ผลการค้นหา :
เปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการ PADTHAI รุ่นที่ 14 (PADTHAI #14)
เปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการ PADTHAI รุ่นที่ 14 (PADTHAI #14)ภายใต้แนวคิด “From Local to Global”เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมอาหารไทยสู่ตลาดสากล
โครงการ PADTHAI #14 จัดโดย เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis)สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)ดำเนินการโดย FI-Accelerator ร่วมกับเมืองนวัตกรรมอาหารส่วนขยาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หลักสูตรมุ่งเน้นการอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้นเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านกลยุทธ์ธุรกิจการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารการเข้าถึงแหล่งทุน และการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ
คุณสมบัติผู้สมัคร
เป็นผู้ประกอบการด้านผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารหรือมีแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร
มีความสนใจพัฒนาธุรกิจควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรม
สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตลอดระยะเวลาโครงการ
กำหนดการสำคัญ
เปิดรับสมัครออนไลน์ : วันนี้ – 25 มกราคม 2569
คัดเลือกและประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือก : 30 มกราคม 2569
อบรมเชิงปฏิบัติการ : 23 – 27 กุมภาพันธ์ 2569ณ โรงแรมลาโค่ เขาใหญ่ เอ ชาเทรียม
ค่าลงทะเบียน
ผู้เข้าร่วม 1 ท่าน : 15,000 บาท
ผู้เข้าร่วม 2 ท่าน : 20,000 บาท
(รวมค่าที่พัก 1 ห้อง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายตลอดการอบรมไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าเดินทาง)
📌 สมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่https://forms.gle/Bm2E2YdGFgdkhHEX8
📞 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทรศัพท์ 094-746-3822 (คุณศิญากาญจน์)
ปฏิทินกิจกรรม
NSTDA หน้า 1: สรุปข่าววิทย์ฯ ฮิตติดหน้า 1 วันที่ 12 มกราคม 2569
ยกระดับเหมืองแร่ไทย!
สู่ "เหมืองอัจฉริยะ" ด้วย Mining 4.0 Index
กพร. เปิดตัว Mining 4.0 Index เครื่องมือประเมินความพร้อมอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เพื่อยกระดับสู่อุตสาหกรรม 4.0
ผนึก 6 บริษัทนำร่องประเมินจุดแข็ง-จุดอ่อน พร้อมต่อยอดสู่ต้นแบบ "เหมืองอัจฉริยะ"
วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569
ปั้น "คน" ป้อน "เซมิคอนดักเตอร์"!
อว. ผนึกเอกชน-การศึกษา นำร่อง "STARS Co-Lab" ตันอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย
สวทช. จับมือ สตาร์ส ไมโครฯ และ 4 มหาวิทยาลัย สร้าง Ecosystem วิจัย เร่งผลิตวิศวกรทักษะสูง
เติมฝันนักวิทย์น้อยสนุกสร้างสรรค์: นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รักษาราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมเปิดงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 โดยมี ศ. ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. นำชมบูธกิจกรรม "บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร" ที่เน้นการเรียนรู้แบบ Hands-on ทั้งการต่อวงจรมอเตอร์พัดลมมินิและการระบายสีธีม Green Job เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านเทคโนโลยีให้กับเยาวชน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและเป็นกันเอง เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ด้านหน้ากระทรวง อว. ถนนโยธี กรุงเทพฯ
จดหมายข่าว สวทช.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท เนื่องใน “วันเด็กแห่งชาติ” ประจำปี 2569
"เด็ก ๆ ทุกคนควรทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่าวินัยไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ แต่คือความสามารถในการควบคุมตนเองให้ทำในสิ่งที่สมควรทำ อันจะนำมาซึ่งความสุขความเจริญอย่างแท้จริง การฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้มีวินัยจึงมีคุณประโยชน์อย่างยิ่ง ควรที่ทุกคนจะได้ฝึกหัดปฏิบัติจนเป็นปรกตินิสัย"
พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันที่ 26 ธันวาคม พุทธศักราช 2568
วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 — นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน “อว. For Kids” ชูแนวคิด "Skill for Future" : เด็กสนุกสกิลล้ำ มุ่งสร้างทักษะแห่งอนาคตให้เด็กไทย เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (โยธี) สร้างแรงบันดาลใจและปลูกฝังความสนใจทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรมให้แก่เด็กและเยาวชน ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่เน้นการเรียนรู้แบบ “ลงมือทำ” (Hands-on) เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนา “กำลังคนฐาน อววน.” ของประเทศในอนาคต
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ชวนร่วมสนุกงาน “อว. For Kids” วันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 จุดประกายเยาวชนไทยเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกิจกรรม “ลงมือทำ” ภายใต้ คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”
ภายในงาน ศ. ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ร่วมทัพนำกิจกรรมส่งเสริมเด็กไทย มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมระหว่างเยาวชนและผู้ปกครองร่วมสนุกและเรียนรู้ไปพร้อมกัน โดยบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สวทช. ได้จัด ส่วนพื้นที่แนะนำบทบาท ภารกิจ และกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่
ส่วนแนะนำหลักสูตรและโครงการเสริมสร้างการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเยาวชน รวมถึงเชิญชวนให้ผู้ปกครองและเด็ก ๆ ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์ขององค์กร พร้อมกิจกรรมสอยดาว ร่วมสนุกตอบคำถามและรับของที่ระลึกสุดพิเศษพร้อมเชิญชวนติดตามข่าวสาร
ส่วนกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop Zone): เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ทดลองและสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง เช่น
► กิจกรรมต่อวงจรมอเตอร์ประกอบพัดลมมินิ สำหรับนักเรียนระดับประถมปลายขึ้นไป เรียนรู้หลักการพื้นฐานของไฟฟ้าและการทำงานของมอเตอร์ผ่านการสร้างพัดลมด้วยตนเอง โดยจัดแบ่งเป็น 6 รอบตลอดทั้งวัน (จำกัดรอบละ 12 คน) เริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. เมื่อทำเสร็จสามารถนำพัดลมกลับบ้านได้ทันที
► กิจกรรมระบายสีสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนระดับอนุบาลถึงประถมศึกษา ใช้จินตนาการระบายสีพร้อมสอดแทรกความรู้เรื่องสีและแสงผ่านรูปภาพในธีม “Green Job" เพื่อเสริมทั้งศิลปะและวิทยาศาสตร์ควบคู่กันการจัดกิจกรรมหมุนเวียนเป็นรอบ ๆ หลังทำกิจกรรมเสร็จจะได้รับของรางวัลเป็นกระเป๋าผ้าบ้านวิทย์
กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่ให้ความสนุกสนาน แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการปลูกฝังความสนใจเยาวชนไทย ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาค
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. ชูความสำเร็จนักวิจัยไทย คว้า 47 รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569
วันที่ 8 มกราคม 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โปรดให้ นางรติรส จุลชาต เป็นผู้แทนพระองค์เปิดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026) และมอบเกียรติบัตรรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ได้แก่ รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ณ Event Hall 100-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร
ในโอกาสนี้ ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมคณะผู้บริหารประกอบด้วย ดร. ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ และนางสาวสิรินทร อินทร์สวาท รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ร่วมแสดงความยินดีกับนักวิจัยศูนย์วิจัยแห่งชาติ ภายใต้สังกัด สวทช. ที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2569 (รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น และรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award) รวม 47 รางวัล โดยมีรายละเอียดดังนี้
ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ
1. ดร.บุญญาวัณย์ อยู่สุข ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลระดับดีมาก จากผลงานวิจัย “EnPAT: น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าปลอดภัยจากปาล์มน้ำมันไทย”
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
1. ดร.คทา จารุวงศ์รังสี ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลระดับดีมาก จากผลงานวิจัย “แพลตฟอร์มพัฒนาแก๊สเซนเซอร์พลังงานต่ำบนพื้นฐานเทคโนโลยีแอลทีซีซี”
2. ดร.นพดล นันทวงศ์ ได้รับรางวัลผลงานวิจัย รางวัลระดับดี จากผลงานวิจัย “การวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์กำเนิดและรับสัญญาณเทระเฮิรตซ์แบบเสาอากาศตัวนำเชิงแสงโดยใช้เทคนิคการระดมยิงลำอิเล็กตรอนขั้นสูง”
3. ดร.มลธิดา ภัทรนันทกุล ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลระดับดี จากผลงานวิจัย “ซีโร่ทัชเซอร์วิส ระบบให้บริการเน็ตเวิร์กเซอร์วิสด้านความปลอดภัยอัตโนมัติสำหรับตรวจสอบและเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์”
4. ดร.ศักย์ศรณ์ ลิ้มวิเชียร ได้รับรางวัลผลงานวิจัย รางวัลระดับดี จากผลงาน “ชุดชิปพื้นผิวขยายสัญญาณรามานออนสเปก แพลตฟอรม์เชิงพาณิชย์สำหรับการตรวจจับสารเคมีและชีวโมเลกุลระดับเจือจาง”
5. ดร. อภิชัย จอมเผือก และทีม SSDRG ได้รับรางวัลผลงานวิจัย Silver Award และ Outstanding Award จากผลงาน “Sustainable Conductive Carbon from Industrial Waste for Next-Generation Energy Storage”
6. ดร. อังคาร จารุจารีต ได้รับประกาศนียบัตรรางวัลผลงานคุณภาพ รางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award 2026 จากการนำเสนอวิทยานิพนธ์ เรื่อง "การวัดค่าทางรีโอโลยีของของไหลชีวภาพด้วยดิฟเฟอเรนเชียลไดนามิกไมโครสโกปีแบบพกพาได้"
7. ดร. ทศพร เลิศวณิชผล และทีม SSDRG ได้รับประกาศนียบัตร รางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award 2026 (สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์) จากผลงาน “การพัฒนาชิปเซนเซอร์ LSPR สำหรับการตรวจวัดและวิเคราะห์สารชีวโมเลกุลและสารเคมี” (Development of LSPR Sensor Chips for Biomolecules and Chemicals Detection and Analysis)
8.ดร.วินัย ชนปรมัตถ์ และนายวิศรุต ทรัพย์ศรี ได้รับรางวัล รางวัลเหรียญเงิน (Silver Medal) จากการส่งผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม จากผลงาน " Young Fit"
ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ
1. ดร.จันทร์เพ็ญ ครุวรรณ์ ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลระดับดีมาก จากผลงานวิจัย “นวัตกรรมอุปกรณ์ตรวจวัดสารเสพติดในปัสสาวะด้วยเซนเซอร์เคมีไฟฟ้ากราฟีนแบบพกพา”
และได้รับรางวัลผลงานวิจัย รางวัลระดับดีมาก จากผลงานวิจัย “เซนเซอร์พิมพ์สองมิติสำหรับตรวจวัดสารบ่งชี้มะเร็งชนิดไมโครอาร์เอ็นเอจากเลือดของผู้ป่วยด้วยเทคนิคเคมีไฟฟ้า”
2. ดร.สุภาวดี นาเมืองรักษ์ ได้รับรางวัลผลงานวิจัย รางวัลระดับดี จากผลงานวิจัย “การพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาประสิทธิภาพสูงเพื่อดักจับและเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสารเคมีและเชื้อเพลิงสะอาดด้วยวิธีการคำนวณขั้นสูง”
3. นางสาวสาธิตา ตปนียากร ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลระดับประกาศเกียรติคุณ จากผลงานวิจัย “ชุดตรวจเดกซ์แทรนแบบรวดเร็ว”
4. ดร.อนุรัตน์ วิศิษฏ์สรอรรถ ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลระดับดีมาก จากผลงานวิจัย “แพลตฟอร์มพัฒนาแก๊สเซนเซอร์พลังงานต่ำบนพื้นฐานเทคโนโลยีแอลทีซีซี”
5. ดร.ชุลีกร โชติสุวรรณ ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลระดับดี จากผลงานวิจัย “8 - OHdG SmartCheck นวัตกรรมพลิกโฉมการวิเคราะห์สารบ่งชี้ การถูกทำลายของดีเอ็นเออย่างแม่นยำ”
6. ดร.ณัฏฐพร พิมพะ ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลระดับดี จากผลงานวิจัย “ต้นแบบระบบบำบัดยาปฏิชีวนะที่ตกค้างในน้ำเสียโรงพยาบาล (Ozone-Act)”
7. นายวันชัย ป่าขมิ้น ได้รับรางวัลจากผลงานวิจัย รางวัลระดับดี “เครื่องสกัดอัลตร้าโซนิก แบบท่อเหลี่ยมหลายทิศทาง”
8. ดร.สุวิวัฒน์ แสงอ่อน ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ รางวัลระดับดี จากผลงานวิจัย “การประยุกต์ใช้ไซรีนและตัวทำละลายอีเธอร์ที่ไม่เกิดเปอร์ออกไซด์ สำหรับปฏิกิริยาคู่ควบของคาร์บอนกับคาร์บอน”
9. ดร.กนกวรรณ ศันสนะพงษ์ปรีชา ได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงานวิจัย “การศึกษาประสิทธิภาพและการพัฒนาอนุภาคนาโนทองคำแบบแท่งที่เคลือบด้วยไฮยาลูรอน และเปปไทด์ BMP - 2 เพื่อเสริมสร้างกระดูกอ่อน”
10. ดร.โชติธัช สรรพิทักษ์เสรี ได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงานวิจัย “การศึกษาจลนพลศาสตร์เคมีหลังขั้นตอนกำหนดอัตราสำหรับปฏิกิริยากำจัดน้ำของฟรุกโตสที่ใช้กรดบรอนสเต็ดเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา: กลยุทธ์สำหรับการผลิต 5-ไฮดรอกซี-เมทิลเฟอร์ฟูรัลจากวัตถุดิบแบบเข้มข้น” และได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงาน “การศึกษาเชิงเคมีคำนวณเกี่ยวกับผลกระทบของปัจจัยแวดล้อมต่อปฏิกิริยาขจัดน้ำของออกซีเจนเนตที่ได้จากชีวมวลโดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยากรด”
11. ดร.ปองกานต์ จักรธรานนท์ ได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงาน “การพัฒนากระบวนการออกซิเดชันเชิงเคมีไฟฟ้าของไฮดรอกซีเมทิลเฟอร์ฟูรัลในระบบเตาปฏิกรณ์แบบต่อเนื่องเพื่อการผลิตกรดฟูรานไดคาร์บอกซีลิกในระดับกิโลกรัม” และ ได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงาน “ต้นแบบกระบวนการผลิตกรดฟูรานไดคาร์บอกซิลิก (FDCA) ความบริสุทธิ์สูงด้วยปฏิกิริยาเชิงเคมีไฟฟ้าในถังกวนแบบไหลต่อเนื่องที่อัตราการผลิตสูง”
12. ดร.ธีร์ธวัช ตระกูลวิไลวรรณ ได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงาน “นวัตกรรมการตรวจคัดกรองโรคไข้เลือดออกระยะแรกเริ่ม: ชุดตรวจคัดกรองความไวสูงด้วยเทคโนโลยีโฟโตเทอร์มอลจากอนุภาคนาโนโลหะ”
13. ดร.คุณัช สุขธรรม ได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงาน “การประยุกต์ระบบสารละลายในน้ำสำหรับการสกัดสีเขียวและการแยกสารประกอบต้านเบาหวานจากเถาบอระเพ็ด”
14. ดร.ภัทร์ศยา อนุกูลวิทยา ได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงาน “วัสดุระเหยน้ำพลังงานแสงอาทิตย์จากไคโตซานดัดแปร : การออกแบบคุณสมบัติทางเคมีและสัณฐานวิทยาเพื่อการบำบัดน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์อย่างยั่งยืน”
15. ดร.กนกพร ตั้งธนอำรุง ได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงาน “การพัฒนาวัสดุอิพอกซี่เทอร์โมเซตและอิพอกซี่วิทริเมอร์ เพื่อสมบัติต้านทานการแตกหักด้วยระบบคอมพอสิตทวิภาคและคอมพอสิตหลายองค์ประกอบ”
16. ดร.พงษ์ธนวัฒน์ เข็มทองและคณะ ได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงาน “วิศวกรรมวัสดุนาโนคาร์บอนฝังสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพแบบมุ่งเป้า เพื่อควบคุมการปลดปล่อยสำหรับยับยั้งเชื้อโรคขั้นสูง” และได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงาน “โรงงานต้นแบบการผลิตคาร์บอนฟังก์ชันนัลเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มในเศรษฐกิจหมุนเวียนและคาร์บอนต่ำ”
17. ดร.จักรวาฬ ยศถาวรกุล ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ รางวัลระดับดี จากผลงาน “การใช้ประโยชน์ของอนุภาคนาโนกักเก็บเทสโทสเตอโรนฮอร์โมนเพื่อการเหนี่ยวนำให้เป็นเพศผู้ในปลานิล”
18. ดร.ธีระ บุตรบุรี ได้รับรางวัลผลงานวิจัย รางวัลระดับดี จากผลงาน “การพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยานาโนแม่นยำสูงสำหรับการสังเคราะห์แสงเทียมเลียนแบบพืช”
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
1. ดร.วีระวัฒน์ แช่มปรีดา ได้รับรางวัลผลงานวิจัย รางวัลระดับดีมาก จากผลงาน “การพัฒนาเทคนิคปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับชีววิทยาสังเคราะห์เพื่ออุตสาหกรรมฐานชีวภาพและไบโอรีไฟเนอรี”
2. ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ได้รับรางวัลผลงานวิจัย รางวัลระดับดี จากผลงาน “การพัฒนาเทคโนโลยีควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกันสุกรในประเทศไทย”
3. ดร.บวรลักษณ์ คำน้ำทอง ได้รับรางวัลผลงานวิจัย รางวัลระดับดี จากผลงาน “การปรับปรุงพันธุ์ปลากะพงขาว (Lates calcarifer) เพื่อการเพาะเลี้ยงอย่างยั่งยืนโดยใช้พันธุศาสตร์ประชากรและเทคโนโลยีจีโนมิกส์”
4. ดร.แสงจันทร์ เสนาปิน ได้รับรางวัลผลงานวิจัย รางวัลระดับดี จากผลงาน “การบูรณาการองค์ความรู้จากการวิจัยโรคติดเชื้อของปลาสู่การพัฒนาสุขภาพปลาแบบองค์รวมและสุขภาพหนึ่งเดียว”
5. ดร.ธิดารัตน์ นิ่มเชื้อ ได้รับรางวัลผลงานวิจัย รางวัลระดับดี จากผลงาน “เทคโนโลยีฐานการผลิตและการผสมสูตรเอนไซม์แบบครบวงจรเพื่อพัฒนาเอนไซม์สู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมชีวภาพ”
6. ดร.เบญจรัตน์ บรรเทิงสุข ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลระดับดี จากผลงาน “กระบวนการผลิตมอลโตโอลิโกแซ็กคาไรด์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรโดยกระบวนการไม่ใช้ความร้อนด้วยเอนไซม์จากจุลินทรีย์ที่แยกได้จากแหล่งธรรมชาติในประเทศไทยเพื่อความยั่งยืนในอุตสาหกรรม” และได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงาน “XylPro: สายพันธุ์ยีสต์สำหรับกระบวนการผลิตไซลิทอลประสิทธิภาพสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
7. ดร.ศุภรัตน์ แตงชัยภูมิ ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลระดับดี จากผลงาน “นวัตกรรมการผลิตสารชีวภาพ AQ35 เพื่อใช้ควบคุมการเพิ่มจำนวนเชื้อไมโครสปอริเดียน EHP ในลูกกุ้ง Bioactive substance; AQ35 to control microsporidian EHP infection in shrimp”
8. ดร.วินิตชาญ รื่นใจชน ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลประกาศเกียรติคุณ จากผลงาน “กระบวนการตรวจสอบเอกลักษณ์ทางพันธุกรรมเพื่อการจําแนกข้าวโพดหวานพิเศษ (Supersweet corn) ด้วยเครื่องหมายโมเลกุลสนิปแบบประสิทธิภาพสูงในยีน Shrunken2 (Sh2)”
9. ดร.นภนต์ นิลจันทร์ ได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงาน “การปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นผิวของโปรตีน EDIII ของไวรัสเด็งกี่ด้วยการ เติมหมู่น้ำตาลเพื่อให้ถูกตรวจจับได้ด้วยแอนติบอดี ณ บริเวณจำเพาะ”
10. ดร.อนุภาพ ประชุมวัด ได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงาน “การบูรณาการองค์ความรู้และเฝ้าระวังเชื้อไวรัสร้ายแรงชนิดใหม่ ไวรัสอิริเดสเซนต์เดคาพอด 1 (DIV1) ในอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงกุ้งของประเทศไทย”
11. ดร.วศิน ผลชีวิน ได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงาน “การถอดรหัสรูปแบบการดำรงชีวิตของจุลินทรีย์เพื่อการออกแบบกลุ่มจุลินทรีย์ที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชอย่างเป็นระบบ”
12. ดร.กฤตณัฐ ชูดวง ได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงานวิจัย “การพัฒนาเยื่อหุ้มเซลล์สังเคราะห์บนวัสดุโพลิเมอร์เจลด้วยวิธีการแคปปิรารี”
13. ดร.ปิยนันท์ พิพัฒน์ศิถี ได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงาน “การประเมินศักยภาพการคายระเหยน้ำเพื่อกำหนดเขตพื้นที่ความเหมาะสม ในการปลูกอ้อยโดยใช้ข้อมูล GNSS - PWV ร่วมกับกระบวนการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้นแบบฟัซซีและการวิเคราะห์แบบหลายตัวแปร”
สำนักงานกลาง
1. นายปริญญา ผ่องสุภา และคณะ ได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award จากผลงาน “เครื่องแบ่งวัสดุแบบกึ่งอัตโนมัติ”
ในโอกาสนี้ ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. และคณะผู้บริหารได้ร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับนักวิจัยที่ได้รับรางวัล พร้อมกล่าวชื่นชมถึงความทุ่มเท การทำงานวิจัยจนประสบความความสำเร็จช่วยสร้างชื่อเสียงแก่หน่วยงานและประเทศชาติ
สำหรับวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569” (Thailand Inventors’ Day 2026) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกประเทศไทยด้วยพลังของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม” ระหว่างวันที่ 5 -9 มกราคม 2569 เพื่อน้อมรำลึกถึงวันประวัติศาสตร์ การทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” และยังเป็นเวทีสำคัญระดับชาติและนานาชาติ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทย ในด้านการประดิษฐ์คิดค้นต่อการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพออกสู่สายตาคนไทยและประชาคมโลก
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เดินหน้าความร่วมมือด้าน “AI เพื่อการศึกษา” พัฒนาระบบการเรียนรู้ รองรับอุดมศึกษายุคอนาคต
วันที่ 8 มกราคม 2569 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา มุ่งยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบการศึกษา พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ใหม่ที่หลากหลาย และขยายผลสู่เครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ สอดรับกับนโยบาย “อว. for AI” ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
การลงนามความร่วมมือครั้งนี้จัดขึ้นโดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมลงนาม เพื่อผลักดันการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ มาเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับระบบการศึกษาไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่บูรณาการเทคโนโลยี AI เข้ากับศาสตร์การศึกษาอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่น เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา และตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต
ในช่วงปีงบประมาณ 2568–2569 สวทช. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการส่งเสริมการใช้ AI ในระดับอุดมศึกษา ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้และผู้ช่วยสอนอัจฉริยะ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ โดยมุ่งผลักดันให้ AI เป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพการเรียนรู้ของนักศึกษาและคณาจารย์ ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม มีความรับผิดชอบ และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาระบบการเรียนรู้แห่งอนาคตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
ด้าน ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับ สวทช. ในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์สู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรมการเรียนรู้ โดยมุ่งนำศักยภาพของ AI มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนอย่างเป็นรูปธรรม สอดรับกับบริบทของโลกที่ AI มีบทบาทต่อเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษาอย่างกว้างขวาง
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ให้ความสำคัญกับการใช้ AI ในบทบาทของ “ผู้ช่วยและคู่คิด” เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ส่งเสริมทักษะดิจิทัล ความคิดสร้างสรรค์ และจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี พร้อมทำงานร่วมกับ สวทช. ในการออกแบบระบบนิเวศการเรียนรู้ใหม่ที่ผสานศักยภาพของมนุษย์เข้ากับพลังของ AI เพื่อเตรียมความพร้อมบัณฑิตไทยให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมีคุณภาพในโลกอนาคต
สำหรับความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันจัดทำแผนงานเชิงปฏิบัติการด้านการประยุกต์ใช้ AI เพื่อการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา มุ่งยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา การเรียนการสอน และระบบการเรียนรู้ให้มีความทันสมัย และตอบโจทย์ผู้เรียนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังจะร่วมกันพัฒนาศักยภาพบุคลากร เตรียมความพร้อมด้านการฝึกอบรมและการพัฒนาองค์กร ส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้ การจัดฝึกอบรมและสัมมนาร่วมกัน รวมถึงการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ ทรัพยากร ตลอดจนการแลกเปลี่ยนบุคลากรและนักศึกษา เพื่อขยายผลการใช้ AI และสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ด้าน AI ในระดับอุดมศึกษาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. จัดพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนา 34 ปี พร้อมต้อนรับศักราชใหม่ 2569
วันที่ 8 มกราคม 2569 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนา สวทช. 34 ปี (เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568) และต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคล โดย ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.วรวุฒิ กุลแก้ว ที่ปรึกษา ดร.วุฒิ ด่านกิตติกุล, ดร.กัลยา อุดมวิทิต และดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รองผู้อำนวยการ สวทช. รองศาสตราจารย์ ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการเอ็มเทค ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการไบโอเทค ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ และดร.มนัสชัย คุณาเศรษฐ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ดร.ภัทราวดี พลอยกิติกูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ (รักษาการ) ดร.ศวิต กาสุริยะ และดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค ดร.ศุภวงศ์ วิชพันธุ์, นางศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ และศาสตราจารย์ ดร.ศิวพร มีจู สมิธ รองผู้อำนวยการนาโนเทค ดร.ไพโรจน์ ขาวสิทธิวงษ์ รองผู้อำนวยการไบโอเทค พร้อมทั้งบุคลากรและสมาชิกประชาคม อวท. ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร
กิจกรรมภายในงานเริ่มขึ้นในช่วงเช้าด้วยพิธีถวายภัตตาหารเช้าพระธรรมวชิรญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร และพระสงฆ์ รวมจำนวน 9 รูป จากนั้นเริ่มเข้าสู่พิธีการ ณ ห้องนิทรรศการ โดยศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล ถวายสังฆทานและชุดอาหารเพล พร้อมร่วมฟังการแสดงพระธรรมเทศนาในหัวข้อ “เติมพลังบวกให้ชีวิต พิชิตเป้าหมายด้วยความสุข” โดย พระธรรมวชิรญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ผู้อำนวยการ สวทช. นำคณะผู้บริหาร และบุคลากรร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง บริเวณหน้าอาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร
กิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคลในวาระครบรอบ 34 ปี แห่งการสถาปนา สวทช. และต้อนรับศักราชใหม่ 2569 เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากรเริ่มต้นปีด้วยจิตใจที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งความดี ความสามัคคี และแรงบันดาลใจในการร่วมกันขับเคลื่อนพันธกิจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
ENTEC สวทช. จับมือ กกพ. ยกระดับ Regulator เป็นพลังขับเคลื่อน Net Zero ของประเทศ
วันที่ 8 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมสุขุมวิท โรงแรมเมอร์เคียว กรุงเทพฯ: ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สานต่อโครงการจัดฝึกอบรมหลักสูตร “Capability Building for Energy Transition (2026)” เป็นปีที่ 4 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และยกระดับขีดความสามารถให้กับบุคลากรด้านนโยบายและเทคโนโลยีพลังงานของ กกพ. รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาด ยกระดับ Regulator เป็นพลังขับเคลื่อน Net Zero ของประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการ ENTEC สวทช. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมฝึกอบรม พร้อมด้วยคณะผู้จัดกิจกรรมจาก ENTEC ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยประกอบด้วย ดร.ลิลี่ เอื้อวิไลจิตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ENTEC ดร.นุวงศ์ ชลคุป ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC ดร.วิศาล ลีลาวิวัฒน์ และ ดร.กัมปนาท ซิลวา นักวิจัยกลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ประสิทธิ์ สิริทิพย์รัศมี รองเลขาธิการ กกพ. กล่าวเปิดงาน
หลักสูตร “Capability Building for Energy Transition (2026)” ถูกออกแบบเป็นกระบวนการพัฒนาศักยภาพต่อเนื่องตลอดปี โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญได้แก่ ตลาดไฟฟ้าอนาคต สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนเทคโนโลยีพลังงานขั้นสูง อาทิ ระบบกักเก็บพลังงาน ไฮโดรเจน และ Small Modular Reactor (SMR) รวมถึงการศึกษาดูงานในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างบทบาท Regulator ไทยให้สามารถกำหนดนโยบายและกลไกกำกับดูแลที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง รองรับเป้าหมาย Net Zero และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจภาพรวมการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระดับโลก ครอบคลุมทั้งทิศทางนโยบาย แนวโน้มเทคโนโลยี และผลกระทบต่อโครงสร้างระบบพลังงานในระยะยาว โดยนำเสนอประสบการณ์ด้านนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงานในบริบทสากล ควบคู่กับแนวโน้มพลังงานที่ชี้ให้เห็นความท้าทายของประเทศกำลังพัฒนาในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ หลักสูตรยังลงลึกในประเด็นเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคไฟฟ้า ครอบคลุมพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบโซลาร์ลอยน้ำ โดยนำเสนอทั้งมิติด้านเทคโนโลยี นโยบาย และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดนี้เพื่อสะท้อนประเด็นที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องนำไปพิจารณาในการออกแบบกติกาและกลไกที่เอื้อต่อการลงทุนพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการ ENTEC สวทช. กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ถือเป็นความท้าทายสำคัญในระดับโลก ที่ทุกประเทศจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งในเชิงนโยบาย เทคโนโลยี และกลไกกำกับดูแล เพื่อมุ่งสู่ระบบพลังงานที่มีความมั่นคง ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งการพัฒนาศักยภาพบุคลากรถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนดังกล่าว สำหรับหลักสูตรอบรมในปี 2569 ได้รับการออกแบบเนื้อหาให้ครอบคลุมทุกมิติของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จัดขึ้นในรูปแบบ Hybrid ระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน 2569 ประกอบด้วยการบรรยาย การอบรมออนไลน์ และการศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 9 โมดูล อาทิ ทิศทางนโยบายพลังงาน เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ตลาดไฟฟ้าในอนาคต การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน พลังงานไฮโดรเจน และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) โดยหลักสูตรนี้ไม่เพียงมุ่งถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายและการกำกับดูแลพลังงาน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความพร้อมของประเทศไทยในการรับมือกับโลกพลังงานยุคใหม่ ทั้งนี้ ENTEC สวทช. คาดหวังว่าความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับ กกพ. จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของหน่วยงานกำกับดูแล และสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบพลังงานของประเทศให้ก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างมั่นคงในระยะยาว
ดร.ประสิทธิ์ สิริทิพย์รัศมี รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า ทิศทางพลังงานของโลกกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ อันเป็นผลจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งทำให้หลายประเทศเร่งปรับโครงสร้างระบบพลังงานไปสู่พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดมากขึ้น ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050 ) ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เร็วขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้ในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065) ถึง 15 ปี เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมและภาคพลังงานของประเทศสามารถปรับตัวได้ทันต่อบริบทการแข่งขันและกติกาโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ’Energy Transition’ จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นที่ทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งเชิงนโยบาย เทคโนโลยี โครงสร้างตลาด และบุคลากร
รองเลขาธิการ กกพ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน กกพ. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง จึงได้ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดหลักสูตร “Capability Building for Energy Transition” ขึ้น ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีพลังงานให้แก่บุคลากรของสำนักงาน กกพ. เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเชิงลึกและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการกำกับดูแลระบบพลังงานของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าองค์ความรู้และมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยเสริมสร้างวิสัยทัศน์ให้กับผู้เข้าร่วมอบรม และเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของ กกพ. ให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศในระยะยาว
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
ทส. ผนึกเครือข่าย Kick Off “ลดเหลือ ลดทิ้ง” ปักธงปี 69 ยกระดับจัดการขยะอาหาร มุ่งเป้า SDG 12.3
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จับมือภาคีเครือข่าย 15 หน่วยงาน เปิดตัวโครงการ "ลดเหลือ ลดทิ้ง : Stop Food Waste SDG 12.3" ณ สยามพารากอน ประกาศโรดแมปปี 2568 เป็นปีแห่งการขับเคลื่อนการลดขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรม ชูโมเดลความร่วมมือรัฐ-เอกชน เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคจากต้นทาง
(เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569) นางสาวปรีญาพร สุขเกษม รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะประธานในพิธี เปิดเผยว่า ปัญหาขยะอาหาร (Food Waste) ถือเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยในปี 2569 นี้ ทส. ได้ประกาศให้เป็นปีแห่งการเริ่มต้นขับเคลื่อนการลดขยะอาหารอย่างจริงจังในระยะที่ 2
"การแก้ปัญหาขยะอาหารไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือการสร้างหลักประกันให้เกิดรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ตามเป้าหมาย SDG 12.3 โครงการนี้จะเป็นการเร่งรัดให้เกิดการปฏิบัติจริง ผ่านความร่วมมือของภาคีเครือข่าย 15 หน่วยงาน เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่สังคมที่บริโภคอย่างรับผิดชอบ ลดการสูญเสียตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ" นางสาวปรีญาพร กล่าว
ด้าน นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ระบุว่า ในฐานะหน่วยงานหลักด้านนโยบาย สผ. มุ่งเน้นการสร้าง "ต้นแบบการจัดการขยะอาหารในภาคบริการ" โดยเฉพาะในกลุ่มศูนย์การค้าและร้านอาหาร ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคจำนวนมาก
"สผ. ย้ำว่าการมอบสติกเกอร์สัญลักษณ์ให้แก่ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องหมายแสดงตน แต่คือการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะส่งต่อแนวคิดการบริโภคอย่างพอดีสู่ประชาชน เราตั้งเป้าขยายผลจากองค์กรนำร่องไปสู่หน่วยงานและภาคธุรกิจอื่น ๆ ในวงกว้าง เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน"
ด้าน ดร.นงนุช พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยให้มุมมองของภาควิชาการและเทคโนโลยี โดยกล่าวสนับสนุนว่า การจัดการขยะอาหารจำเป็นต้องมีฐานข้อมูลและนวัตกรรมเข้ามาช่วยขับเคลื่อน เพื่อให้การลดขยะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและวัดผลได้
"เอ็มเทค สวทช. โดย TIIS พร้อมสนับสนุนด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีผ่านแอปพลิเคชัน LookieWaste ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการบันทึกและติดตามข้อมูลขยะอาหารได้อย่างเป็นระบบ การมีข้อมูลที่แม่นยำจะช่วยให้เห็นภาพรวมของขยะที่เกิดขึ้น สามารถวิเคราะห์และบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างตรงจุดและคุ้มค่าที่สุด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน"
คุณนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ในฐานะภาคีเครือข่ายองค์กรนำร่องผู้ปฏิบัติงาน (Practitioner) กล่าวว่า ศูนย์การค้าในเครือสยามพิวรรธน์พร้อมเป็นแพลตฟอร์มในการรณรงค์และลงมือทำอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นที่สยามพารากอนเป็นแห่งแรก
"เราเล็งเห็นว่าศูนย์การค้ามีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางระหว่างร้านอาหารและผู้บริโภค การสนับสนุนให้ร้านอาหารภายในศูนย์ฯ ลดขยะอาหารและสร้างความตระหนักรู้แก่ลูกค้า คือพันธกิจด้านความยั่งยืนที่เราให้ความสำคัญมาโดยตลอด เราพร้อมจะขยายผลโมเดล 'ลดเหลือ ลดทิ้ง' นี้ไปยังศูนย์การค้าในเครืออีก 3 แห่ง เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ภาคบริการและสร้างประสบการณ์การบริโภคที่เป็นมิตรต่อโลก"
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เริ่มต้นง่าย ๆ เพียง "บริโภคอย่างพอดี" เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทยสืบไป
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
วันเด็กแห่งชาติ 2569 ชวนเที่ยวงานเมล็ดพันธุ์ของพระราชา สนุกทั้งวันที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ
👧🧒 วันเด็กนี้…ชวนเด็ก ๆ มาปลูกฝัน สนุกทั้งวัน!
กับงานวันเด็กแห่งชาติ 👶🏻เมล็ดพันธุ์ของพระราชา🌱
📅 10 มกราคม 2569 | 08.00–16.00 น.
📍 พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี
เตรียมตัวให้พร้อม! เด็ก ๆ จะได้ออกผจญภัยกับ
🎯 Walk Rally เกมเกษตรหรรษา มากกว่า 20 ฐาน
เรียนรู้เกษตรไทยแบบสนุก เข้าใจง่าย ได้ลงมือทำ พร้อมนำไปใช้ได้จริง
🎁 มีของขวัญ ของรางวัลให้เด็กๆ ได้ลุ้นรับกันตลอดทั้งวัน
🍴 เต็มอิ่มกับอาหารและเครื่องดื่ม ของอร่อย ฟรี!
🏛️เปิดเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในอาคารและภาพยนตร์แอนิมเชัน 3 มิติ ฟรี!!
✨ มาร่วมกันปลูก “เมล็ดพันธุ์แห่งความดี” ในหัวใจของเด็ก ๆ เพราะ “เมล็ดพันธุ์ที่ดี” เริ่มต้นจากการเรียนรู้ที่มีความสุข
พาครอบครัวมาใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน ในงานวันเด็กแห่งชาติ 👶🏻เมล็ดพันธุ์ของพระราชา🌱 10 มกราคม 2569 เวลา 08.00 - 16.00 น. แล้วสร้างรอยยิ้มไปพร้อมกันที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯนะคะ 💛
☎️สอบถามรายละเอียด 094-649-2333 087-359-7171 02-529-2212 หรือ www.wisdomking.or.th facebook: wisdomkingmuseum และ Line ID: @wisdomkingmuseum
ข่าว
ข่าวหน่วยงานภายนอก
‘ผงสีโครเมียม’ จากผลพลอยได้อุตสาหกรรม เสริมอัตลักษณ์สินค้า เสริมความกรีนผลิตภัณฑ์
การฟอกหนังสัตว์เพื่อนำหนังไปใช้ผลิตสินค้าต่าง ๆ เช่น เครื่องแต่งกายแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ ยานยนต์ จำเป็นต้องใช้เกลือโครม (chrome salts) เพื่อเพิ่มสมบัติความคงทนแข็งแรงให้กับวัสดุ ส่งผลให้กากตะกอนน้ำเสียกว่า 200 ตันต่อปีที่ได้จากกระบวนการฟอกหนังมีเกลือโครมตกค้างเป็นส่วนประกอบจำนวนมาก ซึ่งโดยทั่วไปผู้ประกอบการจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัดกากตะกอนเหล่านี้ด้วยวิธีฝังกลบ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึงประมาณ 2,000,000 บาทต่อปี
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนากระบวนการสกัดตะกอนเกลือโครมจากกากตะกอนน้ำเสียที่ได้จากกระบวนการฟอกหนัง เพื่อนำมาใช้ผลิตผงสีโครเมียม (chromium pigments) สำหรับใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยได้นำร่องทดสอบใช้งานในอุตสาหกรรมกระเบื้องแล้ว ทั้งนี้ เอ็มเทค สวทช. ได้รับการสนับสนุนด้านการวิจัยจากบริษัทเขตประกอบการอุตสาหกรรมฟอกหนัง ก.ม.34 จำกัด และบริษัทเคอร่าไทล์ เซรามิก จำกัด และได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)
[caption id="attachment_77829" align="aligncenter" width="450"] ดร.พิทักษ์ เหล่ารัตนกุล หัวหน้าทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน เอ็มเทค สวทช.[/caption]
ดร.พิทักษ์ เหล่ารัตนกุล หัวหน้าทีมวิจัยซีเมนต์และวัสดุคอมพอสิตเพื่อความยั่งยืน เอ็มเทค สวทช. อธิบายว่า ในหลายอุตสาหกรรม เช่น กระเบื้อง สีทาบ้าน สิ่งพิมพ์ หรือพลาสติก มีการใช้ผงสีโครเมียมกันอย่างแพร่หลาย เพราะให้สีโทนเขียวได้หลายเฉด สีสด และมีความทนทานสูง ทีมวิจัยจึงเล็งเห็นโอกาสในการนำกากตะกอนน้ำเสียที่มีส่วนประกอบของเกลือโครเมียมมาปรับสภาพด้วยกระบวนการทางเคมีให้มีสมบัติเหมาะแก่การสกัดผงสีโครเมียมโทนเขียวเข้ม (Cr2O3) โดยได้รับการอนุเคราะห์ตะกอนเกลือโครมจากบริษัทเขตประกอบการอุตสาหกรรมฟอกหนัง ก.ม. 34 จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมฟอกหนัง
ผลจากการปรับสภาพตะกอนเกลือโครมทำให้ได้ผงสีโครเมียมที่มีความบริสุทธิ์เกือบร้อยละ 80 เหมาะแก่การใช้ในงานกระเบื้องที่ต้องการสีสันสดใส ทนความร้อน
ดร.พิทักษ์ อธิบายต่อว่า ทีมวิจัยได้ร่วมกับบริษัทเคอร่าไทล์ เซรามิก จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตกระเบื้องสระว่ายน้ำรายใหญ่ของประเทศไทย ในการนำผงสีโครเมียมไปใช้ทดสอบผลิตกระเบื้องรุ่นเคอราดล (Keradol) ที่มีจุดเด่นคือกระเบื้องแต่ละแผ่นจะมีลักษณะผิวเคลือบเป็นลายแตกลานหรือแตกเป็นเส้นเล็ก ๆ แตกต่างกัน เหมาะแก่การนำไปใช้ปูสระว่ายน้ำและงานตกแต่ง ผลการทดสอบใช้งานพบว่าสีที่ได้มีสีเขียวเฉดใกล้เคียงกับผงสีสูตรทางการค้า และให้สีสันที่เหมาะแก่การผลิตกระเบื้องรุ่นนี้ ทำให้ผู้ประกอบการพึงพอใจในการใช้งานผงสีที่ทีมวิจัยพัฒนาเป็นอย่างมาก
“นอกจากจุดเด่นเรื่องสีสันที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว การใช้งานผงสีซึ่งผลิตจากผลพลอยได้ของอุตสาหกรรมยังสนับสนุนให้เกิดการใช้งานทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ อีกทั้งยังช่วยลดการนำเข้าผงสีโครเมียมบริสุทธิ์จากต่างประเทศซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังต้องนำเข้าทั้งหมดได้เป็นอย่างดีด้วย”
ปัจจุบันงานวิจัยนี้มีสถานะพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยทีมวิจัยกำลังหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการปรับข้อกำหนดให้เจ้าของทรัพยากรเป็นผู้ดำเนินการแปรรูปผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองได้ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างเต็มประสิทธิภาพและช่วยลดต้นทุนการผลิตผลิตภัณฑ์
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ดร.พิทักษ์ เหล่ารัตนกุล อีเมล pitakl@mtec.or.th หรือเบอร์โทร 08 9742 2548
เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์
ภาพประกอบโดย ภัทรา สัปปินันทน์ และภาพจาก Shutterstock
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ
ผลงานวิจัยเด่น
“เรเชล” (Rachel) บอดี้สูทพยุงกล้ามเนื้อ จากนวัตกรรม..สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสังคมอายุยืน
จากนวัตกรรม...สู่ผลิตภัณฑ์ “เรเชล” Rachel ชุดบอดี้สูทพยุงกล้ามเนื้อเสริมการเคลื่อนไหวร่างกาย พัฒนาโดยทีมนักวิจัยเอ็มเทค สวทช. ที่ออกแบบด้วยหลักวิศวกรรมและวัสดุศาสตร์ ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนไทย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องระวังการบาดเจ็บจากการหกล้มหรือการเคลื่อนไหว ปัจจุบันเอ็มเทค สวทช. ร่วมมือกับ บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ต่อยอดนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์เป็นผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว พร้อมได้รับสนับสนุนจาก สวรส. เตรียมผลักดันเข้าสู่สิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในอนาคต
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
กระทรวง อว. จัดพิธีทำบุญตักบาตรต้อนรับปีใหม่ 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคล
เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 โดยได้รับเกียรติจากนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวพิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. นายวันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. ดร. ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการไบโอเทค คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ณ อาคารพระจอมเกล้า (โยธี) สำนักงานปลัดกระทรวง อว.
กิจกรรมภายในงานเริ่มขึ้นในช่วงเช้าด้วยพิธีถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์จากวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ จำนวน 10 รูป ณ ศูนย์บริการร่วม อาคารพระจอมเกล้า ต่อมาปลัดกระทรวง อว. ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงานและบุคลากร จากนั้น รมว.อว. นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ บริเวณหน้าอาคารพระจอมเกล้า
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของไทยแล้ว ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีให้แก่บุคลากรของ อว. ในการปฏิบัติงานเพื่อขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงฯ ตลอดปี 2569 ต่อไป
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์


