ผลการค้นหา :
สวทช. จัดสัมมนา NAC2026 เวทีขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยด้วยนวัตกรรมสีเขียว ผ่านกลไก Postdoctoral/Postgraduate System
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดสัมมนาหัวข้อ “การพัฒนาอุตสาหกรรมไทยด้วยนวัตกรรมสีเขียว เพื่อมุ่งสู่สังคมแห่งอนาคตที่ยั่งยืน ด้วยกลไก National Postdoctoral / Postgraduate System” ภายใต้งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 (NAC2026) ณ ห้องประชุม CC-305 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 90 คน
การสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ด้านพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้เกียรติบรรยายในหัวข้อ “วัตถุประสงค์การให้ทุนโครงการนักวิจัยหลังปริญญาเอก หลังปริญญาโท National Industrial Postdoc/Postgrad Fellowship” โดยนำเสนอแนวทางการสนับสนุนทุนวิจัยที่มุ่งพัฒนานักวิจัยสมรรถนะสูงให้สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยมี ดร.จิตติ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการ บพค. ศาสตราจารย์ ดร.ศิวพร มีจู สมิธ และ ดร.วิยงค์ กังวานศุภมงคล รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยี รวมถึงนักวิจัยและผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัด สวทช. เข้าร่วมงาน
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยจากนักวิจัยรุ่นใหม่ ทั้งในระดับ Postdoctoral และ Postgraduate ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก บพค. ครอบคลุมหลากหลายสาขา ทั้งด้านเกษตรและอาหาร เวชสำอาง วัสดุและนาโนเทคโนโลยี พลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม อาทิ การพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง การเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร การพัฒนาเซ็นเซอร์ตรวจวัดสิ่งแวดล้อม รวมถึงเทคโนโลยีการดักจับและใช้ประโยชน์จากคาร์บอนไดออกไซด์ โดยผลงานเหล่านี้ล้วนมีศักยภาพในการต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรมและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ อีกทั้งยังพัฒนาขึ้นจากโจทย์วิจัยที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และมีหน่วยงานหรือผู้ใช้ประโยชน์ที่ชัดเจนในการนำผลงานไปต่อยอด
เวทีสัมมนานี้สะท้อนบทบาทสำคัญของกลไก National Postdoctoral / Postgraduate System ในการพัฒนาบุคลากรวิจัยสมรรถนะสูง และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยเชื่อมโยงการพัฒนากำลังคนกับภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
ขอเชิญท่านเข้าร่วมงาน TechLink Edition by Thailand Techshow
โอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่มองหา นวัตกรรม เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ มาถึงแล้ว!
ขอเชิญท่านเข้าร่วมงาน TechLink Edition by Thailand Techshow
📅 วันที่ 20–21 พฤษภาคม 2569
📍 โรงแรม เบส เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร
ภายในงานพบกับไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด:
✨ จัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมมากกว่า 159 ผลงาน
✨ โอกาสพบปะนักวิจัย ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และนักลงทุน
✨ กิจกรรม Business Matching เชื่อมต่อธุรกิจจริง
✨ เสวนาและอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีจากผู้เชี่ยวชาญ
ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ประกอบการ นักลงทุน นักวิจัย หรือผู้ที่สนใจต่อยอดไอเดียสู่ธุรกิจ งานนี้คือพื้นที่ที่ช่วย “เปลี่ยนไอเดียให้เป็นโอกาสจริง”
ลงทะเบียนฟรีได้แล้ววันนี้ 👉 https://app.multithai.com/register_techlink
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
📞 02-5647000 ต่อ 1311
📧 sarocha.phengsri@nstda.or.th
มาร่วมค้นหาโอกาสใหม่ และเชื่อมต่ออนาคตไปด้วยกันในงานนี้
ปฏิทินกิจกรรม
NSTDA หน้า 1 : สรุปข่าววิทย์ฯ ฮิตติดหน้า 1 วันที่ 4 พ.ค. 2569
วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
'ยศชนัน' ดันนวัตกรรมสีเขียว
ปักหมุด GDP ประเทศ โต 3% ในปี 2030
สานต่อ BCG เพื่อปากท้องและสุขภาวะประชาชน รวมพลังนักวิทย์เป็น 'คลังสมอง' ยกระดับสู่ประเทศรายได้สูง มุ่งเป้าสู่ Net Zero .... >> อ่านต่อ
โอกาสในวิกฤตคาร์บอน !
ผอ. สวทช. ดันเทคโนโลยีไทย สู้กำแพงภาษีโลก
สร้างอธิปไตยเทคโนโลยี ทางรอดสู่ Net Zero ตั้งเป้าเป็นฟันเฟืองนำ วทน. รองรับ สู่การใช้งานจริง หนุนเอกชนอยู่รอด มีรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ... >> อ่านต่อ
เยี่ยมชมโรงงานผลิตพืช: ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.อว. และคณะผู้บริหาร อว. เยี่ยมชมโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) ของศูนย์ไบโอเทค สวทช. ที่ใช้เทคโนโลยีควบคุมแสงและสารอาหาร 100% เพื่อใช้ผลิตสารสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง โดยมี ศ. ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผอ. สวทช. ให้การต้อนรับ
จดหมายข่าว สวทช.
อว. ปลดล็อก ‘Medical AI Platform’ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Wellness Thailand ดันนวัตกรรมสุขภาพ ช่วยตรวจเจอโรคร้ายได้ไวขึ้น จาก AI ฝีมือคนไทย
(วันที่ 1 พฤษภาคม 2569) ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ผนึกกำลังเครือข่ายโรงเรียนแพทย์และหน่วยงานพันธมิตร อันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดผลงานของเครือข่าย Medical AI Consortium ให้บริการชุดข้อมูลทางการแพทย์ของเครือข่าย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถขอเข้าถึง นำไปทดลองใช้ได้ สร้างการรับรู้เกี่ยวกับแพลตฟอร์ม ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ตั้งแต่งานวิจัยและพัฒนา การทดสอบ ไปจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์ สอดรับกับการสร้างระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI Ecosystem) อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ "Medical AI Consortium" ในงานสัมมนาเชิงวิชาการ Medical AI Consortium เครือข่ายเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการใช้ Medical AI เพื่อให้ผลงาน Medical AI ไปจนถึงการนำไปใช้ในบริบทจริงของระบบบริการสุขภาพ โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่การกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน คณะแพทย์ นักวิจัย ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่การกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวเปิดงานและปาฐกถา “ทิศทาง Medical AI ของประเทศไทย” ว่า การขับเคลื่อน Medical AI Consortium ในครั้งนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดนโยบาย "Wellness Thailand" ของกระทรวง อว. ที่ได้ประกาศเจตนารมณ์เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพระดับโลก โดยมุ่งเน้นการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจาก “ระบบซ่อมสุขภาพ” เป็น “การสร้างเสริมสุขภาพ” ทั้งนี้ อว. ได้กำหนดทิศทางสู่ AI & Data-Driven Nation (AI for ALL) ควบคู่กับการผลักดันนโยบาย Wellness Thailand ให้เป็นหนึ่งในฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ โดยขับเคลื่อนผ่าน ระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อเร่งให้เกิดการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย นวัตกรรม และกำลังคน ไปสู่ภาคเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้การดูแลความมั่นคงและอธิปไตยด้านข้อมูลของประเทศ โดยเฉพาะข้อมูลด้านสุขภาพภายใต้ความเชื่อมั่นว่าข้อมูลจะไม่รั่วไหล เพื่อให้สามารถพัฒนา Medical AI ที่ตอบโจทย์คนไทย บนฐานข้อมูลของคนไทย
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเสริมว่า สวทช. ในฐานะหน่วยงานวิจัยหลักได้วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานกลางของประเทศผ่านบทบาทของ Medical AI Consortium เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านการเข้าถึงข้อมูลและการทดสอบมาตรฐาน โดยความก้าวหน้าในครั้งนี้ครอบคลุมครบทั้ง Value Chain ตั้งแต่การมีชุดข้อมูลภาพทางการแพทย์ขนาดใหญ่ โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลสมรรถนะสูงอย่างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LANTA ไปจนถึงห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ทดสอบซอฟต์แวร์เครื่องมือแพทย์ (SQUAT) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และยังมีแผนการพัฒนาระบบทดสอบประสิทธิภาพ Medical AI Benchmark กระบวนการเหล่านี้จะช่วยย่นระยะเวลา และสร้างความน่าเชื่อถือให้นวัตกรรมจากห้องแล็บสามารถขึ้นทะเบียนและขยายผลสู่การใช้งานจริงในหน่วยบริการทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
ด้าน ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) กล่าวเสริมว่า บพค. ได้กำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์เพื่อทำให้ภาพนโยบาย Medical AI เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมผ่านการสนับสนุนงบประมาณในส่วนของการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือข้ามหน่วยงานหรือ Shared Innovation ปัจจุบัน Consortium ซึ่งก่อตั้งโดย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, สวทช. และกรมการแพทย์ได้ขยายความร่วมมือสู่ 8 หน่วยงานหลัก รวมถึงเครือข่ายคณะแพทยศาสตร์จาก ม.เชียงใหม่, ม.ขอนแก่น, ม.สงขลานครินทร์, วชิรพยาบาล และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งการลงทุนในระบบนิเวศที่แข็งแรงนี้จะช่วยลดต้นทุนการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. กล่าวว่า ปัจจุบัน Medical AI Data Sharing Platform รวบรวมข้อมูลไว้กว่า 3 ล้านภาพ และมีแผนขยายเพิ่มอีก 7.9 แสนภาพภายในปี 2569 เนคเทค สวทช. ยังพัฒนาเครื่องมือสำคัญอย่าง RadiiView สำหรับระบุลักษณะข้อมูลภาพ และ NomadML สำหรับการพัฒนาโมเดล AI อย่างง่าย เกิดการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ Medical AI รวมกว่า 10 โมเดล ซึ่งขณะนี้มี 2 ผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ที่อยู่ระหว่างเตรียมขึ้นทะเบียน อย. คือ "LiverSound" ระบบช่วยคัดกรองมะเร็งตับจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันเตรียมพร้อมเพื่อนำไปใช้งานในโรงพยาบาลภายใต้เขตสุขภาพที่ 3 และ "RAMAAI CXR Solution" ระบบวินิจฉัยภาพเอกซเรย์ทรวงอกจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้เริ่มนำร่องใช้งานจริงในโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ เป้าหมายรวม 14 แห่ง เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพของ Service Platform ในบริบทการรักษาจริง
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
นาโนเทค สวทช. ชี้เป้าปัญหา PM2.5 อย่างแม่นยำ ดันเทคโนโลยี e-Nose สู่เครือข่ายภาคสนาม ยกระดับการแก้ไขมลพิษอากาศของประเทศอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) จัดงานสัมมนา “ชี้เป้าฝุ่นแม่นยำ–ติดตามแก้ไข PM2.5 ตรงจุด : ยกระดับเทคโนโลยี e-Nose สู่เครือข่ายภาคสนาม” ภายใต้การประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 หรือ NAC2026 ที่มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนด้วยเทคโนโลยี e-Nose โดยมี ดร. ภญ. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการนาโนเทค สวทช. กล่าวเปิดงานสัมมนา
ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมฉายภาพ “ภาพรวมการจัดการฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และมลพิษทางอากาศในประเทศไทย” โดยปัญหา PM2.5 ในประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีลักษณะสำคัญคือเป็น “ฝุ่นทุติยภูมิ” (Secondary PM) สูงถึงร้อยละ 70–80 ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาเคมีของก๊าซตั้งต้นในบรรยากาศ เช่น แอมโมเนียจากภาคเกษตร และซัลเฟตจากภาคอุตสาหกรรมและการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลให้การระบุแหล่งกำเนิดทำได้ยาก และจำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงในการวิเคราะห์เชิงลึก
นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทของเทคโนโลยี “Electronic Nose (e-Nose)” ผ่าน ดร.รุ่งโรจน์ เมาลานนท์ นักวิจัยนาโนเทค สวทช. ที่นำเสนอในหัวข้อ “ระบบต้นแบบ e-Nose เพื่อการติดตามแหล่งกำเนิด PM2.5 ร่วมภาครัฐและเอกชน” โดยเป็นนวัตกรรมสำคัญที่สามารถตรวจวัดและวิเคราะห์กลิ่นในอากาศแบบเรียลไทม์ พร้อมสร้างแผนที่การกระจายตัวของมลพิษ (Odor Map) เพื่อระบุแหล่งกำเนิดของฝุ่นได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีดังกล่าวถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย และการบริหารจัดการคุณภาพอากาศในระดับพื้นที่และระดับประเทศ
ในขณะที่วงเสวนา ที่ประกอบด้วย ดร.รุ่งโรจน์ เมาลานนท์, ดร.ศักดา ตรีเดช, ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์, คุณวิรัตน์ คำพรม และ คุณวิรัตน์ ทวีปิยมาภรณ์ ยังมีการสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหา PM2.5 ของประเทศไทยมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงหลายมิติ โดยมีแหล่งกำเนิดจากทั้งภายในประเทศประมาณร้อยละ 60 และจากมลพิษข้ามพรมแดนประมาณร้อยละ 40 จึงจำเป็นต้องอาศัยกลไกการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับการผลักดันร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด เพื่อยกระดับการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ
ในมิติของการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง งานสัมมนาได้เสนอแนวทางสำคัญ ได้แก่ การลดการปล่อยก๊าซตั้งต้น โดยเฉพาะจากภาคเกษตร การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรทางการเกษตรเพื่อลดการเผา การเพิ่มมูลค่าชีวมวล รวมถึงการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ (Mega Project) เพื่อจัดการปัญหาอย่างครบวงจร
จากการเสวนาที่มีผู้เกี่ยวข้องหลากหลายมิติ ต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่า การแก้ไขปัญหา PM2.5 จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการควบคุมที่ปลายเหตุ ไปสู่การจัดการที่ต้นเหตุ ผ่านการใช้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง e-Nose และการกำหนดนโยบายที่สอดคล้องและบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับวิกฤตมลพิษทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. เปิดบ้านต้อนรับคณะ สตง. ศึกษาดูงานการตรวจสอบคุณสมบัติผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมไทย
วันที่ 30 เมษายน 2569 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ให้การต้อนรับ ข้าราชการ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โครงการฝึกอบรม หลักสูตร “การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย ระดับต้น” จำนวน 75 คน นำโดย นายบัญชา ตรีศิลสัตย์ ผู้ช่วยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อเข้าศึกษาดูงานในหัวข้อ การตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมไทยของ สวทช. ในการนี้ ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รองผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์องค์กร สวทช. และ ดร.ปวีณ นราเมธกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านบริหารทั่วไป สวทช. ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้อง Auditorium อาคาร BIOTEC อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี
สำหรับหัวข้อที่บรรยายประกอบด้วย
- การบริการนวัตกรรมไทยของ สวทช. บรรยายโดย คุณกฤตภาส คงรัตน์ งานส่งเสริมนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ฝ่ายส่งเสริมนวัตกรรม
- การตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ บรรยายโดย คุณพิมพรรณ สุขเนตร์ ศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ กลุ่มห้องปฏิบัติการลักษณะเฉพาะทางกายภาพ
การศึกษาดูงานในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และหน่วยงานตรวจสอบของรัฐ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการประเมินและรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์นวัตกรรมไทย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ข้าราชการ สตง. ในการปฏิบัติงานตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นต่อสินค้าและบริการนวัตกรรมของคนไทย และสนับสนุนระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
MU-NSTDA Knowledge Sharing ประจำปี 2569 ครั้งที่ 2
🚨ขอเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรม MU-NSTDA Knowledge Sharing ประจำปี 2569 ครั้งที่ 2 ระหว่าง มหาวิทยาลัยมหิดล กับ สวทช. หัวข้อ “การผลักดันเครื่องมือแพทย์สู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ด้วยกลไก MED Drive”
.
📅 วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569
⏰ เวลา 9.30 – 12.00 น.
ในรูปแบบ hybrid
📍Onsite: ณ ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตพญาไท
🚩Online: อิเล็กทรอนิกส์ด้วยโปรแกรม Zoom Link: https://zoom.us/j/94104231233?pwd=DjURbHPAlMBPla5mHePxnNKWF6az6H.1
Zoom Meeting ID: 941 0423 1233 Password: 11052026
.
🚀พบกับกิจกรรมบรรยาย การขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย ดังนี้
✅ แนะนำแพลตฟอร์มการพัฒนาเครื่องมือแพทย์ (MED Drive) สวทช.
✅ แนะนำบริการวิเคราะห์ทดสอบ Biocompatibility test และโครงการสนับสนุนการทดสอบ 80% สำหรับเครื่องมือแพทย์
✅ การขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ไทย
✅ Exclusive Consulting โดยทีม Pre Battle สวทช. : MED DRIVE (เฉพาะ Onsite)
.
🎯กลุ่มเป้าหมาย/ผู้เข้าร่วมประชุม
บุคลากรจากมหาวิทยาลัยมหิดล บุคลากร สวทช. เครือข่ายพันธมิตรของ สวทช. รวมทั้งผู้ที่สนใจทั่วไป ที่ประสงค์ยกระดับผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ไทยไปสู่การใช้งาน ส่งเสริมการเข้าสู่เชิงพาณิชย์ของผลงานวิจัย/ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์
.
👉ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ผ่าน URL ด้านล่างนี้
https://forms.gle/UjEh1yRqQ3WgFdGc8
ข่าว
ปฏิทินกิจกรรม
“ยศชนัน” มอบนโยบาย สวทช. เป็น “เครื่องยนต์วิจัยของประเทศ”
“ศ.ดร.ยศชนัน” ประเดิมประชุมบอร์ด กวทช. นัดแรก มอบนโยบาย สวทช. เป็น “เครื่องยนต์วิจัยของประเทศ” ตั้งเป้าปี 2570 สร้างผลงานวิจัยและผลิตนวัตกรรมเข้าถึงประชาชน 10 ล้านคน สร้างผลกระทบเศรษฐกิจและสังคมกว่า 17,000 ล้านบาท พร้อมขับเคลื่อนไทยสู่ประเทศรายได้สูง ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
สวทช. เชิญร่วมชมนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมในงาน สถาปนิก’69 (Architect’69) มหกรรมแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอเชิญร่วมชมนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมในงาน สถาปนิก’69 (Architect’69) มหกรรมแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
พบกับไฮไลต์นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนและคุณภาพชีวิต อาทิ
- Nano Coating Tech สตาร์ตอัปด้าน Deep Tech จาก NANOTEC
- นวัตกรรมทรายแมวจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
- นวัตกรรม EM Powder จุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูง ละลายไว
- คอนกรีตรักษ์โลก
- ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการประเมินการกัดกร่อนในบรรยากาศ และแผนที่การกัดกร่อน จาก MTEC
- รถวีลแชร์ไฟฟ้าแบบ Pushrim Activated จาก NECTEC
📍 จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 3 พฤษภาคม 2569
ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
มูลนิธิชัยพัฒนา เยี่ยมชมงานวิจัยของ สวทช. ในงานประชุมวิชาการ NAC2026 มุ่งเป้าใช้เทคโนโลยีชีวภาพ สู่เกษตรยั่งยืน
(26 เมษายน 2569) ณ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ (ไบโอเทค) จ.ปทุมธานี: คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิชัยพัฒนาเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของ สวทช. และห้องปฏิบัติการวิจัยของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เนื่องในโอกาสงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 (The 21st NSTDA Annual Conference: NAC2026) โดย ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากศูนย์วิจัยแห่งชาติ ของ สวทช. ได้แก่ ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ดร.เอกรัตน์ ไวยนิตย์ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) และ นางสาววิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และผู้อำนวยการสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิชัยพัฒนา ได้แก่ พล.อ.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา พล.อ.ทรงวุฒิ จิตตานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการทหารพันธุ์ดี ผศ. ฉันทนา วิชรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาพันธุ์พืชของมูลนิธิชัยพัฒนา ม.ร.ว.เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการพิเศษของมูลนิธิชัยพัฒนา นายณัฐพล เจริญสุข ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานโครงการ และ พ.อ.หญิง พรธวัช จารุกลัส ผู้ประสานงานที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านการเกษตร ที่มุ่งเน้นการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับภาคการเกษตรของไทยตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และเทคโนโลยีของ สวทช. ที่นำไปใช้ในงานตามพระราชดำริ และโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนา ผ่านกลไกการถ่ายทอดเทคโนโลยี จาก Training Hub ของ สวทช. และมหาวิทยาลัยแม่โจ้
โดยมีการบรรยายพร้อมนำเยี่ยมชมเกี่ยวกับ เทคโนโลยีควบคุมทางชีวภาพ การใช้ “ชีวภัณฑ์” ทดแทนการใช้สารเคมีทางการเกษตร ที่มีความปลอดภัยต่อทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค การวิจัยปฏิสัมพันธ์ของจุลินทรีย์ทางการเกษตร ชมกระบวนการเก็บรวบรวมและจำแนกจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกและปรับปรุงบำรุงดิน โรงงานผลิตไวรัสเอ็นพีวี เยี่ยมชมกระบวนการผลิตไวรัสสายพันธุ์เฉพาะสำหรับกำจัดหนอนศัตรูพืช ซึ่งเป็นนวัตกรรมกำจัดศัตรูพืชแบบชีววิธีที่มีประสิทธิภาพสูง นวัตกรรมด้านพันธุศาสตร์และสรีรวิทยาพืช หรือ Plant Phenomics ในการเก็บข้อมูลลักษณะปรากฏของพืชแบบแม่นยำสูง นอกจากนี้คณะฯยังได้เยี่ยมชม Plant Factory ระบบโรงเรือนปลูกพืชอัจฉริยะ สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมในการปลูกพืชได้ทั้งหมด และธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ ที่มีระบบการจัดเก็บทรัพยากรที่มีค่าของประเทศ ทั้งธนาคารพืช ธนาคารจุลินทรีย์ และระบบธนาคารข้อมูล เพื่อความมั่นคงทางชีวภาพของประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงงานวิจัยของศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ได้แก่ เครื่องจักรสำหรับถั่วเขียว เครื่องนวดถั่วเขียว และเครื่องคัดแยกสิ่งเจือปนและคัดขนาด ของทีมวิจัยงานพัฒนาเครื่องจักรกล ที่ไปทดสอบในกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" มูลนิธิชัยพัฒนา บ้านเกาะเเก้ว ตำบลเกาะเเก้ว อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์
การเยี่ยมชมในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการ ไปสู่การประยุกต์ใช้จริงในโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนา อีกทั้งแสดงถึงศักยภาพด้านนวัตกรรมการเกษตรของ สวทช. ในการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรและสิ่งแวดล้อม ให้เกิดความยั่งยืนตามแนวพระราชดำริต่อไป
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สัมมนา ถอดรหัสวิกฤตไมโครพลาสติกไทย: ตรวจวัดให้ชัด จัดการให้จริง เจาะลึกสถานการณ์ ผลกระทบสู่มาตรฐานการตรวจวัดแห่งอนาคต ในประชุมประจำปี NAC2026
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) จัดเสวนา “ถอดรหัสวิกฤตไมโครพลาสติกไทย: ตรวจวัดให้ชัด จัดการให้จริง เจาะลึกสถานการณ์ ผลกระทบสู่มาตรฐานการตรวจวัดแห่งอนาคต” ภายใต้การประชุมประจำปี NAC2026 ในวันที่ 24 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุม CC-308 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี โดยมีนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยรับมือกับปัญหาไมโครพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.วิยงค์ กังวานศุภมงคล รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทค ในการกล่าวเปิดงานและต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ตามด้วยการบรรยายสถานการณ์ไมโครพลาสติกและการตรวจวัดในประเทศไทย โดย คุณเผ่าเทพ เชิดสุขใจ จากกรมทรัพยการทางทะเลชายฝั่ง ต่อด้วยการนำเสนอผลกระทบของไมโครพลาสติกระบบนิเวศทางทะเลและห่วงโซ่อาหาร โดย ศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ จากสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำและภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยการบรรยายเกี่ยวกับไมโครพลาสติกในระบบประปา ความเสี่ยงและการควบคุมคุณภาพน้ำ โดย คุณอังกูร บุญญะ จากการประปานครหลวง
นอกจากนี้ได้จัดเวทีเสวนาในประเด็น “ไทยรู้ทันไมโครพลาสติก มาตรฐาน การตรวจวัด ความท้าทายและนวัตกรรม พลิกสู่โอกาส Thailand Microplastic Roadmap” โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ประกอบด้วย ดร.จริยา บัวเจริญ จากสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ดร.โอบเอื้อ อิ่มวิทยา จากสถาบันห้องปฏิบัติอ้างอิงแห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์บริการ พร้อมด้วยทีมนักวิจัยศูนย์นาโนเทค ดร.จันทร์เพ็ญ ครุวรรณ์ และ ดร.จิตาภา สำราญจิตต์ ดำเนินรายการโดย ดร.สุพักตร์ โยไธสง ศูนย์นาโนเทค ภายใต้กิจกรรมนำไปสู่ประเด็นที่สำคัญ อาทิ มาตรฐานการตรวจวัดไมโครพลาสติกในน้ำดื่มของไทยอยู่ระหว่างจัดทำและคาดว่าจะมีการประกาศใช้ภายใน ปี 2030 รวมทั้งหากประเทศไทยจะตั้งเป้าหมายเพื่อการจัดการไมโครพลาสติก จำเป็นต้องกำหนดนโยบายและมาตรฐานการตรวจวัดเป็นอันดับแรก ควรมีเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม และงบประมาณสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนการสร้างพื้นที่ Sandbox ในการดำเนินการ และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ห้องปฏิบัติการเฉพาะทางที่ปราศจากพลาสติก รวมถึงการสร้างกลไกด้านแรงจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุน และประเด็นสำคัญคือการจัดการไมโครพลาสติกที่ต้นทาง ได้แก่ การจัดการขยะ การปลูกฝังจิตสำนึก และการสร้างความตระหนักให้ภาคสังคม ช่วงท้ายของกิจกรรม ดร.พิศิษฐ์ คำหน่อแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยวัสดุผสมและกระบวนการนาโน ศูนย์นาโนเทค ได้กล่าวสรุปและขอบคุณผู้เข้าร่วมกิจกรรมในฐานะหัวหน้าคณะจัดงานสัมมนาในครั้งนี้ ซึ่งได้รับความสนใจ มีผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งในห้องประชุมและระบบออนไลน์ ประมาณ 200 คน
การสัมมนาในครั้งนี้ มุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาระบบตรวจวัดไมโครพลาสติกที่แม่นยำ มีมาตรฐาน ตอบโจทย์ทิศทางการกำกับดูแลของหน่วยงานภาครัฐในการจัดการไมโครพลาสติก และยกระดับแพลตฟอร์มการวิจัยพัฒนาสู่การบริการและผลิตภัณฑ์ รวมทั้งส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมไทยในการรับมือกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่าจะเกิดความร่วมมือและแพลตฟอร์มด้านการวิจัยพัฒนาและตรวจวัดไมโครพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สัมมนาออนไลน์ “THE FUTURE OF FUNCTIONAL INGREDIENTS: TRENDS AND OPPORTUNITIES FOR 2026”
📣📣📣 Special Food Talk 2026 ✨✨✨
📍📍📍สวทช. โดย Functional Food & Ingredients Platform, Food Innopolis ขอเชิญผู้ประกอบการอาหาร อาจารย์ นักวิจัย และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาออนไลน์สุดพิเศษเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลความรู้ด้านอาหารและส่วนผสมอาหารฟังก์ชั่น
ในหัวข้อ “THE FUTURE OF FUNCTIONAL INGREDIENTS: TRENDS AND OPPORTUNITIES FOR 2026”
โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในวงการอาหารและส่วนผสมอาหารฟังก์ชั่น
1. ศาสตราจารย์ ดร. ภาวิณี ชินะโชติ President-elect of IUFoST (International Union of Food Science and Technology), Chair of FIRN
2. คุณสุธีรา อาจเจริญ ที่ปรึกษาอาวุโส สวทช./ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Food Innopolis
💡💡Key Points ⭐️⭐️
1️⃣ ความสำคัญของส่วนผสมอาหารฟังก์ชั่น
2️⃣ หลักการต่อยอดธุรกิจจากส่วนผสมอาหารฟังก์ชั่น
3️⃣ กลไกสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม
4️⃣ อัปเดตเทรนด์ส่วนผสมอาหารฟังก์ชั่น
🎯🎯🎯 เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาสุดพิเศษ!! ครั้งนี้พร้อมกันผ่านไลฟ์สด Facebook: FoodInnopolis
📅 วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569
⏰เวลา 09.00 – 12.00 น.
👉🏻👉🏻ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม https://forms.gle/gwsXEfKvzZtMqbmA6
พิเศษ!! เตรียมพบกับกิจกรรมพิเศษสำหรับผู้ประกอบการ Functional Food & Ingredients หลังจากจบการบรรยาย
ℹ️ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
คุณมารุต ใจหลัก
☎️โทร. 025647000 ต่อ 71618
📧อีเมล: marut.jai@nstda.or.th
ข่าว
ปฏิทินกิจกรรม


