หน้าแรก ENTEC สวทช. เดินหน้าขยายความร่วมมือระดับนานาชาติกับเปรู ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานและระบบคมนาคมขนส่งอัจฉริยะ

ENTEC สวทช. เดินหน้าขยายความร่วมมือระดับนานาชาติกับเปรู ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานและระบบคมนาคมขนส่งอัจฉริยะ

1 ก.ย. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาพการมอบของที่ระลึก

คณะผู้บริหารศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำโดย ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้อำนวยการ และ ดร.นุวงศ์ ชลคุป รักษาการรองผู้อำนวยการ เดินทางเยือนสาธารณรัฐเปรู ระหว่างวันที่ 24-30 สิงหาคม 2569 เพื่อเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ “Future of Smart Mobility: Driving Resource-Efficient Transportation with Cutting-Edge Technologies” ภายใต้กรอบความร่วมมือ APEC Policy Partnership on Science, Technology and Innovation (PPSTI) พร้อมเข้าคารวะเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู และหารือกับหน่วยงานวิจัยชั้นนำของเปรู เพื่อขยายความร่วมมือวิจัยด้านพลังงานสะอาดและการคมนาคมแห่งอนาคต

ในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 คณะผู้บริหาร ENTEC ได้เข้าคารวะนางสาวเอกอร คุณาเจริญ เอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู โดยได้รายงานบทบาทและภารกิจของ ENTEC ในการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนนโยบายและงานวิจัยด้านพลังงานของประเทศไทย ตลอดจนแนวทางการขยายความร่วมมือกับประเทศเปรูภายใต้กรอบความร่วมมือเอเปค (APEC) เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานและการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งที่ยั่งยืน

ภาพบรรยากาศการหารือความร่วม ภาพบรรยากาศการหารือความร่วม

ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาพลังงานของประเทศไทย และแนวทางการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในปี ค.ศ. 2050 รวมถึงโอกาสในการส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างไทยและเปรู

สำหรับภารกิจด้านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยพลังงาน คณะผู้บริหาร ENTEC ได้เข้าหารือกับ 3 หน่วยงานสำคัญในประเทศเปรู โดยได้รับความอนุเคราะห์จากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลิมา ในการประสานงานและนัดหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภาพบรรยากาศการหารือความร่วม ภาพบรรยากาศการหารือความร่วม

ภาพบรรยากาศการหารือความร่วม

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 คณะผู้บริหาร ENTEC ได้เข้าหารือกับสมาคมไฮโดรเจนแห่งเปรู (H2 Perú – Peruvian Hydrogen Association) จากนั้นในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ได้เข้าหารือความร่วมมือกับสถาบันธรรมชาติ โลก และพลังงาน (Instituto de la Naturaleza, Tierra y Energía: INTE) แห่งมหาวิทยาลัย Pontificia Universidad Católica del Perú (INTE-PUCP) และมหาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์แห่งชาติ (Universidad Nacional de Ingeniería: UNI)

การหารือกับทั้ง 3 หน่วยงานมุ่งสำรวจแนวทางความร่วมมือในการพัฒนางานวิจัยทั้งในเชิงประยุกต์และเชิงนโยบาย ครอบคลุมมิติด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Transition) และการพัฒนาไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen)

ภาพบรรยากาศการหารือความร่วม ภาพบรรยากาศการหารือความร่วม

สำหรับ INTE-PUCP คณะผู้บริหาร ENTEC ได้หารือกับ Dr. rer. nat. Ana Sabogal Dunin-Borkowski ผู้อำนวยการฯ ถึงแนวทางความร่วมมือที่เน้นงานวิจัยเชิงนโยบายแบบบูรณาการ (Multidisciplinary Policy Research) เช่น การศึกษานโยบายพลังงานและการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืนเพื่อคัดเลือกเทคโนโลยีด้านพลังงานที่ส่งผลต่อชุมชน เศรษฐกิจ และการใช้พื้นที่อย่างเหมาะสมโดยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตลอดจนการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการออกแบบนโยบายและมาตรการด้านพลังงานที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศ

ภาพบรรยากาศการหารือความร่วม

ขณะที่ UNI เป็นมหาวิทยาลัยวิศวกรรมสำคัญของเปรูที่มีอายุกว่า 150 ปี โดยงานวิจัยพลังงานขับเคลื่อนผ่าน Centro de Energías Renovables (CER-UNI) เน้นการวิจัยประยุกต์ การพัฒนาเทคโนโลยีต้นแบบ และการสร้างบุคลากร มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและมีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยีในประเทศ คณะผู้บริหาร ENTEC ได้หารืองานวิจัยด้าน Green Hydrogen กับ Prof. Arturo Fernando Talledo Coronado อธิการบดี และ Prof. César M. Castromonte F. ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานทดแทน โดย CER-UNI ได้ดำเนินการนำร่อง Green Hydrogen Pilot Plant ที่ใช้ระบบ Proton Exchange Membrane (PEM) Electrolyzer ในการผลิต Green Hydrogen ความบริสุทธิ์ 99.9999% ที่กำลังผลิตประมาณ 65 กิโลกรัมไฮโดรเจนต่อวัน

ภาพบรรยากาศการหารือความร่วม ภาพบรรยากาศการหารือความร่วม

ด้าน H2 Perú คณะผู้บริหาร ENTEC ได้หารือกับ Mr. Fernando Maceda ผู้อำนวยการฯ เสริมความเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศไฮโดรเจนของเปรู เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานไฮโดรเจน (Hydrogen Supply Chain) ที่มีในประเทศเปรูมาเป็นเวลานานตั้งแต่โรงงาน Cachimayo ที่มีการผลิตแอมโมเนียมไนเตรตในปี ค.ศ. 1983 เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับวัตถุระเบิดในงานเหมือง ความร่วมมือนี้จะเป็นแนวทางสนับสนุนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไฮโดรเจนในไทยผ่านสมาคมไฮโดรเจนประเทศไทย (Hydrogen Thailand Association) ที่ ENTEC เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง

การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยและภาคอุตสาหกรรมของเปรูในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงภารกิจของ ENTEC ด้าน Green Hydrogen และ Energy Transition เข้ากับการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์แห่งอนาคต หรือ Smart Mobility โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไฮโดรเจนและระบบกักเก็บพลังงานกับการขนส่งที่มีความต้องการพลังงานสูงในภาคขนส่ง

ความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างไทยและเปรู เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและระบบคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดการใช้ทรัพยากรและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันจะนำไปสู่การสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero Emissions ซึ่งเป็นเป้าหมายร่วมกันของประชาคมโลก

แชร์หน้านี้: