หน้าแรก นาโนเทค สวทช. จับมือ เมิร์ซ เอสเธติกส์ วางรากฐาน Aesthetic Longevity ขับเคลื่อนไทยสู่อนาคตเศรษฐกิจสุขภาพและอายุวัฒน์

นาโนเทค สวทช. จับมือ เมิร์ซ เอสเธติกส์ วางรากฐาน Aesthetic Longevity ขับเคลื่อนไทยสู่อนาคตเศรษฐกิจสุขภาพและอายุวัฒน์

6 ส.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ผู้บริหาร เมิร์ซ เอสเธติกส์ และ สวทช. (นาโนเทค) ถ่ายภาพร่วมกันบนเวทีพร้อมแฟ้มลงนาม MOU

ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2566 มีมูลค่ากว่า 1.4 ล้านล้านบาท สอดรับกับนโยบายรัฐบาลในการผลักดันประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติผ่านยุทธศาสตร์ Thailand Global Health Hub 2025–2034 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) จึงร่วมกับ บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือวิจัยและพัฒนานวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี เพื่อรองรับเศรษฐกิจสุขภาพและเศรษฐกิจอายุวัฒน์ (Longevity Economy) เพื่อพัฒนานวัตกรรม Aesthetic Longevity และ Skin Longevity บนพื้นฐานของหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ ต่อยอดสู่การสร้างงานวิจัย เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมสุขภาพไทย และตอบรับความต้องการของตลาดโลกที่มุ่งสู่การมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ยืนยาว

ดร.ภญ. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย

ดร.ภญ. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างนาโนเทค สวทช. และ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญของการผสานศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศไทย เข้ากับความเชี่ยวชาญของผู้นำด้านเวชศาสตร์ความงามระดับโลก เพื่อร่วมสร้างองค์ความรู้และยกระดับการวิจัยด้าน Aesthetic Longevity ซึ่งมุ่งส่งเสริมสุขภาพผิวในระดับชีววิทยา ชะลอความเสื่อมของผิว และสร้างพื้นฐานของการมีสุขภาวะผิวที่ดีในระยะยาว โดยอาศัยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือเป็นสำคัญ

“สำหรับ นาโนเทค สวทช. เราเชื่อว่า ความก้าวหน้าของเวชศาสตร์ความงามและ Aesthetic Longevityไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ที่สามารถอธิบายกลไกทางชีววิทยาและได้รับการพิสูจน์ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ ในช่วงที่ผ่านมา นาโนเทค สวทช. ได้พัฒนาโปรแกรมวิจัย PhytoEX ที่มุ่งพัฒนางานวิจัยด้านสารออกฤทธิ์ นาโนเทคโนโลยี การทดสอบประสิทธิภาพ รวมถึงแพลตฟอร์ม Skin Longevity ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้เราเข้าใจกลไกและการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพผิวได้ละเอียดยิ่งขึ้น บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นโอกาสในการนำองค์ความรู้เหล่านี้มาศึกษาและต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในวงการเวชศาสตร์ความงามต่อไป” ดร.ภญ.อุรชา กล่าว

ดร.ธวิน เอี่ยมปรีดี

ดร.ธวิน เอี่ยมปรีดี ผู้อำนวยการแผนงานนวัตกรรม PhytoEX สวทช. กล่าวว่า การศึกษาเรื่อง Skin Longevity จำเป็นต้องมีตัวชี้วัดและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ เนื่องจาก Longevity เป็นแนวคิดที่มีความหมายกว้าง ทีมวิจัยจึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Skin Longevity เพื่อประเมินอย่างน้อย 3 ระดับ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของกลไกความชราของผิว หรือ Skin Aging Hallmarks การคงสุขภาพและการทำงานของผิว หรือ Skinspan และการยืนยันผลในมนุษย์ เพื่อที่จะช่วยให้เราเข้าใจได้ชัดขึ้นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับผิวเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้ หรือมีการเปลี่ยนแปลงในระดับชีววิทยาร่วมด้วย

“สำหรับโปรแกรม PhytoEX นาโนเทคได้พัฒนาแพลตฟอร์มทดสอบด้าน Skin Longevity เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของผิวในหลายมิติ ตั้งแต่การตอบสนองและการฟื้นฟูผิวหลังเผชิญปัจจัยแวดล้อม หรือ Exposome เช่น รังสี UV แสงสีฟ้า และ PM2.5 ไปจนถึงการศึกษากลไกความชรา อายุชีวภาพ และ Skinspan โดยใช้แบบจำลองและเทคโนโลยีการวิเคราะห์ที่ช่วยให้สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของผิวได้ละเอียดขึ้น สิ่งที่เราต้องการจากแพลตฟอร์มนี้ คือการสร้างข้อมูลที่ช่วยตอบคำถามว่า ผลิตภัณฑ์ที่เราศึกษามีผลต่อผิวในระดับชีววิทยาอย่างไร และมีแนวโน้มที่จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวและคงสุขภาพที่ดีได้ยาวนานขึ้นหรือไม่ ซึ่งจะทำให้การพูดถึง Skin Longevity มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับมากขึ้น และเป็นอีกก้าวหนึ่งของการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้กับ Aesthetic Medicine”

ภญ.กิตติวรรณ รัตนจันทร์ รองประธานบริหารอาวุโส ฝ่ายการพาณิชย์ประจำภูมิภาคญี่ปุ่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการลงนามในบันทึกความเข้าใจ แต่เป็นการสร้าง Knowledge Partnership ที่ผสานความเชี่ยวชาญของนักวิจัย แพทย์ และภาคเอกชนเข้าด้วยกัน เพื่อศึกษาและพิสูจน์บทบาทของเวชศาสตร์ความงามที่มีต่อ Skin Longevity และ Aesthetic Longevity อย่างเป็นระบบ ทั้งยังเป็นการสร้างองค์ความรู้

ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการดูแลผู้รับบริการได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น เราเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวจากการเป็นผู้ใช้องค์ความรู้จากต่างประเทศ ไปสู่การเป็นผู้สร้างองค์ความรู้และงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน Aesthetic Longevity ของภูมิภาคในอนาคต”

นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มทางการแพทย์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพองค์รวมมากขึ้น โดย นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ผู้ก่อตั้งและแพทย์ประจำ Smith Prive’ Aesthetique และวิทยากรพิเศษ สาขาวิชาตจวิทยา หลักสูตรนานาชาติ วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ว่า Longevity ไม่ได้หมายถึงการมีอายุยืนเพียงอย่างเดียว แต่คือการยืดช่วงเวลาที่ร่างกายยังมีสุขภาพดีและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ เช่นเดียวกับ Skin Longevity ที่ไม่ได้มองเพียงความอ่อนเยาว์ของผิว แต่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการทำงานของผิวในระยะยาว เนื่องจากสุขภาพผิวและสุขภาพองค์รวมเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันและไม่สามารถแยกออกจากกันได้

ผู้บริหาร เมิร์ซ เอสเธติกส์ และ สวทช. (นาโนเทค) ร่วมถ่ายภาพ

ความร่วมมือระหว่าง สวทช. โดยนาโนเทค และ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย นับเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการศักยภาพระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมด้าน Wellness Economy และ Longevity Economy ของประเทศไทย ผ่านการผสานองค์ความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยี ชีววิทยาระดับโมเลกุล เทคโนโลยีตัวชี้วัดทางชีวภาพ (Biomarkers) และเวชศาสตร์ความงาม เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้าน Skin Longevity และ Aesthetic Longevity ที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการสุขภาพที่มีมูลค่าสูงบนพื้นฐานของหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นการวางรากฐานของระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) เพื่อเร่งการนำผลงานวิจัยไปสู่การสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสุขภาพและเวชศาสตร์ความงามของไทยในเวทีโลก

ผู้บริหารร่วมถ่ายภาพหน้าบอร์ดนิทรรศการข้อมูลวิชาการนวัตกรรมและการยืดอายุผิวพรรณ

แชร์หน้านี้: