![]() |
สำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยี Technology Licensing Office |
![]() |

| นักวิจัย ชลิตา รัตนเทวะเนตร |
|
| หน่วยงาน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ |
|
| รูปแบบความร่วมมือที่เสนอ เสาะหาผู้รับอนุญาตใช้สิทธิ |
|
| สถานภาพทรัพย์สินทางปัญญา คำขออนุสิทธิบัตร เลขที่คำขอ 2503002287 ยื่นคำขอวันที่ 23 มิถุนายน 2568 คำขอสิทธิบัตร เลขที่คำขอ 2401003478 ยื่นคำขอวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 คำขอสิทธิบัตร เลขที่คำขอ 2201006355 ยื่นคำขอวันที่ 29 กันยายน 2565 คำขอสิทธิบัตร เลขที่คำขอ 2201006356 ยื่นคำขอวันที่ 29 กันยายน 2565 คำขออนุสิทธิบัตร เลขที่คำขอ 2103002595 ยื่นคำขอวันที่ 14 กันยายน 2564 คำขอสิทธิบัตร เลขที่คำขอ 1901006116 ยื่นคำขอวันที่ 27 กันยายน 2562 |
|
| สถานะงานวิจัย ต้นแบบระดับห้องปฏิบัติการได้ถูกทดสอบในสภาวะจำลอง (TRL5) |
| ที่มา ข้อมูลเบื้องต้น ความสำคัญของปัญหา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหามลพิษอุตสาหกรรม และปริมาณของเสียที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สังคมโลกมุ่งสู่แนวคิด Greener Society และสังคมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Society) ซึ่งต้องการเทคโนโลยีวัสดุที่สามารถลดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า วัสดุโครงข่ายโลหะ–อินทรีย์ (Metal–Organic Frameworks: MOFs) เป็นวัสดุนาโนโครงสร้างรูพรุนที่มีพื้นที่ผิวสูงและสามารถออกแบบคุณสมบัติได้เฉพาะทาง จึงมีศักยภาพสูงในงานด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน อย่างไรก็ตาม กระบวนการสังเคราะห์แบบดั้งเดิมยังพึ่งพาวัตถุดิบปฐมภูมิและใช้พลังงานสูง ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงเกิดขึ้นจากแนวคิด Circular Economy และ Waste Utilization โดยมุ่งนำวัสดุเหลือใช้จากภาคอุตสาหกรรม และชีวภาพมาเป็นแหล่งวัตถุดิบในการสังเคราะห์ MOFs ภายใต้หลัก เคมีสีเขียว (Green Chemistry) และการบูรณาการองค์ความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยี เพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้ • ลดคาร์บอนฟุตพรินต์ของกระบวนการผลิต • ลดการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติใหม่ • เพิ่มมูลค่าให้กับของเสีย • พัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถขยายกำลังผลิตสู่ระดับอุตสาหกรรมได้ |
| สรุปเทคโนโลยี 1. เปลี่ยนของเสียให้เป็นวัสดุมูลค่าสูง นำวัสดุเหลือใช้มาแปรรูปเป็น MOFs ขั้นสูงระดับนาโน ที่มีสมบัติเด่นและมูลค่าเพิ่มสูง 2. กระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้วิธีสังเคราะห์ที่ ลดการใช้พลังงาน ลดตัวทำละลายอันตราย และลดของเสียรอง 3. ช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ของวัตถุดิบ เพิ่มความคุ้มค่าให้ทรัพยากรเหลือใช้ พร้อมสนับสนุนแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียนและความยั่งยืน 4. รองรับการผลิตระดับอุตสาหกรรม ออกแบบกระบวนการให้ ขยายกำลังการผลิตได้จริง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์ 5. เด่นด้านสิ่งแวดล้อมและการบำบัดมลพิษ ใช้ดักจับความชื้น กำจัด NOx, VOCs, กลิ่น, ดูดซับโลหะหนัก และช่วยกักเก็บ CO2 6. ประยุกต์ใช้ได้ในอุตสาหกรรมพลังงาน เหมาะสำหรับ กักเก็บและแยกก๊าซ เช่น CO2 และ CH4 รวมถึงใช้ในกระบวนการปิโตรเคมี 7. ต่อยอดสู่ฟังก์ชันวัสดุขั้นสูงได้หลากหลาย ใช้เป็น ตัวเร่งปฏิกิริยา และพัฒนาเป็น วัสดุฆ่าเชื้อ/ต้านจุลชีพ ได้ |
| สนใจสอบถามข้อมูล งานธุรกิจทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยี (TLO) โทรศัพท์: 025647000 ต่อ 1616 E-mail: tlo-ipb@nstda.or.th |