การดำเนินงานในพื้นที่ภาคเหนือ สท. ได้ทำงานร่วมกับจังหวัด หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ตลอดจนกลุ่มเกษตรกร โดยนำความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากทั้งของ สวทช. และพันธมิตร เป็นเครื่องมือช่วยยกระดับการทำเกษตรและคุณภาพชีวิตของประชาชนตามบริบทของปัญหาและความต้องการในแต่ละพื้นที่ อาทิ

> จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการครอบคลุมกว่า 15 อำเภอ มีเทคโนโลยีที่ถ่ายทอดสู่ชุมชน อาทิ การผลิตปุ๋ยไส้เดือนดินจากขยะอินทรีย์ การผลิตเตาชีวมวลเชื้อเพลิงซังข้าวโพด จุลินทรีย์ย่อยสลาย หนอนแม่โจ้เพื่อการผลิตโปรตีนเลี้ยงสัตว์ สารล่อมอดเจาะผลกาแฟ อาหารหมักสำหรับการเลี้ยงโค เป็นต้น โดยมี อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายการดำเนินงานที่ สท. มุ่งเน้นพัฒนาเชิงพื้นที่โดยนำเทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรเพื่อลดปัญหาหมอกควันในพื้นที่และการผลิตอาหารหมักโคต้นทุนต่ำ มีชุมชนต้นแบบที่ดำเนินการ ได้แก่ ต.ท่าผา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และ ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลตำบลท่าผา ศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำภูมิภาคเหนือตอนบน (ศวภ.1) และ สวทช. ภาคเหนือ ร่วมกันจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้การจัดการเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง” ณ พื้นที่โรงเรียนบ้านยางหลวง ต.ท่าผา อ.แม่แจ่ม ภายใต้การดูแลของเทศบาลตำบลท่าผา โดยเป็นศูนย์เรียนรู้และสถานที่ศึกษาดูงานเทคโนโลยีการจัดการวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร  

> จังหวัดลำปาง ดำเนินงานในพื้นที่ อ.เมือง อ.แม่ทะ อ.แจ้ห่ม อ.วังเหนือ อ.ห้างฉัตร และ อ.เมืองปาน เทคโนโลยีที่ถ่ายทอดสู่ชุมชน อาทิ การจัดการวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรโดยใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลาย เตาชีวมวลเชื้อเพลิงซังข้าวโพดสำหรับใช้ในครัวเรือน การผลิตอาหารหมักจากเศษวัสดุเหลือทิ้งเพื่อเป็นอาหารโค ปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง การผลิตข้าวกล้องงอกหุงสุกง่ายไร้มอด การจัดการแปลงเพื่อการผลิตสับปะรดปลอดภัย เป็นต้น โดยมี อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายการดำเนินงานภายใต้โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ และพัฒนาหน่วยเรียนรู้ในเรื่องอาหารปลอดภัยของชุมชนบ้านสามขา อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ซึ่งมีชุมชนบ้านสามขา ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เป็นชุมชนต้นแบบ

> จังหวัดลำพูน ดำเนินงานในพื้นที่ อ.ลี้ อ.เมือง อ.บ้านโฮ่ง อ.ป่าซาง อ.เวียงหนองล่อง อ.บ้านธิ เทคโนโลยีที่ถ่ายทอดสู่ชุมชน อาทิ การใช้ประโยชน์จากเชื้อจุลินทรีย์เพื่อการเกษตรและสิ่งแวดล้อม โรงเรือนพลาสติกเพื่อการผลิตพืชผักคุณภาพ เทคโนโลยีด้านสิ่งทอ เป็นต้น

บ้านหนองเงือก ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง จนได้ยกระดับเป็น “หมู่บ้านสิ่งทอนาโน” นอกจากนี้ยังได้ขยายผลเทคโนโลยีด้านสิ่งทอไปที่บ้านก้อทุ่ง ต.ก้อ อ.ลี้ จ.ลำพูน

การดำเนินงานของ สท. ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตก ไม่เพียงมีโครงการ Smart Tambon Model ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ในด้านอาชีพ สุขภาพ การศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยนำร่องในพื้นที่ อบต.เขาดินพัฒนา และ อบต. ห้วยบง จ.สระบุรี หรือความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในเรื่องสมาร์ทเทคโนโลยี ทั้งที่มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี จ.เพชรบุรี และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จ.สุพรรณบุรี  หาก สท. ยังได้นำ วทน. เข้าไปส่งเสริม แก้ปัญหา และยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรในหลายพื้นที่ อาทิ การถ่ายทอดเทคโนโลยีถั่วเขียวสายพันธุ์ใหม่ KUML 1-4 จนเกิดกลุ่มผู้ปลูกและผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวคุณภาพ ดังเช่น กลุ่มเกษตรกรบ้านดอนหวาย ต.บ่อยาง อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี หรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตพันธุ์ข้าวบ้านหนองผักนาก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง ในพื้นที่ อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร จนเกิดเป็นแปลงเรียนรู้ที่นำความรู้และเทคโนโลยีช่วยเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง เช่นเดียวกับที่ ต.วังไผ่ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี การขยายผลการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมชลสิทธิ์ทนน้ำท่วมฉับพลันและเทคโนโลยีการผลิตเชื้อราบิวเวอเรีย จนเกิดเป็นหมู่บ้านบิวเวอเรียที่ชุมชนนาคู อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา

นอกจากนี้ สท. ยังได้ส่งเสริมการใช้สมาร์ทเทคโนโลยีในหลายพื้นที่ของภาคกลางและภาคตะวันตก อาทิ การปลูกเมล่อนในระบบโรงเรือนอัจฉริยะ ที่ชุมชุนนาคู อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา การติดตั้งระบบควบคุมการให้น้ำอัตโนมัติในพืชสวนและพืชไร่ ที่สวนมะยงชิด จ.นครนายก และที่แปลงมันสำปะหลังใน จ.กาญจนบุรี เป็นต้น

การดำเนินงานของ สท. ในพื้นที่ภาคตะวันออก สอดรับกับการพัฒนาประเทศภายใต้แผนยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ที่ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านเศรษฐกิจให้ประเทศ โดยมีเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation: EECi) เป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่รองรับการทำวิจัยและพัฒนาต่อยอดไปสู่การใช้งานจริง 

สท. ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการนำความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้าไปปรับประยุกต์ในการยกระดับอาชีพของเกษตรและชุมชน ทั้งสมาร์ทเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารชีวภัณฑ์ เทคโนโลยีโรงเรือนปลูกพืช เทคโนโลยีด้านสิ่งทอ เทคโนโลยีปัจจัยการผลิต เป็นต้น  ตอบโจทย์ความหลากหลายของอาชีพในพื้นที่ ที่ไม่เพียงมีพืชสวนเป็นพืชหลักของภูมิภาคนี้ หากยังมีพืชผัก ปศุสัตว์ รวมถึงสิ่งทอ ดังเช่น

> ระยอง ส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้สมาร์ทเทคโนโลยี เกิดจุดเรียนรู้ระบบการให้น้ำอัตโนมัติในพืชไร่และพืชสวน ที่สวนบัวแก้ว อ.วังจันทร์ สถานีเรียนรู้และสาธิตการใช้เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่หรือเกษตรอัจฉริยะ ณ ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ ปตท. และสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา

นอกจากนี้ยังมีจุดเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตอาหารโค TMR และจุดเรียนรู้เทคโนโลยีด้านเกษตร ซึ่งเป็นความร่วมมือกับหน่วยงานเกษตรจังหวัดระยองและสวนสุภัทราแลนด์ 

> จันทบุรี ส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้สมาร์ทเทคโนโลยี  “ระบบเซนเซอร์ไร้สายสำหรับการติดตามสภาวะแวดล้อมในฟาร์มเพื่อการควบคุมและบริหารจัดการ (WiMARC-ไวมาก)” โดยทำงานร่วมกับเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) กลุ่มมังคุดแปลงใหญ่เขาคิชฌกูฎ เกิดจุดเรียนรู้เทคโนโลยีไวมากในพื้นที่

> ฉะเชิงเทรา แหล่งผลิตพืชผักสำคัญของภูมิภาค สท. ได้ส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงเรือนพลาสติกเพื่อการผลิตพืชผักคุณภาพ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพืชผัก 

การดำเนินงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สท. ได้ทำงานร่วมกับจังหวัด หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ตลอดจนกลุ่มเกษตรกร โดยนำความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมถ่ายทอดสู่ชุมชน/กลุ่มเกษตรกร ตามบริบทของปัญหาและความต้องการในแต่ละพื้นที่ 

พื้นที่การทำงานของ สท. ครอบคลุมในหลายจังหวัด โดยมีเทคโนโลยีจากทั้งของ สวทช. และพันธมิตร เป็นเครื่องมือช่วยยกระดับการทำเกษตรและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เช่น

นอกจากนี้ยังมีโครงการเฉพาะในพื้นที่ อาทิ การพัฒนาส่งเสริมศักยภาพเกษตรกรพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งมุ่งเน้นยกระดับการผลิตข้าวหอมมะลิ 105 และส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกร โครงการส่งเสริมการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม พัฒนาชุมชนพื้นที่แบบองค์รวมในระดับตำบล หรือ Smart Tambon Model ซึ่งมีพื้นที่นำร่องในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ อบต.ช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี และเทศบาลตำบลคำพอุง จ.ร้อยเอ็ด 

สภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละภูมิภาค เป็นปัจจัยที่ไม่อาจมองข้ามในการดำเนินงานถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่และตอบโจทย์ปัญหาหรือความต้องการของเกษตรกรหรือชุมชนได้อย่างแท้จริง

การดำเนินงานของ สท. ในพื้นที่ภาคใต้ ไม่เพียงมีโครงการ Smart Tambon Model ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ในด้านอาชีพ สุขภาพ การศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยนำร่องในพื้นที่เทศบาลตำบลชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร หากยังนำ วทน. เข้าไปแก้ปัญหาคุณภาพน้ำยางพารา ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจของพื้นที่ ดังที่สหกรณ์การเกษตรบ้านแพรกหา จำกัด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ได้รับการถ่ายทอดความรู้การผลิตน้ำยางข้นสำหรับผลิตหมอนยางพารา 

นอกจากพืชเศรษฐกิจอย่างยางพาราแล้ว ภาคใต้ยังมีพื้นที่ปลูกข้าวอยู่ในจังหวัดพัทลุง สงขลา และปัตตานี มีพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่หลากหลาย สท. ได้เข้าไปถ่ายทอดความรู้การผลิตข้าวคุณภาพและลดต้นทุนการผลิตในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญของภาคใต้ รวมถึงการส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูก “ข้าวพันธุ์หอมชลสิทธิ์ทนน้ำท่วมฉับพลัน”  ซึ่งมีคุณสมบัติทนน้ำท่วมได้นาน 2-3 สัปดาห์ เกิดการผลิตพันธุ์ข้าวนี้ในพื้นที่ต.ไชยบุรี จ.พัทลุง และ ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 

ด้วยความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพของผืนป่าฮาลา-บาลา พื้นที่ป่าฝนเขตร้อนขนาดใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรมลายู จึงเป็นพื้นที่ดำเนินการอีกแห่งที่ สท. ได้นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปสู่ชุมชนรอบป่าฮาลา-บาลา เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับชุมชนและทรัพยากรทางธรรมชาติในพื้นที่