“เดี๋ยวนี้ปลูกผักไม่ใช่อาชีพเสริมแล้ว เดือนนึงได้ 2 หมื่นแล้วนะ” มนูญ แสงจันทร์สิริ หรือ ตานูน ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนใต้ร่มบุญเกษตรอินทรีย์ จังหวัดสงขลา บอกถึงความเปลี่ยนแปลงของรายได้จากการปลูกผักอินทรีย์ หลัง ตานูน ได้รู้จักและรับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการผลิตพืชผักจากสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. เมื่อปี พ.ศ. 2562 และสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS ใต้ร่วมบุญ เป็นจุดเริ่มต้นของการรวมกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดสงขลาเพื่อผลิตผักสดคุณภาพ โดยเขารับหน้าที่เชื่อมโยงตลาดและความรู้จากหน่วยงานต่างๆ และในปี พ.ศ. 2567 เกิดการขยายความร่วมมือกับ สท. ภายใต้โครงการการยกระดับเครือข่ายผู้ผลิตผักอินทรีย์ด้วยเทคโนโลยีโรงเรือนและการบริหารจัดการผลิตพืชผักโดยใช้กลไกตลาดนำการผลิต ซึ่งเครือข่ายผู้ผลิตผักอินทรีย์จังหวัดสงขลา[1] ได้รับการเติมเต็มทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยีโรงเรือนปลูกพืชต้นทุนต่ำแลการบริหารจัดการผลิตผักสดอินทรีย์คุณภาพ การวางแผนการผลิตและการตลาด “จากที่มองระดับชุมชน เราขยับการทำงานกับภาคีระดับจังหวัดเพื่อสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรที่ปลูกผักอินทรีย์ ให้เป็นอาชีพหลัก ไม่ใช่ยางพาราเป็นหลัก เวลาเกิดวิกฤต สู้ปลูกผักไม่ได้”
ย่างก้าวสำคัญของ “เครือข่ายผู้ผลิตผักอินทรีย์จังหวัดสงขลา” สู่ตลาดโมเดิร์นเทรด









