ผลการค้นหา :
สวทช.พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสุขภาพ “A-MED Care” ระบบหลังบ้านสนับสนุนโครงการ “30 บาทรักษาทุกที่”
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านระบบสุขภาพ โดยเฉพาะปัญหาความแออัดในโรงพยาบาลและหน่วยบริการสาธารณสุข เนื่องมาจากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นและทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด ส่งผลให้จำนวนผู้เข้ารับบริการล้นโรงพยาบาล คนไข้ต้องรอคิวนานกว่าจะได้ตรวจรักษา บุคลากรทางการแพทย์มีเวลาดูแลผู้ป่วยน้อยลงและเหนื่อยล้าจากภาระงานที่มากเกินกว่าจะรองรับได้
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) วิจัยพัฒนาแพลตฟอร์มบริการทางการแพทย์เอเม็ด หรือ A-MED Care Platform ระบบหลังบ้านให้บริการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล ช่วยสนับสนุนการทำงานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และหน่วยงานด้านสาธารณสุขในประเทศ เพื่อให้ประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทองเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพผ่านโครงการ "30 บาทรักษาทุกที่"
[caption id="attachment_64192" align="aligncenter" width="750"] ศาสตราจารย์ ดร. ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย ดร.กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มนวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลสุขภาพการแพทย์ สวทช. และผู้บริหาร สวทช. เข้าร่วมพิธีเปิดงาน “30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า กรุงเทพมหานคร” เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา[/caption]
ดร.กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มนวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลสุขภาพและการแพทย์ สวทช. กล่าวว่า สวทช.ให้ความสำคัญกับงานวิจัยด้านการแพทย์และสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงสถานการณ์โควิดทีมวิจัยได้พัฒนาแพลตฟอร์มบริการการแพทย์ทางไกล หรือ A-MED Telehealth ซึ่งมีการนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยโควิดที่แยกกักตัวที่บ้านในลักษณะโรงพยาบาลเสมือน เพื่อบรรเทาปัญหาคนไข้ล้นโรงพยาบาลในช่วงวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 ต่อมาได้ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พัฒนาต่อยอดเป็นระบบที่ดูแลข้อมูลการเบิกจ่ายในโครงการ "เจอ แจก จบ" เพื่อดูแลผู้ป่วยโควิดที่มีสิทธิบัตรทองและมีอาการไม่รุนแรงสามารถรับยารักษาจากร้านยาใกล้บ้านที่เข้าร่วมโครงการ
ล่าสุดในปี 2567 สปสช.ได้ขับเคลื่อนโครงการ "30 บาทรักษาทุกที่" เพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยสิทธิบัตรทองให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างทั่วถึงและลดปัญหาความแออัดในโรงพยาบาล โดย สวทช.ได้มีส่วนร่วมในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพจากแพลตฟอร์มกลุ่ม AMED Care ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลังบ้านในการให้บริการการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลแก่หน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ
[caption id="attachment_64194" align="aligncenter" width="561"] ดร.กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มนวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลสุขภาพและการแพทย์ สวทช.[/caption]
"A-MED Care เป็นแพลตฟอร์มที่ สวทช.พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยบริการนวัตกรรมบริการสาธารณสุขวิถีใหม่ ที่ สปสช. ร่วมกับสภาวิชาชีพด้านการแพทย์และสาธารณสุขภายใต้นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งมีหน่วยบริการนวัตกรรมฯ รวม 7 ประเภทด้วยกัน ซึ่งนับว่าเป็นนวัตกรรมอย่างแท้จริงเพราะมีสถานพยาบาลเอกชนและคลินิกเอกชนเข้ามาร่วมให้บริการประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทองด้วย โดยแพลตฟอร์ม A-MED Care เป็นระบบหลังบ้านที่ช่วยสนับสนุนหน่วยนวัตกรรมฯ ในการให้บริการคนไข้และจัดทำข้อมูลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิบัตรทอง ปัจจุบันได้นำแพลตฟอร์ม A-MED Care ไปใช้กับหน่วยบริการนวัตกรรมฯ แล้ว 4 ประเภท ได้แก่ ร้านยาคุณภาพ คลินิกพยาบาล คลินิกเวชกรรม และคลินิกแพทย์แผนไทย และเร็ว ๆ นี้จะขยายการใช้งานไปยังหน่วยบริการนวัตกรรมฯ ที่เหลือให้ครอบคลุมทุกประเภท" ดร.กิตติ กล่าว
ทั้งนี้ แพลตฟอร์มกลุ่ม A-MED Care ประกอบด้วย 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่
1. A-MED Care Pharma แพลตฟอร์มบริหารจัดการการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิบัตรทองของร้านยา ช่วยให้ประชาชนที่มีสิทธิบัตรทอง และมีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ รับยาได้ที่ร้านขายยาที่มีสัญลักษณ์ “ร้านยาคุณภาพของฉัน” โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
2. A-MED Care for Nurse Clinics แพลตฟอร์มกลางสำหรับหน่วยบริการปฐมภูมิ ที่มีสัญญลักษณ์ คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น มุ่งเน้นให้บริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค การพยาบาลพื้นฐาน และตรวจรักษาโรคเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง ซึ่งครอบคลุม 10 กลุ่มโรคทั่วไป โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
3. A-MED Care for Medicine CLINIC แพลตฟอร์มกลางสำหรับหน่วยบริการปฐมภูมิ ที่มีสัญลักษณ์ คลินิกเวชกรรมชุมชนอบอุ่น ช่วยเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนที่มีสิทธิบัตรทองเข้ารับการตรวจรักษาโรคทั่วไป โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
4. A-MED Care for Thai Traditional Medical Clinics แพลตฟอร์มกลางสำหรับคลินิกแพทย์แผนไทย ที่มีสัญลักษณ์ คลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น ให้บริการผู้มีสิทธิบัตรทองรักษาอาการเจ็บป่วยด้วยการนวด ประคบ หรืออบสมุนไพร ตามมาตรฐานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น
5. A-MED Care Home Ward แพลตฟอร์มที่พัฒนาต่อยอดจากระบบ A-MED Telehealth โดยร่วมกับสำนักการแพทย์ดิจิทัล กรมการแพทย์ สำนักสนับสนุนระบบปฐมภูมิ (สสป.) และ สปสช. สำหรับให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยในต่อเนื่องที่บ้าน ครอบคลุมโรคทางกาย 7 กลุ่ม โรคทางจิต และการบำบัดสารเสพติด 3 กลุ่ม ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างมีคุณภาพ และลดอัตราการครองเตียงในโรงพยาบาล
[caption id="attachment_64191" align="aligncenter" width="750"] ศาสตราจารย์ ดร. ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย ดร.กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มนวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลสุขภาพการแพทย์ สวทช. และผู้บริหาร สวทช. เข้าร่วมพิธีเปิดงาน “30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า กรุงเทพมหานคร” เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา[/caption]
การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสุขภาพให้เป็นระบบหลังบ้านสำหรับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิบัตรทอง ถือเป็นก้าวสำคัญของการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้เพื่อยกระดับบริการสาธารณสุขของไทยให้มีความทันสมัย เพิ่มความสะดวกให้ประชาชนผู้ใช้บริการ ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดความแออัดในโรงพยาบาล และสร้างความมั่นคงในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอย่างยั่งยืน
เรียบเรียงโดย วีณา ยศวังใจ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ฉัตรทิพย์ สุริยะ ฝ่ายผลิตสื่อสมัยใหม่ สวทช., วัชราภรณ์ สนทนา ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
ภาพประกอบโดย ชัชวาลย์ โบสุวรรณ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สวทช.
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ
ผลงานวิจัยเด่น
“นาโนเทค 2025” ชู 4SF ผลักดันนวัตกรรมกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน
นาโนเทค สวทช. ภายใต้การนำของ “อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย” เดินเกมรุกผ่าน “4SF” หรือกลไกการผลักดันเทคโนโลยียกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน (improve quality of life) ได้แก่ สารสกัดสมุนไพร, ชุดตรวจสุขภาวะ, เกษตรและอาหาร และ น้ำและสิ่งแวดล้อม มุ่งเป้าแก้ปัญหาตามโจทย์ความต้องการของประเทศ พร้อมอวดโฉมนวัตกรรมนาโนเทค 2025 อาทิ ไข่สุขภาพหรือไข่โอเมก้า-3, MOFs ดูดซับ CO2 , เทคโนโลยีเปลี่ยน CO2 เป็นสารเคมีที่มีมูลค่าสูง และอื่นๆ อีกมาก เล็งจัดตั้งบริษัทสตาร์ตอัพ 2 บริษัท ในด้านสมุนไพรและการแพทย์ และขยายการใช้ประโยชน์นวัตกรรมสู่ภาคอุตสาหกรรมเพิ่ม 5% เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เสริมแกร่งความสามารถในการแข่งขัน รับลูกนโยบายรัฐบาล ยกระดับนวัตกรรมไทยเพื่อคนไทย อุตสาหกรรมไทย
ดร. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า 21 ปีที่ผ่านมา นาโนเทคเติบโตอย่างมั่นคง มีกำลังคนด้านนาโนเทคโนโลยีที่ทำงานวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างสรรค์องค์ความรู้ และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับนาโนเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง มีกำลังคนสายงานสนับสนุนที่เป็นกำลังเสริมในด้านต่างๆ เพื่อนำนวัตกรรมส่งถึงมือผู้ใช้
"เสื้อนาโน มุ้งนาโน โลชั่นกันยุงนาโน SOS Water เครื่องผลิตน้ำพลังแสงอาทิตย์ หรือไข่ออกแบบได้" นวัตกรรมในยุคแรกๆ ของนาโนเทค ที่มีการต่อยอดทั้งในเชิงการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับภาคเอกชน รวมถึงเชิงสาธารณประโยชน์ โดยเฉพาะในช่วงภาวะฉุกเฉิน ก่อนขยับสู่เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่าเดิม เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่ผู้ใช้ต้องการ อาทิ เวชสำอางจากพืชสมุนไพรต่างๆ อาทิ เห็ดหลินจือ หรือกลุ่ม Herbal Champion, แผ่นกรองอากาศต้านเชื้อราแบคทีเรีย หรือการตอบโจทย์ความต้องการเร่งด่วนอย่างการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อาทิ ชุดตรวจคัดกรองโควิด-19 (NANO Covid-19 Antigen Rapid Test), หมวกแรงดันบวก- ลบ ลดการแพร่เชื้อหรือสารฆ่าเชื้อต่างๆ” ดร. อุรชา ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทค กล่าวพร้อมย้ำว่า นาโนเทค2025 เราจะ "รุก" ให้มากขึ้น
นาโนเทค สวทช. ในปี 2568 จะเดินหน้าตามแนวคิด Innovate, Collaborate and Grow ที่จะให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัย คือ นวัตกรรม, ความร่วมมือกับพันธมิตร และการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านกลยุทธ์ที่เรียกว่า 4 Strategic Focus (SF) หรือกลไกการผลักดันเทคโนโลยียกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน (improve quality of life) เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาต่อยอดผลงานวิจัยนาโนเทค ที่มุ่งเป้าเพื่อแก้ไขปัญหาตามโจทย์ความต้องการของประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เสริมแกร่งความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่ สารสกัดสมุนไพร, ชุดตรวจสุขภาวะ, เกษตรและอาหาร และ น้ำและสิ่งแวดล้อม
ดร. อุรชาเผยว่า ในระยะเวลา 1 ปีจากนี้ เราจะเห็นผลงานต่างๆ ของแต่ละ SF ถึงมือผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง เริ่มจาก SF สารสกัดสมุนไพรที่สารสกัดกระชายดำสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ 3 บริษัท สร้างรายได้ให้กับประเทศ ยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยสู่ระดับสากล พร้อมตั้งเป้าต่อยอดสู่อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่คาดว่าจะใช้สารสกัดสมุนไพรเพิ่มขึ้นในอนาคต เช่นเดียวกับ SF ชุดตรวจสุขภาวะ ที่จับมือพันธมิตรสำคัญอย่างสภาเภสัชกรรมและ สปสช. ผลักดัน “ชุดตรวจคัดกรองโรคไต” เข้าสู่ระบบร้านยาของรัฐ และเตรียมขยายสู่ชุดตรวจทางการแพทย์อื่นๆ รวมไปถึงตลาดใหม่อย่างการวิจัยและพัฒนาไปสู่คุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยง
ด้าน SF น้ำและสิ่งแวดล้อม นอกจากเรื่องน้ำสะอาดที่นาโนเทควิจัยพัฒนาระบบกรองน้ำอุปโภคและบริโภคสำหรับชุมชน และขยายผลถ่ายทอดองค์ความรู้การจัดการคุณภาพน้ำสู่ผู้ใช้ประโยชน์หลายพื้นที่ในไทย ยังมีเรื่องของ วัสดุโครงข่ายโลหะอินทรีย์ หรือ Metal Organic Frameworks (MOFs) เป็นวัสดุดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประสิทธิภาพสูง และการแปลงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 conversion) ในภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ โรงไฟฟ้า โรงกลั่นปิโตรเคมี ที่นาโนเทคมีความร่วมมือกับเอกชนยักษ์ใหญ่หลายราย เพื่อสอดรับนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)
SF เกษตรและอาหาร มุ่งเป้าด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) โดยเฉพาะด้านการขจัดความอดอยาก (SDG 2) และนโยบายของภาครัฐด้านการสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) เริ่มจาก “ไข่สุขภาพหรือไข่โอเมก้า-3” เป็นนวัตกรรมยกระดับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และปุ๋ยคีเลตหรือสารคีเลตจุลธาตุอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยหลัก ลดการสูญเสียธาตุอาหารและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
“นอกจากผลงานที่จะเห็นจาก 4SF นาโนเทค 1 ปีจากนี้ จะมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับภาคเอกชนและชุมชนด้วยแนวคิด innovation solution ขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์งานวิจัยและนวัตกรรมนาโนเทคให้มากที่สุด, ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สมุนไพร 2 ชนิด ได้แก่ กระชายดำ และบัวบก รวมถึงจัดตั้งบริษัทสตาร์ตอัพ 2 บริษัท ในด้านสมุนไพรและการแพทย์ สุดท้ายปลายทางคือ เราคาดหวังจะเพิ่มผู้ที่ได้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรมของเรา ไม่ว่าจะเป็นบริษัท หน่วยงาน หรือชุมชนที่นำผลงานไปใช้ประโยชน์ วางโจทย์ไว้ว่า จะเพิ่ม 5% จากจำนวนผู้ที่นำผลงานไปใช้ประโยชน์ 2580 ราย 67 องค์กรในปี 2567” ดร. อุรชากล่าว
ผู้อำนวยการนาโนเทคย้ำว่า นอกจากการเชื่อมโยงโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคชุมชน ประชาชนแล้ว นาโนเทคยังทำงานสอดรับกับนโยบายรัฐบาลทั้งในแง่ของนโยบายเร่งด่วนด้านของการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย SMEs และการเพิ่มมูลค่าสินค้าการเกษตรและราคาพืชผลเกษตร ยกระดับรายได้เกษตรกร และนโยบายของภาครัฐในระยะกลาง-ยาว ในด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ การส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว และการมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพ และบริการทางการแพทย์ และเดินหน้าคู่ขนานกับนโยบายภาครัฐที่ต้องการยกระดับการบริหารจัดการน้ำ และสานต่อนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอีกด้วย
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
โครงการอบรมการป้องกันความปลอดภัยข้อมูลคอมพิวเตอร์ ครั้งที่ 23 (CDIC2024) งานสัมมนาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
CDIC2024 เป็นงานสัมมนาประจำปีทางด้าน Cybersecurity ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2567 ณ ห้อง แกรนด์ฮอลล์ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา งานสัมมนาเป็นหนึ่งในการประชุมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความปลอดภัยของข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA) เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด สมาคมผู้ตรวจสอบและควบคุมระบบสารสนเทศ-ภาคพื้นกรุงเทพฯ (ISACA Bangkok Chapter) และสมาคม The International Information System Security Certification Consortium (ISC2)
งานสัมมนา CDIC ประสบความสำเร็จในการเป็นเวทีสำหรับเทคโนโลยี แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล การสร้างชุมชนผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ (Cybersecurity) ในประเทศไทยและการรวบรวมผู้ให้บริการ Cybersecurity Solution ชั้นนำกว่า 60 บริษัทจากทั่วโลก ที่มีความยืดหยุ่นการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ และการตลาดในอุตสาหกรรมความปลอดภัยของข้อมูลในระดับสูง อาธิเช่น ผู้สนับสนุนหลัก EC-Council Group, Bitdefender (Thailand), บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ยิบอินซอย จำกัด อีกทั้งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากบริษัทชั้นนำมากมาย เช่น Cisco Systems, ManageEngine, บริษัท ซีเคียว ดี เซ็นเตอร์ จํากัด, บริษัท มายาเซเว่น จำกัด, Thales D I S (Thailand) Ltd., บริษัท เน็ตก้า ซิสเต็ม จำกัด, Imperva, Fortinet Security Network (Thailand) Ltd., SOSECURE Co., Ltd., OffSec Services Limited
ปีนี้ CDIC จัดขึ้นเป็นปีที่ 23 ภายใต้แนวคิด ″Harnessing the Power of Generative AI for Proactive Digital Trust and Cyber Resilience: Opportunities, Challenges, Governance, and Integration Strategies″ โดยการถือกำเนิดของ Generative AI (Gen-AI) ได้ปฏิวัติกระบวนการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ถูกยกระดับให้มีการตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์เชิงรุก ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นโดยรวม ดังนั้นการทำความเข้าใจโอกาส ความท้าทาย และกลยุทธ์ในการบูรณาการ Gen-AI เข้ากับกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ภายในงานสัมมนา CDIC2024 ทำการรวบรวมประเด็นสำคัญไว้มากมาย ทั้ง AI Predicting and Preventing Cyber Threats, The Future of Cyber Resilience, Advanced Threat Intelligence Sharing for Proactive Cyber Defense, Regulatory and Compliance Enhancements, Navigating the Cloud Security Landscape: Understanding CNAPP, CWPP, CSPM, and CIEM และ Leveraging Big Data and AI for Sustainable Economic Growth องค์ความรู้เหล่านี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรพลาด และไฮไลท์ของงาน CDIC 2024 Live Show ..สาธิตสด ประเด็นภัยคุกคามใหม่รู้ก่อน..ปลอดภัย
กำหนดการช่วงสำคัญสำหรับงานสัมมนา CDIC2024 ดังนี้
กล่าวต้อนรับเข้าสู่งาน CDIC 2024
ทิศทางอนาคต Generative AI ในประเทศไทย: ขับเคลื่อนการสร้างนวัตกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
โดย ดร.กัลยา อุดมวิทิต
รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA)
กล่าวเปิดงาน CDIC 2024
เสริมพลังประเทศเพื่อก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน: การวางยุทธศาสตร์และนโยบายปัญญาประดิษฐ์ระดับชาติ คือกุญแจสำคัญในการสร้างความไว้วางใจทางดิจิทัลที่สนับสนุน CSA และ PDPA
โดย ดร.ปิยนุช วุฒิสอน
รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Keynote Address:
กลยุทธ์และนโยบายปัญญาประดิษฐ์ระดับชาติของประเทศไทย: นำทางไปสู่กฎหมายปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์และความปลอดภัยทางไซเบอร์ ผลกระทบ การปฏิบัติตาม และทิศทางในอนาคต
โดย พลอากาศตรี อมร ชมเชย
เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)
Keynote Address:
ปลดล็อก PDPA และการใช้งาน Generative AI: คู่มือการกำกับดูแลสำหรับกลยุทธ์และนโยบาย PDPA ของประเทศไทย และการปฏิบัติตามกฎหมายลำดับรอง
โดย ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์
รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
รักษาการแทน เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
Keynote Address:
แนวโน้มด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ทิศทางและภัยคุกคามความเป็นส่วนตัวในปี 2568
โดย อ.ปริญญา หอมเอนก
CISSP, CSSLP, SSCP, CFE, CBCI, CASP, ITIL V3 Expert, ISMS Lead Auditor
ประธานกรรมการบริหาร
บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด และ บริษัท ไซเบอร์ตรอน จำกัด
กลุ่มเป้าหมาย
• ผู้บริหารระดับสูง (CEO, COO, CRO)
• ผู้บริหารสารสนเทศระดับสูง (CIO, CTO, CDO)
• ผู้บริหารระบบความปลอดภัยข้อมูลระดับสูง (CSO, CISO)
• ผู้บริหารหรือผู้อำนวยการในสายงานไอทีและสารสนเทศ (Vice President, Assistant Vice President, IT Director, IT Manager)
• ผู้บริหารฝ่ายธุรกิจ ผู้บริหารฝ่ายดิจิทัล ผู้บริหารฝ่ายนวัตกรรม ผู้บริหารฝ่ายการตลาด (CBO, CDO, CIO, CMO)
• ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาทางด้านระบบสารสนเทศและความปลอดภัยทางไซเบอร์ (IT Specialist, Cybersecurity Specialist, IT Consultant)
• บุคลากรด้านไอทีของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (IT Security Practitioner)
• ผู้ดูแลระบบเน็ตเวิร์คและระบบปฏิบัติการขององค์กร (Network & System Administrator)
• ผู้ตรวจสอบระบบสารสนเทศ (IT Auditor)
• ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Developer)
• บุคลากรในสายงานกฎหมาย (Law Enforcement)
• บุคลากรในสายงานกำกับดูแล (Compliance / IT Compliance)
• บุคลากรในสายงานบริหารความเสี่ยง (ERM / IT Risk)
• บุคลากรในสายงานนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Cyber Cop / Digital Forensic Investigator)
• บุคลากรของผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยี (IT Supplier, IT Outsourcing Provider)
• นักวิศวกรด้านไอที (IT Engineer)
• ประชาชนทั่วไปที่สนใจด้านความปลอดภัยข้อมูลคอมพิวเตอร์ (IT Smart Users)
Conference Highlights
1. ทิศทางอนาคต Generative AI ในประเทศไทย: ขับเคลื่อนการสร้างนวัตกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
2. เสริมพลังประเทศเพื่อก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน: การวางยุทธศาสตร์และนโยบายปัญญาประดิษฐ์ระดับชาติ คือกุญแจสำคัญในการสร้างความไว้วางใจทางดิจิทัลที่สนับสนุน CSA และ PDPA
3. กลยุทธ์และนโยบายปัญญาประดิษฐ์ระดับชาติของประเทศไทย: นำทางไปสู่กฎหมายปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์และความปลอดภัยทางไซเบอร์ ผลกระทบ การปฏิบัติตาม และทิศทางในอนาคต
4. ปลดล็อก PDPA และการใช้งาน Generative AI: คู่มือการกำกับดูแลสำหรับกลยุทธ์และนโยบาย PDPA ของประเทศไทย และการปฏิบัติตามกฎหมายลำดับรอง
5. การปรับปรุงความเสี่ยงและแนวโน้มด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวสำหรับปี 2025 และต่อไปด้วยโมเดลและแผนที่ทางดิจิทัลที่ไว้วางใจ
6. การวางแผนกลยุทธ์: การพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ Big Data ของประเทศไทยสำหรับอนาคต
7. อนาคตของการปฏิบัติตามการคุ้มครองข้อมูลในยุค AI: แนวโน้ม ความท้าทาย และแนวทางเชิงกลยุทธ์
8. กลยุทธ์ในการสร้างวัฒนธรรม: ด้านความสามารถในการรับมือและตอบสนองต่อภัยไซเบอร์ คือ หัวใจสำคัญในการส่งเสริมแนวปฏิบัติของการต้านทานภัยคุกคามอย่างมีประสิทธิภาพ
9. ปฏิวัติ Generative AI: ในระบบธนาคารของประเทศไทย จัดทัพให้พร้อมต่อการปฏิบัติตามข้อบังคับ ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัย
10. การสนทนาแบบพาเนล: การบริหาร Generative AI และความสามารถในการรับมือและตอบสนองต่อภัยไซเบอร์: การขับเคลื่อนกลยุทธ์ระดับชาติสำหรับมิติทางกฎหมาย การเงิน และเทคโนโลยี
ประโยชน์จากการเข้าร่วมงาน CDIC2024
• รับรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการ Update ความรู้และข่าวสารใหม่ล่าสุด ด้าน Cybersecurity และ Generative AI เพื่อความไว้วางใจทางดิจิทัลและความยืดหยุ่นทางไซเบอร์เชิงรุกจากทั่วโลก ถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากผู้บริหารระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญ
• รู้จักและร่วมปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าร่วมงานท่านอื่นๆ จากหลากหลายวงการ รวมทั้งวิทยากรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างเครือข่าย (Networking) และเปิดมุมมองความคิดใหม่ๆ จากวิทยากรและผู้เข้าร่วมงานด้วยกัน ตลอดจนการรับรู้ข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์โดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งเข้าร่วมสนุกกับเกมชิงรางวัลที่บูธแสดงผลิตภัณฑ์
• รู้ทันภัยคุกคามทางไซเบอร์และความเสี่ยงในยุคที่ Generative AI มีบทบาทสำคัญในทุกมิติ อีกทั้งยังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ซึ่งองค์กรและทุกคนต้องทำความเข้าใจและพร้อมรับมือ เพื่อป้องกัน และลดผลกระทบที่จะเกิดจากความไม่รู้เท่าทัน ขาดการสังเกต และไม่มีแนวปฏิบัติเพื่อส่งเสริมและควบคุมการใช้งานปัญญาประดิษฐ์
• รู้ถึงปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ต้องตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ใช้งานทั้งในระดับองค์กรและระดับบุคคล โดยการยกระดับทุก ๆ ด้าน ทั้งยุทธศาสตร์และภาคปฏิบัติในการนำ Generative AI และแพลตฟอร์มต่างๆ มาใช้งานให้เกิดประโยชน์อย่างเหมาะสมที่สุด
• รู้ทันเทคนิคภัยคุกคามใหม่ๆ ของเหล่าอาชญากรไซเบอร์ รวมถึงการถ่ายทอดให้บุคคลรอบข้างได้ตระหนักและป้องกัน เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อในยุคแห่งสังคม Generative AI
• เรียนรู้กลยุทธ์ในการตอบสนองต่อเหตุการณ์เชิงรุกด้วย Generative AI ตลอดจนกลยุทธ์ในการป้องกันข้อมูลด้าน Big Data ด้าน Cloud ด้วยเครื่องมือ Generative AI เพื่อตอบโจทย์ความรวดเร็วและแม่นยำ
• รู้ถึงกฎหมายลำดับรอง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Act update) และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA update) พร้อมแนวทางปฏิบัติ
• เรียนรู้แนวทางปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมให้องค์กรสามารถรับมือกับภัยคุกคามที่แฝงมากับ Generative AI
• เรียนรู้วิธีปฏิบัติตามแนวทาง NIST CSF 2.0 ซึ่งเป็นกรอบด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลกที่ออกใหม่ล่าสุด
• พบกับการสาธิตเทคนิคการเจาะระบบหลายรูปแบบ (CDIC2024 Live Show) ที่มีโอกาสที่จะถูกนำมาใช้จารกรรมและเจาะระบบ ในชีวิตจริง
ผู้สนใจ สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง https://www.cdicconference.com/
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
ผอ.ไบโอเทค สวทช. ร่วมในพิธีเปิดงานประชุมเวทีข้าวไทยปี 2567
วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG ฮอลล์ 6 กรุงเทพฯ - ดร.ณมาณิตา กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานการประชุมเวทีข้าวไทยปี 2567 เรื่อง “เมื่อโลกเปลี่ยน ข้าวต้องปรับ (Rice Up Summit)” ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับองค์กรพันธมิตร โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในฐานะเจ้าภาพร่วม ร่วมในพิธีเปิดงาน พร้อมกับคณะผู้บริหารจากองค์กรพันธมิตรต่าง ๆ ที่ร่วมจัดงาน
โดยงานประชุมเวทีข้าวไทยปี 2567 เน้นเรื่องการทำให้ประเทศไทยที่เป็นหนึ่งในผู้นำการส่งออกข้าวสู่ตลาดโลกให้ความสนใจในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในช่วงการเพาะปลูกข้าวของชาวนา และให้ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ชาวนา ผู้แทนจากองค์กรภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับข้าว นักวิชาการจากสถาบันการศึกษา ผู้สนใจทั่วไป และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน และได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นถึงปัจจัยที่เป็นโอกาส ปัญหา และความท้าทายในประเด็นดังกล่าว เพื่อให้ข้าวไทยสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตลอดไป
ทั้งนี้ ภายในงานประชุมเวทีข้าวไทยปี 2567 มีการปาฐกถาพิเศษด้วยกันในหลายหัวข้อ โดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง พร้อมการบรรยายพิเศษ และเสวนาในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ การปาฐกถาพิเศษ “นโยบายการพัฒนาข้าวและชาวนาไทย” โดย ดร.ณมาณิตา กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “วิถีเศรษฐกิจพอเพียงสู่ข้าวไทยยั่งยืนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และการเสวนาหัวข้อ “นโยบายข้าวไทย กับเมื่อโลกเปลี่ยน ข้าวต้องปรับ” เป็นต้น ผู้สนใจสามารถรับชมการประชุมย้อนหลังได้ที่แฟนเพจมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ https://web.facebook.com/ThaiRiceFoundationTh
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
“MTEC Well-living systems” นวัตกรรม AI ผู้ช่วยดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพัง
ชวนรู้จักนวัตกรรม AI สุดล้ำ! “MTEC Well-living systems” ผู้ช่วยดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพัง เป็นอุปกรณ์เซนเซอร์สามารถเรียนรู้พฤติกรรมผู้สูงอายุได้ พร้อมเฝ้าระวังและแจ้งเตือนเมื่อพบพฤติกรรมผิดปกติ อีกทั้งสามารถช่วยเตือนกิจกรรมที่สำคัญต่อสุขภาพ เช่น การกินยา หรือการเคลื่อนไหวร่างกาย พัฒนาโดยทีมนักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ MTEC สวทช. ภายใต้การสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
อว. ร่วมรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ไปทรงเปิดงานกาชาด ประจำปี 2567 ณ พลับพลาพิธี หน้าห้องสมุดประชาชน สวนลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
(11 ธันวาคม 2567) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานกาชาด ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร” ณ พลับพลาพิธี หน้าห้องสมุดประชน สวนลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
ในการนี้ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย คณะผู้บริหารในกระทรวง อว. เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ สวนลุมพินี เขตปทุมวัม กรุงเทพมหานคร โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ทูลเกล้าฯ ถวายบอร์ด "คิดไบรท์ ไมโครเอไอ KidBright μAI " จำนวน 100 บอร์ด เพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เนคเทค-สวทช. ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ
“KidBright μAI บอร์ดสมองกลเพื่อการเรียนรู้ปัญญาประดิษฐ์”วิจัยและพัฒนาโดย เนคเทค-สวทช. เป็นเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้โค้ดดิ้งและปัญญาประดิษฐ์ในรูปแบบสะเต็มศึกษา ส่งเสริมให้ผู้เรียนเข้าใจการนำเทคโนโลยีไปใช้แก้ปัญหาโจทย์จริงในชีวิตประจำวัน อีกทั้งเป็นการพัฒนากระบวนการคิดต่าง ๆ ได้แก่ การคิดเชิงระบบ การคิดเชิงวิเคราะห์ และการคิดเชิงสร้างสรรค์ สำหรับคุณสมบัติของ KidBright μAI สามารถสร้างโมเดลปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงชุดคำสั่งแบบบล็อกผ่าน KidBright μAI IDE ผ่านจอแสดงผลภาพ กล้องดิจิทัล ไมโครโฟน และเซนเซอร์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งอยู่บนตัวบอร์ด และประมวลผลโมเดลปัญญาประดิษฐ์บนบอร์ด KidBright μAI พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับเซนเซอร์หรือบอร์ดขยายความสามารถ เพื่อพัฒนาเป็นระบบอัตโนมัติแบบต่าง ๆ เช่น เครื่องคัดแยกขยะอัตโนมัติ และระบบกันขโมย บนบอร์ด KidBright μAI มีวงจร WiFi สำหรับเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายเพื่อขยายขีดความสามารถในการประมวลผลข้อมูลร่วมกับคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ภายนอกได้
สำหรับงานกาชาดประจำปี 2567 อว. ได้ร่วมจัดกิจกรรมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ภายใต้ธีม “ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ” สัมผัสประสบการณ์การดูภาพยนตร์เสมือนจริง กับ “9D Cinema” กิจกรรมสอยดาวกัลปพฤกษ์ ร่วมลุ้นรับ “ของรางวัลพิเศษ” จากหน่วยงานภายใต้ อว. ออกร้านจำหน่วยสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพ จากร้านค้าหน่วยงานภายใต้ อว. พิเศษสุด!! เมื่อซื้อสลากกาชาด อว. ลุ้นรับ “รถยนต์ไฟฟ้า” และของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท พบกันได้ที่ บูธ อว. หมายเลข 3.22 (เข้าประตู 3 ทางเข้าติดถนนพระราม 4) นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ภายใต้แนวคิด “ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร” ด้วยระบบแสงสีเสียงตระการตา ร่วมสนุกกิจกรรมลุ้นเสี่ยงโชคได้บุญ เสี่ยงทายได้กุศล การละเล่นและกิจกรรมความบันเทิงอื่น ๆ อีกมากมาย อิ่มอร่อยกับร้านอาหารสภากาชาดไทยและสตรีทฟู้ดกว่า 100 ร้านค้า
งานกาชาดประจำปี 2567 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-22 ธันวาคม 2567 ณ สวนลุมพินี เวลา 11.00-22.00 น. วันสุดท้ายปิด 23.00 น. และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ http://www.iredcross.org ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
สวทช. เดินหน้ายกระดับข้าวหอมมะลิไทย ในงานเทศกาลข้าวหอมมะลิโลก ครั้งที่ 24
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมการเกษตร ในงาน เทศกาลข้าวหอมมะลิโลก ครั้งที่ 24 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคม 2567 ณ อ่างเก็บน้ำธวัชชัย อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ภายใต้ธีม “ตามกลิ่นหอม-เรียวยาว-ขาวนุ่ม” โดยมีเป้าหมายยกระดับการผลิตข้าวหอมมะลิไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าและเสริมศักยภาพข้าวไทยในตลาดโลก
การยกระดับผ้าไหมทอมือ
ในงานนี้ สวทช. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และชุมชนทอผ้าในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ ได้แก่ กลุ่มทอผ้าไหมบ้านม่วงสวรรค์ และกลุ่มผู้ผลิตเส้นไหมไทยพื้นบ้าน เช่น บ้านแสนสุขและบ้านโนนยาง จังหวัดสุรินทร์ โดยใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น
•เอนไซม์ทำความสะอาดเส้นไหม
•การสกัดสีธรรมชาติจากพืชท้องถิ่น
•นาโนเทคโนโลยีในการเคลือบสิ่งทอ
เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูงและตอบโจทย์ตลาดสากล
การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ
สวทช. เน้นการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ โดยถ่ายทอด เทคโนโลยีการผลิตข้าวมาตรฐาน GAP Seed สู่เกษตรกร พร้อมยกระดับการผลิตใน 31 แปลงเรียนรู้ เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร
การทดสอบพันธุ์ข้าวใหม่
สวทช. พัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ เช่น
• หอมสยาม 2
• ไรซ์เบอรี่ 2
• แดงจรูญ
• นิลละมุน
• ธัญสิรินต้นเตี้ย
• ข้าวเหนียวดำ
โดยทดลองปลูกใน 5 แปลงทดสอบ เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกใหม่สำหรับการผลิตข้าวคุณภาพสูง
นิทรรศการนวัตกรรมการเกษตร
ในงานยังมีการจัดแสดงเทคโนโลยีทันสมัย เช่น
• ระบบเกษตรแม่นยำ HandySense
• ระบบตรวจวัดนาข้าวแบบเปียกสลับแห้ง
• Rice Disease LINE BOT
• MagikGrowth
• DAPBOT แพลตฟอร์มจำแนกศัตรูพืชและชีวภัณฑ์เกษตร
รวมถึงนวัตกรรมอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการเกษตรอย่างยั่งยืน
เข้าชมงานฟรี
ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 ธันวาคม 2567 เพื่อสัมผัสนวัตกรรมที่ยกระดับข้าวไทยและเกษตรกรรมไทยสู่ความยั่งยืน
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
หลักสูตรมาตรฐานระบบราง รุ่นที่ 4 | Railway Engineering Standards: RES
📍หลักสูตรมาตรฐานระบบราง รุ่นที่ 4 (Railway Engineering Standards: RES)
วันที่ 22 - 24 มกราคม 2568 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพ
Key Highlights
▶️ เจาะลึกมาตรฐานระบบรางทั้งในระดับประเทศและระดับสากล เพื่อนำไปปฏิบัติและปรับใช้ได้จริง
▶️ เรียนรู้การทดสอบและรับรองคุณภาพชิ้นส่วนระบบรางตามมาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการผลิตชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content)
▶️ ฝึกปฏิบัติการทดสอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ของระบบราง ณ ศูนย์วิจัยและบริการวิศวกรรมงานเชื่อม มจธ.
▶️แลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยตรงกับวิทยากรผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญ ด้านมาตรฐานระบบราง
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.career4future.com/res
ปฏิทินกิจกรรม
หลักสูตรศึกษาดูงาน “ความสำเร็จของธุรกิจอย่างยั่งยืนและโอกาสการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษลาวใต้” (Study Visit on Sustainable Business Success and Investment Opportunities in the Special Economic Zone of Southern Laos: BSO)
หลักสูตรศึกษาดูงาน “ความสำเร็จของธุรกิจอย่างยั่งยืนและโอกาสการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษลาวใต้” (Study Visit on Sustainable Business Success and Investment Opportunities in the Special Economic Zone of Southern Laos: BSO)
.
เก็บเกี่ยว Best practices เสริมวิสัยทัศน์การพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืน ด้วยประสบการณ์ตรงและ สถานที่จริง!! เห็น โอกาสและมุมมองใหม่ ๆ ขยายผลการลงทุน สู่ความร่วมมือในระดับประเทศและระดับสากล
.
Key Highlights
ได้รับความรู้และประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
ศึกษาดูงานองค์กรชั้นนำที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
เห็นนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ และการค้าระหว่างประเทศไทย-ลาว รวมถึงศักยภาพและโอกาสในการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษลาวใต้ และชายแดนไทย-ลาว
ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม
.
เยี่ยมชมและศึกษาดูงาน
เขตนิคมอุตสาหกรรมจำปาสัก แขวงจำปาสัก สสป. ลาว
บริษัท เบียร์ลาว จำกัด สสป. ลาว
โรงงานผลิตกาแฟดาวเรือง "ดาวเฮือง" สปป. ลาว
AGRO VEGE FARM สปป. ลาว
โรงผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ ณ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี
บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) จังหวัดอุบลราชธานี
.
ระหว่างวันที่ 20, 25 – 28 กุมภาพันธ์ 2568
ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจังหวัดอุบลราชธานี
.
ดูรายละเอียดได้ที่: https://www.career4future.com/bso
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 2644 8150 ต่อ 81901 (คุณปานทิพย์)
E-Mail : bas@nstda.or.th
ปฏิทินกิจกรรม
การสร้างแบรนด์ให้เป็นเลิศอย่างชาญฉลาด (Brand Mastery: Strategy, Design, and Protection: BSDP)
ห้ามพลาด หลักสูตรที่ถ่ายทอดความรู้จากวิทยกรผู้ทรงคุณวุฒิ และเจ้าของแบรนด์ตัวจริง
หลักสูตร “การสร้างแบรนด์ให้เป็นเลิศอย่างชาญฉลาด (Brand Mastery: Strategy, Design, and Protection: BSDP)”
Key Highlights
เข้าใจกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ (Brand Strategy)
การออกแบบแบรนด์ (Brand Design)
การรีแบรนด์ (Rebranding)
การป้องกันการละเมิดแบรนด์ (Brand Protection)
.
ระหว่างวันที่ 3 – 5 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 09.00 – 16.00 น.
ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ ถนนศรีอยุธยา แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
.
ดูรายละเอียดได้ที่: https://www.career4future.com/bsdp
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 2644 8150 ต่อ 81901 (คุณปานทิพย์)
E-Mail : bas@nstda.or.th
ปฏิทินกิจกรรม
อว. ชวนดูดาวกลางกรุง ฟรี! ที่สวนเบญจกิติ คืนดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร. หรือ NARIT) เนรมิตกรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งดวงดาวอีกครั้งจัด “ดูดาวกลางกรุง” Starry Night over Bangkok 2024 ในคืน “ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี” สัมผัสความงดงามของดาวบนฟ้าผ่านคาราวานกล้องโทรทรรศน์กว่าร้อยตัว และหลากหลายกิจกรรมดาราศาสตร์ นำโดย นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วิภู รุโจปการ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ผู้บริหาร กระทรวง อว. โดยโอกาสนี้ ดร.ปวีณ นราเมธกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นผู้แทน สวทช. ร่วมกิจกรรม ณ ลานอัฒจันทร์ สวนเบญจกิติ กรุงเทพฯนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า กระทรวง อว. มีนโยบายที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยเชื่อว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม คือรากฐานสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการทำให้ อว. เป็นกระทรวงที่ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศผ่านการวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และบริการ สร้างความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ นับเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักของกระทรวง อว. ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กิจกรรมดูดาวเป็นเสมือนประตูที่เปิดกว้าง ดึงดูดให้ผู้คนใช้จินตนาการกับภาพที่มองเห็นบนท้องฟ้า กระตุ้นให้เกิดความคิด วิเคราะห์ ผ่านกิจกรรมดูดาว ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ สร้างความตระหนักและความตื่นตัวทางด้านดาราศาสตร์ให้กับเยาวชนและผู้คนมากมาย ให้หันมาสนใจในวิทยาศาสตร์มากขึ้น
กิจกรรมดูดาวครั้งยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในต้นเดือนธันวาคมนี้ เป็นกิจกรรม “ดูดาวกลางกรุง”ในคืนวันที่ 7 ธันวาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 17.00 -22.00 น.ณ ลานอัฒจันทร์ สวนเบญจกิติ
เป็นความร่วมมือระหว่าง สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นกิจกรรมที่น่าจะสร้างความตื่นตา ตื่นใจให้กับชาวกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก เพราะกิจกรรมดูดาวที่ยิ่งใหญ่กลางกรุงเทพฯ เช่นนี้ มีขึ้นเพียงปีละครั้งเท่านั้น
ความพิเศษในปีนี้คือตรงกับคืนที่มีปรากฏการณ์ “ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี”ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏสว่างเด่นทางทิศตะวันออก ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ หากสังเกตการณ์ผ่านกล้องโทรทรรศน์จะสามารถชมลวดลายของแถบเมฆ และพายุ รวมถึงจุดแดงใหญ่ และดวงจันทร์กาลิเลียนทั้ง 4 ดวงของดาวพฤหัสบดีได้ วันงานจะมีคาราวานกล้องโทรทรรศน์กว่าร้อยตัวจาก สดร. โรงเรียนเครือข่ายดาราศาสตร์รวมถึงหน่วยงานพันธมิตร และนักดาราศาสตร์สมัครเล่น พร้อมให้บริการเต็มพื้นที่ลานอัฒจันทร์กลางในคืนดังกล่าวยังสามารถชมวัตถุท้องฟ้าอื่น ๆ เช่น ดวงจันทร์ ดาวศุกร์ ดาวเสาร์ ดาวอังคาร ฯลฯ ได้อีกด้วย
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
มาแล้ว!!!!! อบรมฟรี 4 หลักสูตรจ้าาา Online และ Onsite มาเรียนกันๆ จัดโดย สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช.
📢📢มาแล้ว!!!!! 💥 อบรมฟรี 4 หลักสูตรจ้าาา🎉🎉🎉
🌎 Online และ Onsite มาเรียนกันๆ จัดโดย สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. 🧑🏻💻
🌎Online ผ่าน ZOOM 💻
📌🗓วันศุกร์ที่ 13 ธ.ค. 67 เวลา 09.00-12.00 น. (online) 🛜
🟢เคล็ด(ไม่)ลับ ปลูกหอมแขก ใช้พื้นที่น้อย รายได้งาม🧅
🧑🏻💻วิทยากร คุณลิขิต มณีสินธุ์ ผู้เชี่ยวชาญการผลิตเมล็ดพันธุ์
📌🗓วันศุกร์ที่ 17 ม.ค. 68 เวลา 09.00-12.00 น. (online) 🛜
🟢เทคนิคการวางระบบน้ำอย่างง่ายและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Smart Farm (ระบบฟาร์มรักษ์น้ำ)🌱
🧑🏻💻วิทยากร คุณเฉลิมชัย เอี่ยมสอาด ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบระบบน้ำและระบบสมาร์ทฟาร์ม
📍Onsite ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี (หลักสูตรละ 40 คน)
📌🗓วันที่ 20 ธ.ค. 67 เวลา 09.00-12.30 น. (onsite)
🟢เทคนิคการวางระบบน้ำอย่างง่ายและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Smart Farm (ระบบฟาร์มรักษ์น้ำ) 🌱
🧑🏻💻วิทยากร คุณเฉลิมชัย เอี่ยมสอาด ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบระบบน้ำและระบบสมาร์ทฟาร์ม
📌🗓วันที่ 24 ม.ค. 68 เวลา 09.00-12.00 น. (onsite)
🟢การผลิตผักและการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง🌱 🥬🍅🥕🌽🥦🌶️🥒🍆
🧑🏻💻วิทยากร คุณลิขิต มณีสินธุ์ ผู้เชี่ยวชาญการผลิตเมล็ดพันธุ์
🚩ใบสมัครและกำหนดการ https://forms.gle/cTBjPJCC22xcgEs78
📲สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณณัฐชยา โทร. 097 1979009
ปฏิทินกิจกรรม


