก.พาณิชย์ ม.หอการค้าไทย ผนึกใช้ วทน. พัฒนาสมุนไพรครบวงจร
สวทช. หนุน วทน. เสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านหนองมัง
ก.วิทย์ สวทช. ชูงานวิจัยเด่น เสริมแกร่งภูมิภาคอีสาน หนุน “โรงเรือนพลาสติกผลิตผักคุณภาพ”
สวทช. หนุน SME งานเชื่อมไทยในพื้นที่ EEC สู่อุตสาหกรรม 4.0 ด้วยนวัตกรรม
มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศฯ และ สวทช. ผนึกพันธมิตร เป็นเครือข่ายพัฒนาทักษะเยาวชนด้านอิเล็กทรอนิกส์และการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
นาโนเทค สวทช. นำผปก.เครื่องสำอางและสมุนไพรไทยรุกตลาด งาน Mekong Beauty Show 2018
”ดรีมเดอร์มา” ไมโครแครแคปซูลชะลอวัย คว้า 2 รางวัล ในงาน “นาสด้าอินเวสเตอร์เดย์ 2018”
บทความ
10 เทคโนโลยี ที่น่าจับตามอง
ปฏิทินกิจกรรม
สวทช. ขอเชิญนักศึกษา นักวิจัย สมัครเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา เยอรมนี และการประชุม GYSS สิงคโปร์
เปิดรับข้อเสนอโครงการวิจัยในอวกาศ Call for Proposals for Microgravity Experiment
สวทช. ขอเชิญผปก.สัมมนาเตรียมพร้อมสินค้าและบริการด้านอสังหาฯเพื่อผู้สูงอายุกลุ่มใหม่
กิจกรรมค่าย/อบรมเชิงปฏิบัติการ
เปิดรับสมัคร
Download เอกสารฉบับเต็ม [12.8 MB]
NSTDA Newsletter ปีที่ 4 ฉบับที่ 4 ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 from National Science and Technology Development Agency (NSTDA) - Thailand
จดหมายข่าว สวทช.
ศูนย์บ่มเพาะฯ สวทช. หนุนผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีสร้างโอกาสพัฒนาธุรกิจ สู่เจ้าของธุรกิจที่เข้มแข็งและยั่งยืน
ณ อาคารซอฟต์แวร์พาร์ค แจ้งวัฒนะ - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี จัดปฐมนิเทศ “โครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี รุ่นที่ 16 (SUCCESS 2018)” เพื่อแนะนำโครงการและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการและหน่วยงานพันธมิตร แก่ผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์/ไอที/ดิจิทัล/นาโนเทคโนโลยี/ไบโอเทคโนโลยี และอื่นๆ กว่า 40 รายที่เข้าร่วมโครงการ SUCCESS ประจำปี 2561 เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ และนำสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจที่เข้มแข็งอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน นางศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี สวทช. เปิดเผยว่า ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี สวทช. ดำเนินโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี (SUCCESS) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 โดย SUCCESS 2018 เป็นโครงการสำหรับผู้บริหารกิจการ ผู้ประกอบกิจการซอฟต์แวร์และไอทีทุกประเภท เช่น ERP, Mobile, Enterprise, Digital content, IT Consultant, IT Services, E-learning, Game, Web ฯลฯ และผู้ประกอบการนาโนเทคโนโลยี ไบโอเทคโนโลยี และอื่นๆ (more…)
ข่าวประชาสัมพันธ์
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 4 ฉ.4 – ปฏิทินกิจกรรม
สวทช. ขอเชิญชวนนิสิต นักศึกษา และนักวิจัย สมัครเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา ประเทศเยอรมนี และการประชุม Global Young Scientist Summit (GYSS) ประเทศสิงคโปร์
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้รับสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระประสงค์ให้นิสิต นักศึกษา และนักวิทยาศาสตร์ ของไทย ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา และการประชุม Global Young Scientist Summit (GYSS) ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ เพื่อเปิดโลกทัศน์ทางวิชาการ อีกทั้งได้มีโอกาสเรียนรู้ความก้าวหน้าทางวิทยาการใหม่ๆ จากประสบการณ์จริงของนักวิจัย และ/หรือนักวิทยาศาสตร์ที่มีผลงานทางวิทยาศาสตร์ในระดับสากล
ในการนี้ สวทช. จึงขอเชิญชวนนิสิต นักศึกษา และนักวิจัย สมัครเข้าร่วมรับการคัดเลือกเพื่อเป็นผู้แทนประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในสาขาฟิสิกส์ ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน - 5 กรกฎาคม 2562 และการประชุม Global Young Scientist Summit (GYSS2019) ในสาขา เคมี ฟิสิกส์ แพทยศาสตร์หรือสรีรวิทยา คณิตศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ณ ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างในวันที่ 20-25 มกราคม 2562 โดยมีกิจกรรมนำเสนอผลงาน บรรยายพิเศษและการเสวนากลุ่มย่อยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากนักวิทยาศาสตร์ผู้เคยได้รับรางวัลโนเบล (Nobel Laureate) และนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัลชั้นนำของโลก
สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2561 โดยสมัครออนไลน์ได้ที่ www.nstda.or.th/lindau/
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 0 2529 7100 ต่อ 77206 และ 77224 หรือ 081 006 5454 อีเมล pdys@nstda.or.th หรือ
ดูรายละเอียดของกิจกรรมเพิ่มเติมที่ https://www.lindau-nobel.org/ และ https://www.gyss-one-north.sg/
เปิดรับข้อเสนอโครงการวิจัยในอวกาศ Call for Proposals for Microgravity Experiment
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญท่านที่สนใจร่วมเสนอ งานวิจัยไปทดลองในอวกาศกับโครงการ “การทดลองในอวกาศและสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง - National Space Experiment NSE-II”
ลักษณะงานวิจัยที่เปิดรับ เป็นงานวิจัยวิทยาศาสตร์ที่ใช้คุณสมบัติของสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง สร้างผลการทดลองและองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่แตกต่างจากการทดลองบนโลก
ปิดรับข้อเสนอโครงการ วันที่ 31กรกฎาคม 2561
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/jaxa-thailand/nse2018/
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ e-mail : nse@nstda.or.th
สวทช. ขอเชิญผู้ประกอบการเข้าสัมมนาเตรียมพร้อมสินค้าและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อผู้สุงอายุกลุ่มใหม่
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ขอเชิญผู้ประกอบการ SME ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมที่จดทะเบียนนิติบุคคล (บจก. หจก. หสม. ร้านค้า สหกรณ์ หรือวิสาหกิจชุมชน) เข้าร่วมสัมมนาฟรี! หัวข้อ “ชนชราแห่งอนาคต : ความท้าทายในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อชนชราแห่งอนาคต” เพื่อรับทราบข้อมูลสนับสนุนผู้ประกอบการที่สนใจพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ ท้าทายโอกาสและศักยภาพของสังคมผู้สูงวัย ตั้งแต่โครงการอสังหาริมทรัพย์ไปจนถึง Wearable gadget หรือ IOT Platform ในวันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม 2561 เวลา 09.30 - 17.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น M ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก กรุงเทพฯ รับจำนวนจำกัด 60 ท่านเท่านั้น สงวนสิทธิ์รับ 1 คน/นิติบุคคล หมดเขตภายใน 13 ก.ค. 61 ลงทะเบียนฟรีได้ที่อีเมล panita@nstda.or.th โทรสาร 0 2564 7082 สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0 2564 7000 ต่อ 1301, 1368, 1381
Big Rock Fab Lab Thailand : กิจกรรม “สะเต็มศึกษาผ่านกิจกรรมออกแบบชิ้นงานด้วยโปรแกรมเครื่องพิมพ์ 3 มิติ”
โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับโรงเรียนในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ร่วมกับโครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab)
สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนชุมชนวัดบางขัน
17-18 กรกฎาคม 2561 ณ บ้านวิทยาศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
กิจกรรมมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ตอน สนุกกับกิจกรรมมหาวิทยาลัยเด็ก สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น
19 กรกฎาคม 2561 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช.
กิจกรรมค่ายบูรณาการโครงงานวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ครั้งที่ 3 สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ โรงเรียนประทีปวิทยา และโรงเรียนสุทธิศาสน์วิทยา โดยกิจกรรมความรู้คู่ความสนุกกับการออกแบบทางวิศวกรรม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab) สวทช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
24-26 กรกฎาคม 2561 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช.
กิจกรรมฝึกอบรมเฉพาะทางเทคโนโลยีชีวภาพการเกษตรหัวข้อ “การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชขั้นพื้นฐาน (ไม้ดอกไม้ประดับ)”
สำหรับนักเรียนโรงเรียนวัดราชโอรส จัดโดยฝ่ายบริหารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร ร่วมกับหน่วยวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืช ศช.
26 กรกฎาคม 2561 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช.
อบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรเพื่อการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา “การนำแนวคิดสะเต็มศึกษาไปใช้ในสถานศึกษา
สำหรับครูระดับชั้นประถมศึกษา” STEM Approach Implementation in Schools for Elementary School Teachers หลักสูตรระดับกลาง
27-29 กรกฎาคม 2561 ณ ห้องประชุมออดิทอเรียม บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช.
เปิดรับสมัคร
ประชาสัมพันธ์รับสมัครทุนโครงการการคัดเลือกผู้แทนเข้าร่วมการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา สาขาฟิสิกส์ และโครงการ Global Young Scientists Summit (GYSS) ประจำปี 2562
สนใจสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2561 โดยสมัครออนไลน์ได้ที่ www.nstda.or.th/lindau/ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 0 2529 7100 ต่อ 77206 และ 77224 หรือ 081 006 5454 อีเมล pdys@nstda.or.th หรือดูรายละเอียดของกิจกรรมเพิ่มเติมที่ https://www.lindau-nobel.org/ และ https://www.gyss-one-north.sg/
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
จดหมายข่าว สวทช. ปีที่ 4 ฉ.4 – 10 เทคโนโลยี ที่น่าจับตามอง
10 เทคโนโลยี ที่น่าจับตามอง
เป็นประจำทุกๆ ปี การเผย 10 เทรนด์เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เป็นวาระสำคัญที่นักลงทุนและประชาชนทั่วไปให้ความสนใจกับกิจกรรมนี้ของ สวทช. มากขึ้นทุกปี
ปีนี้ก็เช่นกัน ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. บรรยายพิเศษ เรื่อง “10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจ (10 Technologies to Watch)” ซึ่งแนะนำ 10 เทคโนโลยีใหม่ที่จะส่งผลกระทบในช่วงเวลา 5-10 ปีในอนาคต เพื่อให้ผู้ประกอบการและคนทั่วไปกว่า 600 คนรับฟัง ภายใต้งาน Thailand Tech Show 2018 ที่ สวทช. จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เสริมแกร่งธุรกิจด้วยวิทย์และนวัตกรรม” เมื่อวันที่ 4-8 กรกฎาคมที่ผ่านา ณ ไบเทค บางนา เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และต่อยอดนวัตกรรมให้กับนักลงทุนเป้าหมายและผู้ประกอบการไทย ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) พัฒนากระบวนการผลิตให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน รวมทั้งการอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีที่จะพลิกชีวิตและธุรกิจของใครก็ได้ในทุกมิติ
เมื่อเทคโนโลยี “เปลี่ยนวิถีชีวิต-พลิกธุรกิจ”
1. แบคทีเรียลดยุงพาหะ (Mosquito-targeted Wolbachia)
ขณะนี้มีโครงการระดับนานาชาติที่นำแบคทีเรียชนิดหนึ่งคือ แบคทีเรียในสกุล โวลบาเชีย (Wolbachia) เข้าร่วมโปรแกรมระดับโลก World Mosquito Program หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า Eliminate Dengue รัฐบาลออสเตรเลียประกาศว่าการใช้ Wolbachia เป็นทางเลือกใหม่ที่ลดความเสี่ยงของการระบาดโรคไข้เลือดออก ซิก้า และชิกุนกุนยาได้ และมีต้นทุนต่ำคือ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแค่ 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อประชากรเท่านั้น ขณะที่ปี 2012 รัฐบาลสิงคโปร์ ทำโครงการทดสอบภาคสนาม ปล่อยยุงที่มี Wolbachia ออกสู่สิ่งแวดล้อมเพื่อศึกษาและประเมินความเสี่ยง มีบริษัท Startup ในสหรัฐที่ผลิตยุงแบบนี้ออกจำหน่ายด้วย เทคโนโลยีการกำจัดยุงด้วยแบคทีเรียนี้น่าจะเป็นทางเลือกสำคัญแบบหนึ่งในการกำจัดยุงในพื้นที่อื่นๆ ของโลก หรือแม้แต่ในประเทศไทยเอง
2. วัคซีนกินได้ (Edible Vaccine)
วัคซีนรุ่นใหม่อาจจะใช้วิธีการกิน เช่น พืชอาหารต่างๆ การทำพืชวัคซีนแบบนี้ต้องนำสารพันธุกรรมของเชื้อโรคที่ไม่เกี่ยวกับการก่อโรคมาใส่เข้าไปในพืช พืชจึงเป็นดั่งโรงงานที่สร้างสารเหล่านี้ขึ้นมา โดยขั้นตอนนี้อาศัยแบคทีเรียพวก Agrobacterium นำสารพันธุกรรมเข้าไปในพืช เมื่อคัดเลือกพืชที่รับเอาสารพันธุกรรมดังกล่าวเข้าไปได้แล้ว ก็นำมาเพิ่มจำนวน และใช้รับประทานเป็นวัคซีนได้ต่อไป วิธีนี้มีข้อดีคือ ไม่ต้องใช้ไข่สดหรือสัตว์ในการผลิต จึงปลอดภัยจากการปนเปื้อนเชื้อโรค วัคซีนแบบใหม่จึงอาจจะใช้วิธีกินแทนที่จะฉีดแบบที่เราคุ้นเคยกันมานาน
3. เซลล์สำหรับทดสอบยา (Cell Line for Drug Testing)
การนำเซลล์ผู้ป่วยมาทำให้เป็นสเต็มเซลล์แบบพิศษ iPSC จะสามารถนำมาทดสอบยาได้โดยตรง และได้คำตอบที่รวบรัดชัดเจนด้วยว่ายาที่ต้องการใช้ทำให้เซลล์ผู้ป่วยคนนั้นมีปฏิกิริยาทางลบหรือจะเกิดการแพ้ยาหรือไม่ ทั้งนี้มีบริษัทต่างๆ จำนวนหนึ่งที่พยายามหาวิธีสร้างเซลล์ iPSC จากผู้ป่วยจำนวนมาก เช่น ฝรั่งเศส ผนวกเอาเทคโนโลยี microfluidic cell culture ที่เพาะเลี้ยงเซลล์ในระบบที่มีการแลกเปลี่ยนสารอาหารและอากาศที่ไหลผ่านเซลล์โดยควบคุมอย่างละเอียดทุกอย่าง จนทำให้สเต็มเซลล์ เติบโต และเปลี่ยนแปลงไปอยู่ในระยะต่างๆ ที่เหมาะกับการนำมาใช้ทดสอบความเป็นพิษของยาได้เป็นอย่างดี เทคนิคการเพาะเลี้ยงเซลล์จากสัตว์ หรือแม้แต่เซลล์จากผู้ป่วยนี้ จึงถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ทำให้การรักษาผู้ป่วยแบบจำพาะเจาะจงรายคน ดังเช่น โครงการชื่อ The Medlem Project ที่ตั้งเป้าจะเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในยุโรปให้ยืนยาวขึ้นอีก 5-10 ปี และใช้ปรับปรุงกระบวนการรักษาอีกด้วย
4. การบำบัดส่วนบุคคล (Personalized Therapy)
ด้วยความรู้เกี่ยวกับข้อมูลพันธุกรรม จากผลของการอ่านรหัสพันธุกรรมได้ ด้วยราคาที่ถูกลงมาก และมีวิธีการตรวจรักษาที่เจาะจงมากขึ้น ทำให้การป้องกันและรักษาโรคดีขึ้นจนถึงระดับที่บำบัดรักษาแบบจำเพาะกับคนๆ นั้น เกิดการรักษาแบบ Personalized Therapy หรือ เป็นการบำบัดส่วนบุคคลเลยทีเดียว
หัวใจหลักของการรักษาแบบใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้ มาจากความรู้เกี่ยวกับการสร้างสเต็มเซลล์อย่างง่ายๆ สเต็มเซลล์เป็นเซลล์ที่สามารถนำมาใช้ซ่อมแซม หรือสร้างทดแทนเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะที่สึกหรอไปได้ ทั้งนี้นักวิจัยชาวญี่ปุ่น ชินยะ ยามานะกะ (Shinya Yamanaka) ค้นพบวิธีการสร้าง “ตั้งโปรแกรมใหม่” หรือ reprogramming cell ซึ่งช่วยเปลี่ยนเซลล์ร่างกายแบบอื่นๆ ที่มีจำนวนมาก เช่น เซลล์ผิวหนัง ให้กลายเป็น สเต็มเซลล์ได้ โดยการใส่ดีเอ็นเอจำเพาะไม่กี่ชิ้น เกิดเป็นสเต็มเซลล์แบบพิเศษที่เรียกว่า iPSC ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบนี้ในปี ค.ศ. 2012
ไม่เพียงแค่เราได้สเต็มเซลล์ของผู้ป่วยง่ายขึ้น เทคโนโลยีในการแก้ไขดีเอ็นเอที่ผิดปกติที่เรียกว่า เทคโนโลยีการดัดแปลงยีน หรือที่เรียกว่า CRIPR/Cas9 (คริสเพอร์แคส 9) จะทำให้สามารถแก้ไขโรคต่างๆ ได้ รวมทั้งโรคพันธุกรรมที่เดิมไม่เคยรักษาได้มาก่อนเลย ตัวอย่างโรคแรกๆ ที่มีการทดลองไปคือ โรคจอตาเสื่อม เป็นต้น
5. เข็มจิ๋วอัจฉริยะ (Intelligent Nano-Needle)
หลายคนคงรู้จักเข็มจิ๋วจิ้มไม่เจ็บ หรือ Nano Needle ที่อาศัยลักษณะของเข็มที่เล็กมาก ทำให้เวลาใช้งาน ผู้ที่ถูกเข็มเหล่านี้จิ้มจะไม่รู้สึกเจ็บ แต่เข็มเหล่านี้สามารถพัฒนาให้ฉลาดมากขึ้นและทำงานได้อเนกประสงค์ เช่น การเชื่อมต่อกับตัวรับสัญญาณ หรือ sensor ทำให้สามารถตรวจวัดการทำงานระบบต่างๆ ของร่างกายตามเวลาจริง (real time) ได้ เพื่อให้เห็นภาพ เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือผู้ที่มีความเสี่ยงจะเป็นโรคนี้ ที่ต้องการตรวจวัดระดับน้ำตาลอยู่ตลอดเวลา เพราะการเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอย่างกะทันหัน อาจก่ออันตรายร้ายแรงได้ ก็อาจต้องอาศัยเข็มแบบนาโนนี้แปะติดกับผิวหนังไว้ เข็มจิ๋วอัจฉริยะจึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่เข็มฉีดยา แต่กลายเป็น “ชุดวัดระดับน้ำตาล” ไปด้วยในตัว
6. วาล์วจิ๋วส่งยา (Nano-Valve)
เทคโนโลยีนาโนพอร์ซีเควนซิ่ง (Nano-Pore Sequencing) ที่อาศัยช่องเล็กสุดๆ ระดับนาโน ที่เล็กกว่าเส้นผมของคนเราถึง 100,000 เท่า ในการอ่านรหัสพันธุกรรม แต่เทคโนโลยีนี้ จะมีสิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นเมื่อนำความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยีในการสร้าง “วาล์ว (valve)” หรือ ลิ้นปิดเปิดระดับนาโน ประกอบเข้ากับกับนาโนพอร์ ซึ่งจะเกิดเป็น “นาโนวาล์ว” ทำให้ได้ระบบนำส่งโมเลกุลหรือยาไปสู่เซลล์เป้าหมายและสามารถควบคุมการปลดปล่อย ณ ตำแหน่งเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ซึ่งอาจช่วยในการรักษาโรคได้ ทั้งนี้การควบคุมการปิด-เปิดของวาล์วนั้น ยังสามารถอาศัยกลไกการเปลี่ยนแปลง pH หรือ สารจำเพาะบางอย่างในเนื้อเยื่อหรืออวัยวะเป้าหมาย เช่น เซลล์เนื้องอก หรือมะเร็ง มี pH หรือสารจำเพาะที่ต่างจากเซลล์ปกติ ทำให้วาล์วเปิด และปล่อยสารหรือยาที่อยู่ภายในออกมารักษาได้ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมได้จากภายนอกร่างกาย หรือภายนอกเซลล์ เช่น ใช้การกระตุ้นด้วยแสง ความร้อน หรือ สนามแม่เหล็ก จึงทำให้การออกฤทธิ์ของสารที่บรรจุไว้ในนาโนพอร์ มีความจำเป็นสูงมากในการรักษา “นาโนวาล์ว” จึงเป็นอีกทางหนี่งในการรักษาโรคในอนาคต
7. การพิมพ์โลหะ 3 มิติ (Metal 3D Printing)
ปัจจุบันการพิมพ์โลหะ 3 มิติ มีการใช้เลเซอร์ (Laser) หรือลำแสงอิเล็กตรอน (Electron Beam) หลอมละลายผงโลหะเป็นชั้นๆ ชิ้นงานที่ได้มีความแข็งแรง ตกแต่งเพียงเล็กน้อยก็ใช้งานได้ทันที ด้วยเทคโนโลยีที่เบ็ดเสร็จในตัวเช่นนี้ คาดการณ์ว่าภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 จะมีเครื่องพิมพ์โลหะ 3 มิติ ไว้ใช้ตามออฟฟิศมากขึ้น โดยใช้วิธีพิมพ์แบบดันวัสดุ (Material Extrusion) ผงโลหะที่ผสมกับพอลิเมอร์จะถูกดันผ่านหัวฉีดขึ้นมาเป็นชั้นๆ โดยไม่ต้องใช้เลเซอร์หรือลำแสงอิเล็กตรอน และไม่มีผงโลหะส่วนเกิน ทำให้วางเครื่องประเภทนี้ในออฟฟิศได้เลย จุดเด่นคือพิมพ์ได้รวดเร็วขึ้น ราคาเครื่องพิมพ์ถูกลงโดยเฉพาะเพื่อพิมพ์ชิ้นส่วนโลหะ ที่ไม่ต้องการการผลิตจำนวนมากแต่ต้องมีความจำเพาะเจาะจง เช่น ในทางการแพทย์ ปัจจุบัน เอ็มเทค สวทช. ร่วมกับภาคเอกชนทำงานวิจัยที่ประยุกต์ใช้การพิมพ์โลหะ 3 มิติ เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรม ทั้งวิธีการพิมพ์ที่ใช้เลเซอร์ หรือลำแสงอิเล็กตรอน และวิธีการพิมพ์ที่ต้องนำชิ้นงานไปเผาผนึกก่อนการใช้งาน
8. วัสดุดูดซับเสียงออกแบบได้ (Customized Sound Absorber)
ปัญหาเสียงดังจากยานพาหนะ เครื่องมือ เครื่องจักร ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้ที่อยู่ใกล้เคียง “โฟมอะลูมิเนียม” เป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติในด้านการดูดซับเสียงได้ดี แข็งแรง ทนแรงกระแทก น้ำหนักเบา สวยงาม ไม่ลุกติดไฟ และไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการโลหะวิทยาขั้นสูง หน่วยวิจัยโลหะ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. พัฒนาโฟมอะลูมิเนียมที่มีคุณสมบัติเด่น คือ ดูดซับเสียงที่ความถี่เสียงต่างๆ ได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน ออกแบบโดยใช้วัสดุทรงกลมซึ่งสามารถทนอุณหภูมิสูง และมีพื้นผิวรูปแบบต่างๆ เป็นวัสดุที่ทำให้เกิดรูพรุนรูปแบบต่างๆ ภายในโฟมอะลูมิเนียมด้วย โดยผลทดสอบในห้องปฏิบัติการสามารถลดระดับเสียงดังลงได้จาก 90 เดซิเบล เป็น 64 เดซิเบล (การฟังเสียงดังระดับ 85 เดซิเบล ต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้การรับฟังเสียงบกพร่องอย่างถาวรได้) วิธีการดังกล่าวมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าแบบเดิมถึง 50 % ช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศได้อีกด้วย
9. เทคโนโลยีไซเบอร์-ฟิสิคัล (Cyber-Physical Technology)
ในโลกศตวรรษที่ 21 ลักษณะความเป็นเมืองใหญ่เป็นเทรนด์ที่เห็นได้ชัด โดย World Urbanization Prospects คาดว่า จำนวนประชากรโลกที่เป็นคนเมืองจะมีมากถึงร้อยละ 66 ในปี ค.ศ. 2050 ซึ่งจะเกิดผลดีต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมในเมือง แต่ก็อาจต้องการบริการที่เพิ่มมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบคมนาคม การจัดการทรัพยากร และสภาพแวดล้อม รวมทั้งความปลอดภัย
เมืองกายภาพ หรือ physical city และเมืองไซเบอร์ หรือ cyber city จะเชื่อมโยงกันผ่านเครือข่ายเซนเซอร์ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์หลากหลายชนิด เกิดความเป็น เมืองแบบไซเบอร์–ฟิสิคัล (Cyber–Physical City) โดยมีเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง หรือ ไอโอที (IoT) เป็นตัวช่วยสำคัญ ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจแบบใหม่จำนวนมาก ทั้งธุรกิจบริการ มีตัวอย่างบ้างแล้ว เช่น ระบบบริการรถของอูเบอร์ (UBER), ร้านสะดวกซื้อที่ไม่มีแคชเชียร์ (Amazon Go) ปัจจุบัน สวทช. กำลังสร้างฐานเทคโนโลยีระบบนี้อยู่ผ่าน โครงการเน็ตพาย (NETPIE) และโครงการเมืองอัจฉริยะ (smart city) โดยร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นต้น
10. เทคโนโลยีแช็ตบอต (Chatbot Technology)
ทุกวันนี้ โลกกำลังขยับจากยุคดิจิทัลเข้าสู่ยุคอัจฉริยะ (Intelligence Era) คนจำนวนมากมีเครื่องคอมพิวเตอร์พลังสูงพกติดตัว ในอนาคตอันใกล้การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เหล่านี้ อาจะไม่ต้องพึ่งคีย์บอร์ด เมาส์ หรือทัชสกรีน แต่เป็นการสนทนาด้วยภาษาธรรมชาติ (Seamless Conversation) ผ่านเทคโนโลยีแช็ตบอต ซึ่งเป็นระบบที่จะช่วยให้มนุษย์พูดคุย สั่งงาน และสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้เฉกเช่นเดียวกับการสนทนากับคนด้วยกันเอง
เทคโนโลยีแบบนี้มีหลายรูปแบบ เช่น ใช้ทำแช็ตบอตสำหรับบริการลูกค้า (Customer Service Chatbot) เช่น Line@ และ Siri และ Echo ระบบในหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ เช่น หุ่นยนต์ดินสอ ทั้งนี้หน่วยวิจัยวิทยาการสื่อสารของมนุษย์และคอมพิวเตอร์ (HCCRU) ศูนย์เนคเทค สวทช. ทำวิจัยส่วนประกอบต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว 20 ปีต่อเนื่อง ปัจจุบันมีระบบรู้จำเสียงพูดภาษาไทยที่รองรับคำศัพท์หลากหลาย มีระบบจัดการการสนทนา และระบบสังเคราะห์เสียงพูดที่เป็นธรรมชาติ และร่วมกับพันธมิตรเพื่อประยุกต์ใช้ในงานบริการลูกค้าแบบเฉพาะด้านอีกด้วย
ดร.ณรงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า จะสังเกตได้ว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ เปลี่ยนแปลงก้าวหน้ารวดเร็วมาก และปราศจากพรมแดน ไม่ได้เป็นของชาติใดชาติหนึ่ง ประเทศไทยจึงสามารถมีส่วนร่วมในการคิดค้นเทคโนโลยีต่างๆ ดังที่ยกตัวอย่างเอาไว้ มากบ้างน้อยบ้าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับนักลงทุนในการทำความเข้าใจทิศทางและแนวโน้มเทคโนโลยีใหม่เพื่อเลือกพิจารณาลงทุนให้เหมาะสม เพราะเทคโนโลยีใกล้ชิดกับเราอย่างมากโดยคาดไม่ถึงในทุกมิติของชีวิต
จดหมายข่าว สวทช. ย่อย
บทความ
สวทช. ระดมสมอง “บริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ”เพื่ออนุรักษ์การใช้ประโยชน์ “ทรัพยากรชีวภาพ” อย่างยั่งยืน
11 กรกฎาคม 2561 ที่ ห้องประกายเพชร โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า จ.สุราษฎร์ธานี: นางรังสิมา ตัณฑเลขา ผู้อำนวยการโปรแกรมการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวถึงการประชุมวิชาการ “การบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 5” ว่า สวทช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดการประชุมดังกล่าวขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้นักวิจัย อาจารย์ นักวิชาการ และนักศึกษา ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ส่งเสริมความร่วมมือในการวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อการคุ้มครองป้องกัน และการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน ด้าน ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ประธานคณะกรรมการบริหารคลัสเตอร์ทรัพยากรชีวภาพ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวเปิดการประชุมวิชาการ “การบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ภายใต้หัวข้อ BioD5 plus: “People + Utilization + Sustainability” ว่า การประชุมครั้งนี้นับเป็นความร่วมมือที่สำคัญยิ่ง ที่จะนำความรู้จากทั่วประเทศมาเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน (more…)
ข่าวประชาสัมพันธ์


