หน้าแรก NQI สวทช. ชู ‘วิเคราะห์ทดสอบมาตรฐาน’ แบบไร้รอยต่อ ตัวช่วยผู้ประกอบการไทย ฝ่าด่านมาตรการ ‘การค้าโลก’

NQI สวทช. ชู ‘วิเคราะห์ทดสอบมาตรฐาน’ แบบไร้รอยต่อ ตัวช่วยผู้ประกอบการไทย ฝ่าด่านมาตรการ ‘การค้าโลก’

4 ส.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ สวทช. ร่วมถ่ายภาพภายหลังการเสวนาเรื่องการยกระดับนวัตกรรมไทยสู่มาตรฐานสากล ภายใต้กลไก NQI

ท่ามกลางภูมิทัศน์การค้าระหว่างประเทศในปี 2569 ที่เต็มไปด้วยมาตรการกีดกันทางการค้าที่เข้มงวด ทั้งกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Green Regulation) มาตรการปรับคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) มาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า และมาตรฐานสีเขียว นวัตกรรมไทยจะเติบโตจากนิยามแค่เพียงไอเดียดีและราคาถูกอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะการส่งออกสินค้านวัตกรรมไทยสู่สากล ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า เครื่องมือแพทย์ ตลอดจนอุตสาหกรรมสุขภาพ หัวใจสำคัญที่จะพาผู้ประกอบการไทยก้าวข้ามอุปสรรคทางการค้าระดับโลกได้ คือ “โครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ” (National Quality Infrastructure: NQI) ที่เข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์และทดสอบมาตรฐานสินค้าไทยให้เป็นไปตามกฎระเบียบของคู่ค้าทั่วโลกได้แบบไร้รอยต่อ

(เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดกิจกรรม NSTDA x Press Interviews นักวิจัยพบสื่อมวลชน ภายใต้หัวข้อ “ยกระดับนวัตกรรมไทยสู่มาตรฐานสากล ด้วยเครื่องยนต์วิจัยของประเทศ” เพื่อเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางมาตรฐานสากล และแนวโน้มการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมไทยในเวทีการค้าโลก กับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจาก 5 ศูนย์วิเคราะห์ทดสอบและบริการวิศวกรรมระดับแถวหน้า ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศของ สวทช. ได้แก่ 1) ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) 2) ศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ (NCTC) 3) ฝ่ายบริการงานวิศวกรรม (NFED) 4) ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในบ้านและเซรามิกอุตสาหกรรม (CTEC) และ 5) ศูนย์ทดสอบทางพิษวิทยาและชีววิทยา (TBES) ผนึกกำลังทำหน้าที่เป็น “ปราการด่านสำคัญ” ในการตรวจ วิเคราะห์ ทดสอบ และรับรองมาตรฐาน เพื่อนำพานวัตกรรมไทยติดปีกบินสู่เวทีโลกอย่างมั่นคง

PTEC: ผู้นำด้านการทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานสากล

ดร.ไกรสร อัญชลีวรพันธุ์ ถ่ายภาพหน้าบอร์ดข้อมูล NQI ของ สวทช. สะท้อนบทบาทการทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานสาก

ดร.ไกรสร อัญชลีวรพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) กล่าวว่า PTEC มุ่งเน้นการทดสอบผลิตภัณฑ์ด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ โดยครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน แบตเตอรี่ อุปกรณ์ยานยนต์ ไปจนถึงระบบเครื่องมือแพทย์ เพื่อช่วยรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและการประหยัดพลังงานตามที่นานาชาติกำหนด โดยอุปสรรคใหญ่ที่สุดของผู้ส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย คือกฎระเบียบด้านความปลอดภัย EMC และการประหยัดพลังงานของประเทศคู่ค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากส่งไปตรวจซ้ำที่ต่างประเทศจะมีต้นทุนสูงและเสียเวลาหลายเดือน PTEC จึงเป็นเหมือน “Passport” ของสินค้าไฟฟ้าไทย ด้วยห้องปฏิบัติการทดสอบที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล (ILAC/IECEE) ที่ช่วยรับรองมาตรฐานได้เทียบเท่าห้องปฏิบัติการในยุโรปและอเมริกา ซึ่งช่วยลดเวลาและต้นทุนการส่งออกให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้ทันที

เวทีเสวนา NSTDA x Press Interviews โดยผู้เชี่ยวชาญจาก สวทช. ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการยกระดับนวัตกรรมไทยสู่มาตรฐานสากล ภายใต้บทบาทของ NQI

“ตัวอย่างความสำเร็จ PTEC ร่วมมือกับค่ายผู้ผลิต EV Charger โซลาร์อินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ ยานยนต์มอเตอร์ไซค์ และเครื่องปรับอากาศ ฯลฯ ในการทดสอบความปลอดภัยทางไฟฟ้า การทดสอบ EMC และประสิทธิภาพการใช้งานตามมาตรฐานสากล ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำใบรับรองไปยื่นผ่านด่านศุลกากรยุโรปได้สำเร็จ โดยไม่ต้องเดินทางไปตรวจต่างประเทศ”

NCTC: วิเคราะห์เชิงลึกด้วยเครื่องมือขั้นสูง สร้างข้อมูลวิทยาศาสตร์เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์

ดร.ณฏฐพล วุฒิพันธุ์ ถ่ายภาพหน้าบอร์ดข้อมูล NQI ของ สวทช. สะท้อนบทบาทการวิเคราะห์ทดสอบเพื่อสร้างข้อมูลวิทยาศาสตร์สำหรับภาคอุตสาหกรรม

ด้าน ดร.ณฏฐพล วุฒิพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ (NCTC) กล่าวว่า NCTC ให้บริการวิเคราะห์ทดสอบครอบคลุมทั้งด้านกายภาพ เคมี ชีววิทยา และจุลชีววิทยา ภายใต้มาตรฐาน ISO/IEC 17025 รวมถึงการวิเคราะห์เฉพาะทางสำหรับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการและนักวิจัยเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และนำไปใช้ต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม

“บทบาทของ NCTC ไม่ได้เป็นเพียงการให้บริการวิเคราะห์ทดสอบเพื่อยืนยันผลตามมาตรฐาน แต่คือการสร้างข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงในกระบวนการพัฒนา และเพิ่มความพร้อมในการยกระดับผลิตภัณฑ์สู่ตลาดสากล”

บรรยากาศการเสวนา NSTDA x Press Interviews ณ สวทช. ว่าด้วยการยกระดับนวัตกรรมไทยสู่มาตรฐานสากล ด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ

ปัจจุบัน NCTC ให้บริการแก่ผู้ประกอบการและนักวิจัยกว่า 700 รายต่อปี รองรับงานวิเคราะห์ทดสอบมากกว่า 30,000 รายการต่อปี ครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่ม อาทิ อาหาร สมุนไพร กัญชา กัญชง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาด

NFED: เปลี่ยนงานวิจัยและไอเดียให้เป็นต้นแบบที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริง

ายวรวิทย์ จันทร์สีหราช ถ่ายภาพหน้าบอร์ดข้อมูล NQI ของ สวทช. สะท้อนบทบาทด้านการพัฒนาต้นแบบและบริการงานวิศวกรรม

นายวรวิทย์ จันทร์สีหราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายบริการงานวิศวกรรม (NFED) กล่าวว่า หนึ่งในอุปสรรคสำคัญของนักวิจัย ผู้ประกอบการ SMEs และ Startup คือการขาดทรัพยากรด้านวิศวกรรม เครื่องมือ และบุคลากรที่จำเป็นต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ส่งผลให้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมจำนวนมากไม่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงหรือเชิงพาณิชย์ได้

NFED จึงทำหน้าที่เป็นศูนย์ออกแบบและพัฒนาต้นแบบเชิงวิศวกรรมของ สวทช. ที่ช่วยเชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์และระบบต้นแบบที่ใช้งานได้จริง โดยให้บริการตั้งแต่การออกแบบเชิงวิศวกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างต้นแบบด้วยเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ การพัฒนาเครื่องมือ เครื่องจักร ระบบทดสอบ และระบบอัจฉริยะ (IoT) เพื่อช่วยลดต้นทุน ลดระยะเวลา และลดความเสี่ยงก่อนการลงทุนผลิตจริง

“ก่อนที่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจะเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ ทดสอบ และรับรองมาตรฐาน จำเป็นต้องมีต้นแบบที่ผ่านการออกแบบและพัฒนาทางวิศวกรรมอย่างเหมาะสมเสียก่อน ซึ่ง NFED ทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเปลี่ยนองค์ความรู้และงานวิจัยให้กลายเป็นต้นแบบที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริง”

ผู้เชี่ยวชาญจาก สวทช. ร่วมเสวนาเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทดสอบมาตรฐานและการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยสู่การแข่งขันในเวทีการค้าโลก

ปัจจุบัน NFED สนับสนุนงานวิจัยและพัฒนากว่า 50 โครงการต่อปี ให้บริการผู้ประกอบการ SMEs และ Startup 20-25 รายต่อปี ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านออกแบบวิศวกรรมแก่นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปกว่า 250 คนต่อปี และเข้าร่วมโครงการวิจัยพัฒนาของ สวทช. ประมาณ 2-3 โครงการต่อปี

“ตัวอย่างการดำเนินงานที่สะท้อนบทบาทของ NFED คือการออกแบบพัฒนา Battery Safety Box หรือกล่องนิรภัยสำหรับจัดเก็บและขนส่งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ผ่านการใช้งานแล้ว เพื่อรองรับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการจัดการแบตเตอรี่ สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และส่งเสริมแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ของประเทศ”

นายวรวิทย์กล่าวเพิ่มเติมว่า “NFED ไม่ได้ช่วยเพียงสร้างต้นแบบ แต่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านวิศวกรรมที่ช่วยให้นักวิจัย ผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรม สามารถเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวคิดให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่พร้อมเข้าสู่กระบวนการทดสอบ รับรองมาตรฐาน และต่อยอดสู่การผลิตและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง”

CTEC: มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในบ้านและวัสดุก่อสร้าง

นางสาวิตรี กองเกียรติวานิช ถ่ายภาพหน้าบอร์ดข้อมูล NQI ของ สวทช. สะท้อนบทบาทการทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในบ้านและเซรามิกอุตสาหกรรม

นางสาวิตรี กองเกียรติวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในบ้านและเซรามิกอุตสาหกรรม (CTEC) กล่าวว่า ในยุคที่ตลาดโลกให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานและข้อกำหนดของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ CTEC ให้บริการวิเคราะห์ทดสอบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เซรามิก กระเบื้อง สุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร และวัสดุสัมผัสอาหาร ครอบคลุมการทดสอบด้านกายภาพและเคมี รวมถึงการตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก เช่น ตะกั่วและแคดเมียม ตลอดจนสารอันตรายตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบัน CTEC มุ่งพัฒนาขีดความสามารถด้านการทดสอบทางเคมีให้รองรับผลิตภัณฑ์และวัสดุที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งวัสดุสัมผัสอาหารประเภทเซรามิก โลหะ สเตนเลส กระดาษ และพลาสติก รวมถึงวัสดุย่อยสลายทางชีวภาพ (Biodegradable) ตลอดจนการตรวจวิเคราะห์โลหะหนักและสารอันตราย เช่น RoHS เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงการทดสอบที่จำเป็นภายในประเทศ ลดต้นทุนและระยะเวลาในการส่งตัวอย่างไปทดสอบในต่างประเทศ และนำผลการทดสอบไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานและข้อกำหนดของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

ผู้เชี่ยวชาญจาก สวทช. ร่วมเสวนาในกิจกรรม NSTDA x Press Interviews เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านมาตรฐานและการยกระดับนวัตกรรมไทยสู่สากล

“ตัวอย่างความสำเร็จที่ผ่านมา CTEC มีส่วนช่วยผู้ประกอบการไทยด้านภาชนะเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารในการลดต้นทุนและระยะเวลาในการส่งตัวอย่างไปทดสอบในต่างประเทศ สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ในประเทศ รวมถึงรองรับการทดสอบผลิตภัณฑ์นวัตกรรม อาทิ วัสดุทดแทนกระเบื้อง ขณะเดียวกัน ในฐานะหน่วยตรวจสอบผลิตภัณฑ์ตามมาตรา 5 CTEC ยังมีส่วนสนับสนุนการคัดกรองผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานก่อนเข้าสู่ตลาดไทย และมีส่วนร่วมในการจัดทำและพัฒนามาตรฐานระดับประเทศ เช่น มาตรฐานกระเบื้องเซรามิก”

TBES: ยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ภายใต้มาตรฐานสากล OECD GLP เปิดทางสู่ตลาดโลก

ดร.ภญ. รวิวรรณ มณีรัตนโชติ ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบทางพิษวิทยาและชีววิทยา (TBES) ให้ข้อมูลว่า ผลิตภัณฑ์สุขภาพในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องมือแพทย์ ตลอดจนผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย ล้วนต้องประกอบด้วย 3 ปัจจัยสำคัญ คือ ความปลอดภัย (Safety) ประสิทธิภาพ (Efficacy) และคุณภาพ (Quality) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และเพิ่มความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

TBES สวทช. เป็นหน่วยงานที่ให้บริการทดสอบความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล OECD GLP ซึ่งในประเทศไทยมีหน่วยงานที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานนี้เพียง 9 แห่ง การทดสอบกับ TBES จึงมีบทบาทสำคัญในฐานะ “ใบเบิกทางกฎหมาย” สำหรับการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ได้กว่า 40 ประเทศทั่วโลก โดยไม่ต้องทดสอบซ้ำ ตามข้อตกลงระหว่างประเทศในระบบ Mutual Acceptance of Data (MAD) ของ OECD ทำให้ลดระยะเวลาและประหยัดค่าใช้จ่ายในการส่งทดสอบต่างประเทศ

TBES มุ่งพัฒนาศักยภาพการทดสอบในระบบที่ไม่ใช้สัตว์ทดลอง (Non-animal Testing) ไม่ว่าจะเป็นระบบเซลล์และเนื้อเยื่อสามมิติ ระบบทางจุลชีววิทยา และระบบทางเคมี โดยอ้างอิงวิธีมาตรฐานสากลตาม OECD Test Guidelines สำหรับสารเคมี และ ISO 10993 Series สำหรับเครื่องมือแพทย์ การทดสอบที่เปิดให้บริการ เช่น ความเป็นพิษต่อเซลล์ การระคายเคืองต่อผิวหนัง/ดวงตา การกระตุ้นการแพ้ทางผิวหนัง เป็นต้น

นอกจากการทดสอบด้านความปลอดภัยแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการสื่อสารถึงคุณสมบัติหรือประสิทธิภาพในการใช้งาน ยังจำเป็นต้องมีข้อมูลยืนยันทางวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างเช่น ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ยับยั้งเม็ดสีของผิวหนัง และประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเสริมความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ และเพิ่มโอกาสการแข่งขันในตลาดสากลอย่างยั่งยืน

“ตัวอย่างความสำเร็จที่ผ่านมา คือการที่ TBES มีส่วนสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ตามเกณฑ์ระดับสากลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยดำเนินงานครอบคลุมตั้งแต่การทำความเข้าใจลักษณะการใช้งานของผลิตภัณฑ์ การวิเคราะห์และวางแผนจากข้อมูลที่มีอยู่ การทดสอบความเข้ากันได้ทางชีวภาพ (Biocompatibility Testing) ตลอดจนการประเมินทางชีวภาพ (Biological Evaluation) ปัจจุบันผู้ประกอบการเครื่องมือแพทย์ไทยมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านบริการให้คำปรึกษาทางวิชาการและการทดสอบทางเทคนิค”

ด้วยบทบาทของ TBES สวทช. ในการสนับสนุนการทดสอบตามมาตรฐานสากล หน่วยงานจึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับผู้ประกอบการไทย ให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพ พร้อมก้าวสู่เวทีการแข่งขันระดับนานาชาติได้อย่างมั่นใจ

อย่างไรก็ตามการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต้องมีการวางแผนด้านมาตรฐานตั้งแต่เริ่มต้น โดยมีหน่วยงาน NQI คอยสนับสนุนทั้งด้านการทดสอบด้านความปลอดภัย ฟังก์ชันการทำงาน และความน่าเชื่อถือให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับสากล โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้ธุรกิจไทย ลดต้นทุนและลดความเสี่ยง เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยให้สามารถส่งออกสินค้าไปจำหน่ายได้ทั่วโลก

เพราะนวัตกรรมที่ยั่งยืน ไม่ได้วัดจากความใหม่ แต่วัดจากความเชื่อมั่น นั่นคือ มาตรฐานที่สร้างได้


ผู้ประกอบการสามารถติดต่อหน่วยงานภายใต้ NQI ได้ที่

แชร์หน้านี้: