ดาวน์โหลดเอกสาร
เทคโนโลยีกล่องควบคุมวาล์วให้น้ำ Water Fit Simple


ดาวน์โหลดเอกสาร

ดาวน์โหลดเอกสาร

โรงเรือนปลูกพืชต้นทุนต่ำ คือ โรงเรือนปลูกพืชที่ใช้งบประมาณก่อสร้างไม่มาก เกษตรกรสามารถสร้าง ดูแลรักษาและซ่อมแซมได้ด้วยตนเอง นิยมใช้วัสดุในท้องถิ่นเป็นโครงสร้างหลัก เช่น ไม้ไผ่ ไม้ยูคาลิปตัส ไม้ยางพารา โดยอาจมีเหล็ก เสาปูน หรือท่อพีวีซีร่วมด้วย โรงเรือนปลูกพืชต้นทุนต่ำเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเรียนรู้การปลูกผัก เกษตรกรที่มีพื้นที่หรืองบประมาณจำกัด รวมถึงเกษตรกรที่ต้องการใช้โรงเรือนปลูกพืชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งเกษตรกรควรคำนึงถึงต้นทุนก่อสร้าง อายุการใช้งาน พืชผักที่จะปลูก สภาพแวดล้อม รวมถึงตลาด เพื่อใช้ประโยชน์จากโรงเรือนปลูกพืชได้เต็มประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับการลงทุน

ดาวน์โหลดเอกสาร

ลงทะเบียนเพื่อดาวน์โหลดคู่มือฯ คลิก ท่านจะได้รับ Link สำหรับดาวน์โหลดคู่มือฯ หลังกด submit ลงทะเบียนแล้ว ข้อมูลการลงทะเบียนของท่านจะเป็นประโยชน์ต่อการขยายผลองค์ความรู้และเทคโนโลยีของ สท./สวทช. ข้อมูลเพิ่มเติม “โรงเรือนปลูกพืชไม้ไผ่หลังคาจั่ว 2 ชั้น” คลิก ตัวอย่างเนื้อหา

สถาบันารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. ได้ปรับปรุงรูปแบบโครงสร้างโรงเรือนไม้ไผ่ทรงหลังคาจั่ง 2 ชั้น จากรูปแบบเดิมที่ค่อนข้างซับซ้อน เกษตรกรสร้างเองได้ยาก ให้เป็นรูปแบบอย่างง่ายที่เกษตรกรสามารถสร้างได้ง่ายขึ้น ใช้ไม้ไผ่น้อยลง แต่ยังคงความแข็งแรงในระดับที่ยอมรับได้ ลดต้นทุนการสร้างลงได้ร้อยละ 37.5 เมื่อเทียบกับแบบเดิม มีราคาประเมินการก่อสร้างโรงเรือนขนาด 6×15 เมตร กรณีจ้างเหมาอยู่ที่ 20,000 บาท ประมาณอายุการใช้งาน 3 ปี ในการสร้างโรงเรือนนี้ เกษตรกรสามารถเตรียมไม้ไผ่ตามขนาดและความยาวที่กำหนดในแบบแปลน นำมาเชื่อมต่อกันเป็นโครงสร้างโรงเรือนด้วยสกรูเกลียว สท. ได้พัฒนาขนาดโรงเรือน 2 ขนาด คือ แบบหน้ากว้าง 4 เมตร ไม่มีเสากลาง และแบบหน้ากว้าง 6 เมตร มีเสากลาง โดยมีรูปแบบโครงสร้างหลังคาและมีระยะช่วงเสา

ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวน โรงเรือนปลูกพืช เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เกษตรกรยังคงมีผลผลิตและรายได้ การใช้ประโยชน์จากโรงเรือนให้ได้ประสิทธิภาพมากไปกว่ากันแดดกันฝน แต่ให้มีผลผลิตผักที่ได้คุณภาพและปริมาณตามความต้องการของตลาด และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องให้เกษตรกรได้นั้น เป็นสิ่งที่สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) ให้ความสำคัญ จึงได้นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปถ่ายทอดสู่เกษตรกรผ่านโครงการการยกระดับเครือข่ายผู้ผลิตผักอินทรีย์ด้วยเทคโนโลยีโรงเรือนและการบริหารจัดการผลิตพืชผัก[1] ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) จันทร์เพ็ญ เพ็ชรัตน์ เกษตรกรชาวหาดใหญ่ วิโรจน์ ทองละเอียด และลำจวน หนองภักดี สองเกษตรกรชาวกาฬสินธุ์ คือส่วนหนึ่งของเกษตรกรที่ได้เติมเต็มความรู้จากโครงการฯ นี้ [1] กลุ่มเป้าหมายในโครงการฯ ประกอบด้วย เครือข่ายผู้ผลิตผักอินทรีย์จังหวัดสงขลา (สมาชิกอยู่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ คลองหอยโข่ง จะนะ รัตภูมิ และสะเดา) เครือข่ายผู้ผลิตผักอินทรีย์ในจังหวัดกาฬสินธุ์ (สมาชิกอยู่ในพื้นที่อำเภอฆ้องชัย ยางตลาด และคำม่วง) และเครือข่ายผู้ผลิตผักอินทรีย์ในจังหวัดมหาสารคาม (สมาชิกอยู่ในพื้นที่อำเภอยางสีสุราช) เพราะไม่รู้ จึงเรียนรู้

ดาวน์โหลดคู่มือฯ ดาวน์โหลดแบบแปลนโรงเรือนปลูกพืชต้นทุนต่ำ

“เราดูตัวเลขความชื้นดินในระบบ ค่าตัวเลขเท่านี้ สภาพต้นทุเรียนได้ เราจะประคองการให้น้ำไว้ที่ค่าตัวเลขนี้ แต่ก่อนไม่เคยรู้ความชื้นในดินและไม่รู้ว่าทุเรียนแต่ละช่วงการเติบโตต้องการน้ำไม่เท่ากัน เราให้น้ำเท่ากันตลอด” อนุชา ติลลักษณ์ เจ้าของสวน ผช.เก่ง ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ระยอง เล่าถึงวิธีการให้น้ำสวนทุเรียนที่เปลี่ยนไปหลังจากได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบควบคุมการให้น้ำโดยใช้เซนเซอร์ตรวจวัดสภาพอากาศและความชื้นดิน (ระบบฟาร์มรักษ์น้ำ) อดีตช่างเครื่องยนต์เริ่มฝึกมือทำสวนทุเรียนอยู่กว่า 4 ปี ก่อนตัดสินใจปรับเปลี่ยนป่ายาง 10 ไร่ เป็นสวนทุเรียน เมื่อปี พ.ศ. 2560 ลงมือลงแรงทำสวนจริงจังจนได้ผลผลิตครั้งแรก 5 ตัน เมื่อปี พ.ศ. 2565 “อาศัยหาความรู้จากอินเทอร์เน็ตและเรียนรู้จากคนอื่น เราต้องเป็นคนน้ำไม่เต็มแก้ว ถ้าน้ำเต็มแก้ว ก็ไม่มีคนคุยกับเรา ลองผิดลองถูกแล้วปรับให้เหมาะกับสวนเราเอง ต้องหาจุดตัวเองให้เจอ” หลังผลผลิตแรกผลิดอกออกผล สวน ผช.เก่ง