หน้าแรก “อว.” ผนึกกำลัง “ทส.” เชื่อมงานวิจัยสู่การใช้จริง ดึงองค์ความรู้-เทคโนโลยี-นวัตกรรม-บุคลากร-ข้อมูล ฟื้นทรัพยากรทางทะเลไทย เร่งปั้นพื้นที่ต้นแบบ สู่ Nature Positive ก่อนขยายผลทั่วประเทศ

“อว.” ผนึกกำลัง “ทส.” เชื่อมงานวิจัยสู่การใช้จริง ดึงองค์ความรู้-เทคโนโลยี-นวัตกรรม-บุคลากร-ข้อมูล ฟื้นทรัพยากรทางทะเลไทย เร่งปั้นพื้นที่ต้นแบบ สู่ Nature Positive ก่อนขยายผลทั่วประเทศ

19 ก.ย. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาพ ผู้บริหาร อว. ทส. และ สวทช. ร่วมลงนามแสดงเจตจำนงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

(วันที่ 18 กันยายน 2569) ณ ห้องแถลงข่าว อาคารพระจอมเกล้า ชั้น 1 สำนักงานปลัดกระทรวง อว. : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกกำลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดพิธีลงนามแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เพื่อการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและมุ่งสู่ธรรมชาติเชิงบวก โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทส. ร่วมลงนามแสดงเจตจำนงความร่วมมือเพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้จริง พร้อมบูรณาการองค์ความรู้ นักวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม ข้อมูลและทรัพยากรที่เกี่ยวข้องของทั้งสองกระทรวง เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและรับมือกับความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศและการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวง ทส. ร่วมเป็นสักขีพยาน

ภาพ ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายสุชาติ ชมกลิ่น ร่วมลงนามความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การผนึกกำลังในวันนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่กระทรวง อว. และกระทรวง ทส. จะได้ร่วมกันน้อมนำแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มาสู่การปฏิบัติจริงด้วยพลังของวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) โดยในทุกภารกิจ ทส. จะทำหน้าที่เป็นทัพหน้านำการขับเคลื่อน ขณะที่ อว. จะเป็น ‘กองหลังที่ดี’ คอยสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และงานวิจัยอย่างเต็มกำลัง ที่ผ่านมา ทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมมือกันฟื้นฟูชายฝั่ง ต่อยอดโครงการธนาคารปูม้า และการอนุรักษ์โลมาอิรวดีร่วมกับธนาคารโลก สำหรับก้าวต่อไปภายใน 1–2 เดือนนี้ จะเร่งนำเทคโนโลยีของ สวทช. เข้ามาฟื้นฟูสมดุลความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อแก้ปัญหาแพลงก์ตอนบลูม พร้อมวิจัยระบบคลื่นเตือนภัยเพื่อลดอัตราการตายของพะยูนจากอุบัติเหตุทางเรือ ตลอดจนพัฒนาระบบเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมทางทะเลและจัดระเบียบเรือท่องเที่ยวบริเวณเกาะราชาใหญ่

“นอกจากนี้ เรายังมุ่งขับเคลื่อนแนวคิด ‘ธรรมชาติเชิงบวก’ ควบคู่กับเป้าหมาย Net Zero โดยใช้เทคโนโลยีอวกาศและดาวเทียมจาก GISTDA, NARIT รวมถึงการตรวจ eDNA มาประเมินความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ เพื่อเชื่อมโยงสู่กลไก ‘Nature Finance’ ที่เปลี่ยนการอนุรักษ์ป่าและลดการเผาให้กลายเป็นรายได้คาร์บอนเครดิตกลับคืนสู่ชุมชน ควบคู่กับการเตรียมรับมือวิกฤตเร่งด่วน ทั้งปัญหา PM 2.5 เศรษฐกิจหมุนเวียน และการจัดการช้างป่า เพราะปัญหาของประเทศชาติรอไม่ได้ ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ได้ทำเพื่อกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่ทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย” รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าว

ภาพ ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายสุชาติ ชมกลิ่น ร่วมลงนามความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล

ด้าน นายสุชาติ กล่าวว่า การดำเนินงานร่วมกันในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทั้งสองกระทรวงจะน้อมนำแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงห่วงใยทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล โดยเฉพาะระบบนิเวศแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล มาสู่การขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ทั้งการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ อาทิ พะยูน และเต่าทะเล ตลอดจนการหาแนวทางบริหารจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ รวมถึงการจัดระเบียบการท่องเที่ยวทางทะเล เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างยั่งยืน

“ปัจจุบันวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงจำเป็นต้องใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้ามาสนับสนุนอย่างเป็นระบบ โดยความร่วมมือของทั้งสองกระทรวงจะช่วยขับเคลื่อนทั้งการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ การพัฒนานวัตกรรมเพื่อเฝ้าระวังและเตือนภัย ตลอดจนการพัฒนานักวิจัยและบุคลากรให้มีองค์ความรู้และทักษะที่เหมาะสม พร้อมสร้างเครือข่ายนักวิจัยที่เข้มแข็ง กระทรวง ทส. จะสนับสนุนข้อมูลวิชาการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนำผลงานวิจัยไปประยุกต์ใช้เป็นนโยบาย แผนงาน และมาตรการในการปฏิบัติงานจริง เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศต่อไป” นายสุชาติ กล่าว

ภาพ ดร. ภญ. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย นำเสนอผลงานวิจัย C-Fences

โอกาสนี้ ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. ได้นำเสนอผลงานวิจัย C-Fences นวัตกรรมโครงสร้างรั้วชะลอคลื่นและม่านดักตะกอนจากวัสดุย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ของศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. และ โครงสร้างประชากรของพันธุ์ไม้สกุลไม้ถั่ว (Bruguiera) ในประเทศไทย (พืชป่าชายเลนในวงศ์โกงกาง เช่น ถั่วขาว ถั่วดำ และพังกาหัวสุม) จากการศึกษาทางพันธุศาสตร์ประชากร (Population Genetics) ของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวง ทส. ให้กับรัฐมนตรีทั้ง 2 กระทรวงได้ทราบความคืบหน้าการทำงานร่วมกันด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม

ผลงานวิจัย C-Fences นวัตกรรมโครงสร้างรั้วชะลอคลื่นและม่านดักตะกอนจากวัสดุย่อยสลายได้ทางชีวภาพ https://www.nstda.or.th/nac/2026/exhibition/tlo42/

โครงสร้างประชากรของสกุลไม้ถั่ว <https://www.nstda.or.th/noc/research-outputs/genome-bruguiera-parviflora/>

แชร์หน้านี้: