หน้าแรก สวทช. คว้า 2 รางวัลใหญ่ “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2569” ส่ง “CottonPro” ชนะเลิศ ด้านสิ่งแวดล้อม ควงคู่ “DAPBot” คว้ารองอันดับ 2 ด้านสังคม

สวทช. คว้า 2 รางวัลใหญ่ “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2569” ส่ง “CottonPro” ชนะเลิศ ด้านสิ่งแวดล้อม ควงคู่ “DAPBot” คว้ารองอันดับ 2 ด้านสังคม

3 ต.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาพ: ผู้บริหารและนักวิจัย สวทช. ร่วมแสดงความยินดีในพิธีมอบรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2569

(2 ตุลาคม 2569) ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) คว้ารางวัลสุดยอด ในพิธีมอบ “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2569” (National Innovation Awards 2026) ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นผู้มอบรางวัลอันทรงเกียรติ

ภาพ: ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในพิธีมอบรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2569

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า รางวัลนี้ได้มายากเพราะต้องเป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงและได้มาตรฐาน แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือ ‘ก้าวต่อไปของนวัตกรรมไทย’ กระทรวง อว. จึงร่วมกับ NIA เตรียมกลไกหนุน 3 ด้าน ได้แก่ 1) เร่งรัดบัญชีนวัตกรรม เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานรัฐจัดซื้อได้ง่ายขึ้น สร้างความน่าเชื่อถือก่อนขยายสู่ตลาดโลก 2) จัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งของมหาวิทยาลัย เพื่อนำเงินมาร่วมลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูง ช่วยแชร์ความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนเอกชน และ 3) ปูรากฐานงานวิจัยเชิงลึก ผ่านเทคโนโลยีระดับสูงอย่างแสงซินโครตรอน พร้อมจับมือกระทรวงพาณิชย์ปลดล็อกการจดสิทธิบัตร เพื่อให้นวัตกรรมไทยแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างมั่นคง

“เป้าหมายสูงสุดของนวัตกรรมไม่ใช่เพียงความสำเร็จบนหน้ากระดาษหรือตัวเลขทางธุรกิจ แต่คือการสร้างประโยชน์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของมนุษย์ วันนี้รัฐบาลไม่ได้หยุดอยู่เพียงการมอบรางวัล แต่กำลังเร่งทลายทุกข้อจำกัด ทั้งการเปิดตลาดภาครัฐ การร่วมลงทุน และการผลักดันวิทยาศาสตร์เชิงลึก เพื่อให้นวัตกรรมไทยเติบโตเป็น New Growth Engine ที่นำพาประเทศสู่เวทีโลก การที่เราจะยืนหยัดบนเวทีโลกได้อย่างสง่างามและมีอำนาจต่อรอง เราต้องสามารถยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง และหายใจด้วยจมูกของตัวเองให้ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อเรามีองค์ความรู้และนวัตกรรมที่เข้มแข็งเป็นรากฐานของตนเอง” รมว.อว. กล่าว

โดยในปีนี้ทีมนักวิจัยจาก สวทช. คว้า 2 รางวัลใหญ่ ได้แก่ ผลงาน “CottonPro” คว้ารางวัลชนะเลิศ ด้านสิ่งแวดล้อม และ ผลงาน “DAPBot” คว้ารางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ด้านสังคม โดยทั้ง 2 ผลงานอยู่ในประเภทองค์กรภาครัฐ และองค์กรไม่แสวงหากำไร

โอกาสนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. พร้อมด้วย ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการไบโอเทค ได้เข้าร่วมในพิธีเพื่อแสดงความยินดีแก่นักวิจัยและทีมงานผู้พัฒนาผลงาน

สำหรับผลงานวิจัยของ สวทช. ที่สร้างชื่อเสียงและคว้ารางวัลในครั้งนี้ ประกอบด้วย 2 ผลงาน ได้แก่

ภาพ ผลงาน “CottonPro (คอตตอนโปร): นวัตกรรมเอนไซม์จากจุลินทรีย์

  1. ผลงาน “CottonPro (คอตตอนโปร): นวัตกรรมเอนไซม์จากจุลินทรีย์ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสำลีสู่การผลิตคาร์บอนต่ำ” ได้รับรางวัลชนะเลิศ ด้านสิ่งแวดล้อม ประเภทองค์กรภาครัฐ และองค์กรไม่แสวงหากำไร

โดย ทีมวิจัยเทคโนโลยีตัวเร่งปฏิกิริยาชีวภาพ ไบโอเทค สวทช. มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากเอนไซม์จุลินทรีย์เพื่อแปรรูปสำลีและแปรรูปเส้นใยอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการพัฒนา CottonPro มัลติเอนไซม์สัญชาติไทยที่ผลิตจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เพื่อใช้ทดแทนสารเคมีอันตรายในขั้นตอนการกำจัดสิ่งสกปรกและฟอกขาวสำลี ช่วยลดการใช้สารเคมีได้สูงสุดถึง 60% พร้อมทั้งลดการใช้น้ำ พลังงาน และระยะเวลาในกระบวนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเครื่องจักรเดิมได้ทันที (drop-in solution) ทำให้ได้สำลีคุณภาพสูงตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ตอบโจทย์อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ยกระดับมาตรฐานสีเขียวระดับสากล และสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์รวมแล้วกว่า 250 ล้านบาท

ภาพ ผลงาน “DAPBot (แดปบอท) คู่คิดติดปลายนิ้วคนเกษตร

  1. ผลงาน “DAPBot (แดปบอท) คู่คิดติดปลายนิ้วคนเกษตร แพลตฟอร์มสนับสนุนการจำแนกศัตรูพืชและการเข้าถึงชีวภัณฑ์การเกษตร เพื่อการเกษตรไทยปลอดภัยด้วยชีวภัณฑ์” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ด้านสังคม ประเภทองค์กรภาครัฐ และองค์กรไม่แสวงหากำไร

โดย ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ไบโอเทค สวทช. ได้พัฒนา DAPBot เป็นแพลตฟอร์มผู้ช่วยดิจิทัลบน LINE Official Account สำหรับเกษตรกร ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำแบบครบวงจรใน 3 ด้าน ได้แก่ การวินิจฉัยและจำแนกศัตรูพืชได้อย่างถูกต้อง การเชื่อมโยงช่องทางให้เกษตรกรเข้าถึงชีวภัณฑ์คุณภาพได้อย่างรวดเร็ว และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ชีวภัณฑ์ด้วยการประมวลผลข้อมูลสภาพอากาศเชิงพื้นที่ เพื่อช่วยลดการใช้สารเคมีอันตรายและยกระดับการเกษตรไทยสู่ความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

การได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2569 ในครั้งนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ สวทช. ในการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมขับเคลื่อนประเทศ ทั้งในมิติการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ (National Innovation Awards) เป็นรางวัลนวัตกรรมทรงเกียรติสูงสุดของไทยที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเชิดชูเกียรตินวัตกรและองค์กรผู้สร้างสรรค์ผลงานอันโดดเด่น ซึ่งสร้างคุณค่าต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้งานจริงเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ชาตินวัตกรรม” อย่างยั่งยืน

แชร์หน้านี้: