ผลการค้นหา :
NAC2026 กับ 2 หัวข้อใหญ่แห่งความยั่งยืน ที่รวมผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและนานาชาติไว้ในวันเดียว!
ขอเชิญร่วมงาน NAC2026 กับ 2 หัวข้อใหญ่แห่งความยั่งยืน ที่รวมผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและนานาชาติไว้ในวันเดียว!
วันที่ 27 เมษายน 2569
ช่วงเช้า 09.00–12.00 น. ณ ห้อง CC‑403
หัวข้อ “Sustainable Biomass Nexus: ร่วมสร้างคุณค่าจากชีวมวลอย่างยั่งยืน”
พบกับประเด็นเข้มข้นด้านชีวมวลของไทย ตั้งแต่ทิศทางพลังงานอนาคต การบริหารจัดการของเหลือใช้ทางเกษตร ไปจนถึงบทบาทชีวมวลต่ออุตสาหกรรม
.
พร้อมคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า จาก สวทช. ภาคอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานชีวมวล ที่จะมาร่วมเสวนาแบบเจาะลึกถึงโอกาสและศักยภาพของไทย
ช่วงบ่าย 13.30–16.30 น. ณ ห้อง CC‑306
หัวข้อ “The Role of Wood and Bamboo as Sustainable Construction Materials to Support Global Sustainability”
.
เปิดมุมมองใหม่ของการใช้ “ไม้และไผ่” เป็นวัสดุก่อสร้างแห่งอนาคต
โดยมีผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติร่วมบรรยาย ทั้งมุมมองเชิงนโยบาย เทรนด์ก่อสร้างจากประเทศชั้นนำ และเคสตัวอย่างจริงจากงานวิจัยและอุตสาหกรรมไม้โลก
รวมถึงการเสวนาโดยผู้บริหารจากสภาอาคารไม้ระดับสแกนดิเนเวีย ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาด
.
สองเวที สองประเด็นอนาคตของโลกด้านพลังงาน วัสดุ และความยั่งยืน
เชิญร่วมรับแรงบันดาลใจและเปิดโลกเทคโนโลยีไปพร้อมกันที่ NAC2026!
NAC11 https://www.nstda.or.th/nac/2026/seminar/nac-11/
MAC20 https://www.nstda.or.th/nac/2026/seminar/nac-20/
ข่าว
ปฏิทินกิจกรรม
สัมมนา Thailand Standards & Quality Forum 2026
Thailand Standards & Quality Forum 2026
เวทีมาตรฐาน…เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมไทยสู่ตลาดโลก
วันที่ 21–22 เมษายน 2569 ห้องประชุมโฟร์ริเวอร์ส โรงแรม รามาดา พลาซา บาย วินด์แฮม แบงคอก แม่น้ำ ริเวอร์ไซด์
.
เตรียมพบกับเวทีระดับชาติที่รวม แนวคิด – ของจริง – การปฏิบัติ เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
ในงาน Thailand Standards & Quality Forum 2026
ภายใต้งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. (NAC 2026)
งานนี้ไม่ใช่แค่งานสัมมนา แต่คือ พื้นที่เรียนรู้แนวคิด “Quality-Driven Innovation”
ที่จะเปลี่ยน “ไอเดีย” ของคุณให้กลายเป็น “นวัตกรรมมาตรฐานโลก”
.
ไฮไลต์สุดพิเศษ
ปาฐกถาพิเศษ
“เจาะลึกมาตรฐานโลก 2026: วิสัยทัศน์และเทรนด์การค้าใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องรู้”
โดย อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
เสวนา “Innovation Compliance Synergy”
ปลดล็อกนวัตกรรมไทย ฝ่าด่านมาตรฐานสู่ตลาดโลก
ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์บริการทดสอบระดับชาติของ สวทช.
ทั้ง NCTC, PTEC, CTEC, TBES, NFED
พร้อมกรณีศึกษาจริงจากภาคอุตสาหกรรม
Quality-Driven Innovation Workshop: Turning Ideas into Reality with Global Standards
เวิร์กช็อปที่ผู้ประกอบการ นักวิจัย และสตาร์ทอัพ
จะได้ “ลงมือทำ” ภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ NQI
เพื่อแปลงแนวคิดให้เป็น “Concept Prototype” ที่ผ่านกรอบมาตรฐานสากล
เรียนรู้ครบวงจรตั้งแต่
“มาตรฐานคืออะไร” → “ทำอย่างไรให้สินค้าเราได้มาตรฐานและขายได้ในตลาดโลก”
.
21 เมษายน 2569
• พิธีเปิดโดยผู้บริหาร สวทช.
• ปาฐกถาพิเศษจากกระทรวงพาณิชย์
• เสวนา “Innovation Compliance Synergy”
• Workshop: “Turning Ideas into Reality with Global Standards”
• Networking Dinner
22 เมษายน 2569
• การนำเสนอผลงานกลุ่ม
• สรุปกิจกรรมโดย สวทช.
.
งานนี้จัดขึ้นสำหรับ หน่วยบ่มเพาะธุรกิจ ทั่วประเทศ ทั้งจาก อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เพื่อเสริมศักยภาพด้านมาตรฐานและนวัตกรรมในแนวทาง “Train the Trainer” ผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้และแนวทางปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญ NQI เพื่อนำไปใช้ในการบ่มเพาะผู้ประกอบการต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและแข่งขันในตลาดโลกได้จริง
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนไทยสู่ Net Zero ผ่านมาตรฐานและนวัตกรรม
.
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี! https://www.nstda.or.th/nac/2026
ข่าว
ปฏิทินกิจกรรม
NSTDA หน้า 1 : สรุปข่าววิทย์ฯ ฮิตติดหน้า 1 วันที่ 6 เม.ย. 2569
ไทย-ออสเตรเลีย ร่วมมือ
ผสานเทคโนโลยีผลิตยา-API
ยกระดับสาธารณสุขไทย-อาเซียน
ทีมวิจัย 2 ประเทศร่วมมือพัฒนากระบวนการสังเคราะห์สาร API ยาต้าน HIV ในระดับก่อนกึ่งอุตสาหกรรม พร้อมวางรากฐานความมั่นคงทางยา ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยาในภูมิภาคอาเซียน ...
>> อ่านต่อ
วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569
สวทช. ดันแพลตฟอร์ม PhytoEX
ปั้นสมุนไพรไทยสู่ "สารออกฤทธิ์มูลค่าสูง"
ตั้งเป้ากวาด 500 ล้าน รุกตลาด Longevity
นาโนเทค สวทช.เปิดตัว 2 บิ๊กโปรเจกต์ จับมือ 5 เซเลบและ 10 เอกชนชั้นนำ พลิกโฉมงานวิจัยสู่ ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมชะลอวัย ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพยั่งยืน ... >> อ่านต่อ
สวทช. รับโล่เชิดชูเกียรติ โชว์นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยใน World Expo 2025 : ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รอง ผู้อำนวยการ สวทช. รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจากการนำผลงานวิจัยด้าน เครื่องมือแพทย์และนวัตกรรมสุขภาพฝีมือคนไทย ไปจัดแสดงร่วมกับ สจล. ในงาน World Expo 2025 Osaka Kansai ณ ประเทศญี่ปุ่น โชว์ศักยภาพไทยในการพึ่งพาตนเองและสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสาธารณสุข ...>>อ่านต่อ
จดหมายข่าว สวทช.
ENTEC สวทช. – กกพ. สรุปผลโครงการพัฒนาศักยภาพด้านพลังงานปีที่ 4 ยกระดับบุคลากรกำกับดูแล พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero
วันที่ 2–3 เมษายน 2569 ณ จังหวัดกาญจนบุรี: ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จัดสัมมนาสรุปผลโครงการ “Capability Building for Energy Transition 2026” ปีที่ 4 ตลอดช่วงต้นปี 2569 ผ่านการอบรมเชิงลึก การศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับความพร้อมบุคลากรด้านการกำกับดูแลพลังงานรองรับเทคโนโลยีพลังงานอนาคต และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero
ได้รับเกียรติจาก ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการ ENTEC สวทช. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนา และได้รับเกียรติจาก ดร.ประสิทธิ์ สิริทิพย์รัศมี รองเลขาธิการ กกพ. กล่าวเปิดงาน
“การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการเตรียมระบบกำกับดูแลให้สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการนี้จึงมุ่งสร้างทั้งความรู้ ทักษะ และวิสัยทัศน์ให้กับบุคลากร”
โครงการดังกล่าวถูกออกแบบให้เป็นหลักสูตรเชิงบูรณาการที่ผสานทั้งองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงาน เศรษฐศาสตร์พลังงาน และกรอบการกำกับดูแลสมัยใหม่ เพื่อเตรียมบุคลากรของ กกพ. และ ENTEC ให้สามารถรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ทั้งในมิติของพลังงานสะอาด การกระจายศูนย์การผลิตไฟฟ้า และการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งในช่วงต้นปี 2569 โครงการได้ดำเนินกิจกรรมสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นประเทศต้นแบบด้านการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานและระบบกำกับดูแลที่มีความก้าวหน้า คณะผู้แทนได้เข้าศึกษาแนวทางการบริหารจัดการพลังงานสะอาด โครงสร้างตลาดไฟฟ้า และการเตรียมความพร้อมต่อเทคโนโลยีอนาคต เช่น ไฮโดรเจน นิวเคลียร์ และระบบกักเก็บพลังงานเพื่อนำองค์ความรู้มาปรับใช้กับบริบทของประเทศไทย
ขณะเดียวกัน การอบรมภายในประเทศได้เน้นการเรียนรู้จากกรณีศึกษาจริงและพื้นที่ปฏิบัติการ โดยหนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการลงพื้นที่ศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจการทำงานของระบบผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ การบริหารจัดการเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และบทบาทของพลังงานหมุนเวียนในระบบไฟฟ้าของประเทศ
ด้านการสัมมนาสรุปผลโครงการปีที่ 4 ที่จัดขึ้นก็เป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมองค์ความรู้และถอดบทเรียนจากทั้งโครงการ โดยมีการนำเสนอหัวข้อที่ครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญในอนาคต อาทิ เชื้อเพลิงชีวภาพขั้นสูง (Biofuel) เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) รวมถึงการวิเคราะห์เหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ เพื่อสะท้อนมิติด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลเชิงความเสี่ยง และการเสวนาในหัวข้อ “Energy Transition Technology (Hydrogen-SMR)” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงานร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของไฮโดรเจนในระบบพลังงานอนาคต รวมถึงความท้าทายด้านกฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน และการยอมรับของสังคม ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า
ความสำเร็จของโครงการ “Capability Building for Energy Transition 2026” สะท้อนการยกระดับศักยภาพบุคลากรด้านการกำกับกิจการพลังงานของไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยผู้เข้าร่วมได้รับทั้งองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ครอบคลุมเทคโนโลยีสมัยใหม่ แนวโน้มพลังงานโลก และแนวทางกำกับดูแลที่สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ทั้งยังเชื่อมโยงองค์ความรู้ระดับสากลผ่านการศึกษาดูงานและความร่วมมือกับต่างประเทศ ส่งเสริมการนำแนวปฏิบัติที่ดีมาปรับใช้เพื่อพัฒนาระบบพลังงานของไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจเชิงลึกต่อเทคโนโลยีพลังงานอนาคต เช่น ไฮโดรเจน นิวเคลียร์ขนาดเล็ก และเชื้อเพลิงชีวภาพ ช่วยเพิ่มความพร้อมในการออกแบบนโยบายและกรอบกำกับดูแลที่เหมาะสม รวมถึงโครงการยังเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ วางรากฐานการพัฒนาภาคพลังงานของไทยให้สามารถขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและ Net Zero ได้อย่างยั่งยืน
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
เปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้ง..เป็นวัสดุนาโนมูลค่าสูง MOFs
เปลี่ยนของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรม เช่น ขวดพลาสติกใช้แล้ว ให้กลายเป็นวัสดุนาโนรูพรุนมูลค่าสูง MOFs (Metal-Organic Frameworks) สำหรับกักเก็บก๊าซมีเทน ด้วยเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตใหม่ที่พัฒนาโดยนักวิจัยนาโนเทค สวทช. ซึ่งสามารถผลิต MOFs ให้มีคุณสมบัติกักเก็บและดูดซับสารต่าง ๆ ที่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
.
พบกับเทคโนโลยีการผลิต MOFs และทีมนักวิจัยได้ที่ NAC2026 งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 24 – 28 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี
.
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี 👉 www.nstda.or.th/nac
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
ขอเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรม MU-NSTDA Researcher Visit ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1
ขอเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรม MU-NSTDA Researcher Visit ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 09.00 – 15.00 น. ณ ห้องประชุม CO-113 Auditorium อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
พบกับกิจกรรมไฮไลต์ดังนี้:
แนะนำการให้บริการและโครงสร้างพื้นฐานของอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช.
การเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานและห้องปฏิบัติการวิจัย สวทช.
กิจกรรมจับคู่ความร่วมมือทางการวิจัยและพัฒนา (Research Matching)
กลุ่มเป้าหมาย/ผู้เข้าร่วมประชุม: นักวิจัยและบุคลากร สวทช. ที่ต้องการสร้างความร่วมมือด้านการวิจัย ขยายเครือข่ายพันธมิตร และสร้างสรรค์ผลงานที่มีผลกระทบสูง (High Impact) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่าน URL หรือ Scan QR Code ด้านล่างนี้: https://docs.google.com/forms/d/1Vkfouf7QncFN0fP9xl-Ump-SvPnSwdyNFNvNTiEiIa8/edit?usp=sharing_eil&ts=69cc705d
หมายเหตุ: ที่นั่งมีจำนวนจำกัด ทางผู้จัดงานขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนก่อนตามลำดับ (First-come, first-served)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: ฝ่ายบริหารเครือข่ายวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม (RNM) คุณรัชพล โทร. 0-2564-7000 ต่อ 6445 / อีเมล: ratchapon@nstda.or.th คุณจันทนา โทร. 0-2564-7000 ต่อ 6464 / อีเมล: jantana@nstda.or.th
ปฏิทินกิจกรรม
สวทช. จับมือ BIEA เปิดตัว “SUSONG Cup” ในไทย เฟ้นหาสตาร์ทอัพ – นักวิจัยไทย สู่เวทีนวัตกรรมระดับโลกที่จีน
อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี (2 เมษายน 2569) – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ Beijing International Exchange Association (BIEA) ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน "SUSONG Cup" Future Industrial Technology Innovation Competition ครั้งที่ 4 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อค้นหาสตาร์ทอัพและนักวิจัยไทยที่มีศักยภาพ เข้าร่วมประชันนวัตกรรมบนเวทีระดับสากล ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
โดยมี ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วย นางศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) และ ดร.กัว เจี๋ยหนี (Dr. Jieni Gou) เลขาธิการ BIEA ร่วมเปิดงาน
ดร.วสันต์ เปิดเผยว่า การแข่งขันครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของคนไทย และเป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผลงานวิจัยให้เป็นนวัตกรรมที่จับต้องได้จริงใน 3 สาขาหลัก ได้แก่
พลังงานใหม่และเทคโนโลยีคาร์บอนตํ่า (New Energy and Green Low - Carbon Technology)
ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และเครือข่ายแห่งอนาคต (Electronic Information and Future Networks)
วิทยาศาสตร์ชีวภาพและเทคโนโลยีชีวภาพประยุกต์ (Life Sciences and Biotechnology Applications)
สิทธิประโยชน์สำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขัน
โอกาสเข้าถึงเงินทุน สูงสุดถึง 500,000 USD สำหรับโครงการที่มีศักยภาพ
สิทธิจัดตั้งธุรกิจในจีน ณ China - BRICS Innovation and Technology Incubation Parkเมืองเซี่ยเหมิน พร้อมการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน
การสร้างเครือข่ายระดับโลก เชื่อมโยงกับนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มประเทศ BRICS และตลาดเกิดใหม่
การสนับสนุนจาก สวทช. ได้รับการประชาสัมพันธ์และสนับสนุนจาก สวทช. ตลอดโครงการ
กำหนดการแข่งขัน:
มีนาคม - พฤษภาคม เปิดรับสมัครโครงการ (Project Solicit)
มิถุนายน คัดกรองผลงานภายใน (Internal Review)
กรกฎาคม: นำเสนอผลงาน (Roadshow Review)
สิงหาคม - ตุลาคม รอบชิงชนะเลิศ (Grand Finals) ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน
สวทช. และ BIEA จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการและนักวิจัยที่มีความมุ่งมั่น เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศนวัตกรรมระดับโลก และนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยผ่านเวที SUSONG Cup ในครั้งนี้ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://susongbrics.bjexchange.cn/?lang=en-us
หมายเหตุ BIEA หรือสมาคมแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศปักกิ่ง เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงนวัตกรรมและเทคโนโลยีระหว่างจีนกับประชาคมโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วัฒนธรรม และการศึกษา BIEA ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิจัยและภาคเอกชน เพื่อผลักดันโครงการนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความท้าทายระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. รับมอบเข็ม “เสมาคุณูปการ” ปี 2569 ชูระบบ Thai School Lunch ยกระดับโภชนาการเด็กไทยในสังกัด สพฐ.กว่า 2.6 หมื่นโรงเรียนทั่วประเทศ
1 เมษายน 2569 ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ : นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีมอบเข็ม “เสมาคุณูปการ” และประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2569 จำนวน 103 ราย เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงเสริมสร้างความภาคภูมิใจในการร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการศึกษาของประเทศ
นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “การดำเนินงานด้านการศึกษาในยุคปัจจุบันต้องเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ กระทรวงศึกษาธิการจึงมุ่งนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหลักสูตร การบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้บนฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่”
โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร. ชูกิจ ลิมปิจํานงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้รับเข็ม “เสมาคุณูปการ” และใบประกาศเกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2569 โดยมี ดร.สุปิยา เจริญศิริวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) เนคเทค สวทช. หัวหน้าทีมผู้พัฒนาระบบ Thai School Lunch ร่วมเป็นเกียรติในพิธี
สวทช. ได้สนับสนุนการให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม Thai School Lunch ที่ช่วยให้โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 26,000 แห่ง จัดเมนูอาหารกลางวันได้เหมาะสมตามหลักโภชนาการ พร้อมรองรับการบูรณาการข้อมูลการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการในระดับรายบุคคล เพื่อสนับสนุนการวางแผนเชิงนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ อันเป็นการช่วยยกระดับการบริหารจัดการโภชนาการในสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่สุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนของเยาวชนไทย
ระบบ Thai School Lunch ดำเนินการวิจัยและพัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) ร่วมกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาเป็นแพลตฟอร์มจัดสำรับอาหารกลางวันให้นักเรียน เปิดให้บริการแก่สถานศึกษาทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2555 และมีการพัฒนา ปรับปรุง และยกระดับระบบมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ข้อมูลระบบ Thai School Lunch เพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/home/news_post/bcg-implementation-thai-school-lunch/
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
จัดการบัญชีคาร์บอนแบบอัตโนมัติ ง่าย ๆ ด้วยแพลตฟอร์ม ACAMP
ปลดล็อกความยุ่งยากการทำ "บัญชีคาร์บอน" แบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่าย ด้วย "เอแคมป์" (ACAMP) แพลตฟอร์มบริหารจัดการบัญชีคาร์บอนแบบอัตโนมัติ พัฒนาโดยนักวิจัยเนคเทค สวทช. ที่ออกแบบให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ IoT ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมเห็นภาพรวมปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรได้แบบเรียลไทม์ นำไปสู่การวางแผนลดการปลดปล่อยก๊าซได้อย่างตรงจุด เพื่อมุ่งสู่ง Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม
.
พบกับ ACAMP พร้อม “รับสิทธิทดลองใช้งานฟรี!” ได้ที่ NAC2026 งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 24 – 28 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี
.
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี 👉 www.nstda.or.th/nac
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
ปราจีนบุรีลุย ‘ESG Living Lab’ ผนึกกำลังองค์กรวิจัย ปั้นเมือง ‘เกษตรปลอดภัย’ ชูนวัตกรรม สวทช. ปูพรมสมาร์ทฟาร์ม-ชีวภัณฑ์ ยกระดับคุณภาพชีวิตยั่งยืน
(วันที่ 31 มีนาคม 2569): ณ ห้องประชุมเฟื่องฟ้า อาคาร 6 ชั้น 5 มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (ศูนย์การศึกษานครนายก): มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานของศูนย์การเรียนรู้เกษตรปลอดภัย และสุขภาวะ จังหวัดปราจีนบุรีเพื่อขับเคลื่อน โดยเป็นการผนึกกำลังระหว่าง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมกับหน่วยงานวิจัยและเทคโนโลยีระดับประเทศ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.), สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA และจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อมุ่งเป้าสู่การเป็นเมืองต้นแบบเกษตรปลอดภัยภายใต้แนวคิด ESG หรือแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืนโดยคำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environmental), สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) เพื่อพิจารณาความเสี่ยงและจริยธรรมของธุรกิจนอกเหนือจากผลกำไร เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า สวทช. โดยสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) พร้อมนำผลงานวิจัยที่พิสูจน์แล้วว่าใช้งานได้จริงเข้าสู่พื้นที่ โดยเน้นไปที่ “นวัตกรรมเกษตรปลอดภัยและคุณภาพสูง” และ “การผลิตและการใช้ชีวภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ” เพื่อลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต โดยจะนำ “โรงเรือนต้นทุนต่ำ” มาใช้กับกลุ่มผู้ปลูกสมุนไพรในปราจีนบุรี ซึ่งช่วยควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสมกับการเติบโต ทำให้ได้สารสำคัญ (Active Ingredient) ในสมุนไพรสูงกว่าการปลูกทั่วไปถึง 20-30% และเมื่อใช้ร่วมกับ “สารชีวภัณฑ์” จาก สวทช. จะช่วยทำให้ผลผลิตไร้สารตกค้าง 100% สามารถส่งเข้าโรงงานแปรรูปเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมูลค่าสูงได้ทันที
“การลงนามครั้งนี้เป็นการสร้างระบบนิเวศใหม่ให้กับเกษตรกรไทยโดยมี “เทคโนโลยี” เป็นเครื่องมือแผนงานปี 2569 เราจะใช้ศูนย์การเรียนรู้ฯ ปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ต้นแบบติดตั้ง โรงเรือนปลูกพืชอัจฉริยะ และพัฒนาหลักสูตรแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยทำงานแบบ ‘ร่วมคิด ร่วมทำ’ กับ มสด. เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงนวัตกรรมได้ง่ายที่สุด นำไปสู่รายได้ที่มั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด” ดร.สมบุญ กล่าว
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิทักษ์ จันทร์เจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า มสด. มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่ผ่านแนวคิด ESG Living Lab โดยใช้ศูนย์การเรียนรู้ฯ เป็นฐานในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ตั้งแต่การคัดเลือกทรัพยากรท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสารชีวภัณฑ์ ไปจนถึงการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลและความยั่งยืน โดยมีการคำนวณผลตอบแทนทางสังคม (SROI) เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการสร้างประโยชน์ให้ชุมชนได้จริง
นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวถึงยุทธศาสตร์จังหวัดว่า ปราจีนบุรีมีศักยภาพด้านการเกษตรสูง การร่วมมือครั้งนี้จะเปลี่ยนจากเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรมูลค่าสูงที่เน้นความปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยจังหวัดพร้อมสนับสนุนกลไกเชิงพื้นที่เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรและชุมชนให้เกิดการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมอย่างทั่วถึง เพื่อให้ปราจีนบุรีเป็นครัวที่ปลอดภัยและเป็นเมืองแห่งสุขภาวะอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้กล่าวเสริมถึงบทบาทในการสนับสนุนการทดสอบมาตรฐานและการรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรเพื่อให้เข้าสู่ตลาดพรีเมียมได้ ขณะที่ น.ส.ปราณปริยา วงค์ษา ผู้อำนวยการสำนักบริการองค์ความรู้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ระบุว่าจะนำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมและภูมิสารสนเทศมาใช้ในการติดตามสภาพพื้นที่เกษตร การบริหารจัดการน้ำ และการพยากรณ์ผลผลิต เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกได้อย่างแม่นยำท่ามกลางความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
เชิญบริษัทเอกชนในอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร ร่วมเป็น “โจทย์ตั้งต้น” ในโครงการ Reverse Pitch for Food Innovation
STOP SEARCHING, START PITCHING
เชิญบริษัทเอกชนในอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร ร่วมเป็น "โจทย์ตั้งต้น" ในโครงการ Reverse Pitch for Food Innovation
หากองค์กรของคุณมี Pain Point ที่แก้ไม่ตก หรือมี Roadmap ที่ต้องการนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาเสริมทัพ นี่คือโอกาสที่จะได้ "กางโจทย์" ของคุณให้เหล่านักคิดและ Startup ฝีมือดีจากทั่วประเทศมาช่วยหาคำตอบ
Why Join Us?
• Access to Talent เข้าถึงกลุ่ม Startup และนักวิจัยที่พร้อมลงมือทำ
• Customized Solutions ได้ทางแก้ปัญหาที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ
• Open Innovation Ecosystem สร้างภาพลักษณ์ผู้นำด้านนวัตกรรมและเปิดรับไอเดียใหม่ๆ
What We Are Looking For (ประเภทของโจทย์ที่เราเปิดรับ)
• Food Processing & Preservation การแปรรูปและถนอมอาหาร
• Supply Chain Efficiency การจัดการซัพพลายเชนและโลจิสติกส์
• Packaging & Sustainability บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกและความยั่งยืน
• Digital Food Services เทคโนโลยีการบริการและจัดการร้านอาหาร
The Process
1. Submit Your Challenge ส่งโจทย์หรือ Pain Point ขององค์กรให้ทีมงาน
2. Co-curating ทีมงานช่วยกลั่นกรองโจทย์ให้ชัดเจนและดึงดูด Startup
3. Reverse Pitch Day องค์กรขึ้นเวทีบอกโจทย์ เพื่อให้ Startup มานำเสนอโซลูชัน
Timeline for Corporates
• เปิดรับสมัครโจทย์ วันนี้ถึง 15 เมษายน 2569
• วันในการจัดกิจกรรม 27 พฤษภาคม 2569
• ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี Hall 4
ภายในงาน "THAIFEX-Anuga Asia 2026"
ลงทะเบียนเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนวัตกรรมอาหาร
https://forms.gle/F6x1BknEw2rG5GBH6
ปฏิทินกิจกรรม
อบรม Smart Visualize Communication with Infographic & AI : สร้างงานสื่อสารอย่างมืออาชีพด้วย Infographic และ AI รุ่นที่ 3
🌐สวทช. ขอเชิญเข้าร่วมฝึกอบรม
🚀หลักสูตร Smart Visualize Communication with Infographic & AI : สร้างงานสื่อสารอย่างมืออาชีพด้วย Infographic และ AI รุ่นที่ 3
📅ระหว่างวันที่ 11 - 12 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรม อมารี กรุงเทพฯ(ประตูน้ำ) หรือ เทียบเท่า
📲ลงทะเบียนและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: www.career4future.com/sinfoai
🔑 Key Highlight
💡 เน้นปฏิบัติจริง (Hands-on Practice): เรียนรู้ตั้งแต่หลักการสื่อสารด้วยภาพ ไปจนถึงการลงมือปฏิบัติเพื่อสร้าง Infographic ที่มีคุณภาพและส่งผลต่อการตัดสินใจ
💡 ผสานเทคโนโลยี AI : เป็นหลักสูตรที่บูรณาการการใช้เครื่องมือ AI (เช่น ChatGPT, Midjourney, Canva Magic Studio,NotebookLM,Gemini,AI Google Studio เป็นต้น)
เข้ามาช่วยในการระดมความคิด, สร้างเนื้อหา, ออกแบบภาพ, และปรับปรุงงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
💡 ครบเครื่องเรื่องการสื่อสาร: ครอบคลุมทั้งทฤษฎีการออกแบบ, จิตวิทยาการสื่อสารด้วยภาพ, การเล่าเรื่องด้วยข้อมูล (Data Storytelling), และการใช้เครื่องมือจริง
💡 ประหยัดเวลาและทรัพยากร: ผู้เรียนสามารถลดเวลาในการสร้างสรรค์งานสื่อสารที่ซับซ้อน ให้ได้ผลลัพธ์ระดับมืออาชีพโดยไม่ต้องเป็นนักออกแบบกราฟิกมืออาชีพ
🔥 โปรโมชั่นสุดพิเศษ!!! มาเป็นคู่ ถูกกว่า! ลดทันที 10% สำหรับการสมัคร 2 ท่านขึ้นไปจากหน่วยงานเดียวกัน
ค่าลงทะเบียน: เพียง 9,900 บาท เท่านั้น! (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว 7%) สำหรับหน่วยงานภาครัฐ 9,252.34 บาท
***ราคานี้รวมอาหารว่าง และ อาหารกลางวัน***
📲สอบถามเพิ่มเติม : คุณใหม่ โทร. 085-289-2669 | LINE ID: maiys19
แล้วพบกันนะคะ🙏🥰
ข่าว
ปฏิทินกิจกรรม


