หน้าแรก ที่ประชุม กวทช. ชูบทบาท สวทช.-TMEC เร่งพัฒนาคนขับเคลื่อน “Siam Silica” ดันไทยสู่ห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์โลก พร้อมหนุน “นวัตกรรมน้ำสะอาด” สวทช. ช่วยประชาชน ฝ่าวิกฤตแหล่งน้ำเร่งด่วน

ที่ประชุม กวทช. ชูบทบาท สวทช.-TMEC เร่งพัฒนาคนขับเคลื่อน “Siam Silica” ดันไทยสู่ห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์โลก พร้อมหนุน “นวัตกรรมน้ำสะอาด” สวทช. ช่วยประชาชน ฝ่าวิกฤตแหล่งน้ำเร่งด่วน

31 ก.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาพบรรยากาศการประชุม กวทช. ครั้งที่ 7/2569 พร้อมคณะกรรมการและผู้บริหาร สวทช. โดยศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธาน

(วันที่ 31 กรกฎาคม 2569) ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวง อว. : ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) ครั้งที่ 7/2569 โดยมี คณะผู้บริหารกระทรวงอว. คณะกรรมการ กวทช. เข้าร่วม ณ ที่ประชุมและผ่านระบบออนไลน์ อาทิ ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. รองศาสตราจารย์ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา นายแพทย์สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ นายจักรชัย บุญยะวัตร พร้อมด้วยผู้บริหาร สวทช. นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช. ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รองผู้อำนวยการ สวทช. ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการนาโนเทค สวทช. ดร.ปรีชา เกียรติกิระขจร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. เข้าร่วมการประชุม

ภาพศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธานการประชุม กวทช. ครั้งที่ 7/2569 พร้อมคณะกรรมการและผู้บริหาร สวทช.

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้แจ้งที่ประชุมทราบถึงทิศทางการผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ หลังจากหารือร่วมกับ Imec สถาบันวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำระดับโลก โดยระบุว่า สวทช. เตรียมยกระดับศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) ให้เป็นศูนย์ฝึกอบรมพัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์เพื่อรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ ภายใต้ชื่อยุทธศาสตร์ “Siam Silica” ซึ่งทิศทางที่เหมาะสมของไทย คือ การเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) ระดับโลก โดยอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ไทยมีศักยภาพ เช่น เทคโนโลยีโฟโตนิกส์และการทดสอบขั้นสูง ทั้งนี้ได้เตรียมนำยุทธศาสตร์ดังกล่าวเข้าสู่สภานโยบายเพื่อเป็นเป้าหมายในการอนุมัติทุนและติดตามแผนพัฒนากำลังคน

ภาพศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธานการประชุม กวทช. ครั้งที่ 7/2569 พร้อมคณะกรรมการและผู้บริหาร สวทช.

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวต่อไปว่า นอกจากการมุ่งเน้นเซมิคอนดักเตอร์แล้ว สวทช. กำลังเดินหน้าคู่ขนานไปกับกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเน้นการวิจัยเจาะลึกไปถึงระดับพื้นฐานเพื่อสร้างความรู้เชิงลึกระดับโลก ซึ่งจะทำให้นักวิจัยทำงานได้อย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันได้เตรียมเชื่อมโยงกรุงเทพมหานครให้เป็นห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ (Sandbox) เพื่อนำนวัตกรรมของ สวทช. ไปทดสอบใช้งานจริง ทั้งด้านวัสดุก่อสร้าง การจัดการสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการใช้ บริหารจัดการระบบไฟจราจรอัจฉริยะ

ภาพ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ในการการประชุม กวทช. ครั้งที่ 7/2569 พร้อมคณะกรรมการและผู้บริหาร สวทช.

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ได้รายงานถึงการทบทวนแผนปฏิบัติการ 5 ปี สวทช. (พ.ศ. 2566–2570) โดยที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมเด่นมาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) ซึ่งสอดรับกับนโยบายระดับประเทศ พร้อมทั้งเร่งสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อผลักดันนวัตกรรมเข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างของรัฐให้รวดเร็วขึ้น รวมถึงการจัดทำแคตตาล็อกนวัตกรรมพร้อมใช้เพื่อแสดงศักยภาพของ สวทช. ให้เป็นที่ประจักษ์ นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้าในการนำเทคโนโลยีเคลือบนาโน (Nano Coating) ไปประยุกต์ใช้ในงานอนุรักษ์โบราณสถานเพื่อป้องกันเชื้อราอีกด้วย สำหรับการนำงานวิจัยสู่สังคม

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ได้กล่าวถึงผลงานวิจัยในกลุ่ม Pre-battle ของสวทช. ด้านนวัตกรรมน้ำสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิต โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันยังมีช่องว่างทางเทคโนโลยีด้านการจัดการน้ำอยู่อีกมาก สวทช. จึงมุ่งเป็นหน่วยวิจัยและพัฒนาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยนำเทคโนโลยีเฉพาะทางไปอุดช่องโหว่และแก้ปัญหาที่ระบบทั่วไปทำไม่ได้ โดย สวทช. จะทำหน้าที่สร้างโปรโตคอล (Protocol) และมาตรฐานที่นำไปใช้ง่าย เพื่อส่งมอบให้ อปท. รับไปดำเนินการต่อ ซึ่งจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อประชาชนนับล้านคน

ภาพ ดร.ณัฏฐพร พิมพะ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยการเร่งปฏิกิริยาระดับนาโนการดูดซับและการคำนวณ (NCAS) นาโนเทค สวทช. ในการประชุม กวทช. ครั้งที่ 7/2569 พร้อมคณะกรรมการและผู้บริหาร สวทช.

ดร.ณัฏฐพร พิมพะ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยการเร่งปฏิกิริยาระดับนาโนการดูดซับและการคำนวณ (NCAS) นาโนเทค สวทช. ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงสถานการณ์น้ำประปาหมู่บ้านว่า ปัจจุบันมีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำดื่ม เนื่องจากปัญหาแหล่งน้ำเสื่อมโทรมและโครงสร้างระบบที่ล้าสมัย ทีมวิจัยจึงได้พัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร (Total Water Solution) โดยบูรณาการเทคโนโลยี IoT เข้ากับการตรวจวัดและปรับปรุงคุณภาพน้ำ
จุดเด่นของนวัตกรรมนี้ คือ การประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG โดยนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่ เช่น ถ่านแมคคาเดเมียและไม้ไผ่ มาดัดแปลงโครงสร้างทางเคมีเพื่อใช้เป็นวัสดุกรองสารหนู รวมถึงการพัฒนาระบบตกตะกอนเร็วเพื่อจัดการปัญหาเหล็กเกินมาตรฐาน โดยได้เริ่มติดตั้งระบบต้นแบบแล้วที่ อบต.ริมกก อ.เมือง จังหวัดเชียงราย ซึ่งสามารถผลิตน้ำที่ปลอดภัยสำหรับประชากรกว่า 1,500 คน ทั้งนี้ โครงการตั้งเป้าหมายที่จะขยายผลเพื่อให้ครอบคลุมผู้ได้รับประโยชน์กว่า 500,000 คน ภายในปี 2573

ทั้งนี้ในภาพรวมคณะกรรมการ กวทช. ได้แสดงความชื่นชมและสนับสนุนโครงการนวัตกรรมน้ำสะอาด พร้อมทั้งได้ให้ข้อเสนอแนะ โดยมองว่าการจะขยายผลให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง สวทช. ควรพัฒนาโมเดลนี้ให้เป็นรูปแบบของแพลตฟอร์ม หรือ Operating System ที่สามารถดึงดูดให้ อปท. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาใช้งาน มากกว่าการลงพื้นที่ไปหาทีละหน่วยงาน นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนะให้ สวทช. ดึงจุดแข็งด้านการเป็นหน่วยงานวิจัยเชิงลึกเข้าไปแก้ปัญหาที่ซับซ้อน (Unmet Need) ซึ่งเทคโนโลยีในท้องตลาดทั่วไปยังไม่สามารถจัดการได้ เช่น การกำจัดสารปนเปื้อนโลหะหนักขั้นรุนแรง การบำบัดน้ำในอุตสาหกรรมยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต หรือการผลิตน้ำคุณภาพสูงสำหรับใช้ในโรงพยาบาล พร้อมทั้งเสนอให้จับมือกับเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชนขนาดใหญ่ที่มีงบประมาณด้าน CSR เพื่อร่วมกันทำพื้นที่นำร่อง ซึ่งจะช่วยเร่งการทำงานและสร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนต่อไปได้

โดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน ได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่า สวทช. อาจมุ่งวิจัยเจาะลึกเฉพาะส่วน (Module) เช่น สารกรองหรือเซนเซอร์ให้ดีที่สุด เพื่อให้เอกชนสามารถนำไปต่อยอดใช้กับระบบของตนเองได้ ซึ่งจะดึงดูดการลงทุนได้ง่ายขึ้น

ในตอนท้าย ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ได้กล่าวขอบคุณและรับข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการ กวทช. โดยกล่าวว่าเป้าหมายของ สวทช. คือ การนำเทคโนโลยีไปยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้ได้ ซึ่งทีมวิจัยจะนำข้อเสนอแนะทั้งหมดไปวางแผนเลือกพื้นที่เป้าหมายในขั้นต่อไปให้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับหน่วยงานเจ้าภาพที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้ความสำเร็จจากพื้นที่นำร่องสามารถนำไปขยายผลใช้ได้ทั่วประเทศ และสร้างผลกระทบต่อสังคมได้อย่างยั่งยืน

แชร์หน้านี้: