หน้าแรก ‘ยศชนัน’ ปักหมุดไทยบนเวทีโลก STS Forum 2026 ดัน ‘Nan Sandbox’ สู่โมเดลเศรษฐกิจธรรมชาติ พร้อมจับมือ NEDO ผลักดันความร่วมมือวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเทคโนโลยีขั้นสูง มุ่งแก้โจทย์จริงภาคอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

‘ยศชนัน’ ปักหมุดไทยบนเวทีโลก STS Forum 2026 ดัน ‘Nan Sandbox’ สู่โมเดลเศรษฐกิจธรรมชาติ พร้อมจับมือ NEDO ผลักดันความร่วมมือวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเทคโนโลยีขั้นสูง มุ่งแก้โจทย์จริงภาคอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

4 ต.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.อว. กล่าวสุนทรพจน์เปิดยุทธศาสตร์นวัตกรรมไทยในงาน STS Forum 2026

เกียวโต, ประเทศญี่ปุ่น (4 ตุลาคม 2569) — ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กระทรวง อว.) ร่วมเวทีการประชุมระดับโลก Science and Technology in Society (STS) Forum ประจำปี 2026 ครั้งที่ 23 ณ นครเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดยมีผู้นำภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และนักวิจัยชั้นนำจากทั่วโลกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมกำหนดทิศทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ท่ามกลางจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญของมนุษยชาติ พร้อมนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และคณะผู้บริหาร สวทช. ได้เข้าร่วมงานด้วย

การฉายวีดิทัศน์กล่าวเปิดการประชุม STS Forum 2026 ว่าด้วยความท้าทายด้านเทคโนโลยีและ AI
ประธานที่ประชุม STS Forum 2026 กล่าวเปิดการประชุมและต้อนรับผู้นำด้านวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก
คณะผู้บริหาร .สวทช. ร่วมถาายภาะที่หน้าป้าย backdrop STS Forum 2026
คณะผู้บริหารกระทรวง อว. และ ผอ.สวทช. ร่วมการประชุมเต็มคณะในงาน STS Forum 2026

ชูยุทธศาสตร์นวัตกรรมและโมเดล Nan Sandbox

บรรยากาศพิธีเปิดการประชุมระดับโลก STS Forum 2026 ณ นครเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิด โดยเน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-Driven Economic Growth) ของประเทศไทย ผ่าน 2 กลไกสำคัญ ได้แก่ SPARK ที่มุ่งเน้นวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมแบบเปิด (Open Science & Open Innovation) ร่วมกับการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมร่วมกัน และ DYNAMICS เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและหมุนเวียนผลตอบแทนกลับมาสนับสนุนการวิจัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอแนวคิดเศรษฐกิจเชิงบวกต่อธรรมชาติ (Nature-Positive Economy) ต่อที่ประชุม โดยชี้ว่าเป้าหมาย Net-Zero เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องมองธรรมชาติเป็น “ทุนการผลิต” (Natural Capital) และใช้ระบบบัญชีทุนธรรมชาติ (Natural Capital Accounting) เพื่อประเมินมูลค่าทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นรูปธรรม

ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.อว. นำเสนอโมเดล Nan Sandbox บนเวทีประชุม STS Forum 2026

ประเทศไทยได้ผลักดันพื้นที่ต้นแบบ “Nan Sandbox” (น่าน แซนด์บ็อกซ์) ให้เป็นห้องปฏิบัติการที่มีชีวิต (Living Lab) ในระดับสากล เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม เศรษฐกิจ และพลังชุมชนในการฟื้นฟูป่าไม้และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ โดยได้รับความร่วมมือจากธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งบทบาทของหน่วยงานวิจัยชั้นนำของประเทศจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนเทคโนโลยีและงานวิจัยเชิงลึกเพื่อขยายผลโมเดลดังกล่าว

สวทช. ลงนามความร่วมมือ NEDO ยกระดับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ผอ.สวทช. ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับผู้อำนวยการ NEDO โดยมี รมว.อว. ร่วมเป็นสักขีพยาน

พร้อมกันนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้เป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหว่าง สวทช. ร่วมกับองค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น (NEDO) และพร้อมเข้าร่วมการประชุมหารือทวิภาคีเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการและเทคโนโลยีขั้นสูง กับ Mr. ARAI Masayoshi รัฐมนตรีช่วยว่าการด้านกิจการระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมแห่งญี่ปุ่น (METI) Mr. YOKOSHIMA Naohiko ผู้อำนวยการ NEDO ตลอดจนผู้บริหารจากทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยานและกล่าวแสดงความยินดีในโอกาสนี้

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวถ้อยแถลงในพิธีลงนามความร่วมมือกั

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดและยกระดับความเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและญี่ปุ่นที่มีความแนบแน่นมายาวนาน โดยกรอบความร่วมมือฉบับนี้ได้ขยายขอบเขตการทำงานร่วมกันจากเดิมที่เน้นด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไปสู่กลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การสำรวจและเทคโนโลยีอวกาศ วัสดุขั้นสูงและเซมิคอนดักเตอร์ การพัฒนาพลังงานสะอาดและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไฮโดรเจนและแอมโมเนีย ตลอดจนการพัฒนาเชื้อเพลิงการบินชีวภาพแบบยั่งยืน (SAF) และระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) นอกจากนี้ สวทช. ยังมุ่งปรับเปลี่ยนทิศทางการวิจัยจากการมุ่งเน้นผลงานทางวิชาการไปสู่การขับเคลื่อนงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและการประยุกต์ใช้งานจริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยุคใหม่และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล

Mr. YOKOSHIMA Naohiko ผู้อำนวยการ NEDO กล่าวแสดงความยินดีในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ

ด้าน Mr. YOKOSHIMA Naohiko ผู้อำนวยการ NEDO ระบุว่า ญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมหลักในภูมิภาค โดย NEDO พร้อมสนับสนุนงบประมาณและปรับรูปแบบโครงการความร่วมมือสู่การร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมระหว่างนักวิจัยญี่ปุ่นและนักวิจัยไทย (Co-creation) อย่างใกล้ชิด รวมถึงการสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมและสตาร์ตอัปเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) การแลกเปลี่ยนบุคลากรวิจัยรุ่นใหม่ และการเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมของทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน ซึ่งหลังจากนี้ สวทช. จะเร่งประสานพลังร่วมกับศูนย์วิจัยแห่งชาติต่างๆ เพื่อผลักดันข้อเสนอโครงการร่วมและขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ภาคเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของทั้งสองประเทศต่อไป

เสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

คณะผู้บริหารไทยและญี่ปุ่นร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในพิธีลงนาม MOU ระหว่าง สวทช. และ NEDO

การลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ความร่วมมือในลักษณะนี้จะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การประยุกต์ใช้จริง เสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมและสังคมของทั้งสองประเทศ

ศ. ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผอ.สวทช. ระหว่างการหารือทวิภาคีกับ NEDO ในงาน STS Forum 2026
Mr. YOKOSHIMA Naohiko ผู้อำนวยการ NEDO ในการประชุมหารือกรอบความร่วมมือวิจัยขั้นสูงกับ สวทช.

สวทช. และ NEDO เห็นพ้องกันว่า จุดแข็งของทั้งสององค์กรมีความเกื้อหนุนซึ่งกันและกันอย่างชัดเจน ความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะเปิดโอกาสให้เกิดกิจกรรมร่วมที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ การขยายความร่วมมือในสาขาที่มีความสนใจร่วมกัน ตลอดจนการผลักดันผลงานวิจัยให้สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง สร้างมูลค่าเพิ่มต่อภาคอุตสาหกรรม และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

การประชุม STS Forum 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “Navigating Tectonic Shifts in Science, Technology, and Society” โดยมีนักวิจัยชั้นนำ ผู้ได้รับรางวัลโนเบล และรัฐมนตรีด้านวิจัยและนวัตกรรมจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

แชร์หน้านี้: