หน้าแรก สวทช. ประกาศผลโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ ครั้งที่ 28 คว้าชัย YSC 2026 รับถ้วยพระราชทานฯ “กรมสมเด็จพระเทพฯ”

สวทช. ประกาศผลโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ ครั้งที่ 28 คว้าชัย YSC 2026 รับถ้วยพระราชทานฯ “กรมสมเด็จพระเทพฯ”

10 ก.พ. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

(วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569) ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมพันธมิตร จัดกิจกรรมประกาศผลการตัดสินรางวัลและรางวัลพิเศษ โครงการการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ ครั้งที่ 28 (YSC 2026) ซึ่งได้มีการนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ได้เข้าร่วมรับชมการประกวดพร้อมพูดคุยให้กำลังใจเยาวชนอย่างใกล้ชิด สำหรับพิธีประกาศผลรางวัลได้รับเกียรติจาก ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นายศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหาร สายงานกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ดร.โชติมา หนูพริก ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หัวหน้าศูนย์ประสานงานโครงการ YSC ทั้ง 6 แห่ง คณะกรรมการผู้ทรงเกียรติ ตลอดจนนักเรียน อาจารย์ที่ปรึกษา เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช. มีภารกิจหลักในการส่งเสริมการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนเราให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมตั้งแต่ระดับต้นน้ำผ่านการส่งเสริมให้เยาวชนมีเวทีในการแข่งขันและแสดงศักยภาพเพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับนักวิจัยและนวัตกรรุ่นใหม่ในอนาคตการเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการปลูกฝังแนวคิดเชิงวิทยาศาสตร์ความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อโลกยุคใหม่

ทั้งนี้ สวทช. ได้ริเริ่มโครงการการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (YSC) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเวทีแห่งโอกาสให้เยาวชนระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศได้พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และบูรณาการองค์ความรู้สู่การสร้างสรรค์โครงงานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม หัวใจสำคัญของโครงการ คือ การเปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาโครงงานในสาขาที่ตนเองสนใจอย่างแท้จริง ผ่านกระบวนการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาและนักวิจัยพี่เลี้ยงจาก สวทช. และมหาวิทยาลัยเครือข่ายคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมที่อาจต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพื่อให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการนำ วทน. มาประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเสริมว่า งานในวันนี้ สวทช. ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มหาวิทยาลัยเครือข่ายศูนย์ประสานงานภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน จัดพิธีประกาศผลรางวัล และปิดการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (Young Scientist Competition: YSC)  ครั้งที่ 28 หรือ YSC 2026 รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งโครงการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ ดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมเด็กและเยาวชนผู้มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้พัฒนาทักษะ กระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์ และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ พร้อมทั้งคัดเลือกผู้แทนเยาวชนไทยไปแข่งขันในเวทีระดับโลก อาทิ งาน Regeneron ISEF 2026 ณ เมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา และการประกวดโครงงาน และนวัตกรรมระดับนานาชาติอื่น ๆ

สำหรับโครงการ YSC ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 28 ในปีนี้ มีโครงงานส่งเข้าประกวดถึง 2,625 โครงงาน จากนักเรียน 7,972 คน และอาจารย์ที่ปรึกษา 1,555 คน จาก 380 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศทั่วประเทศ

ทั้งนี้สาขาการประกวด ครอบคลุม 9 สาขาวิชาหลัก ได้แก่ 1.ชีววิทยาและเทคโนโลยีชีวภาพ 2. เคมี 3. คณิตศาสตร์และสถิติ 4.วิศวกรรมศาสตร์ 5.วิทยาการคอมพิวเตอร์ 6. วัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ 7. วิทยาศาสตร์โลกและสิ่งแวดล้อม 8.ฟิสิกส์ พลังงานและดาราศาสตร์  และ 9. วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมการแพทย์ ซึ่งจากการแข่งขันที่เข้มข้นผ่านรอบข้อเสนอโครงการและรอบนำเสนอผลงานระดับภูมิภาค ได้คัดเลือกโครงงานที่โดดเด่นที่สุดจำนวน 64 โครงงาน จาก 36 สถาบันการศึกษา เข้าสู่การประกวดรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อชิงรางวัลชนะเลิศในสาขาต่าง ๆ รวมถึงรางวัลพิเศษ (Special Awards) อีก 18 รางวัล จากหน่วยงานพันธมิตรและภาคเอกชนที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยในปีนี้ยังมีความพิเศษผ่านกิจกรรมที่มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ ได้แก่ รางวัล Mentor-Mentee Innovation Synergy Award: การประกวดที่เน้นความร่วมมือระหว่างอาจารย์ที่ปรึกษาและนักเรียน เพื่อต่อยอดโครงงานไปสู่ผลลัพธ์ที่ใช้ได้จริงในด้าน Climate Action, Clean Air & Health และ Circular Economy

นอกจากนี้ ในรอบชิงชนะเลิศนี้ ยังมีการจัดกิจกรรม YSC Education Outreach Day รวมถึงการได้เชิญศิษย์เก่าหรือ YSC Alumni กลับมาถ่ายทอดประสบการณ์ คุณวิศรุต ชาลี บริษัท รีเวสเทค จำกัด ร่วมบรรยายในหัวข้อ “การเปลี่ยนโครงงานเป็นธุรกิจ” ซึ่งแสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ความต่อเนื่องในเส้นทางสายอาชีพนักวิจัย และพิสูจน์ให้เห็นได้ชัดเจนว่า YSC ไม่ได้เป็นเพียงเวทีการประกวดที่จบลงในวันเดียว แต่คือการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อแรงบันดาลใจจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อสร้างรากฐานนวัตกรรมที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย

“ความสำเร็จในวันนี้ เกิดขึ้นได้ด้วยการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยเครือข่าย คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ให้ความสำคัญและมาร่วมเป็นขวัญและกำลังใจให้กับครูผู้เสียสละทั่วประเทศ และการสนับสนุนหลักสูตรฝึกอบรมที่เข้มข้นจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) รวมถึงความทุ่มเทของคณะกรรมการ อาจารย์ที่ปรึกษา และนักเรียนทุกคน” ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว

สำหรับ รางวัลชนะเลิศ 3 รางวัล ได้แก่

1.สาขาชีววิทยาและเทคโนโลยีชีวภาพ ได้แก่

ผลงาน SOFTAX: การพัฒนาระบบคัดแยกปูนาระยะพร้อมลอกคราบจากพฤติกรรมการรวมกลุ่ม (thigmotaxis) เพื่อใช้ผลิตปูนานิ่มเชิงพาณิชย์ จากโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์

2.สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ได้แก่

ผลงาน ONCORE: นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เพื่อคาดการณ์ผล และเพิ่มประสิทธิภาพการทำรังสีรักษาสําหรับโรคมะเร็งเกรดสูง โดยวิเคราะห์ภาพก้อนเนื้อสามมิติ จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

3.สาขาวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ ได้แก่

ผลงาน การพัฒนาฟิล์มคอมโพสิตชีวภาพจากเซลลูโลสฟางข้าวและไคโตซานโอลิโกแซ็กคาไรด์เสริมซิงค์ออกไซด์นาโนเพื่อการดูดซับเอทิลีนสำหรับการยืดอายุของผลไม้ จากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย

 

รางวัลที่ 1 จำนวน 7 รางวัล ได้แก่

1.สาขาชีววิทยาและเทคโนโลยีชีวภาพ ได้แก่

ผลงาน SOFTAX: การพัฒนาระบบคัดแยกปูนาระยะพร้อมลอกคราบจากพฤติกรรมการรวมกลุ่ม (thigmotaxis) เพื่อใช้ผลิตปูนานิ่มเชิงพาณิชย์ จากโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์

2.สาขาเคมี ได้แก่

ผลงานการสังเคราะห์เซ็นเซอร์เปลี่ยนสีและเรืองแสงของอนุพันธ์โรดามีนสำหรับการตรวจวัดไอออนปรอทในแหล่งน้ำ จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์

3.สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ได้แก่

ผลงาน ONCORE: นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เพื่อคาดการณ์ผล และเพิ่มประสิทธิภาพการทำรังสีรักษาสําหรับโรคมะเร็งเกรดสูง โดยวิเคราะห์ภาพก้อนเนื้อสามมิติ โรงเรียน กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

4.สาขาวิทยาศาสตร์โลกและสิ่งแวดล้อม ได้แก่

ผลงานการพัฒนาวัสดุหุ้มเมล็ดพันธุ์เลียนแบบโครงสร้างของผลประดู่ (Pterocarpus macrocarpus) เพื่อฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมและเพิ่มอัตราการรอดชีวิตในกระบวนการกระจายเมล็ดพันธุ์ทางอากาศ จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จ.เลย

5.สาขาคณิตศาสตร์และสถิติ ได้แก่

ผลงาน การหาผลเฉลยในรูปทั่วไปของสมการไดโอเเฟนไทล์เชิงเส้น n ตัวเเปร ด้วย Smith Normal Form เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการขนส่ง จากโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย

6.สาขาวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ ได้แก่

ผลงาน การพัฒนาฟิล์มคอมโพสิตชีวภาพจากเซลลูโลสฟางข้าวและไคโตซานโอลิโกแซ็กคาไรด์เสริมซิงค์ออกไซด์นาโนเพื่อการดูดซับเอทิลีนสำหรับการยืดอายุของผลไม้ จากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย

7.สาขาฟิสิกส์ พลังงาน และดาราศาสตร์ ได้แก่

ผลงาน การศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาต่อการเคลื่อนที่ขณะร่วงหล่นของเมล็ดพวงคราม จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์

รางวัลที่ 2 จำนวน 6 รางวัล ได้แก่

1.สาขาชีววิทยาและเทคโนโลยีชีวภาพ ได้แก่

ผลงาน การวิเคราะห์พฤติกรรมตอบสนองต่อสิ่งเร้าหลายมิติและการสร้างแบบจำลองภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกับดักกาวในการควบคุมแมลงหวี่ในฟาร์มนกกระทา จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

2.สาขาเคมี ได้แก่

ผลงาน การพัฒนาชุดตรวจวัดปริมาณทริปโตเฟน ด้วยการตรวจวัดเชิงสีจากพลาสมา เพื่อประยุกต์ใช้ในการตรวจหาความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้า จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

3.สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ได้แก่

ผลงาน RADIA: นวัตกรรมการจำลองแบบสามมิติของหลอดลมเพื่อการติดตาม วิเคราะห์ และฟื้นฟูสุขภาพปอด โดยบูรณาการเทคนิคการแปลงสัญญาณเสียง MFCC (Mel-Frequency Cepstral Coefficients) ปัญญาประดิษฐ์ และเครื่องฟังเสียงปอดดิจิทัล ร่วมกับการประเมินความเสี่ยงจากฝุ่นละออง PM2.5 และระบบฝึกหายใจเพื่อการบำบัดอย่างเป็นระบบ จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

4.สาขาวิทยาศาสตร์โลกและสิ่งแวดล้อม ได้แก่

ผลงาน ระบบบำบัดน้ำทิ้งสีย้อมของกลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติบ้านคีรีวงด้วยอนุภาคนาโนเหล็กออกไซด์คอมโพสิทไคโตซาน จากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ

5.สาขาวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ ได้แก่

ผลงาน การพัฒนาวัสดุคอมโพสิตจากแบคทีเรียลเซลลูโลสร่วมกับแอนโทไซยานินผสมวัสดุโครงข่ายโลหะ – อินทรีย์ชนิด ZIF-8 เพื่อตรวจสอบความสดของอาหารประเภทเนื้อสัตว์สด จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เพชรบุรี

6.สาขาฟิสิกส์ พลังงาน และดาราศาสตร์ ได้แก่

ผลงาน การศึกษาการเคลื่อนที่ของลูกตุ้มหน่วงแรงแม่เหล็กเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมแรงสั่นสะเทือนในระบบจูนแมสแดมเปอร์ จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์

 

รางวัลที่ 3 จำนวน 11 รางวัล ได้แก่

1.สาขาชีววิทยาและเทคโนโลยีชีวภาพ ได้แก่

ผลงาน PhytoPatch: ชุดตรวจโรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียนด้วยเทคโนโลยี Colorimetric LAMP-Microneedle จากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา

สาขาเคมี (2 รางวัล) ได้แก่

2.ผลงาน การศึกษาการตรวจวัดความเข้มข้นของไนไตรต์ในปัสสาวะผ่านเว็บแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนเพื่อคัดกรองภาวะติดเชื้อในระบบปัสสาวะ จากโรงเรียนเซนต์หลุยส์ ฉะเชิงเทรา
3.ผลงาน การสังเคราะห์อนุภาคทองคำนาโนที่ห่อหุ้มด้วยโมเลกุลของ L-Tyrosine เพื่อตรวจจับสัญญาณทางชีวภาพของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากขั้นเบื้องต้น จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
4.สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ได้แก่

ผลงาน การประยุกต์ใช้แบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อคัดกรองและระบุสารประกอบศักยภาพสูงสำหรับยับยั้งเอนไซม์โปรติเอส NS2B/NS3 ของไวรัสเดงกี จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

5.สาขาวิศวกรรมศาสตร์ ได้แก่

ผลงาน ODEX: การออกแบบและพัฒนาระบบปลดปล่อยด้วยโดรนสำหรับไมโครแคปซูลอัลจิเนต-ผงขี้ผึ้ง บรรจุ Rhodococcus erythropolis ร่วมกับ Bacillus เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยสลายน้ำมันปนเปื้อนและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าชายเลน จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

6.สาขาวิทยาศาสตร์โลกและสิ่งแวดล้อม ได้แก่

ผลงาน ระบบเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอัจฉริยะ: การตรวจวัดไมโครพลาสติกในน้ำแบบอัตโนมัติด้วยการประมวลผลภาพเชิงโพลาไรเซชันและแมชชีนเลิร์นนิง จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

สาขาคณิตศาสตร์และสถิติ (2 รางวัล) ได้แก่

7.ผลงาน การเข้ารหัสด้วยเส้นโค้งเชิงวงรีรูปเเบบพิเศษในหลายมิติ จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์
8.ผลงาน การพัฒนารูปแบบการจัดเส้นทางการรับ-ส่งสินค้าภายใต้กรอบเวลาที่ยืดหยุ่น จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
9.สาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมการแพทย์ ได้แก่ ผลงาน การพัฒนาโคบอทเคาะปอดแบบพกพาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับเสมหะและฟื้นฟูระบบทางเดินหายใจ จากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย
10.สาขาวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ ได้แก่ ผลงาน การประเมินและศึกษาประสิทธิภาพในการส่งผ่านสารของแผ่นแปะไมโครนีดเดิลต่างรูปทรงเข็ม จากโรงเรียนสุรวิวัฒน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (โครงการ วมว.)
11.สาขาฟิสิกส์ พลังงาน และดาราศาสตร์ ได้แก่ ผลงาน การสร้างแบบจำลองและศึกษากลไกคลื่นการเดินของกิ้งกือภายใต้สภาวะที่แตกต่างกัน จากโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล

รางวัลพิเศษ สนับสนุนโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จำนวน 4 รางวัล คือ

1.รางวัลพิเศษนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว ได้แก่ ผลงาน การสังเคราะห์สารประกอบโลหะ-อินทรีย์เพื่อการสกัดโลหะอย่างยั่งยืนจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์
2.รางวัลพิเศษนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ ได้แก่ ผลงาน แก้ปัญหาสิวด้วยภูมิปัญญาไทย: แผ่นแปะจากเส้นใยกล้วยและสารสกัดมังคุดต้านแบคทีเรียสิว จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (ศึกษาศาสตร์)
3.รางวัลพิเศษนวัตกรรมรักษ์โลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้แก่ ผลงาน การพัฒนาสารละลายน้ำมันชีวภาพที่มีคุณสมบัติซูเปอร์พาราแมกเนติกและระบบอัตโนมัติสำหรับการแยกไมโครพลาสติก จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม
4.รางวัลพิเศษนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ ผลงาน การสกัดโปรตีนพืชทางเลือกจากหญ้าหวานอิสราเอลเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของเส้นบุกสุขภาพ จากโรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย

นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษ (Special Award) เงินรางวัลจากผู้สนับสนุน พร้อมเกียรติบัตร อีก 14 รางวัล ได้แก่

1.รางวัลพิเศษนวัตกรรมด้านการแก้ปัญหาร่วมสมัย สนับสนุนโดย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ได้แก่ การเข้ารหัสด้วยเส้นโค้งเชิงวงรีรูปแบบพิเศษในหลายมิติ จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์

2.รางวัลพิเศษนวัตกรรมเพื่อสังคม สนับสนุนโดย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ได้แก่ การศึกษาประสิทธิภาพการระบายน้ำ ความแข็งแรงทางโครงสร้าง และการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของจีโอพอลิเมอร์จากเถ้าลอยเพื่อใช้ในการพัฒนาขอบคันหินพรุน จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

3.รางวัลพิเศษนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาชีวิตอย่างยั่งยืน สนับสนุนโดย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ได้แก่ Bio-Litter: นวัตกรรมทรายแมวชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้เพื่อสิ่งแวดล้อมยั่งยืน จากโรงเรียนบ้านม่วงพิทยาคม

4.รางวัลพิเศษนวัตกรรมดีเด่น สนับสนุนโดย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้แก่ การพัฒนาโคบอทเคาะปอดแบบพกพาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับเสมหะและฟื้นฟูระบบทางเดินหายใจ จากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย

รางวัลพิเศษเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาท้องถิ่น สนับสนุนโดย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (2 รางวัล) ได้แก่

5. การสกัดไลเปสจากเครื่องในปลานิลเพื่อนำไปเพิ่มประสิทธิภาพของไฮโดรเจลในการบำบัดน้ำเสีย จากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ
6. ฟาร์มอัจฉริยะระบบ Recirculating Aquaculture System สำหรับการเพาะเลี้ยงหอยนางรมพันธุ์ตะโกรมกรามขาว จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง
7.รางวัลพิเศษนวัตกรรมเพื่อโลกยั่งยืน สนับสนุนโดย มหาวิทยาลัยนเรศวร

ได้แก่ ODEX: การออกแบบและพัฒนาระบบปลดปล่อยด้วยโดรนสำหรับไมโครแคปซูลอัลจิเนต-ผงขี้ผึ้ง บรรจุ Rhodococcus erythropolis ร่วมกับ Bacillus เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยสลายน้ำมันปนเปื้อนและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าชายเลน จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

8.รางวัลพิเศษนักคิดเพื่ออนาคต สนับสนุนโดย มหาวิทยาลัยนเรศวร

ได้แก่ การศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาต่อการเคลื่อนที่ขณะร่วงหล่นของเมล็ดพวงคราม จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์

รางวัลพิเศษเทคโนโลยีเพื่อการส่งเสริม SDGs สนับสนุนโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 2 รางวัล ได้แก่

9. การผลิตน้ำปลาโซเดียมต่ำโดยใช้จุลินทรีย์ Virgibacillus sp. SK37 จากโรงเรียนสุรวิวัฒน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
10. การพัฒนาอนุภาคนาโนลิพิดบรรจุไดไฮโดรไอโซรามเนทินจากเปลือกลังแข (Baccaurea macrophylla) สำหรับยับยั้งเอนไซม์ COX-1 และ COX-2 เพื่อทดแทนยาต้านการอักเสบในกลุ่ม NSAIDs จากโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลา
11.รางวัลพิเศษสุดยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีอัจฉริยะ สนับสนุนโดย บริษัท รีเวสเทคจำกัด

ได้แก่  การออกแบบจำลองเชิงคำนวณเพื่อพัฒนาไบโอเซนเซอร์จากแอนติบอดีที่ปรับลาดับกรดอะมิโน พร้อมการเติมซิสเทอีนที่ปลายสายโซ่ของแอนติบอดีเพื่อการตรึงบนทองคำ สำหรับการตรวจวินิจฉัยโปรตีน Tau ที่เกิดภาวะ Hyperphosphorylation ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ชีวภาพของโรคอัลไซเมอร์ จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

12.รางวัลพิเศษนวัตกรรมมุ่งสู่ NET ZERO สนับสนุนโดย บริษัท รีเวสเทคจำกัด ได้แก่

การสังเคราะห์สารประกอบโลหะ-อินทรีย์เพื่อการสกัดโลหะอย่างยั่งยืนจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม

13.รางวัลพิเศษนวัตกรรมพร้อมใช้เพื่อขับเคลื่อนอนาคต สนับสนุนโดย บริษัท รีเวสเทคจำกัด

ได้แก่ การพัฒนาฟิล์มคอมโพสิตชีวภาพจากเซลลูโลสฟางข้าวและไคโตซานโอลิโกแซ็กคาไรด์เสริมซิงค์ออกไซด์

นาโนเพื่อการดูดซับเอทิลีนสาหรับการยืดอายุของผลไม้ จากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย

14.รางวัลนวัตกรรมเพื่อที่อยู่อาศัยและเทคโนโลยีที่ลดการปล่อยคาร์บอน สนับสนุนโดย บริษัท ศุภลักษณ์ พร๊อพเพอตี้ จำกัด

ได้แก่ ฟิล์มไม่ชอบน้ำยิ่งยวดจากพอลิเมอร์ผสมอนุภาคนาโนซิลิกาสำหรับการทำความเย็นโดยไม่ใช้ไฟฟ้า จากโรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม (โครงการ วมว.-ม.ทักษิณ)

 

แชร์หน้านี้: