![]() |
สำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยี Technology Licensing Office |
![]() |

| นักวิจัย ดร.บุญญาวัณย์ อยู่สุข และคณะ |
|
| หน่วยงาน ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ |
|
| รูปแบบความร่วมมือที่เสนอ เสาะหาผู้รับอนุญาตใช้สิทธิ |
|
| สถานภาพสิทธิบัตร คำขออนุสิทธิบัตร เลขที่คำขอ 2103001245 ยื่นคำขอวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 |
|
| สถานะงานวิจัย ได้ต้นแบบระดับ pilot scale (TRL6) |
| ที่มา ข้อมูลเบื้องต้น ความสำคัญของปัญหา หม้อแปลงไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญอย่างมากในระบบส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า โดยทำหน้าที่แปลงแรงดันไฟฟ้า ในระหว่างการทำงานจะเกิดความร้อนขึ้นภายในหม้อแปลง จึงจำเป็นต้องใส่น้ำมันอยู่ภายในเพื่อทำหน้าที่ในการระบายความร้อน โดย คุณภาพของน้ำมันหม้อแปลงส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของหม้อแปลง นอกจากคุณสมบัติในการระบายความร้อนที่ดีแล้ว อีกคุณสมบัติหนึ่งที่มีความสำคัญ คือ คุณสมบัติในการเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดี ปัจจุบันน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าส่วนใหญ่มาจากน้ำมันแร่ (Mineral Oil) ที่ได้มาจากการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม เนื่องจากน้ำมันแร่มีความเสถียรต่อออกซิเจนสูง จึงมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย แต่อย่างไรก็ตาม การใช้น้ำมันแร่เป็นน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้ามีความเสี่ยงหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเกิดการช๊อตในหม้อแปลงไฟฟ้า อุณหภูมิในหม้อแปลงไฟฟ้าจะสูงขึ้น เมื่ออุณหภูมิสูงเกินจุดวาบไฟ (Flash Point) และ จุดติดไฟ (Fire Point) ของน้ำมันหม้อแปลง จะส่งผลให้น้ำมันหม้อแปลงเกิดการลุกติดไฟ จากปัญหาดังกล่าว ทำให้เริ่มมีแนวคิดในการนำน้ำมันพืชมาพัฒนาให้สามารถใช้งานเป็นน้ำมันหม้อแปลงชีวภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าจุดวาบไฟและจุดติดไฟมีค่าสูงกว่า |
| สรุปเทคโนโลยี โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือ จากหน่วยงานพันธมิตร 8 องค์กร ได้แก่ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) บริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัทเจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) โดยผลการนำร่องการใช้งานนี้จะใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนในการจัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพฉบับแรกของประเทศไทย เพื่อให้เกิดการขยายผลการใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ต่อไป ข้อมูลจาก https://www.nstda.or.th/home/news_post/sci-update-enpat/ ✔ จุดติดไฟสูงกว่า 300 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าทั่วไปถึง 2 เท่า ✔ สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้เมื่อมีการรั่วไหลจะจัดการได้ง่ายและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ✔ หากหมดอายุการใช้งานในหม้อแปลงไฟฟ้า ยังสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซลได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัด |
| สนใจสอบถามข้อมูล สุรีรัตน์ รัตนสมบูรณ์ งานธุรกิจทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยี (TLO) สวทช. โทรศัพท์: 0 2564 7000 ต่อ 1619 E-mail: tlo-ipb@nstda.or.th |