ปิดฉาก “Advanced Engineering Workshop ครั้งที่ 7” สวทช. รับไม้ต่อเป็นเจ้าภาพ พร้อมชูยุทธศาสตร์ดันไทยสู่ “ผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยี”

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและวิศวกรรมขั้นสูง ครั้งที่ 7 (Advanced Engineering Workshop) ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แบบ ณ หอประชุมใหญ่สถาบันวิจัย พัฒนา และสาธิตการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก (โรงเรียนสาธิต มศว องครักษ์) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งต่อไป พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยงานวิจัยระดับแนวหน้า

เวทีเสวนาทิศทางเทคโนโลยีและวิศวกรรมขั้นสูงระดับประเทศ ภายในงานได้มีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “Advanced Engineering for Strategic Technologies & National Resilience” ซึ่งถือเป็นการรวมตัวของผู้บริหารระดับสูงจาก 4 สถาบันเสาหลักทางวิทยาศาสตร์ของประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาเทคโนโลยีและวิศวกรรมขั้นสูง ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) รองศาสตราจารย์ ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (สซ.) ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) และ ดร.สิทธิสุนทร สุโพธิณะ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช.
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ยุทธศาสตร์ สวทช. สู่การยกระดับการวิจัยและอุตสาหกรรมไทย ดร.สิทธิสุนทร สุโพธิณะ ได้กล่าวถึงเป้าหมายของ สวทช. ในการขับเคลื่อนประเทศด้วยงานวิจัยระดับแนวหน้า (Frontier Research) และงานวิจัยขนาดใหญ่ (Big Science) โดยมีข้อเสนอสำคัญเพื่อแก้ไขโจทย์เศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล เริ่มจากการยกระดับโครงการแลกเปลี่ยนบุคลากรวิจัยระหว่างภาครัฐและเอกชน (Talent Mobility) ด้วยระบบ Closed-Loop เนื่องจากที่ผ่านมามักประสบปัญหาเอกชนกังวลด้านความลับทางเทคโนโลยี ทำให้เกิดสภาวะที่ยังไม่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน (Win-Win Scenario) สวทช. จึงเสนอรูปแบบให้นักวิจัยเข้าไปช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์เบื้องต้น และนำโจทย์สำคัญกลับมาวิจัยต่อในสถาบันวิจัยหรือมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ (Know-how) ก่อนส่งมอบเทคโนโลยีกลับไปให้เอกชนทำตลาด หรือต่อยอดจัดตั้งธุรกิจ Startup และ Spin-off ต่อไป นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้มีการปรับกลไกสร้างแรงจูงใจด้านความก้าวหน้าทางอาชีพ โดยเสนอให้ภาครัฐอนุญาตให้นำผลงานที่เกิดจากการทำงานร่วมกับภาคเอกชน มาใช้พิจารณาขอตำแหน่งทางวิชาการ (ผศ./รศ./ศ.) ได้ เพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพสูงให้เข้ามาร่วมงานมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น “ผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยี” (Technology Creator) โดยประเทศไทยต้องก้าวข้ามจากการเป็นเพียง “ผู้ใช้เทคโนโลยี” (Technology Consumer) หันมามุ่งเน้นการพัฒนางานวิจัยขนาดใหญ่และเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ที่เป็นเอกลักษณ์และใช้จุดแข็งของประเทศซึ่งยากต่อการลอกเลียนแบบ เพื่อผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถก้าวข้ามวิกฤตการปรับตัวทางเทคโนโลยีได้อย่างยั่งยืน

ผนึกกำลัง 4 ภาคี รับไม้ต่อเจ้าภาพครั้งหน้า ในช่วงท้ายของการประชุม ได้มีพิธีส่งมอบธงสัญลักษณ์ 4 ภาคีสถาบัน ซึ่งประกอบด้วย สทน., สดร., สซ. และ สวทช. โดย ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สทน. ในฐานะเจ้าภาพจัดการงานครั้งนี้ ได้ให้เกียรติเป็นผู้ส่งมอบธงสัญลักษณ์ให้แก่ ดร.สิทธิสุนทร สุโพธิณะ ตัวแทนจาก สวทช. เพื่อรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในครั้งถัดไป

บรรยากาศในพิธีปิดเป็นไปด้วยความอบอุ่นและสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนักวิจัย ตลอดจนบุคลากรทางวิทยาศาสตร์ การส่งมอบธงครั้งนี้ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของการผลัดเปลี่ยนวาระ แต่ยังตอกย้ำถึงความร่วมมืออันแนบแน่นของทั้ง 4 สถาบันเสาหลัก ที่พร้อมจะสานต่อพันธกิจในการบูรณาการองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม












