สำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยี
Technology Licensing Office
การพัฒนาชีววิทยาสังเคราะห์ในยีสต์ Saccharomyces cerevisiae สำหรับการผลิตเบต้าแคโรทีนในระดับก่อนนำร่อง
นักวิจัย
ดร. วีรวัฒน์ รังกุพันธุ์
หน่วยงาน
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
รูปแบบความร่วมมือที่เสนอ
เสาะหาผู้รับอนุญาตใช้สิทธิ
สถานภาพสิทธิบัตร
คำขอสิทธิบัตร เลขที่คำขอ 2101004201 ยื่นคำขอวันที่ 15 กรกฎาคม 2564
สถานะงานวิจัย
ได้ต้นแบบระดับ pilot scale (TRL6)
ที่มา ข้อมูลเบื้องต้น ความสำคัญของปัญหา
เบต้าแคโรทีนเป็นสารสำคัญที่มีบทบาทหลากหลายในอุตสาหกรรมอาหาร อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ และเครื่องสำอาง มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม การผลิตเบต้าแคโรทีนในเชิงพาณิชย์ยังเผชิญกับปัญหาสำคัญ 2 ประการ คือ ต้นทุนการผลิตที่สูง และ การพึ่งพาวัตถุดิบธรรมชาติที่มีข้อจำกัด ซึ่งการสกัดจากพืชหรือสาหร่ายต้องใช้กระบวนการที่ยุ่งยากและใช้ทรัพยากรสูง
ทีมวิจัยให้ความสำคัญกับการพัฒนาสายพันธุ์ยีสต์ที่มีประสิทธิภาพในการผลิตเบต้าแคโรทีนในปริมาณสูง ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์ และการดัดแปลงพันธุกรรมที่เสริมกระบวนการสร้างสารในระดับเซลล์ ทำให้สามารถออกแบบและควบคุมการผลิตเบต้าแคโรทีนได้อย่างแม่นยำ โดยการปรับปรุงเส้นทางชีวสังเคราะห์ให้เหมาะสม การผสานการใช้เครื่องมือทางชีววิทยาสังเคราะห์เพื่อช่วยให้สามารถเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ และลดต้นทุนการผลิตเมื่อเทียบกับวิธีการผลิตดั้งเดิม นอกจากนี้ทางทีมยังได้พัฒนากระบวนการหมักที่สามารถปรับใช้กับวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ซึ่งช่วยลดต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
สรุปเทคโนโลยี
1. ประสิทธิภาพการผลิตที่สูง: สายพันธุ์ยีสต์ที่ผ่านการพัฒนาสามารถผลิตเบต้าแคโรทีนได้ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในเชิงพาณิชย์ ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารเสริมและเวชสำอาง
2. ต้นทุนการผลิตต่ำ: ด้วยการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรที่มีราคาถูก เช่น น้ำตาลทรายและกากน้ำตาล ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงเมื่อเทียบกับวิธีการผลิตดั้งเดิม
3. ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: การใช้กระบวนการหมักที่ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่หายาก สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียวและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
4. ศักยภาพทางการตลาด: เทคโนโลยีนี้สามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดอาหารเสริมเพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์เวชสำอางทั่วโลก ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง
5. ขยายขนาดง่าย: กระบวนการหมักและผลิตได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการขยายขนาดไปสู่ระดับอุตสาหกรรม ทำให้เหมาะสำหรับบริษัทที่ต้องการลงทุนในผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง
เทคโนโลยีนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับบริษัทที่ต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ในสายสุขภาพและความงาม พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจสีเขียว
สนใจสอบถามข้อมูล
ตัวแทนอนุญาตใช้สิทธิ
งานธุรกิจทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยี (TLO)
โทรศัพท์: 025647000 ต่อ 1357
E-mail: tlo-ipb@nstda.or.th