ผลการค้นหา :
Traffy Fondue เปิดฟีเจอร์ใหม่ ใช้ AI สุดล้ำ บริหารจัดการ ‘เรื่องแจ้งปัญหา’
สุดล้ำ เอไอ ในแพลตฟอร์ม ทราฟฟี ฟองดูว์ ยกระดับการแก้ปัญหาไปอีกขั้น ระบบสามารถวิเคราะห์รูปภาพปัญหาและข้อความด้วยปัญญาประดิษฐ์ พร้อมส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบบอัตโนมัติ
(วันที่ 17 กรกฎาคม 2567) ณ โถงอาคาร สวทช. (โยธี) ชั้น 1 เขตพญาไท กรุงเทพฯ: ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้อำนวยการหน่วยบริการนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับเมือง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ในกิจกรรม NSTDA Meets the Press ถึงการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Traffy Fondue ยกระดับการแจ้งปัญหาด้วย AI สุดล้ำ! โดยนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้บนบนแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ที่จะช่วยให้การสื่อสารเรื่องแจ้งปัญหา มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าใจปัญหาได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ตอบโจทย์เรื่องที่แจ้งให้แก้ปัญหามากยิ่งขึ้น และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดี สะท้อนการบริหารจัดการเมืองที่มีความโปร่งใสจากการมีส่วนร่วมของประชาชน
[caption id="attachment_58920" align="aligncenter" width="2028"] ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม[/caption]
ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้อำนวยการหน่วยบริการนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับเมือง สวทช. กล่าวว่า ทีมวิจัยหน่วยบริการนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับเมือง พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการ ทราฟฟี ฟองดูว์ : แพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาเมือง ซึ่งเป็นช่องทางรับแจ้งและจัดการปัญหาเมืองที่พบผ่าน LINE Chatbot แบบอัตโนมัติ เมื่อระบบได้รับรายละเอียดปัญหาจากผู้แจ้งครบถ้วนแล้ว ระบบจะวิเคราะห์ประเภทปัญหาจากข้อมูลโดยอัตโนมัติ และแจ้งเรื่องไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบแก้ไขปัญหาในพื้นที่ดังกล่าว อีกทั้งยังสามารถสอบถามเพิ่มเติมหรือแจ้งความคืบหน้าแก่ผู้ที่แจ้งปัญหาได้แบบเรียลไทม์ โดยมีการขยายผลการใช้งาน 77 จังหวัด มีหน่วยงานใช้งานแล้วมากกว่า 15,000 แห่ง (ข้อมูล ณ เดือน มิ.ย.67) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารในการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ช่วยลดภาระการทำงานของเจ้าหน้าที่ และให้การทำงานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและยกระดับการมีส่วนร่วมของพลเมือง ทั้งนี้มีสถิติรับเรื่องร้องทุกข์ (มิ.ย. 65 - ก.ค. 67) มากกว่า 940,000 เรื่อง ดำเนินการเสร็จสิ้นมากกว่า 733,000 เรื่อง คิดเป็น 77%
ดร.วสันต์ กล่าวว่า สำหรับการฟีเจอร์ใหม่ AI ใน Traffy Fondue นั้น เพื่อที่จะช่วยให้การสื่อสารเรื่องแจ้งปัญหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีการนำเทคโนโลยี AI มาเป็นตัวช่วยประมวลข้อมูลเรื่องรับแจ้งปัญหาที่ประชาชนแจ้งเข้ามา ตั้งแต่สรุปสาระของปัญหาที่ได้รับแจ้ง คัดแยกประเภทปัญหาจากข้อความ และรูปภาพ จัดลำดับความสำคัญของปัญหา และสามารถเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาของเจ้าหน้าที่รวมทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบในแก้ไขปัญหา ที่สำคัญคือการตรวจสอบคำหยาบ คำไม่สุภาพ และเสนอแนะข้อความที่สุภาพ ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าใจปัญหาได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องตอบโจทย์เรื่องที่แจ้งให้แก้ปัญหามากยิ่งขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ดี และสะท้อนการบริหารจัดการเมือง ที่มีความโปร่งใสจากการมีส่วนร่วมของประชาชน
นอกจากนี้ฟีเจอร์ใหม่ของ Traffy Fondue ยังพัฒนาขั้นตอนการแจ้งปัญหาจาก 5 ขั้นตอน เหลือ 3 ขั้นตอน เพื่อความสะดวกในการแจ้งเรื่องแก้ปัญหาให้กับประชาชน ได้แก่
กดปุ่ม แจ้งเรื่องใหม่ แล้วแชร์พิกัดตำแหน่ง
พิมพ์รายละเอียดของปัญหา
ส่งภาพประกอบของปัญหาและรับการ์ดยืนยันการแจ้ง
ทั้งนี้ประชาชนและหน่วยงานที่ต้องการใช้ Traffy Fondue สามารถใช้ LINE สแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อน @TraffyFondue (หรือคลิก link https://lin.ee/nwxfnHw) เพื่อแชทแจ้งปัญหา และติดตามรายงานอัพเดทการแก้ไขปัญหาได้ ผ่านการแจ้งเตือนในของ LINE Chatbot และข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.traffy.in.th/
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
THAILAND TECH SHOW 2024 | SCIENCE FOR EXPONENTIAL GROWTH
22-28 กรกฎาคม 2567
ชั้น G Hall 1 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
.
Thailand Tech Show
งานประจำปีของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่สร้างคุณค่าให้แก่เศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยอาศัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐาน ได้ตระหนักถึงความสำคัญการเสริมศักยภาพการแข่งขัน และยกระดับผู้ประกอบการจากการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม เพิ่ม High Value และต่อยอดธุรกิจและ/หรือเกิดธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถเติบโตได้เร็ว เพื่อก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย
บูรณาการความร่วมมือพันธมิตรหน่วยงานวิจัยทั้งภาครัฐและเอกชน มหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศ ขับเคลื่อนเวทีนำเสนอต่อยอดผลงานวิจัยพร้อมใช้ ในรูปแบบตลาดเทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่ายในจุดเดียว เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อพบผู้ขายและเจรจาเพื่อขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ธุรกิจนวัตกรรม รวมทั้งเป็นเวทีเชื่อมโยงสนับสนุนธุรกิจเทคโนโลยี และ Tech Startup ด้วยการลงทุนในรูปแบบใหม่และ/หรือ แหล่งทุนที่เหมาะสม เพื่อเป็นกลไกการเร่งสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ให้เกิดขึ้นในวงกว้างและอย่างรวดเร็ว รวมถึงการขยายตลาดให้กับธุรกิจเทคโนโลยีทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
งาน Thailand Tech Show 2024 ปีนี้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรม highlight ในงานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์ อววน. เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนด้วยพลังสหวิทยาการ (อว. แฟร์: SCI-POWER For Future Thailand) ภายใต้แนวคิด
วิทยาศาสตร์…. เพื่อยกระดับขับเคลื่อนธุรกิจและอุตสาหกรรมสู่อนาคต
Science for Exponential Growth
เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจเทคโนโลยีด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบครบวงจรและยั่งยืน
ระหว่างวันที่ 22-28 กรกฎาคม 2567 ชั้น G Hall 1 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
National IP Marketplace
โอกาสทางธุรกิจกับ ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอดสู่เชิงพาณิชย์ มากกว่า 180 ผลงาน จาก 33 หน่วยงาน เพื่อตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ช่วยเสริมขีดความสามารถการแข่งขันให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืน
การบรรยายพิเศษ “10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง (10 Technologies to Watch)”
เทรนด์เทคโนโลยีในการทำธุรกิจ เพื่อที่จะปรับกลยุทธ์และวางแผนให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง โดยศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ที่จะมาคาดการณ์ 10 เทคโนโลยีที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและธุรกิจในอนาคต 5-10 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งผู้ประกอบการในปัจจุบันจะต้องรู้และปรับตัวให้เท่าทันกับเทรนด์โลกแห่งเทคโนโลยี
INVESTMENT PITCHING
โอกาสทางธุรกิจกับการนำเสนอผลงานต่อนักลงทุนและนักอุตสาหกรรม กับ ผลงานวิจัยที่มีความพร้อมถ่ายทอดผลงานให้กับผู้ประกอบการที่มองหาโอกาสและช่องทางในการทำธุรกิจเทคโนโลยี
กำหนดการ วันเปิดงาน
Thailand Tech Show 2024 | Science for Exponential Growth
23 กรกฎาคม 2567
09:30-12:00 น.
ณ เวทีกลาง ชั้น G Hall 3 งาน อว. แฟร์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
09:30-10:00 น.
พิธีเปิดงาน
กล่าวเปิดงาน
โดย นางสาวศุภมาส อิศรภักดี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
กิตติกรรมประกาศความสำเร็จในการถ่ายทอดเทคโนโลยี
10:00-10:45 น.
การบรรยายเรื่อง “10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง (10 Technologies to Watch)”
โดย ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์
ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
10:45-12:00 น.
Investment Pitching (นำเสนอผลงานละ 7 นาที)
ผลงานเด่นของ สวทช. 5 ผลงาน
ผลงานจากหน่วยงานพันธมิตร 3 ผลงาน
ช่วงการโหวตให้คะแนน และมอบรางวัล
ผลงานที่นำเสนอได้ดีที่สุด (The best presentation)
ผลงานที่น่าลงทุนที่สุด (The most interesting technology for investment)
ประกาศผล
หมายเหตุ : กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมและความจำเป็น
กิจกรรมพิเศษเฉพาะที่ อว.แฟร์ เท่านั้น
ลุ้นรางวัลใหญ่ทุกวัน!!
เพียงเข้าร่วมกิจกรรมภายในงาน ลุ้นรับมอเตอร์ไซค์ EV ทุกวัน วันละ 2 คัน
และรางวัลสูงสุด รถกระบะ EV จํานวน 1 คัน
และของรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย
รายละเอียดเพิ่มเติม : www.mhesifair.com
หมายเหตุ วัน เวลา และสถานที่จัดงาน (สำหรับประชาชนทั่วไป)
วันที่ 22 กรกฎาคม 2567 เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรม ตั้งแต่เวลา 16.00 – 20.00 น.
วันที่ 23 – 28 กรกฎาคม 2567 เปิดให้ประชาชนเข้าชมงานตั้งแต่เวลา 09.00 – 20.00 น
จัดโดย
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
อว. ผนึก ศธ. พัฒนากำลังคน เติมทักษะ AI ในสถาบันการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ โดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ “โครงการขับเคลื่อนการสอนปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในสถาบันการศึกษา” เพื่อสร้างผู้สอนและนักเรียนทุกช่วงชั้นให้มีความรู้ด้าน AI พร้อมสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล และรองรับตลาดแรงงานสมัยใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 โดยมี พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้กล่าวแสดงความยินดีและมอบนโยบายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับโครงการความร่วมมือดังกล่าว นับเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญตามนโยบาย “อว. for AI” ของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อีกทั้งยังสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565 – 2570) โดยสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนากำลังคน AI ระดับต้น ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะที่จำเป็นในการใช้ AI เพื่อต่อยอดไปสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
เปิดตัว! ระบบวิเคราะห์สมรรถนะการวิจัยของประเทศไทย : ThaiRAP 2024
เนคเทค สวทช. ผนึก ศูนย์ TCI มจธ. ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจาก สกสว. เปิดตัวการใช้งาน “ระบบวิเคราะห์สมรรถนะการวิจัยของประเทศไทย” Thailand Research Analysis and Performance : ThaiRAP Version 2024 โดยเปิดให้ 30 หน่วยงานนำร่องทดลองการใช้งานระบบผ่าน https://thairap.in.th/ ก่อนเปิดให้บริการกับทุกหน่วยงานอย่างเต็มรูปแบบในปี 2568 ทำให้ไทยเป็นประเทศแรกของโลก ที่มีระบบช่วยการวิเคราะห์สมรรถนะการวิจัยระดับชาติ เทียบเคียงนานาชาติ
สำหรับระบบ ThaiRAP สามารถวิเคราะห์สมรรถนะการวิจัยของประเทศไทยได้ทั้งระดับประเทศ ระดับหน่วยงาน มหาวิทยาลัย และระดับบุคคล โดยมีดัชนีชี้วัด (Metric) ที่หลากหลาย เช่น จำนวนผลงานตีพิมพ์ในแต่ละปี จำนวนผู้แต่ง สาขาวิชาที่มีการตีพิมพ์ คำสำคัญที่แสดงเนื้อหาบทความ จำนวนการอ้างอิงโดยรวม จำนวนการอ้างอิงต่อบทความ และความร่วมมือทางวิชาการระหว่างหน่วยงาน เป็นต้น
ระบบ ThaiRAP จะเกิดประโยชน์ต่อทั้งอาจารย์ นักศึกษา นักวิจัย ผู้บริหาร ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนหน่วยงานให้ทุนสนับสนุนการวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบายและทิศทางการวิจัยของประเทศ ที่สามารถใช้ระบบ ThaiRAP ในการวิเคราะห์ข้อมูลผลงานวิจัย ความเชี่ยวชาญของนักวิจัยและหน่วยงานวิจัย สถานการณ์และภาพรวมของการวิจัย เพื่อการจัดทำนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของหน่วยงานหรือของประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาระบบวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศไทยต่อไป
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
CRDF Global ร่วมกับ IJC-FOODSEC โดย สวทช. มธ. และ QUB จัดประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยความปลอดภัยด้านอาหารและผลผลิตทางการเกษตร ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมหาสมุทรแปซิฟิก
วันที่ 9 - 11 กรกฎาคม 2567 ณ โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ - องค์กร Civilian Research and Development Foundation Global (CRDF Global) หน่วยงานภายใต้กำกับของสหรัฐอเมริกา ร่วมกับศูนย์วิจัยนานาชาติด้านความมั่นคงทางอาหาร (International Joint Research Center on Food Security: IJC-FOODSEC) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สวทช. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ Queen’s University Belfast (QUB) ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคว่าด้วยความปลอดภัยด้านอาหารและผลผลิตทางการเกษตรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมหาสมุทรแปซิฟิก (Regional Workshop on Food Safety and Agricultural Productivity in Southeast Asia and the Pacific) การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองในชุดการประชุมทั้งหมด 3 ครั้ง โดยมุ่งเน้นที่ความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทับซ้อน (Overlapping areas) ระหว่างความมั่นคงด้านอาหารและเทคโนโลยีนิวเคลียร์ กิจกรรมหลัก ได้แก่ การอภิปรายที่เกี่ยวกับ Sustained Dialogue on Peaceful Uses (SDPU) Initiative หรือกรอบการเจรจาที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีนิวเคลียร์อย่างสันติ ว่าจะสามารถช่วยส่งเสริมโครงการที่ดำเนินอยู่และโครงการใหม่ในการเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีการฉายรังสีและนวัตกรรมนิวเคลียร์เพื่อความมั่นคงด้านอาหารได้อย่างไร โดยมีผู้แทนหน่วยงานจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และไทย ประกอบด้วย นางเพ็ญนภา กัญชนะ รองเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ผศ.ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. รศ.ดร.วุฒิพล สินธุนาวารัตน์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Dr. Meera Chandra, Agricultural Attaché, U.S. Department of Agriculture at the U.S. Embassy Bangkok และ Ms. Holly Haines, Head of IAEA Policy & Peaceful Uses, UK Department for Energy Security and Net Zero ร่วมกล่าวเปิดงาน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอบรมจาก 21 ประเทศ 75 องค์กร รวมกว่า 150 คน
ผศ.ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. กล่าวตอนหนึ่งในช่วงเปิดประชุมว่า เทคโนโลยีนิวเคลียร์มีศักยภาพที่สำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร ประเทศไทยในฐานะประเทศเกษตรกรรมได้รับผลประโยชน์จากการบูรณาการเทคโนโลยีนิวเคลียร์เข้ากับระบบการผลิตอาหารโดยเฉพาะการปรับปรุงพันธุ์โดยการกลายพันธุ์ (Mutation breeding) สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาพันธุ์พืชที่ทนต่อโรคและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น สามารถเพิ่มผลผลิตสร้างความมั่นคงทางอาหาร ทำให้มั่นใจได้ถึงผลผลิตด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคนิคการจัดการดินและน้ำที่เหมาะสมผ่านการใช้วิธีการทางนิวเคลียร์ เกษตรกรไทยสามารถใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด อนุรักษ์น้ำ และเพิ่มผลผลิตพืชผล
เนื่องจากการวิจัยด้านความมั่นคงทางอาหารมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไบโอเทค สวทช. จึงได้มีส่วนร่วมจัดตั้งหน่วยงานระดับนานาชาติขึ้นคือ ศูนย์วิจัยนานาชาติด้านความมั่นคงทางอาหาร (IJC-FOODSEC) ด้วยเชื่อว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาใช้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพทางการเกษตรของประเทศไทย สร้างความยั่งยืน และยกระดับความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างมาก
ทั้งนี้ IJC-FOODSEC มีส่วนร่วมสำคัญในการเป็นที่ปรึกษาเรื่องการจัดทำโปรแกรมการประชุมเชิงปฏิบัติการรวมถึงการเชิญผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงในสาขาที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมให้การบรรยายและอภิปราย หัวข้อการประชุมครอบคลุมเรื่องการปลอมแปลงอาหาร การนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปประยุกต์ใช้ การยืดอายุผลิตภัณฑ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการชลประทาน และการออกแบบโครงการอย่างยั่งยืน เป็นต้น
สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีการนำเสนอหัวข้อการบรรยายในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้านอาหารและผลผลิตทางการเกษตรใน 6 ประเด็น ได้แก่ ช่วงที่ 1: ความท้าทายด้านอาหารและชุดเครื่องมือนิวเคลียร์ (Food Challenges and the Nuclear Toolkit) ช่วงที่ 2: เรื่องการทำงานและความสำเร็จที่กำลังดำเนินอยู่ (Ongoing Work and Success Stories) ช่วงที่ 3: เครื่องมือสู่ความสำเร็จ-การใช้งานนิวเคลียร์ในภาคเกษตรกรรม (Tools for Success - Nuclear Applications in Agriculture) ช่วงที่ 4: แนวคิดโครงการโดยวิธีระดมสมองรูปแบบ World Cafe World Cafe - แนวทางในการออกแบบโครงการใหม่ (Project Ideation with a World Cafe - An Approach to Identifying New Projects) ช่วงที่ 5: เส้นทางสู่การสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ (Pathways for Support) และช่วงที่ 6: การขับเคลื่อนโครงการและขั้นตอนถัดไป (Mobilizing Projects, Next Steps, and Closing)
การประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคว่าด้วยความปลอดภัยด้านอาหารและผลผลิตทางการเกษตรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมหาสมุทรแปซิฟิกและ Sustained Dialogue on Peaceful Uses (SDPU) Initiative ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงเกษตร สหรัฐอเมริกา และกรมความมั่นคงทางพลังงานและเน็ตซีโร่ สหราชอาณาจักร (UK Department for Energy Security and Net Zero (DENSZ)) โดยสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.sustaineddialogue.com
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
อว. พร้อมใจบริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567
(12 ก.ค. 2567) ณ ห้องโถง ชั้น1 อาคารพระจอมเกล้า : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต "ทุกยูนิต รวมใจ ชาว อว. พร้อมใจบริจาคโลหิต" ครั้งที่ 2 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 นำโดย นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวง อว. พร้อมด้วย นางสาวสุณีย์ เลิศเพียรธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และข้าราชการพนักงาน อว. นักเรียน นักศึกษาร่วมกิจกรรม
นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า การจัดโครงการจิตอาสาทำความดี “ทุกยูนิต รวมหัวใจ ชาว อว. พร้อมใจบริจาคโลหิต ประจำปี 2567” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 นับเป็นปีมหามงคลที่ปวงชนชาวไทยทุกคนจะได้พร้อมใจกันแสดง ความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ อว. ได้จัดโครงการและกิจกรรมเนื่องในวาระมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 6 รอบ 72 พรรษา โดยน้อมนำแนวพระราชดำริและพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการจัดทำโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทย ให้อยู่ดีมีสุขทั่วกัน ซึ่งโครงการบริจาคโลหิต จะสนับสนุนแก้ไขปัญหาโลหิตสำรองของสภากาชาดไทยและเป็นการ สร้างจิตสำนึกของการทำความดีด้วยหัวใจด้วยการเป็นผู้ให้และเป็นผู้มีจิตสาธารณะ ช่วยเหลือสังคม
ทั้งนี้ ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และงานธนาคารโลหิตเคลื่อนที่ โรงพยาบาลราชวิถีที่ได้ร่วมกันจัดโครงการที่ได้สร้างคุณค่าและเสริมสร้างสังคมแห่งการให้ ในวาระมหามงคลนี้ กระทรวง อว. ขอเชิญชวนข้าราชการ เจ้าหน้าที่ อว. นักศึกษา และประชาชนทุกท่านร่วมกิจกรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและสืบสานพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งขอบคุณทุกท่านที่บริจาคโลหิต เพื่อช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยและผู้ต้องการใช้โลหิตในครั้งนี้
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
กิจกรรมเปิดบ้านศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (TSP-CC Open House)
ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย บริหารงานโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
.
ขอเรียนเชิญผู้ประกอบการทุกท่าน เข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้านศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (TSP-CC Open House) เพื่อให้ทุกท่านได้เห็นถึงความพร้อมในการรองรับการจัดงานในรูปแบบต่างๆ ของอาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์ประชุมฯ แห่งเดียว ที่ตั้งอยู่ในนิคมวิจัยสำหรับเอกชนและแวดล้อมด้วยนิคมอุตสาหกรรมใกล้กรุงเทพฯ ที่พร้อมให้บริการคุณ……อย่างครบวงจร
.
“Elevate your mix-and-match event at our Northern Bangkok venue, unlocking the power of the STI ecosystem.”
.
วันที่ 6 สิงหาคม 2567 เวลา 13.30 - 16.00 น.
ณ ห้องประชุม CC403 ชั้น 4 อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี
แผนที่เดินทาง https://www.nstda.or.th/tspcc/map/
.
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน https://forms.gle/VMdVREC5Gf7s5VcFA
.
สอบถามข้อมูล 083-786-0738 , 02-564-7000 ต่อ 6012 (คุณอภิรดี)
E-Mail : smv@nstda.or.th
.
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม :
https://www.sciencepark.or.th/th/seminar-event/306/tsp-cc-open-house/
.
อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย คือ พันธมิตรธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และ นวัตกรรม
อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
The Integrated Ecosystem where Innovation Grows
Faster Better Prosper
www.sciencepark.or.th
02-5647200
info@sciencepark.or.th
https://goo.gl/maps/GHtjhg1NoJWpAbN99
ไม่มีค่าใช้จ่ายในการติดต่อ
ข่าว
ปฏิทินกิจกรรม
CPF บูรณาการความร่วมมือ สวทช. ต่อยอดวิจัยที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม พร้อมเยี่ยมชม LANTA Supercomputer และ Bioprocessing Facility
(11 กรกฎาคม 2567) นายพฤฒ โพธิ์ศรีทอง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และคณะผู้บริหาร CPF เข้าเยี่ยมชมศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณขั้นสูง (NSTDA Supercomputer Center: ThaiSC) และ “LANTA” Supercomputer และเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวกระบวนการอุตสาหกรรม (Bioprocessing Facility) อาคาร BIOTEC Pilot Plant พร้อมร่วมประชุมหารือกับศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมด้วย ดร.ปิยวุฒิ ศรีชัยกุล รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และผู้อำนวยการศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณขั้นสูง (ThaiSC) ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ณ อาคาร INC2 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ กล่าวว่า สวทช. มีความตั้งใจนำวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมาตอบโจทย์วิจัยเพื่อขยายผล มีการวางแนวของการทำงาน โดย สวทช. เป็นศูนย์วิจัยหลักของประเทศ ที่มีนักวิจัยมากที่สุดในประเทศครอบคลุมทุกด้าน ส่งเสริมให้นักวิจัยได้วิจัยเชิงลึกพร้อมผลักดันให้นักวิจัยทำงานตอบโจย์ได้จริง ที่สำคัญส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน มองว่า สวทช. เป็นประตูเชื่อมให้นักวิจัยตอบโจย์ได้จริงให้กับภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือวิเคราะห์งานวิจัยให้สามารถตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมได้
นายพฤฒ โพธิ์ศรีทอง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า CPF ก็มีความยินดีอย่างยิ่งในความร่วมมือที่ผ่านมากับ สวทช. ทั้งที่ทำอยู่และพัฒนาด้านความร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อผลิตผลงาน ในฐานะตัวแทนของ CPF มีโอกาสได้อยู่ในกลุ่มคณะทำงานได้สานต่อความคืบหน้าในการทำงานร่วมกัน หาแนวทางรูปแบบที่ให้นักวิจัยมาร่วมงานมากขึ้นเพื่อให้การดำเนินงานส่วนของความร่วมมืออื่น ๆ โดยมีความสนใจทางด้าน AI มาใช้งาน เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่หน่วยงานทั้งหมดต้องปรับเปลี่ยนไปสู่โลกอนาคต ทำให้คนอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีให้ได้
ทั้งนี้ สวทช. ได้ใช้โอกาสนี้ แนะนำเยี่ยมชมหน่วยงานวิจัย NECTEC และศูนย์ ThaiSC ซึ่งมีความพร้อมทั้ง นักวิจัยและบุคลากร มุ่งเน้นการให้บริการระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (High Performance Computing: HPC) เพื่อการพัฒนางานวิจัยด้านวิทยาการคำนวณ (Computational Science) เช่น การทำแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ งานวิจัยด้าน Computational chemistry, Bioinfomatics, Climate change, Artificial Intelligence (AI), Big data เป็นต้น และมีศักยภาพสามารถรองรับโจทย์ปัญหาขนาดใหญ่ของประเทศได้
นอกจากนี้คณะได้เยี่ยมชม โรงงานต้นแบบชีวกระบวนการไบโอเทค (BIOTEC Bioprocessing Facility, BBF) โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม บริการผลิตในระดับขยายและขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ มุ่งเน้นการนำไปใช้ประโยชน์ หรือ Translational research โดยดำเนินงานตามมาตรฐานสากล รวมถึงแนวทางการปฏิบัติที่ดีในการใช้จุลินทรีย์ในระดับอุตสาหกรรม หรือ Good Industrial Large Scale Practice (GILSP) ในสภาพควบคุมระดับ LS1 เพื่อผลักดันการนำไปใช้จริงในอุตสาหกรรมฐานชีวภาพ ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยและเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG อีกด้วย
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
ประชุมกลุ่มย่อย (Focus group) ครั้งที่ 2 Bio-energy with Carbon Capture and Storage: BECCS ในประเทศไทย
📢 ขอเชิญเข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อย (Focus group) ครั้งที่ 2 โครงการการพัฒนารูปแบบการประเมินเทคโนโลยีและการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับภาคอุตสาหกรรมใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนเทคโนโลยีการผลิตพลังงานชีวภาพด้วยการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Bio-energy with Carbon Capture and Storage: BECCS) ในประเทศไทย
📌 พบกับการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา พร้อมรับฟังการนำเสนอผลการวิจัยล่าสุด
อย่าพลาดโอกาสสำคัญในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญในวงการ! 🌱
🗓️ วันอังคารที่ 6 สิงหาคม 2567
⏰ เวลา 8.45-16.15 น.
💻 ในรูปแบบออนไลน์ (webinar)
✅ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
✅ ลงทะเบียนออนไลน์ : https://www.nstda.or.th/r/3QkTy
ปฏิทินกิจกรรม
APEC Workshop on AI in Atmospheric Corrosion Assessment to Address Climate Change Impact
📌ขอเรียนเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ
"APEC Workshop on AI in Atmospheric Corrosion Assessment to Address Climate Change Impact"
การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเหล็ก การเกิดพายุและภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้นเป็นการเร่งกระบวนการการกัดกร่อนของโลหะในบรรยากาศ ซึ่งสัมพันธ์กับตัวแปรทางสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นองค์ความรู้ด้านการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning model) ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้สำหรับการทำนายอัตราการกัดกร่อน เพื่อประโยชน์ต่อการควบคุมการกัดกร่อนจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ
วัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าของงานวิจัยด้านการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการทำนายอัตราการกัดกร่อน โดยมีการนำเสนอหัวข้อที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การพัฒนาเซนเซอร์วัดการกัดกร่อน การเก็บข้อมูล ณ สถานีทดสอบ ไปจนถึงการสร้างโมเดลเพื่อเรียนรู้ชุดข้อมูล ผู้ร่วมประชุมสามารถริเริ่มงานด้านดังกล่าวและเป็นโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสมาชิกเอเปคอีกด้วย
----------------------
📌กลุ่มเป้าหมาย
▪️ อุตสาหกรรมเหล็ก ก่อสร้าง ไฟฟ้า พลังงาน ระบบขนส่งทางราง ยานยนต์
▪️ นักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์
▪️ นักนโยบายสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมก่อสร้าง มาตรฐานการออกแบบโครงสร้างเหล็ก
PPSTI_201_2023A
Host economy: Thailand
Co-Sponsoring economies: Japan, Viet Nam, Philippines
----------------------
🗓 วันที่ 30 - 31 กรกฎาคม 2567 เวลา 9:00 - 16:00 น.
📍ห้องออดิทอเรียม บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (Onsite Only) ‼️
----------------------
📌ลงทะเบียนได้ที่ https://www.nstda.or.th/r/P2NcG
หรือสแกน QR code จากโปสเตอร์ด้านล่างนี้
.
‼️ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2567
รับจำนวนจำกัด ‼️
----------------------
📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
Dr.Wanida Pongsaksawad
Email: wanida.pon@mtec.or.th
ปฏิทินกิจกรรม
สวทช. จัดสัมมนาด้านชีวภัณฑ์จัดการศัตรูพืช เชื่อมนักวิจัยไบโอเทคพบปะเกษตรกร มุ่งสู่การผลิตพืชแบบเกษตรปลอดภัย
(9 ก.ค. 67) ณ อาคารสราญวิทย์ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) จัดสัมมนาเรื่อง “นวัตกรรมและเทคโนโลยีชีวภัณฑ์จัดการศัตรูพืช เพื่อธุรกิจเกษตรปลอดภัย” มุ่งให้ข้อมูลเรื่องการใช้ชีวภัณฑ์จัดการศัตรูพืช การใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสมาชิกเกษตรกรในชุมชน การควบคุมแมลงศัตรูพืชดื้อยา รวมถึงการผลิตและใช้ชีวภัณฑ์อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนรับฟังมุมมองของผู้ผลิตโดยผู้แทนภาคเอกชนในเรื่องชีวภัณฑ์กำจัดแมลงศัตรูพืช แก่ผู้ประกอบการด้านเกษตรปลอดภัย บริษัทห้างร้าน สหกรณ์การเกษตร กลุ่มผู้ผลิตชีวภัณฑ์ และที่เกี่ยวข้องมากกว่า 300 คน ในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ โดยมีผู้อำนวยการโปรแกรม ITAP และนักวิจัยไบโอเทค ประกอบด้วย ดร.อลงกรณ์ อำนวยกาญจนสิน ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ดร.บุญเฮียง พรมดอนกอย ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ และคุณสัมฤทธิ์ เกียววงษ์ โรงงานต้นแบบผลิตไวรัสเอ็นพีวีเพื่อควบคุมแมลงศัตรูพืช พร้อมด้วยผู้ประกอบการที่รับถ่ายทอดเทคโนโลยีชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชของไบโอเทค จากบริษัท บีไบโอ จำกัด บริษัท ทีเอบี อินโนเวชั่น จำกัด และบริษัท แอพพลายเค็ม (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมในงาน
ดร.นันทิยา วิริยบัณฑร ผู้อำนวยการโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สวทช. กล่าวว่า “ชีวภัณฑ์จัดการศัตรูพืช” นับเป็นปัจจัยการผลิตที่จำเป็นต่อระบบการผลิตพืชแบบเกษตรปลอดภัยแต่ยังใช้ในวงจำกัด อย่างไรก็ดี ไบโอเทคได้มีการวิจัยและพัฒนาชีวภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี เพื่อมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ที่สามารถควบคุมการระบาดของแมลงศัตรูพืชหลายชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค เช่น ราแมลงต่าง ๆ แบคทีเรีย และไวรัส เอ็น พี วี (NPV) เป็นต้น ดังนั้น การเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี (Biocontrol) จึงเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เกษตรกรไทยสามารถทำการเกษตรอินทรีย์ได้อย่างยั่งยืน มีปัจจัยการผลิตที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ช่วยยกระดับผลผลิตให้มีคุณภาพและปลอดภัย เป็นไปตามความต้องการของตลาด และสอดคล้องกับนโยบายขับเคลื่อนด้าน BCG ของประเทศ
“โปรแกรม ITAP สวทช. ดำเนินงานด้านสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะ SMEs ที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ เพื่อให้มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพในการเติบโต ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญให้กับประเทศไทยต่อไป โดย ITAP เห็นความสำคัญของการขยายผลการใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภัณฑ์จัดการศัตรูพืช ที่เป็นผลงานของ สวทช. สู่ผู้ใช้และผู้ผลิตชีวภัณฑ์ อย่างถูกวิธีและเกิดประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ของธุรกิจเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย มีความเข้มแข็ง และพัฒนาประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำของภูมิภาคอาเซียนในการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ในอนาคต จึงร่วมมือกับทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ไบโอเทค และ สท. จัดสัมมนาครั้งนี้ขึ้น”
กิจกรรมภายใต้งานสัมมนา มีการแนะนำโครงการให้คำปรึกษา “การใช้นวัตกรรมชีวภัณฑ์กำจัดแมลงศัตรูพืช เพื่อธุรกิจเกษตรปลอดภัย” โดย คุณเสาวภา ยุววุฑโฒ โปรแกรม ITAP สวทช.
และการให้ความรู้ในเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้าน Biocontrol โดยนักวิจัยไบโอเทค 3 ท่าน เรื่องแรก “นวัตกรรมชีวภัณฑ์จัดการศัตรูพืช เพื่อธุรกิจเกษตรปลอดภัย” โดย ดร.อลงกรณ์ อำนวยกาญจนสิน ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ
เรื่องถัดไปเป็น “สปอด-อี โฟกัส ผลิตภัณฑ์เอ็นพีวี ควบคุมแมลงศัตรูพืชดื้อยา” โดย คุณสัมฤทธิ์ เกียววงษ์ โรงงานต้นแบบผลิตไวรัสเอ็นพีวีเพื่อควบคุมแมลงศัตรูพืช
และเรื่องที่สาม “ปัจจัยสำคัญสำหรับการผลิตและการใช้ชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืชอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ” โดย ดร.บุญเฮียง พรมดอนกอย ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ
พร้อมด้วยการสะท้อนมุมมองของผู้ผลิตโดยผู้แทนภาคเอกชนจาก 3 บริษัท ในเรื่องชีวภัณฑ์กำจัดแมลงศัตรูพืช ประกอบด้วย คุณสกล เหนียนเฉลย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีไบโอ จำกัด คุณปรภาว์ นิตย์โฆษกุล ผู้จัดการ บริษัท แอพพลายเค็ม (ประเทศไทย) จำกัด และคุณวัธนพล เจียรวุฑฒิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ทีเอบี อินโนเวชั่น จำกัด ร่วมด้วยคุณสิริญาดา ธนังสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการ บริษัท ทีเอบี อินโนเวชั่น จำกัด ก่อนจะปิดท้ายงานสัมมนาด้วยการเปิดเวทีให้เกษตรกรและผู้ร่วมงานได้พบปะนักวิจัย ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชีวภัณฑ์ และที่ปรึกษาโครงการจาก ITAP เพื่อประโยชน์ในการร่วมหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความต้องการสำหรับธุรกิจเกษตรปลอดภัยได้อย่างสูงสุด
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
เปิดรับโรงพยาบาล เพื่อจัดตั้งสถานพยาบาล ใน สวทช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 – 2569
✨💡สิทธิพิเศษและบริการ ที่ สวทช. มอบให้ ดังนี้✨
🔑สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการ
🔑สนับสนุนพื้นที่การให้บริการและสาธารณูปโภคพื้นฐาน
🔑บริการด้านการรักษาความปลอดภัยและสุขอนามัยของพื้นที่
.
🗓ระยะเวลาสมัคร ตั้งแต่วันที่ 10 – 23 กรกฎาคม 2567 ในวันและเวลาราชการ
📍สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : คุณปารดา หมอนสอาด
📧 E-mail : parada@nstda.or.th 025647000 ต่อ 71119
ปฏิทินกิจกรรม


