บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สวทช. ต่อยอดองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่โมเดลการเรียนรู้รับมือภัยพิบัติ
พัฒนาเยาวชนไทยพร้อมรับแผ่นดินไหวและภาวะฉุกเฉิน

          เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนว่า “ภัยพิบัติ” อาจเกิดขึ้นโดยไม่สามารถคาดการณ์เวลาและระดับผลกระทบได้ การเตรียมความพร้อมจึงไม่ควรจำกัดเพียงการรับรู้ข้อมูลหรือจดจำแนวทางปฏิบัติ แต่จำเป็นต้องพัฒนาความรู้ ทักษะ และความสามารถในการนำความรู้ไปใช้ประเมินสถานการณ์ ตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติได้จริง

          บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร ในฐานะศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับเด็กและเยาวชน จึงมุ่งนำองค์ความรู้จากงานวิจัยและผู้เชี่ยวชาญมาพัฒนาเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์จริง โดยเฉพาะด้านการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ผ่านการทดลอง การฝึกปฏิบัติ และสถานการณ์จำลอง

   

          หนึ่งในองค์ความรู้สำคัญที่นำมาต่อยอด คือ โมเดลการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อการเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหว พัฒนาโดย ผศ.ปัญจพาณ์ สุขโข สถาบันการพยาบาลศรีสวริน   ทิรา สภากาชาดไทย ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาประยุกต์ให้เหมาะกับบริบทของเด็กและเยาวชน เชื่อมโยงกับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของ ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH) และด้านการปฐมพยาบาลและการดูแลผู้ประสบเหตุจากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย เพื่อออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่ให้เยาวชนไม่ได้เพียง “รู้” แต่ได้ คิด วิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ ตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติ ด้วยตนเอง

  

          แนวทางดังกล่าวนำไปสู่ “โครงการเสริมสร้างทักษะและการเตรียมความพร้อมสำหรับรับมือเหตุแผ่นดินไหว” เพื่อพัฒนาต้นแบบการเรียนรู้ด้านภัยพิบัติสำหรับเยาวชน โดยใช้บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ ครู และหน่วยงานภาคีจากหลากหลายสาขา และจัดกิจกรรมนำร่องภายใต้ “โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างทักษะการเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหวและภัยพิบัติ ประจำปี 2569” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ณ ห้อง Auditorium บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร มีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนวัดกลางคลองสาม พร้อมคณะครู รวม 63 คน เข้าร่วม โดยกิจกรรมครั้งนี้เป็นการนำร่องเพื่อทดสอบรูปแบบ เก็บข้อมูล และนำผลไปพัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

          ในพิธีเปิด ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ด้านพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติว่า เป็นทักษะที่ทุกคนควรมี โดยการเรียนรู้ควรมุ่งให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประเมินสถานการณ์ วิเคราะห์ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติได้จริง เพราะเมื่อเกิดเหตุ ผู้ประสบภัยอาจไม่มีเวลารอความช่วยเหลือจากภายนอก จำเป็นต้องสามารถดูแลตนเอง ช่วยเหลือผู้อื่นเบื้องต้น และทำงานร่วมกับผู้อื่นภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินได้

          การดำเนินกิจกรรมได้รับความร่วมมือทางวิชาการจาก ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสถานการณ์และความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย และ ผศ.ปัญจพาณ์ สุขโข ถ่ายทอดความรู้ด้านการปฐมพยาบาล การบาดเจ็บ การสื่อสาร และการจัดการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมี บริษัท Upright Simulation สนับสนุนระบบจำลองและวิทยากรสำหรับการฝึกปฏิบัติ

          รูปแบบการเรียนรู้เชื่อมโยงทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติ โดยช่วงเช้าเยาวชนเรียนรู้ภาคทฤษฎี และภาคบ่ายเข้าสู่ 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ 1. ระบบบัญชาการสถานการณ์ภัยพิบัติ (Incident Command System: ICS) ฝึกการรวบรวมและประเมินข้อมูล จัดลำดับความสำคัญ สื่อสาร ประสานงาน และตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาและทรัพยากร 2. การวางแผนและจัดถุงยังชีพ ฝึกประเมินความเสี่ยงและความจำเป็นของผู้ประสบเหตุ เพื่อเลือกอุปกรณ์และสิ่งของที่เหมาะสมสำหรับการดำรงชีวิตในภาวะที่สาธารณูปโภคหรือความช่วยเหลือจากภายนอกอาจหยุดชะงัก 3. การปฐมพยาบาลทางกายและใจ เรียนรู้การประเมินผู้บาดเจ็บ การจัดลำดับความเร่งด่วน การช่วยเหลือเบื้องต้น รวมถึงการสื่อสารและดูแลด้านจิตใจ เพื่อช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม 4. สถานการณ์จำลองการช่วยเหลือผู้ป่วยผ่านเทคโนโลยี VR (Virtual Reality) ฝึกประเมินและคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินผ่านสภาพแวดล้อมเสมือนจริง พร้อมฝึกสังเกต ตัดสินใจเลือกแนวทางช่วยเหลือ และทำงานร่วมกับผู้อื่น

          นอกจากนี้ ทีมงานกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้เข้าร่วมการอบรมเพื่อศึกษาแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ และการขยายผลสู่กลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง โดยการดำเนินงานครั้งนี้เป็น ก้าวแรกของการพัฒนาต้นแบบการเรียนรู้ด้านภัยพิบัติของบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร โดยจะถอดบทเรียนจากกิจกรรมนำร่องมาพัฒนาชุดกิจกรรมและสื่อให้เหมาะสมกับช่วงวัยและบริบทของผู้เรียน รวมถึงแนวทางสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อขยายผลสู่โรงเรียนและสังคม

          ในระยะต่อไป บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร มีแนวทางพัฒนาเป็น “ศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านภัยพิบัติสำหรับเด็กและเยาวชน” เชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนวางแผนและประสานความร่วมมือทางวิชาการกับ หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่มีศักยภาพ เพื่อร่วมพัฒนาและสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ด้านภัยพิบัติ ตลอดจนแนวทางการต่อยอดองค์ความรู้จากเรื่อง “แผ่นดินไหว” ไปสู่ภัยพิบัติประเภทอื่น ๆ มุ่งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ ทักษะ ความสามารถในการตัดสินใจ และความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ทั้งนี้ มีแผนประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้แก่ 1) ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ 2) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ 3) สภากาชาดไทย 4) สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย  5) โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และ 6) กรุงเทพมหานคร

Share:

Facebook
Twitter