หน้าแรก เนคเทค สวทช. ผนึกพันธมิตร โชว์นวัตกรรม “Colored PV” แผงโซลาร์เซลล์หลากสี รุกตลาดอาคารคาร์บอนต่ำและเกษตรอัจฉริยะ

เนคเทค สวทช. ผนึกพันธมิตร โชว์นวัตกรรม “Colored PV” แผงโซลาร์เซลล์หลากสี รุกตลาดอาคารคาร์บอนต่ำและเกษตรอัจฉริยะ

30 ก.ย. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
โรงเรือนทดสอบ Colored PV อาคารทดสอบภาคสนาม สวทช. ร่วมกับ Kaneka หลังคาโซลาร์เซลล์หลากสีแปลงเกษตรและบ่อเลี้ยงผำ

 (วันที่ 30 กันยายน 2569) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จัดกิจกรรม NSTDA x Press Interviews “เจาะลึกนวัตกรรม Colored PV สู่การประยุกต์ใช้ในอาคารและการเกษตร” ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเซอิ (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) และ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำเสนอเทคโนโลยีการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ชนิดสีสันสวยงาม เพิ่มพื้นที่ผลิตไฟฟ้าให้อาคารและเลือกช่วงแสงให้เหมาะกับการปลูกพืชใต้แผงพร้อมผลทดสอบและแนวทางต่อยอดการผลิตในประเทศสู่การใช้งานจริง

คณะผู้บริหารและนักวิจัยเนคเทค สวทช. พร้อมพันธมิตร ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวนวัตกรรมแผงโซลาร์

ต่อยอดนวัตกรรม Colored PV ขยายขีดความสามารถแผงโซลาร์เซลล์ไทย

 ดร.กอบศักดิ์ ศรีประภา นักวิจัยอาวุโส เนคเทค สวทช. กล่าวว่า เนคเทค สวทช. เริ่มวิจัยเซลล์แสงอาทิตย์ตั้งแต่ปี 2541 จากเทคโนโลยีฟิล์มบางซิลิคอน สู่การพัฒนาแผงและระบบผลิตไฟฟ้าสำหรับการใช้งานหลากหลาย รวมถึง Colored PV หรือ เทคโนโลยีการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ชนิดสีสันสวยงาม โดย Colored PV รุ่นแรกออกแบบให้มีสีสันสวยงามเหมาะกับอาคารหรือ BIPV (Building-Integrated Photovoltaics) จากความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ ปตท. ในช่วงปี 2555–2557 โดยใช้กระจกประกบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (Glass-to-Glass) ต่อมาเนคเทค สวทช. ร่วมกับบริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) พัฒนา Colored PV รุ่นที่สองและสามเป็นเทคโนโลยีการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ชนิดเลือกช่วงคลื่นแสงที่ส่องผ่านได้ซึ่งเหมาะสำหรับใช้งานทั้งอาคาร (BIPV) และการเพาะปลูกพืช (Agrivoltaics) โดยเปลี่ยนวัสดุเป็นพอลิเมอร์โปร่งแสงเพื่อลดน้ำหนัก รุ่นที่สองมีกำลังผลิต 125 วัตต์พีก ขณะที่รุ่นที่สามได้ขยายขนาดแผงและจัดวางเซลล์ให้เต็มพื้นที่มากขึ้นเพื่อเพิ่มกำลังผลิตเป็น 330 วัตต์พีก พร้อมพัฒนาให้ผ่านการรับรองมาตรฐาน มอก.

ดร.กอบศักดิ์ ศรีประภา นักวิจัยอาวุโส เนคเทค สวทช. นำเสนอนวัตกรรม Colored PV สำหรับอาคารและการเกษ

 ดร.กอบศักดิ์ ศรีประภา นักวิจัยอาวุโส เนคเทค สวทช. กล่าวว่า เนคเทค สวทช. เริ่มวิจัยเซลล์แสงอาทิตย์ตั้งแต่ปี 2541 จากเทคโนโลยีฟิล์มบางซิลิคอน สู่การพัฒนาแผงและระบบผลิตไฟฟ้าสำหรับการใช้งานหลากหลาย รวมถึง Colored PV หรือ เทคโนโลยีการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ชนิดสีสันสวยงาม โดย Colored PV รุ่นแรกออกแบบให้มีสีสันสวยงามเหมาะกับอาคารหรือ BIPV (Building-Integrated Photovoltaics) จากความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ ปตท. ในช่วงปี 2555–2557 โดยใช้กระจกประกบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (Glass-to-Glass) ต่อมาเนคเทค สวทช. ร่วมกับบริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) พัฒนา Colored PV รุ่นที่สองและสามเป็นเทคโนโลยีการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ชนิดเลือกช่วงคลื่นแสงที่ส่องผ่านได้ซึ่งเหมาะสำหรับใช้งานทั้งอาคาร (BIPV) และการเพาะปลูกพืช (Agrivoltaics) โดยเปลี่ยนวัสดุเป็นพอลิเมอร์โปร่งแสงเพื่อลดน้ำหนัก รุ่นที่สองมีกำลังผลิต 125 วัตต์พีก ขณะที่รุ่นที่สามได้ขยายขนาดแผงและจัดวางเซลล์ให้เต็มพื้นที่มากขึ้นเพื่อเพิ่มกำลังผลิตเป็น 330 วัตต์พีก พร้อมพัฒนาให้ผ่านการรับรองมาตรฐาน มอก.

ปลดล็อกข้อจำกัดพื้นที่อาคาร เปลี่ยนสถาปัตยกรรมเป็นแหล่งผลิตพลังงาน

ดร.กอบศักดิ์ กล่าวต่อว่า จุดเริ่มต้นความร่วมมือในการพัฒนา Colored PV ว่าเกิดจากแนวคิดของ ปตท. ตั้งแต่ปี 2557 ที่ต้องการนำเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์เข้ามาใช้ในสถานีบริการน้ำมันรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ แต่ BIPV ในขณะนั้นส่วนใหญ่เป็นแผงจากยุโรปที่ยอมให้แสงและความร้อนผ่านเข้ามาได้ไม่เหมาะกับสภาพอากาศของไทย ทาง ปตท. จึงได้ร่วมมือกับเนคเทค สวทช. พัฒนา Colored PV ที่สามารถป้องกันความร้อนและรังสี UV ได้สำเร็จพร้อมทั้งเพิ่มสีสันให้สวยงามตอบโจทย์การใช้งานได้นำร่องติดตั้งในหลายพื้นที่ อาทิ การจัดเรียงเป็นรูปแผนที่บริเวณอาคารสำนักงานใหญ่ ปตท. ร้านคาเฟ่อเมซอน และสถาบันนวัตกรรม ปตท. ซึ่งไม่เพียงตอบสนองเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กร แต่ยังเป็นหนึ่งในโซลูชันที่สำคัญในการนำเสนอให้แก่ลูกค้าของ ปตท. โดยเฉพาะกลุ่มอาคารสำนักงานที่มีพื้นที่หลังคาจำกัด และกลุ่มโรงงานที่ผลิตเพื่อการส่งออกไปยังยุโรปหรืออเมริกา ซึ่งให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนฟุตพรินต์อย่างมาก

ดร.ปรางค์ สรรพอาษา บริษัท ไทยเซอิ (ไทยแลนด์) จำกัด นำเสนอนวัตกรรม BIPV สู่อาคารประหยัดพลังงาน

ด้าน ดร.ปรางค์ สรรพอาษา ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไทยเซอิ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่าบริษัทผลักดัน BIPV เพื่อตอบโจทย์ตลาดอาคารประหยัดพลังงาน (Zero Energy Building) โดยเปลี่ยนพื้นที่แนวตั้งอย่างผนังและหน้าต่างให้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ช่วยพลิกโฉมการรีโนเวทอาคารเก่าให้เป็นอาคารอนุรักษ์พลังงาน เนื่องจากตึกสูงในไทยกว่าร้อยละ 60 แทบไม่สามารถผลิตพลังงานเองได้ เพราะข้อจำกัดด้านพื้นที่หลังคาและการรับน้ำหนักของแผงโซลาร์เซลล์แบบดั้งเดิม BIPV จึงเข้ามาแก้ปัญหานี้โดยเพิ่มพื้นที่ผลิตไฟฟ้าในส่วนที่โซลาร์เซลล์แบบดั้งเดิมไม่สามารถติดตั้งได้  โดย BIPV ที่พัฒนาร่วมกับบริษัท คาเนกะ (Kaneka) ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีทั้งแบบทึบและแบบโปร่งใสได้ซึ่งยอมให้แสงส่องผ่านร้อยละ 50 จึงยังคงฟังก์ชันเดิมของอาคารไว้ได้ วัสดุกลมกลืนเหมือนกระจกอาคารทั่วไป ติดตั้งได้ด้วยช่วยให้การลงทุนมีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นเมื่อนำมาใช้ทดแทนวัสดุเปลือกอาคารซึ่งมีการใช้งานจริงแล้วในประเทศญี่ปุ่น เช่น ที่สำนักงานของไทเซอิ และการทำเป็นกระจกสีของอาคาร (Facade) ในเมืองโยโกฮาม่า รวมถึง ‘อาคารทดสอบ BIPV แห่งแรกในประเทศไทย‘ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี จากความร่วมมือของ ไทยเซอิ-คาเนกะ-Ministry of the Environment Japan-สวทช. โดย เอ็นเทค และ เนคเทค เพื่อทดสอบและหาทิศทางการติดตั้งที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในสภาพภูมิอากาศของไทยที่ต่างจากญี่ปุ่น

“แม้เทรนด์อาคารประหยัดพลังงานจะอยู่ในความสนใจของตลาดมาโดยตลอด แต่ความท้าทายหลักในปัจจุบัน คือ ต้นทุนการนำเข้าที่สูงทำให้ระยะเวลาคืนทุน (ROI) อาจยังไม่จูงใจนักในไทย ด้วยเหตุนี้ เราจึงผสานความเชี่ยวชาญระดับแนวหน้าจากประเทศญี่ปุ่นร่วมกับ สวทช. เพื่อมุ่งวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัสดุ BIPV มาสู่ประเทศไทย เพื่อทลายข้อจำกัดด้านต้นทุน และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง” ดร.ปรางค์ กล่าวเสริม

เลือกแสงให้พืช เพิ่มผลผลิตควบคู่การทำสมาร์ตฟาร์ม

โรงเรือนทดสอบต้นแบบ Agrivoltaics เนคเทค ติดตัผง Colored PV ควบคุมช่วงแสงปลูกผักเพื่อการเกษตรอัจฉริยะ

เนคเทค สวทช. ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (เอ็นเทค) และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) พัฒนาการใช้ Colored PV ตามแนวคิด Agrivoltaics ที่ออกแบบให้แสงส่องผ่านลงไปยังพืชด้านล่างได้ คุณศศิวิมล ทรงไตร ผู้ช่วยวิจัยอาวุโส เนคเทค สวทช. ระบุว่า แผง Colored PV จะยอมให้รังสีอาทิตย์ผ่านลงสู่พื้นที่ใต้แผงในปริมาณและช่วงคลื่นที่แตกต่างกันตามสีของแผง ทำให้สามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการแสงของพืชแต่ละชนิดได้ ซึ่งเป็นข้อแตกต่างเมื่อเทียบกับแผงเซลล์แสงอาทิตย์ทั่วไป นอกจากนี้แผง Colored PV ยังช่วยลดความร้อนที่ส่งถึงพืชและลดการระเหยของน้ำในดิน

คุณศศิวิมล ทรงไตร ผู้ช่วยวิจัยอาวุโส เนคเทค สวทช. ผู้วิจัยการประยุกต์ใช้แผง Colored PV ในงาน Agrivolta

ทั้งนี้ในการติดตั้งระบบจำเป็นต้องคำนึงถึงทิศทาง เงาที่เกิดขึ้นในแต่ละฤดูกาล และความสูงของแผง เพื่อให้เหมาะสมสำหรับการทำเกษตร ขณะเดียวกันก็ต้องหาสมดุลระหว่างพื้นที่ที่ให้แสงผ่านลงมากับจำนวนเซลล์ในแผงเซลล์ฯ สำหรับใช้ผลิตไฟฟ้า ส่วนไฟฟ้าที่ผลิตได้สามารถนำมาใช้ในฟาร์มได้ เช่น ใช้กับระบบสูบน้ำ ระบบให้อาหาร ระบบระบายอากาศ รวมถึงระบบเซนเซอร์และ IoT เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการฟาร์ม หรือหากมีไฟฟ้าเหลือจากการใช้งานภายในพื้นที่สามารถพิจารณาจำหน่ายไฟส่วนเกินให้เป็นไปตามเกณฑ์รับซื้อของการไฟฟ้า ณ ขณะนั้น

ด้าน นายนริชพันธ์ เป็นผลดี หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล เนคเทค สวทช. กล่าวเสริมว่า พลังงานที่ผลิตได้สามารถนำมาใช้กับระบบฟาร์มอัจฉริยะอย่าง HandySense โดยทีมวิจัยได้นำมาบูรณาการเพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมในการเพาะเลี้ยง “ผำ” พบว่าผำที่เลี้ยงใต้แผงสีแดงและสีน้ำเงินมีน้ำหนักสดและโปรตีนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการเลี้ยงแบบปกติ นอกจากนี้ ดร.อัมพร โพธิ์ใย หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการลดคาร์บอน เนคเทค สวทช. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทีมวิจัยได้นำแพลตฟอร์ม Acamp ระบบคำนวณค่าคาร์บอนฟุตพรินต์อัตโนมัติเข้ามาทำงานร่วมกับ Colored PV และ HandySense เพื่อติดตามข้อมูลพลังงานและคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์ การบูรณาการข้อมูลให้อยู่ในชุดเดียวกันนี้ ช่วยให้เกษตรกรมองเห็นต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตที่ชัดเจน ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น และก้าวสู่การทำเกษตรคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม

รศ. ดร.พิสิษฏ์ มณีโชติ บรรยายถึงศักยภาพการต่อยอด Agrivoltaics สู่โมเดลธุรกิจพลังงาน

 ด้าน รศ. ดร.พิสิษฏ์ มณีโชติ อาจารย์วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า Agrivoltaics ในไทยมีโอกาสเติบโตสูงตามความต้องการใช้ไฟฟ้า โดยเทคโนโลยี Colored PV จะช่วยบริหารพื้นที่ใต้แผงได้อย่างมีประสิทธิภาพเปลี่ยนจากการแย่งพื้นที่เป็นการผลิตไฟฟ้าร่วมกับการผลิตอาหาร เช่น การปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องการย่านแสงและอุณหภูมิเฉพาะ นอกจากนี้ ยังสามารถปรับโมเดลจากการขายไฟเข้าระบบสายส่งเพียงอย่างเดียวเป็นการกักเก็บลงแบตเตอรี่เพื่อขายตรงให้กลุ่มอื่น (Off-grid) เช่น รถ EV โรงงานอุตสาหกรรม หรือเวทีการแสดงกลางแจ้ง ซึ่งให้ประโยชน์รอบด้านทั้งผลตอบแทนการลงทุน การกระจายรายได้สู่เกษตรกร ความมั่นคงทางอาหาร และได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี (CBAM) รวมถึงสามารถต่อยอดใช้กับอาคาร (BIPV) หรือป้ายแสดงผลเพื่อสร้างแลนด์มาร์กท่องเที่ยว ที่ผสมผสานเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า ศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตามการส่งเสริมให้เกษตรกรประยุกต์ใช้ Colored PV นั้นภาครัฐจำเป็นต้องเข้ามาสนับสนุนด้านนโยบาย ต่อยอดงานวิจัย และการส่งเสริมการใช้งานผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้เกษตรกรที่ยังไม่มีทุนอาจเริ่มต้นจากการให้เช่าพื้นที่หรือแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกับผู้ลงทุนหรืออาจจะกู้ดอกเบี้ยถูกเพื่อการลงทุนด้วยตัวเอง

โซลาร์ตรอนรับถ่ายทอดเทคโนโลยี ต่อยอดการผลิตสู่ตลาดฟาร์มและอาคาร

คุณปัทมา วงษ์ถ้วยทอง ซีอีโอ โซลาร์ตรอน กับแผง Colored PV ขนาด 330 วัตต์ พร้อมรับการถ่ายทอดเทคโนโลย

คุณปัทมา วงษ์ถ้วยทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การร่วมมือกับ เนคเทค สวทช. ในครั้งนี้ ทำให้เกิดมุมมองใหม่ทั้งทางการตลาดและการผลิต จากแผงโซลาร์เซลล์ทั่วไปที่ใช้ผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว สู่การสร้างโซลูชันที่สร้างรายได้สองทางเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคากับแผงนำเข้าทั่วไป และเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่ต้องการมูลค่าเพิ่มทั้งในแง่ของธุรกิจและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว Green Financing หรือ ESG Fund ได้

แผงโซลาร์เซลล์ Colored PV สีแดงและสีน้ำเงินติดตั้งบนโครงหลังคาโปร่งแสงสำหรับระบบ Agrivoltaics
ดร.กอบศักดิ์ ศรีประภา พาคณะผู้บริหารชมหลังคาแผง Colored PV เหนือแปลงทดสอบเกษตร Agrivoltaics

จุดเด่นของ Colored PV รุ่นนี้ คือ น้ำหนักเบา ทนทาน ขนย้ายติดตั้งได้สะดวก และเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสูงถึง 330 วัตต์ต่อแผง อีกทั้งยอมให้แสงส่องผ่านได้และมีหลากหลายสีที่ผ่านการวิจัยแล้วว่าสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชได้จริง โดย เนคเทค สวทช.ได้จดสิทธิบัตรและอนุญาตให้โซลาร์ตรอนร่วมทำวิจัยเพื่อต่อยอดสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ ซึ่งโซลาร์ตรอนวางกลุ่มเป้าหมายหลักไว้สองกลุ่ม ได้แก่

(1) ภาคการเกษตรอุตสาหกรรม (Agrivoltaics) เนื่องจากประเทศไทยมีพื้นที่การเกษตรสูงถึงร้อยละ 40 การใช้พื้นที่ผลิตไฟฟ้าร่วมกับการทำเกษตร จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจโดยไม่กระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมดั้งเดิม

(2) ภาคอาคารและสถาปัตยกรรม (Smart Green Building) เน้นการนำแผงไปผสานเป็นผนังอาคาร (BIPV) แทนกระจกทั่วไป ทำให้อาคารผลิตไฟได้เองและผลักดันสู่การเป็นอาคารคาร์บอนต่ำที่มีภาพลักษณ์ด้านความตระหนักรู้ทางพลังงาน

โมเดลธุรกิจนี้ถือเป็นการให้บริการด้านพลังงาน (Energy as a Service) ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวด้วยเทคโนโลยีที่ผลิตขึ้นในไทย ช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับชุมชนโดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีนำเข้า ซึ่งขณะนี้โซลาร์ตรอนและ เนคเทค สวทช. กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนงาน ร่วมกัน เพื่อเตรียมแผนการทำตลาดในระยะต่อไป ดร.ปัทมา อธิบาย

ดร.อัมพร โพธิ์ใย เนคเทค สวทช. แสดงระบบ Acamp คำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์อัตโนมัติเชื่อมต่อกับระบบ Co

ดร.อัมพร กล่าวเสริมว่า เมื่อองค์กรนำเทคโนโลยี Colored PV ไปใช้งานเพื่อก้าวสู่อาคารคาร์บอนต่ำ สิ่งสำคัญ คือการมีเครื่องมือชี้วัดที่ได้มาตรฐาน ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลพลังงานที่ได้จาก Colored PV ไปเชื่อมต่อกับระบบ Acamp เพื่อประเมินและแสดงผลการลดคาร์บอนผ่านแดชบอร์ดแบบเรียลไทม์ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความซับซ้อนในการเก็บข้อมูลแล้ว ยังสามารถนำรายงานไปใช้รับมือกับมาตรการภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ถือเป็นโซลูชันที่ช่วยภาคธุรกิจขับเคลื่อนสู่ Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ผู้สนใจรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี Colored PV ติดต่อ:

คุณปกรณ์ สุพานิช ฝ่ายพัฒนาเครือข่ายเชิงกลยุทธ์และประเมินผล สวทช.

โทรศัพท์ 0 2564 6900 ต่อ 2353


ภาพประกอบโดย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สวทช., เนคเทค สวทช. และภาพที่สร้างขึ้นด้วย AI

แชร์หน้านี้: