หน้าแรก 7 นวัตกรรมสู้ฝุ่น PM2.5 หนุนแก้วิกฤตมลพิษอากาศไทยอย่างยั่งยืน

7 นวัตกรรมสู้ฝุ่น PM2.5 หนุนแก้วิกฤตมลพิษอากาศไทยอย่างยั่งยืน

13 มี.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาพเปิด7นวัตกรรมแก้ฝุ่น

วิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้กลายเป็นวาระแห่งชาติที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างต่อเนื่อง การแก้ไขปัญหานี้จึงจำเป็นต้องก้าวข้ามมาตรการเฉพาะหน้า ไปสู่การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐานในการจัดการอย่างเป็นระบบและยั่งยืน  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้วิจัยพัฒนาและนำเสนอ “7 นวัตกรรมสู้ฝุ่น PM2.5” ครอบคลุมการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การสืบหาต้นตอฝุ่นอย่างแม่นยำ การตรวจติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ไปจนถึงการลดและกำจัดฝุ่นในพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นรูปธรรม นวัตกรรมชุดนี้สะท้อนบทบาทสำคัญของ สวทช. ในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาเป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนการแก้ไขวิกฤตมลพิษทางอากาศของประเทศ ไม่เพียงเพื่อรับมือในระยะสั้น แต่เพื่อสร้างโซลูชันที่ยั่งยืนในระยะยาว

ภาพ infographic เครื่องเก็บตัวอย่างฝุ่น NanoSampler

นวัตกรรมชุดแรกมุ่งเน้นการสืบหาต้นตอของฝุ่น PM2.5 เพื่อให้การแก้ปัญหามีความแม่นยำ โดยนาโนเทค สวทช. ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกรมควบคุมมลพิษ ได้พัฒนา “เครื่องเก็บตัวอย่างฝุ่น NanoSampler” ภายใต้โครงการวิจัย “การตรวจวิเคราะห์หาการกระจายขนาดและองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5)” ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)  ซึ่งสามารถแยกและวิเคราะห์ฝุ่นได้ถึง 6 ระดับขนาด ผลการศึกษาพบว่า เกือบครึ่งหนึ่งของฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมาจากไอเสียรถยนต์ และในกลุ่มฝุ่นจิ๋ว PM0.1 มีสัดส่วนจากไอเสียรถยนต์สูงถึงร้อยละ 65 ข้อมูลดังกล่าวเป็นฐานสำคัญต่อการกำหนดมาตรการควบคุมมลพิษจากภาคคมนาคมอย่างตรงจุด

ภาพ Infographic ระบบตรวจวัดและจำแนก PM2.5 ด้วยจมูกอิเล็กทรอนิกส์ (e-Nose)

นอกจากนี้ นาโนเทคยังมีการพัฒนา “ระบบตรวจวัดและจำแนก PM2.5 ด้วยจมูกอิเล็กทรอนิกส์ (e-Nose)” ที่สามารถระบุแหล่งกำเนิดฝุ่นแบบเรียลไทม์ พร้อมแสดงผลผ่านแอปพลิเคชัน Air Detector เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเชิงพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพ Infographic เพียวแอร์ ยิปซัมบอร์ด (Pure Air Gypsum Board)

ขณะเดียวกัน เอ็นเทคและเนคเทค สวทช. ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ได้พัฒนา “ระบบตรวจวัดควันดำแบบระยะไกล” โดยผสานเทคโนโลยี AI, Machine Learning และ Computer Vision เปลี่ยนกล้อง CCTV ให้สามารถตรวจจับรถที่ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐานได้โดยไม่ต้องหยุดรถ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายโดยไม่กระทบการจราจร

ภาพ Infographic ION Fresh เครื่องกรองฝุ่น PM2.5 และกำจัดเชื้อโรคในอากาศ

นวัตกรรมชุดที่สองมุ่งลดและกำจัดฝุ่นในพื้นที่อยู่อาศัย โดยเนคเทค สวทช. พัฒนา “ION Fresh เครื่องกรองฝุ่น PM2.5 และกำจัดเชื้อโรคในอากาศ” ที่ใช้เทคโนโลยีการตกตะกอนเชิงไฟฟ้าสถิตในการดักจับฝุ่น PM2.5 และกำจัดเชื้อโรคด้วยแสง UVC เครื่องนี้รองรับการใช้งานภายในห้องขนาด 250 ตารางเมตร และสามารถถอดล้างส่วนดักจับฝุ่นเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ตอบโจทย์ทั้งการลดความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจและประหยัดค่าใช้จ่าย

ภาพ Infographic เพียวแอร์ ยิปซัมบอร์ด (Pure Air Gypsum Board)

ในยุคที่มลพิษทางอากาศไม่ได้อยู่แค่ภายนอกอาคาร แต่แฝงตัวอยู่ภายในอาคารด้วย เอ็มเทค สวทช. ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้พัฒนา “เพียวแอร์ ยิปซัมบอร์ด (Pure Air Gypsum Board)” ซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างภายในอาคารที่สามารถดูดซับสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ด้วยพันธะเคมี และเคลือบสีพิเศษที่ช่วยให้ฝุ่น PM2.5 หนักขึ้นแล้วตกลงสู่พื้น ลดการฟุ้งกระจายในอากาศ สร้างสภาพแวดล้อมในที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ภาพ Infographic “กำแพงต้นไม้” เพื่อดักจับและดูดซับ PM2.5

นอกจากนี้ การใช้พลังจากธรรมชาติก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยั่งยืน สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ และคณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ร่วมกับศูนย์โอมิกส์แห่งชาติไบโอเทค สวทช. ได้วิจัยพัฒนา “กำแพงต้นไม้” เพื่อดักจับและดูดซับ PM2.5 โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเมตาโบโลมิกส์ (Metabolomics) และการวิเคราะห์ด้วย LC-MS เพื่อค้นหาและระบุชนิดพืชที่เหมาะสมที่สุดในการจับฝุ่นบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง เช่น พืชที่มีลักษณะใบขรุขระ ใบเล็ก หรือมีขนบนใบ อาทิ โมก กัลปพฤกษ์ จามจุรี ประดู่ และพะยูง เพื่อนำไปออกแบบการปลูกกำแพงต้นไม้ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยเพิ่มทางเลือกการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ภาพ Infographic อุตุน้อย (UtuNoi) สถานีตรวจวัดสภาพอากาศเพื่อการเรียนรู้

ปิดท้ายด้วย “อุตุน้อย (UtuNoi) สถานีตรวจวัดสภาพอากาศเพื่อการเรียนรู้” โดยเนคเทค สวทช. ได้ต่อยอดจากบอร์ด KidBright ด้วยการติดตั้งเซนเซอร์วัดสภาพอากาศต่าง ๆ แล้วส่งข้อมูลไปยังเว็บแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้การใช้ข้อมูลจริง ฝึกทักษะด้าน Big Data และ IoT เพื่อสร้างรากฐานนักพัฒนานวัตกรรมสิ่งแวดล้อมในอนาคต

นวัตกรรมทั้ง 7 นี้สะท้อนบทบาทของ สวทช. ในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขวิกฤต PM2.5 ของประเทศอย่างเป็นระบบ ไม่เพียงรับมือในระยะสั้น แต่สร้างโซลูชันที่ยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยในระยะยาว

แชร์หน้านี้: