แหล่งเรียนรู้ชุมชนด้านสิ่งทอบ้านอุ่มแสง

บ้านอุ่มแสง ตำบลดู่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นหมู่บ้านทอผ้าไหมมาช้านาน จากทอผ้าเพื่อนุ่งห่มหรือเป็นของชำร่วยในงานบุญ ขยับขยายสู่การทอผ้าสร้างรายได้ ทุกวันนี้ยังมีครัวเรือนที่ยึดงานทอผ้าไหมเป็นอาชีพหลัก และยังคงวิถีดั้งเดิมตั้งแต่เลี้ยงไหม สาวไหม และใช้กี่ทอผ้าที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น กลายเป็นเสน่ห์ที่แฝงอยู่ในงานผ้าไหมบ้านอุ่มแสง “วิสาหกิจชุมชนปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าบ้านอุ่มแสง” จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2559 โดยนางแสงมณี โคตรเจริญ เพื่อเปิดโอกาสทางการตลาดให้ผลิตภัณฑ์ของชุมชนและเปิดโอกาสรับความช่วยเหลือด้านต่างๆ จากหน่วยงานรัฐ ซึ่งในปี พ.ศ. 2567 กลุ่มฯ ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. ได้แก่ เอนไซม์เอนอีซ (ENZease) การย้อมสีธรรมชาติ และการออกแบบลายอัตลักษณ์ ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มฯ และยกระดับงานหัตถกรรมของชุมชนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง   ด้วยความมุ่งมั่นและเปิดรับองค์ความรู้ใหม่เพื่อพัฒนางานสิ่งทออย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังพร้อมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์งานสิ่งทอ  “วิสาหกิจชุมชนปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าบ้านอุ่มแสง”  จึงยกระดับเป็น “แหล่งเรียนรู้ชุมชนด้านสิ่งทอ”

พยัคฆ์กุลา: เมล่อนหวาน ผักปลอดสาร ทานปลอดภัย

พยัคฆ์กุลา: เมล่อนหวาน ผักปลอดสาร ทานปลอดภัย

อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย เป็นอำเภอเดียวของจังหวัดมหาสารคามที่อยู่ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ดินเค็มของทุ่งกุลาสร้างอัตลักษณ์ให้ข้าวหอมมะลิ 105 และได้สร้างรสชาติที่โดดเด่นให้ “เมลอน” ผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดมหาสารคามด้วยเช่นกัน ช่วงปี พ.ศ. 2567 สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย ยกระดับการผลิตพืชของเกษตรกรในพื้นที่บ้านหัวดงนาค่าย-ค่ายพัฒนา ตำบลเวียงสะอาด อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยการนำเทคโนโลยี “ปุ๋ยคีเลต”[1] เสริมการผลิตเมลอน และเทคโนโลยี “โรงเรือนปลูกพืชและการบริหารจัดการ” สร้างรายได้ให้เกษตรกร [1] ผลงานวิจัยและพัฒนาโดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. “แต่ก่อนปลูกแตงโม ปลูกซ้ำที่เดิมไม่ได้ ก็เปลี่ยนมาปลูกเมลอนกันมาเกือบสิบปีแล้ว” สุพีร์ ศรีสุข รองประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเมลอนหัวดงนาค่าย-ค่ายพัฒนา ย้อนความที่มาของไม้ผลสร้างชื่อของจังหวัด ที่นี่เป็นแหล่งผลิตเมลอนที่ใหญ่สุดของจังหวัด แม้มีสมาชิกปลูกเมลอนเพียง 9 ราย

“ผงหมักโคจิ” เพิ่มมูลค่า สร้างอัตลักษณ์ “โคเนื้อทุ่งกุลา” สร้างความสุขคืนถิ่น

“ผงหมักโคจิ” เพิ่มมูลค่า สร้างอัตลักษณ์ “โคเนื้อทุ่งกุลา” สร้างความสุขคืนถิ่น

“เราต้องการให้ลูกค้าชาวบ้านเข้าถึงเนื้อวากิวในราคาที่จับต้องได้ เราใช้เนื้อส่วนสะโพกมาย่างทำสเต็ก เทคนิคเนื้อนุ่มและหอมจากผงหมักโคจิ[1] ได้กลิ่นหอมมันของวากิวผสมผสามกับกลิ่นหอมมะลิอัตลักษณ์ของทุ่งกุลา” สว่าง สุขแสง ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรยั่งยืนตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด และผู้รับผิดชอบด้านการตลาดของเครือข่ายโคเนื้อทุ่งกุลา เล่าถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์และกลุ่มเป้าหมายภายใต้แบรนด์ “กุลาบีฟ” (KULA BEEF) [1] เทคโนโลยีจุลินทรีย์เพิ่มประสิทธิภาพการหมักเนื้อนุ่ม วิจัยและพัฒนาโดยทีมวิจัยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ผงหมักโคจิข้าวหอมมะลิ มีส่วนประกอบหลักเป็นข้าวหอมมะลิ 105 ที่ผ่านกระบวนการหมักด้วยต้นเชื้อโคจิ (เชื้อรา Aspergillus oryzae) เครือข่ายโคเนื้อทุ่งกุลา เป็นหนึ่งกลุ่มทำงานภายใต้ “ปทุมรัตต์โมเดล” ที่ขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับการทำเกษตรในอำเภอปทุมรัตต์ ด้วยรูปแบบการทำงานที่เชื่อมโยงหลากหลายวิสาหกิจชุมชนเป็น “เครือข่าย” ประกอบด้วยวิสาหกิจชุมชน 30 แห่งในอำเภอปทุมรัตต์ เกษตรวิสัย และสุวรรณภูมิ “เราเริ่มรู้จักและรวมตัวกันตั้งแต่มีสถานีเรียนรู้ Training Hub ของ

ไตรโคเดอร์มาสายพันธุ์ TBRC 4734: วัคซีนเสริมแกร่งทุเรียนจันท์

ไตรโคเดอร์มาสายพันธุ์ TBRC 4734: วัคซีนเสริมแกร่งทุเรียนจันท์

“ไตรโคเดอร์มาจัดการไฟทอปได้และยั่งยืน” คือคำตอบจาก มณี ภาระเปลื้อง เจ้าของสวนผลไม้พรรณมณี และ เตือนใจ อรชร สมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลกระแจ อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีประสบการณ์เกือบสิบปีกับการใช้ไตรโคเดอร์มาจัดการโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน[1] โรคพืชสำคัญของทุเรียน ชีวิตที่คลุกคลีกับสวนทุเรียนมากว่า 20 ปีของทั้งคู่ รักษาและดูแลต้นทุเรียนที่มีอาการโรครากเน่าโคนเน่ามานักต่อนัก หลายต้นประคับประคองให้ผลผลิตต่อได้ แต่ก็มีไม่น้อยที่ยืนต้นตาย [1] เกิดจากเชื้อสาเหตุ Phytophthora palmovara ที่อยู่ในดิน เมื่อมีน้ำและความชื้นเพียงพอจะงอกเป็นเส้นใยเข้าทำลายพืช เชื้อโรคสามารถแพร่ระบาดไปกับลมและน้ำ หรือติดไปกับดินปลูกหรือกิ่งพันธุ์ที่เป็นโรคได้ “แต่ก่อนใช้เคมีจัดการอย่างเดียวเห็นผลเร็วกว่า ไตรโคเดอร์มาเห็นผลช้า แต่เราก็อยากลองใช้ เพราะต้องการลดต้นทุน” จากที่เคยทำสวนตามวิธีพ่อแม่ มณี เริ่มปรับเปลี่ยนแนวทางการทำสวนทุเรียนหลังจากได้รับความรู้จากการร่วมอบรมในเวทีต่างๆ ช่วงปี พ.ศ. 2561 เขาได้ความรู้การผลิตและใช้ไตรโคเดอร์มาเพื่อจัดการโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน “ทุเรียนราคาเปลี่ยน การตลาดไม่แน่นอน

ทำ “สวนทุเรียนบนเขา” ให้แม่นยำได้ ด้วย “เทคโนโลยีระบบฟาร์มรักษ์น้ำ-สถานีตรวจวัดสภาพอากาศ”

ทำ “สวนทุเรียนบนเขา” ให้แม่นยำได้  ด้วย “เทคโนโลยีระบบฟาร์มรักษ์น้ำ-สถานีตรวจวัดสภาพอากาศ”

ปัจจุบัน พื้นที่ปลูกทุเรียนของประเทศไทยได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาค แต่ละพื้นที่ต่างมีเอกลักษณ์และจุดเด่นเฉพาะตัวที่สร้างมูลค่าให้ผลผลิต เช่นเดียวกับพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดแพร่ ซึ่งถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่สำคัญของประเทศ และเป็นถิ่นกำเนิดของทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองชื่อดังอย่าง “หลงลับแล” และ “หลินลับแล” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ไม่น้อยไปกว่าทุเรียนพันธุ์การค้าอย่างหมอนทอง ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่เชิงเขาและลาดชัน ประกอบกับวิถีการปลูกแบบดั้งเดิมที่พึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก โดยเฉพาะการใช้น้ำฝน ทำให้การผลิตทุเรียนต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนปรับเปลี่ยนวิธีคิดและเปิดรับ “เทคโนโลยีระบบฟาร์มรักษ์น้ำและสถานีตรวจวัดสภาพอากาศ” จากสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช.[1] เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ลดต้นทุนการผลิต และลดความเสี่ยงจากปัจจัยแวดล้อมที่ไม่สามารถควบคุมได้ [1] โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้นวัตกรรมเกษตรแม่นยำด้วยเทคโนโลยีเพื่อยกระดับศักยภาพความรู้การใช้งานโดยปฏิทินการปฏิบัติในแปลงปลูกทุเรียน 52 สัปดาห์ มีพื้นที่ดำเนินงาน 8 พื้นที่ในจังหวัดระยอง จันทบุรี อุตรดิตถ์ และแพร่ โดยคัดเลือกเกษตรกรที่มีทักษะและความพร้อมใช้สมาร์ทเทคโนโลยี มีพื้นที่แปลงทุเรียนที่เข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ต มีความพร้อมระบบไฟฟ้าและระบบการให้น้ำ และสามารถเป็นพื้นที่ต้นแบบหรือจุดเรียนรู้เทคโนโลยีได้ ฟาร์มรักษ์น้ำ:

“น้ำซอสทุเรียนหมัก” ถูกใจโคขุน ลดต้นทุนคนเลี้ยง

“น้ำซอสทุเรียนหมัก” ถูกใจโคขุน ลดต้นทุนคนเลี้ยง

“จริงๆ ไม่มีไอเดียอะไร แค่อยากลดต้นทุนอยู่แล้ว ตอนลองทำก็ไม่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าวัวกินดี” วุฒินาถ สุวรรณละมัย เจ้าของลูกหินฟาร์ม อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ย้อนความถึงแนวคิดการใช้ “น้ำซอสทุเรียนหมัก” ทดแทนกากน้ำตาล ด้วยความชื่นชอบโคมาแต่เด็ก เมื่อผู้เป็นพ่อเลิกเลี้ยงหมู วุฒินาถ จึงปรับเปลี่ยนพื้นที่เพื่อเลี้ยงโคเมื่อกว่าสิบปีก่อน เขาลงทุนโคขุนพันธุ์ชาโรเลส์ 50 ตัว จ้างแรงงานและซื้อวัตถุดิบอาหารทุกอย่างมาทดลองสูตรอาหารเอง โดยไม่มีความรู้การเลี้ยงมาก่อน “ลงทุนไปแล้วเกือบไม่เหลืออะไร สมัยนั้นวัวตัวละ 2-3 หมื่น วัวกำลังบูม ลองสูตรอาหารเอง วัวตาย ก็มาปรับสูตรใหม่แล้วเอาของที่มีในพื้นที่มาใช้ โดยเฉพาะอาหารหยาบ ทั้งข้าวโพด หญ้าเนเปียร์ เปลือกมัน เปลือกทุเรียน”  “เปลือกทุเรียน” มีเส้นใยที่เหมาะเป็นอาหารหยาบสำหรับเลี้ยงโคขุน อีกทั้งทุเรียนเป็นไม้ผลสำคัญของจังหวัด นอกจากผลผลิตสดแล้วยังมีทุเรียนทอดเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน เปลือกทุเรียนที่ถูกทิ้งเหล่านี้จึงกลายเป็นของดีในพื้นที่ที่

“พริกแม่คำมีปง” ผลผลิตชุมชนสู่ “พริกคุณภาพ” ด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี

“พริกแม่คำมีปง” ผลผลิตชุมชนสู่ “พริกคุณภาพ” ด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี

“มีความสุขเวลาเห็นพริกเติบโต และมีความสุขที่สุดตอนที่ตลาดรับซื้อบอกว่าพริกสวย ไม่เน่า ไม่มีสารตกค้าง” คำตอบจาก ปรียา อุดขันจริง ประธานวิสาหกิจชุมชนพริกแปลงใหญ่แม่คำมีปงเจริญ ตำบลแม่คำมี อำเภอหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่ เมื่อถามถึงความสุขของการปลูกพริก หลังเจ็บป่วยจากอาการกระดูกทับเส้นประสาท ปรียา ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ กลับมาปักหลักค้าขายและทำนาอยู่เกือบ 10 ปี ก่อนตัดสินใจปลูกพริกเมื่อปี พ.ศ. 2560 ซึ่งให้รายได้ที่สูงกว่าข้าว และเป็นพืชที่ชุมชนปลูกกันมาเนิ่นนาน “สมัยก่อนยังเป็นหุบเขา ถนนไม่มี การซื้อขายด้วยเงินเข้าไม่ถึง ใช้วิธีแลกเปลี่ยนสินค้ากันปีละครั้ง เกลือจากน่าน ปลาร้าจากพะเยา กระเทียมจากลำพูน แต่ถ้าพริกแห้งก็ต้องจากแพร่ ใครอยากได้อะไรก็แจ้งกันล่วงหน้า ทำให้เกิดการวมกลุ่มตามธรรมชาติเพื่อผลิตให้ได้ตามจำนวน” ปรียา ย้อนความทรงจำเมื่อเกือบ 60 ปีก่อน เธอยังจำภาพที่ได้นั่งเกวียนของพ่อ บรรทุกข้าว ถั่วเหลือง