หน้าแรก ค้นหา
ผลการค้นหา :
นวัตกรรม “EM Powder บำบัดกลิ่นและน้ำเสีย” ผลิตจากขยะอาหารและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
“กลิ่นจากบ่อเกรอะ ท่อระบายน้ำ หรือบ่อน้ำเสีย” เป็นปัญหาที่พบได้ทั้งในครัวเรือน อาคารขนาดใหญ่ ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรม โดยแนวทางที่นิยมใช้ในการบำบัดและลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ คือการใช้ EM (Effective Microorganisms) หรือกลุ่มจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสีย ซึ่งผลิตภัณฑ์มีให้เลือกใช้ทั้งรูปแบบน้ำ และผง เพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน หากแต่ว่า EM รูปแบบผงที่มีจำหน่ายทั่วไปยังมีข้อจำกัด คือ ละลายช้าหรือละลายได้ไม่หมด ทำให้จุลินทรีย์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดปัญหาท่ออุดตัน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ บริษัททีเออาร์เอฟ จำกัด และบริษัทกรีน เซอคูล่าร์ จำกัด พัฒนา EM Powder (EM แบบผง) สำหรับบำบัดกลิ่นและน้ำเสียที่มีสมบัติในการละลายสูง เพื่อให้จุลินทรีย์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ [caption id="attachment_82172" align="aligncenter" width="400"] ดร.สิทธิศักดิ์ ประสานพันธ์ นักวิจัยทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน เอ็มเทค สวทช.[/caption] ดร.สิทธิศักดิ์ ประสานพันธ์ นักวิจัยทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน เอ็มเทค สวทช. อธิบายว่า จุดเริ่มต้นของการทำวิจัยมาจากบริษัทเอกชนทั้งสองแห่งเล็งเห็นว่า ของเหลวที่เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการบดอัดขยะอินทรีย์มีสารอาหารสำคัญเหมาะกับการเจริญเติบโตของกลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้ผลิต EM จึงร่วมมือกับเอ็มเทควิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ EM รูปแบบผงที่ใช้งานง่าย มีประสิทธิภาพสูง รวมทั้งขนส่งสะดวก โดยตั้งเป้าขยายตลาดผลิตภัณฑ์ EM ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อเดินหน้าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนต่ออย่างเต็มกำลัง การพัฒนา EM รูปแบบผงมีโจทย์ท้าทายสำคัญ คือ การทำให้จุลินทรีย์ยังคงมีชีวิตหลังผ่านกระบวนการผลิตด้วยความร้อนสูง อีกทั้งผง EM ที่ผลิตขึ้นยังต้องมีอัตราการละลายกลับสูง หรือเมื่อผสมน้ำแล้วจะต้องละลายได้เร็วและหมดไว ไม่จับตัวเป็นก้อนหรือมีตะกอนเหลือน้อย เพื่อให้จุลินทรีย์ฟื้นคืนสภาพและเพิ่มจำนวนได้ดีเมื่อนำไปใช้งาน [caption id="attachment_82175" align="aligncenter" width="750"] ผลิตภัณฑ์ EM รูปแบบผง[/caption] ดร.สิทธิศักดิ์ อธิบายว่า ทีมวิจัยได้เลือกใช้เทคโนโลยี spray drying หรือการทำแห้งด้วยการพ่นละอองฝอยผ่านลมที่มีอุณหภูมิสูง โดยเริ่มจากนำน้ำที่ได้จากการบีบอัดขยะอินทรีย์มาเป็นวัตถุดิบตั้งต้น เติมสปอร์ของจุลินทรีย์สายพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกโดยบริษัทเอกชน และเติมสารเพิ่มเนื้อในกลุ่มน้ำตาล จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการทำแห้งด้วยเครื่อง spray drying เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์รูปแบบผง ทั้งนี้สารเพิ่มเนื้อที่ใส่เข้าไปจะทำหน้าที่สำคัญคือ ช่วยห่อหุ้มจุลินทรีย์ให้อยู่ในสภาวะพักตัวในระหว่างกระบวนการผลิตด้วยความร้อน และเป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์เมื่อนำผง EM ไปละลายน้ำเพื่อใช้งาน “ผลจากการทดสอบใช้งานพบว่า ผง EM ที่ได้มีความสามารถในการละลายกลับมากกว่าร้อยละ 90 นอกจากนี้จุลินทรีย์ยังฟื้นคืนสภาพและเพิ่มจำนวนได้รวดเร็วภายใน 2–3 วัน และมีปริมาณจุลินทรีย์สูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายทั่วไป 2–6 เท่า ทำให้ย่อยสลายสารอินทรีย์และบำบัดกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ที่ผ่านมาทีมวิจัยได้ร่วมกับผู้ประกอบการนำผง EM ที่พัฒนาขึ้นไปทดสอบการใช้งานจริงในหลายพื้นที่ เช่น บ่อเกรอะในครัวเรือน ระบบบำบัดน้ำเสียของห้างสรรพสินค้า ดร.สิทธิศักดิ์ เล่าถึงผลการทดลองนำผง EM ไปใช้บำบัดน้ำเสียในระบบบำบัดน้ำเสียของห้างสรรพสินค้าว่า ผง EM ช่วยลดความเข้มข้นของแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์หรือแก๊สไข่เน่าในอากาศได้ภายใน 2 วัน โดยความเข้มข้นของแก๊สไข่เน่าลดลงจาก 54 ppm (ส่วนในล้านส่วน) เหลือ 7 ppm และภายใน 3-4 วัน จะลดเหลือ 0 ppm ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัยคือไม่ควรเกิน 10 ppm ขณะเดียวกันยังพบว่า บริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีปริมาณออกซิเจนในอากาศเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 15.6 เป็นร้อยละ 20.9 ภายใน 2 วัน ซึ่งอยู่ในช่วงปลอดภัยหรือไม่ควรต่ำกว่าร้อยละ 19.5 ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถของจุลินทรีย์ที่ฟื้นคืนจากสภาวะพักตัวได้สูง มีปริมาณการเพิ่มจำนวนที่สูงขึ้น และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ปัจจุบันทีมวิจัยได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผง EM ให้แก่ภาคเอกชนเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าบริษัทเอกชนจะเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ได้ภายในช่วงปลายปี 2569 นี้ โดยผลิตภัณฑ์นี้นำไปใช้บำบัดน้ำเสียที่ส่งกลิ่นเหม็นได้ทั้งในภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคปศุสัตว์” ความสำเร็จของการพัฒนานวัตกรรมผง EM ครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในการผสานองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงของภาคอุตสาหกรรม ทำให้พัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มของขยะอินทรีย์ และช่วยลดปัญหามลพิษในสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามกรอบ ESG ที่ว่าด้วยการดูแลสิ่งแวดล้อม การสร้างประโยชน์ต่อสังคม และการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล [caption id="attachment_82173" align="aligncenter" width="450"] คุณพิษณุ จารุพัฒนะสิริกุล Founder บริษัททีเออาร์เอฟ จำกัด (ซ้าย), ดร.สิทธิศักดิ์ ประสานพันธ์ นักวิจัยทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน เอ็มเทค สวทช. (กลาง) และคุณศุภฤกษ์ จิระกิตติดุล Founder บริษัทกรีน เซอคูล่าร์ จำกัด (ขวา)[/caption] เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช. อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ภาพประกอบโดย เอ็มเทค สวทช.
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
บทความ
 
ผลงานวิจัยเด่น
 
สวทช. โชว์ศักยภาพงานวิจัยและนวัตกรรม เปิดบ้านต้อนรับคณะเลขานุการ รอว. มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยวิทยาศาสตร์
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ให้การต้อนรับ ดร.พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยคณะทำงาน ในโอกาสเดินทางเข้าเยี่ยมชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมขององค์กร เพื่อรับชมความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่พร้อมตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในหลากหลายมิติ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี ในการนี้ ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC)  และ ดร.วิยงค์ กังวานศุภมงคล รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) ร่วมให้การต้อนรับ ก่อนนำคณะฯ เยี่ยมชมผลงานนวัตกรรมเด่นจากศูนย์แห่งชาติต่าง ๆ ดังนี้: การวิเคราะห์ทดสอบระดับนาโนและทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ (NANOTEC) บรรยายโดย ดร.วิทยา พิมทอง หัวหน้าทีมวิจัยความปลอดภัยระดับนาโนและฤทธิ์ทางชีวภาพ แพลตฟอร์ม FoodSERP ด้าน FlavorSER และ Foodomics (BIOTEC) บรรยายโดย ดร.อติกร ปัญญา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยส่วนผสมฟังก์ชั่นและนวัตกรรมอาหาร ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ บรรยายโดย นายธีรวัฒน์ แก้วกาญจน์ ผู้ช่วยวิจัยทีมวิจัยธนาคารเมล็ดพันธุ์และระบบนิเวศ พร้อมด้วย ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) Sensor กราฟีนประยุกต์ใช้ในการทดสอบอาหาร (NANOTEC) บรรยายโดย ดร.จันทร์เพ็ญ ครุวรรณ์ นักวิจัยทีมวิจัยกราฟีน เทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล Handysense B-Farm และ Agrivoltaics (NECTEC) บรรยายโดย คุณนริชพันธ์ เป็นผลดี หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล นวัตกรรมโรงเรือน Magik Greenhouse Series (MTEC) บรรยายโดย ดร.ณัฐภพ สุวรรณเมฆ นักวิจัยทีมวิจัยสิ่งทอ โรงงานต้นแบบชีวกระบวนการ ไบโอเทค (BBF) บรรยายโดย ดร.ศิวพร วรรณวิไล หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีชีวกระบวนการอุตสาหกรรม การเยี่ยมชมของคณะฯ ในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีที่ สวทช. ได้แสดงศักยภาพและความพร้อมทางเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในภาคการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร และเทคโนโลยีชีวภาพ กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งของ สวทช. แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการสานความสัมพันธ์และบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวง อว. เพื่อผลักดันผลงานวิจัยไทยสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
อบรม Joint Training Program 2026
📢 เปิดรับสมัครแล้ว! หลักสูตร Joint Training Program 2026 📢   🚩 Flavor Academy โดย Food Innopolis สวทช. ร่วมกับสถาบัน ISIPCA ประเทศฝรั่งเศส เชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรม “Joint Training Program 2026” หลักสูตรพื้นฐานที่จำเป็นด้านกลิ่นรส เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมกลิ่นรส หรือต้องการเตรียมความพร้อมสู่การเป็น Flavorist ในอนาคต • • • • • • • • • • • • • • • • • • ✍🏼 พบกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญกลิ่นรสจาก ✅ สถาบัน ISIPCA ประเทศฝรั่งเศส ✅ Flavor Academy • • • • • • • • • • • • • • • • • • 📌 ผู้ที่ผ่านการอบรม จะได้รับ Certificate จาก ISIPCA • • • • • • • • • • • • • • • • • • 📅วันที่จัดอบรม: 8 - 19 มิถุนายน 2569 📍 สถานที่: โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ และคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล (พญาไท) 🌟 ค่าลงทะเบียน 50,000 บาท (ยังไม่รวม Vat7%) [กิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งจาก บพค. (ปีสุดท้ายของโครงการ)]   📌 รับจำนวนจำกัดเพียง 20 ท่าน 🌐 สมัครได้ที่: https://forms.gle/4nM7nN1bzvJJGrZf7 • • • • • • • • • • • • • • • • • • หมายเหตุ 1. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมควรสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ เนื่องจากการบรรยายจัดเป็นภาษาอังกฤษ 2. ค่าลงทะเบียนยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% และไม่สามารถนำใบเสร็จรับเงินไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ 3. เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ จนกว่าที่นั่งจะเต็   👉🏻สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: FoodInnopolis หรือโทร 094-341-7111, 094-340-4333, 094-249-7333
ข่าว
 
ปฏิทินกิจกรรม
 
การประกวดนวัตกรรมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตระดับนานาชาติ “SUSONG Cup” ครั้งที่ 4
🚀โอกาสทอง! นวัตกรรมไทยไปไกลระดับโลก 🌍 ร่วมงานเปิดตัว SUSONG Cup ในไทย พบผู้จัดจากจีนโดยตรง! 📌เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1.9 ล้านหยวน (ประมาณ 9.5 ล้านบาท) และโอกาสรับเงินลงทุนสูงสุดถึง 500,000 USD! . 🚨โอกาสดีสำหรับ นักวิจัย สตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการเทคโนโลยีไทย กับการประกวดนวัตกรรมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตระดับนานาชาติ "SUSONG Cup" ครั้งที่ 4 The 4th SU SONG Cup Future Industrial Technology Innovation Competition BRICS Track เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1.9 ล้านหยวน (ประมาณ 9.5 ล้านบาท) และโอกาสรับเงินลงทุนสูงสุดถึง 500,000 USD! . 🔥 พิเศษ! เลขาธิการจาก BIEA ประเทศจีน เดินทางมาให้ข้อมูลและรับสมัครด้วยตนเองภายในงาน พร้อมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันสำหรับผู้ลงทะเบียนเข้าร่วม 🗓 วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 🕙 เวลา: 10:00 – 12:00 น. (รับรองอาหารกลางวัน) 📍 สถานที่: ห้อง One North (A-B), อาคาร INC2, Thailand Science Park https://maps.app.goo.gl/9bW5GZ234WF5RYzZ9 . 🎯ทำไมคุณไม่ควรพลาด? ✅ เจาะลึกเกณฑ์การรับสมัคร: ทั้งประเภท Start-Up และ Tech-Commercial (โครงการวิจัยเชิงพาณิชย์) ✅ สาขาที่เปิดรับ: พลังงานใหม่ (New Energy), เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ, อิเล็กทรอนิกส์ และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ✅ Networking: โอกาสสร้างเครือข่ายกับ NSTDA และผู้เชี่ยวชาญจากจีน . 🔗 ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน (ฟรี!) รับจำกัด 50 ที่นั่ง เท่านั้น : https://www.nstda.or.th/r/6nQZP . 👉🏻รายละเอียดโครงการเพิ่มเติม: https://susongbrics.bjexchange.cn/ The 4th SU SONG Cup Future Industrial Technology Innovation Competition BRICS Track will be held from March 2026 to October 2026. The competition is open for outstanding projects and innovative entities from BRICS member countries, partner countries, other emerging market countries, and developing countries. . 📲ติดต่อเพิ่มเติม ฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี สวทช. ☎️025839992 ext.81491 📩 bid-tbi@nstda.or.th
ข่าว
 
ปฏิทินกิจกรรม
 
อบรม Food Business Growth through Customer Value โดยเมืองนวัตกรรมอาหาร สวทช เรียนรู้การวิเคราะห์ลูกค้า สร้างคุณค่า และกลยุทธ์เติบโตธุรกิจอาหาร 14–15 พ.ค. 2569
Food Business Growth through Customer Value สวทช โดย เมืองนวัตกรรมอาหาร ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วม กิจกรรมอบรมเชิงปฎิบัติการ Food Business Growth through Customer Value เข้าใจลูกค้า สร้างคุณค่า ขยายธุรกิจอาหาร กิจกรรม workshop ยกระดับธุรกิจด้วยกลยุทธ์สร้างคุณค่าให้ลูกค้า เหมาะสำหรับผู้ประกอบการอาหารที่ต้องการขยายธุรกิจ วิเคราะห์ลูกค้าเป้าหมาย และปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อการเติบโตของธุรกิจ Key Point - Food Innovation Trend - กลยุทธ์เพื่อการเติบโต (Growth Strategy) - ทำความเข้าใจผู้บริโภคเชิงลึกด้วย Persona - ทำความเข้าใจลูกค้าเชิงลึกเพื่อค้นหาคุณค่าใหม่ที่โดนใจ - วิเคราะห์และยืนยันข้อมูลทางการตลาดโดย AI โดย ทีมวิทยากรจากหลักสูตร Agro-Industrial Innovation & Management คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผศ.ดร.อัจฉรา เกษสุวรรณ ผศ.วัชรพงศ์ เลิศสุรวัฒน์ ดร.คุณาลัย พลอยดนัย ดร.อริสรา ทองเพ็ชร์ วันที่ 14 - 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 9.00 – 17.00 ณ โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น จตุจักร สมัครเข้าร่วมกิจกรรม https://forms.gle/wpbGHu5EY6vCcSoA6 ค่าลงทะเบียน 2,500 บาท (ไม่รวมvat7%) รับจำนวนจำกัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Facebook: FoodInnopolis โทร คุณโชติกา 0619592498 และ คุณกวิสรา 0988426289
บทความ
 
อว. โดย สวทช. – พม. ผนึกกำลังดึงนวัตกรรม AI-ดิจิทัล ยกระดับคุณภาพชีวิต “กลุ่มเปราะบาง” ทั่วประเทศ ปูทางสวัสดิการแม่นยำ-ลดเหลื่อมล้ำยั่งยืน
(วันที่ 24 มีนาคม 2569) ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้าฯ : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จับมือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง” โดย สวทช. ขนทัพนวัตกรรม ทั้ง AI ล่ามภาษามือ, ระบบนิรันดร์ดูแลสูงวัย และสมุดพกครอบครัวดิจิทัล หวังใช้เทคโนโลยีเป็นทางลัดแก้ปัญหาสังคมดูแลกลุ่มเปราะบางแบบครบวงจร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการความร่วมมือทาง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง” ระหว่าง กระทรวง พม. และ สวทช. ว่า ความร่วมมือครั้งนี้คือการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ "การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต" ตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยหน้าที่ของ อว. คือการนำงานวิจัยออกจากหิ้งสู่การใช้งานจริง การจับมือกับกระทรวง พม. ในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญ เพราะ พม. คือหน่วยงานที่เข้าใจมิติสังคมลึกซึ้งที่สุด และกระทรวง อว. โดย สวทช. จะนำนวัตกรรมเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำทำให้คนไทยทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้เข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม ด้าน นางเตือนใจ คงสมบัติ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า กระทรวง พม. มุ่งเน้นให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการอย่างทั่วถึง การได้เทคโนโลยีจาก สวทช. มาเสริมทัพจะช่วยให้การจัดสวัสดิการสังคมมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น โดยสิ่งสำคัญที่สุดในการลงนามครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเอกสาร แต่คือการบูรณาการข้อมูลและเครื่องมือที่จะทำให้กระทรวง พม. มองเห็นข้อมูลได้ชัดเจนและเข้าถึงกลุ่มเปราะบางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับการทำงานด้านสังคมให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัล เพื่อความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. พร้อมสนับสนุนทรัพยากรและงานวิจัยใน 4 มิติ ทั้งเศรษฐกิจ การพึ่งพาตนเอง ลดเหลื่อมล้ำ และสิ่งแวดล้อม โดย สวทช. มีทีมวิจัยที่เข้มแข็ง และได้เตรียมพร้อมนำนวัตกรรมพร้อมใช้มาเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล พม. โดยการทำงานร่วมกันครั้งนี้จะเน้นการบูรณาการระบบสำคัญเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะการเชื่อมโยง ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-Logbook) ของ พม. เข้ากับระบบนิรันดร์ และ 'KidDiary' ของ สวทช. เพื่อให้ฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบาง มีความต่อเนื่องและตรวจสอบสิทธิสวัสดิการไร้รอยต่อ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนผ่านจากงานวิจัยไปสู่เครื่องมือที่ช่วยให้กลุ่มเปราะบาง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริงในทุกพื้นที่ “ความร่วมมือนี้จะทำให้สามารถดึงทรัพยากรของแต่ละหน่วยงานมาประสานเชื่อมโยงกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเป้าหมายและวิธีการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางและคนทุกช่วงวัยอย่างเป็นรูปธรรม” ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว ด้าน ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือนี้ ถือเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จที่ สวทช. ทำงานร่วมกับกรมต่าง ๆ ในกระทรวง พม. มาตั้งแต่ปี 2562  ซึ่งนอกจากบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางร่วมกันแล้ว ยังมีนวัตกรรมวิจัยอื่น ๆ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต อาทิ ระบบ SignTh AI ที่ใช้ AI แปลงภาษามือช่วยคนหูหนวกสื่อสาร, นวัตกรรมสนับสนุนศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ อาทิเช่น ตู้วัดสุขภาพ อุปกรณ์ฟื้นฟูผู้สูงอายุติดเตียง 'รถเข็นสระผม Kathy' สำหรับผู้ป่วยติดเตียง, Nirun + ElderMeal: ระบบดูแลและโภชนาการผู้สูงอายุอัจฉริยะ, Assistive Technology: อุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ, ไทยสุข: แพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลสำหรับสังคมสูงวัย และ Food Bank: ระบบจัดการอาหารส่วนเกินเพื่อชุมชนเปราะบาง
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
เริ่มแล้ว ! นักบินอวกาศนาซาทดลอง 2 ไอเดียเยาวชนไทย บนสถานีอวกาศนานาชาติ
เยาวชนไทยสร้างความภูมิใจให้ประเทศอีกครั้ง หลังหัวข้อการทดลองวิทยาศาสตร์ภายใต้สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ (microgravity) ได้รับคัดเลือกไปทดลองจริงบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ภายใต้โครงการ Asian Try Zero-G 2025 ซึ่งจัดโดยองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ แจ็กซา (JAXA) เมื่อวันที่ 24 มีนาคม เวลา10:30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น JAXA บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ นำเยาวชนไทยทั้ง 6 คน (2 ทีม/ทีมละ 3 คน) เข้าร่วมกิจกรรมโครงการ Asian Try Zero-G 2025 ณ ประเทศญี่ปุ่นหลังแนวคิดการทดลองทางวิทยาศาสตร์ภายใต้สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำได้รับคัดเลือกขึ้นไปทดลองจริงบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ✨ เยาวชนไทยทั้ง 6 คน และตัวแทนจากประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชียรวม 9 ชาติ ได้แก่ ออสเตรเลีย บังคลาเทศ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไทย ได้ติดตามรับชมการถ่ายทอดสดนักบินอวกาศจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ทำการทดลองของแต่ละทีมอย่างใกล้ชิด ผ่านห้องปฏิบัติการของศูนย์อวกาศสึกุบะ (Tsukuba Space Center) ของ JAXA สำหรับแนวคิดการทดลองทางวิทยาศาสตร์ภายใต้สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำของเยาวชนไทยที่ผ่านการคัดเลือก ได้แก่ 1️⃣ “การศึกษาการสั่นแบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายของสปริงและเชือกในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ” นำเสนอโดย นายธนกฤต โพธิปักขิย์ นายยศพนธ์ สุขสว่าง และนายกฤติน เกตานนท์ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา 2️⃣ “การศึกษาพฤติกรรมของสะพานของเหลวภายใต้สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ” นำเสนอโดย นายพิพัฒน์พล สิริโพธิกุล นายชนกันต์ เฉยสะอาด และนายณัฐดนัย พึ่งแสงจันทร์ นิสิตระดับปริญญาตรีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 🚀✨ ทั้งนี้บรรยากาศการรับชมการถ่ายทอดสดการทดลองภายใต้สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เป็นไปอย่างน่าตื่นเต้นและสนุกสนาน โดยเยาวชนไทยได้มีโอกาสพูดคุยและนำเสนอแนวคิดการทดลองร่วมกับนักบินอวกาศนาซา ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าและหาได้ยาก ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการศึกษาต่อยอดเทคโนโลยีอวกาศในอนาคต สำหรับผู้ที่สนใจร่วมติดตามผลการทดลองครั้งนี้ รวมถึงกิจกรรมดี ๆ ในโครงการ Asian Try Zero-G 2025 ติดตามได้ที่เฟซบุ๊ก NSTDA Space Education
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
เอ็มเทค สวทช. ร่วมกับ CAD-IT Consultants (Asia) Pte Ltd จัดงานสัมมนา “Ansys Simulation Technology: Spotlight on Process Industry for Improvement, Trouble Shooting and Maintenance”
 วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569 อาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี : ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำโดย ดร.สมบูรณ์ โอตรวรรณะ และ ดร.ยศกร ประทุมวัลย์ จากทีมวิจัยคอมพิวเตอร์ช่วยในการคำนวณทางวิศวกรรม (CAE Research Team) ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนา “Ansys Simulation Technology: Spotlight on Process Industry for Improvement, Trouble Shooting and Maintenance” เพื่อบรรยายในหัวข้อ “Solving Challenges on Process Industry by Using CFD & FEA (+ Digital Twin)” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ปวีณ นราเมธกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเปิดงานสัมมนา ในกิจกรรมดังกล่าวทีมวิจัยของเอ็มเทคได้บรรยายแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ช่วยในการคำนวณทางวิศวกรรม (Computer-Aided Engineering: CAE) ทั้งการวิเคราะห์ไฟไนต์เอลิเมนต์ (finite element analysis: FEA) และพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ (Computational Fluid Dynamics: CFD) มาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพ การแก้ปัญหา และบำรุงรักษาสำหรับอุตสาหกรรมกระบวนการผลิต นอกจากนี้ยังได้นำเสนอเทคโนโลยี Digital Twin (ฝาแฝดดิจิทัล) ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะช่วยยกระดับให้โรงงานอุตสาหกรรมเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 (industry 4.0) สำหรับงานสัมมนานี้ ทางบริษัท CAD-IT Consultants (Asia) Pte Ltd และ Ansys Inc (part of Synopsys) นำโดย คุณภาวี หนุนภักดี General Manager, CAD-IT Consultants (Asia) Pte Ltd จัดขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์และเกิดความร่วมมือในงานวิจัยและพัฒนาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยี CAE ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์และแก้ปัญหาต่าง ๆ ในเชิงวิศวกรรม ในงานนี้ได้มีการบรรยายให้ข้อมูลต่าง ๆ ทั้งตัวอย่างการประยุกต์ใช้ CAE กับงานวิศวกรรมประเภทต่าง ๆ รวมทั้งการอัปเดตศักยภาพและฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ของซอฟต์แวร์ Ansys ตลอดจนมีการพบปะพูดคุยกันระหว่างผู้เข้าร่วมงานที่มาจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และบริษัทเอกชนต่าง ๆ
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ป.ป.ช. – สวทช. เดินหน้าพัฒนาเครื่องมือประเมิน ITA และ PIT เสริมความโปร่งใสภาครัฐ เปิดโอกาสประชาชนมีส่วนร่วมประเมินด้วย Traffy Fondue และ AI
(23 มีนาคม 2569) ณ ห้องนนทบุรี 1 ชั้น 2 อาคาร 4 สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบและการทดสอบเครื่องมือประเมิน ITA ร่วมกับ ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ในการยกระดับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ให้สอดคล้องกับบริบทการบริหารราชการยุคดิจิทัล โดยนำแพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาเมืองชื่อดังอย่าง "Traffy Fondue"  และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้ามาเป็นกลไกหลักในการรับฟังเสียงประชาชน เพื่อเปลี่ยนการประเมินจาก "เอกสาร" ให้เป็นการ "แก้ปัญหา" ที่จับต้องได้จริง 3 มิติใหม่ของการประเมิน ITA ยุคดิจิทัล ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบผลการประเมิน ITA แถลงถึงทิศทางใหม่ของการตรวจสอบภาครัฐ โดยเน้นย้ำ ว่า 13 ปีที่ผ่านมาของการประเมิน ITA กำลังเผชิญกับความท้าทายที่กลายเป็น "งานรูทีน" และมีการแข่งขันกันเพียงแค่ตัวเลข จนถึงขั้นมี "โรงเรียนกวดวิชา ITA" เกิดขึ้น ดังนั้นการยกระดับการพัฒนาการประเมิน ITA ในครั้งนี้ ได้นำแพลตฟอร์ม Traffy Fondue และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ของ สวทช. มาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการประเมินในมิติต่าง ๆ ของ ITA ประกอบด้วย IIT & EIT (Deep Insight): ใช้เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลจากคนในและผู้รับบริการ ลดขั้นตอนซ้ำซ้อนและเพิ่มความแม่นยำ OIT (Open Data): ตรวจสอบความโปร่งใสผ่านการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นระบบ และ 3. PIT (The New Public Voice): ประชาชนมีส่วนร่วมให้คะแนนภาพลักษณ์และความพึงพอใจผ่านแอปพลิเคชันโดยตรง "อย่าทำให้ ITA กลายเป็นเครื่องมือที่เป็นกระดาษเท่านั้น ไม่ได้ทำจริง จึงขอให้เปลี่ยนกระดาษมาเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาการทุจริตและป้องกันการทุจริต" ศาสตราจารย์ (พิเศษ) วิชา ระบุ นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนาแนวคิดการประเมินเพิ่มเติม ในรูปแบบ PIT (Public Integrity Transparency Assessment) ซึ่งเป็นการประเมินภาพลักษณ์ของหน่วยงาน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมประเมินความพึงพอใจ และความคาดหวังที่มีต่อหน่วยงานสำคัญระดับประเทศ ซึ่งการประเมิน ITA และ PIT ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมมาตรฐานธรรมาภิบาลของหน่วยงานภาครัฐ ช่วยยกระดับความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดความเสี่ยงต่อการทุจริต และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อระบบการบริหารราชการแผ่นดิน “การทดสอบเครื่องมือการประเมินในระยะนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2569 ก่อนนำผลการทดสอบเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาและกำหนดแนวทางดำเนินการในระยะต่อไป การพัฒนาเครื่องมือประเมิน ITA และ PIT ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความโปร่งใสของภาครัฐไทย เสริมสร้างวัฒนธรรมสุจริต และสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม” ศาสตรจารย์พิเศษ วิชา กล่าวทิ้งท้าย นวัตกรรมเพื่อความโปร่งใสเมื่อ Traffy Fondue ไม่ได้มีดีแค่แจ้งซ่อม ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ในฐานะผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Traffy Fondue เปิดเผยถึงบทบาทของเทคโนโลยีในโครงการนี้ ว่า สวทช. มุ่งมั่นที่จะใช้ศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนามาตอบโจทย์ระดับประเทศ โดยเฉพาะการสร้างธรรมาภิบาลดิจิทัล (Digital Governance) "การนำ Traffy Fondue และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ของ สวทช. เข้ามาสนับสนุนการประเมิน ITA และ PIT (Public Integrity Transparency Assessment) ในครั้งนี้ คือการเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลจากเดิมที่เป็นแบบสอบถามรายปี มาเป็นการรับข้อมูลเชิงลึกแบบ Real-time จากภาคประชาชน ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐเห็นจุดบกพร่องและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ไม่ใช่เพียงเพื่อทำคะแนนส่งประเมิน แต่เพื่อสร้างความพึงพอใจและโปร่งใสในสายตาประชาชนอย่างแท้จริง" ดร.วสันต์ กล่าว ดร.วสันต์ กล่าวว่า สวทช. จะดำเนินการทดสอบเครื่องมือใหม่นี้ร่วมกับคณะอนุกรรมการทั้ง 6 คณะ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน เมษายน 2569 ซึ่งการผนวกเอาพลังของ นวัตกรรมดิจิทัลเข้ากับ "เจตนารมณ์ด้านความโปร่งใส" จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศไทยให้สูงขึ้นในระดับสากล ดังนั้นความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการอัปเดตซอฟต์แวร์ แต่คือการอัปเกรดวัฒนธรรมการทำงานของภาครัฐไทยให้ "โปร่งใส ตรวจสอบได้ และรับฟังเสียงประชาชน" ตลอด 24 ชั่วโมงชน" ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. เยี่ยมชมโรงงานผลิตน้ำดื่ม ของบริษัท ทีพีไอ รักษ์สุขภาพ จำกัด
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำโดย ดร.ปวีณ นราเมธกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พร้อมด้วยผู้บริหารและตัวแทนบุคลากรจาก สวทช. ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชม บริษัท ทีพีไอ รักษ์สุขภาพ จำกัด อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยได้รับเกียรติจาก นายนราดล ตันจารุพันธ์ รองผู้จัดการใหญ่ (ควบคุมคุณภาพ) พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของบริษัท ทีพีไอ รักษ์สุขภาพ จำกัด ให้การต้อนรับ ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ คณะของ สวทช. ได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับกระบวนการผลิต ระบบควบคุมคุณภาพ และมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่โรงงานปฏิบัติตาม รวมทั้งได้เข้าตรวจเยี่ยมพื้นที่ห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพน้ำ กระบวนการผลิต และพื้นที่คลังจัดเก็บสินค้า ซึ่งทำให้สามารถประเมินศักยภาพและระบบบริหารจัดการของโรงงานได้อย่างรอบด้านการศึกษาดูงานครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการผลิตและมาตรการด้านความปลอดภัยของโรงงาน อีกทั้งยังเป็นข้อมูลสำคัญในการยืนยันว่าคุณภาพน้ำดื่มที่จัดให้บุคลากรภายในองค์กรนั้น ผ่านกระบวนการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานที่เชื่อถือได้อย่างต่อเนื่อง
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
Food Innopolis – Future Food Lab 2026
*Food Innopolis - Future Food Lab 2026*   🎊🎊🎊 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานเครือข่าย จัดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพและยกระดับความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ ผ่านแพลตฟอร์มบริการ *Future Food Lab* เพื่อพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันเชิงพาณิชย์แก่ผู้ประกอบการอาหารโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพิ่มมูลค่า คุณภาพมาตรฐาน และความปลอดภัยให้แก่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหาร   🗓️ 🗓️🗓️ ระยะเวลาการดำเนินกิจกรรม: พฤษภาคม - กันยายน 2569   👉🏻 *กิจกรรม* 🎯วันที่ 5 – 6 พฤษภาคม 2569 – กิจกรรม One on One Consult – “วิเคราะห์กลุ่มลุกค้าเป้าหมาย” (Online) 🎯วันที่ 14 – 15 พฤษภาคม 2569 – กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “การระบุกลุ่มลูกค้าและตลาดเป้าหมาย” (On site) 🎯มิถุนายน - กันยายน 2569 – กิจกรรมให้คำปรึกษาและการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ (Online & On site) 👉🏻*สิ่งที่จะได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรม* ✅ ได้รับคำปรึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ✅ ตัวอย่างต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่พร้อมสำหรับการทดสอบตลาดกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ✅ ได้รับความรู้จากการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาแนวคิด (concept) ของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้า และตลาดเป้าหมาย ✅ ฝึกการใช้เครื่องมือทางการตลาดเพื่อหาคุณค่าผลิตภัณฑ์ และการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ✅ เรียนรู้การทำ Business Model Canvas (BMC) เบื้องต้น เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของธุรกิจ   👉🏻*คุณสมบัติ และเกณฑ์การคัดเลือกผู้ประกอบการเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม* 🚹 ผู้ประกอบการในขนาดกลาง และขนาดเล็ก (SMEs) 🚹 มีต้นแบบผลิตภัณฑ์ พร้อมทดสอบตลาด หรือมีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว แต่ต้องการพัฒนาต่อยอดหรือแก้ปัญหาผลิตภัณฑ์เดิม 🚹 สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตลอดระยะเวลาโครงการ   👉🏻*ประเภทผลิตภัณฑ์ที่เปิดให้เข้าร่วมกิจกรรม* 1️⃣ ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เช่น ผักผลไม้กระป๋อง ปลากระป๋อง เป็นต้น 2️⃣ อาหารพร้อมรับประทาน เช่น ซุป โจ๊ก และอาหารที่มีชิ้นเนื้อสามารถรับประทานได้เลย เป็นต้น 3️⃣ อาหารกึ่งสำเร็จรูป เช่น น้ำแกง น้ำซอส และพริกแกง เป็นต้น 4️⃣ เครื่องดื่ม น้ำผลไม้   📍📍 *ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม*📍📍 https://forms.gle/XqspYdzUhLNGaaA46 (รับจำนวนจำกัด) เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 10 เมษายน 2569 ประกาศผลการคัดเลือก วันที่ 24 เมษายน 2569   📲 *สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม* คุณมารุต ใจหลัก โทร. 02-5647000 ต่อ 71618, อีเมล marut.jai@nstda.or.th
ข่าว
 
ปฏิทินกิจกรรม
 
NSTDA หน้า 1 : สรุปข่าววิทย์ฯ ฮิตติดหน้า 1 วันที่ 23 มีนาคม 2569
ดันมาตรฐานด้านนวัตกรรม"ชุดตรวจสารปนเปื้อนในน้ำ"        สวทช. จับมือ วศ. พัฒนามาตรฐานชุดตรวจวัดสารเคมีในน้ำ เลือกชุดตรวจ ChemSense ของนาโนเทค เป็นต้นแบบกำหนดคุณลักษณะของชุดทดสอบปริมาณโลหะหนักในน้ำ นำร่องชุดตรวจแมงกานีส คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 69 ...>> อ่านต่อ วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569 สวทช. รุกคืบ Food Bank ใช้เทคโนโลยีกู้ "อาหารส่วนเกิน" สู่โอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม                    ยกระดับมาตรฐาน Food Bank ไทยด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ชูระบบจัดการที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ พร้อมขับเคลื่อนโมเดลธนาคารอาหารร่วมกับมูลนิธิ SOS และพันธมิตรทุกภาคส่วนให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ... >> อ่านต่อ สวทช. รับเกียรติบัตรมุ่งสร้างกำลังคน AI: ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. เป็นตัวแทนองค์กรรับประกาศนียบัตรจาก ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ในฐานะหน่วยวิจัยที่เข้าร่วมโครงการในกลุ่มกิจกรรม AI Researcher มุ่งสร้างนักวิจัยด้าน AI รุ่นใหม่ให้กับประเทศ ในงานพิธีปิดโครงการ Super AI Engineer Season 5 และพิธีเปิดโครงการฯ Season 6 ณ ห้องแถลงข่าว กระทรวง อว. ...>>อ่านต่อ
จดหมายข่าว สวทช.