เรื่องโดย สมาธิ ธรรมศร
เมื่อครั้งยังเด็ก นอกจากกิจกรรมยามว่างอย่างการพายเรือ เดินป่า และปีนเขา ยังมีสถานที่อีกแห่งที่ผู้เขียนไปเป็นประจำ นั่นคือบ้านของคุณยายท่านหนึ่งที่อยู่ข้างกัน สาเหตุเพราะกลางบ้านมีลานกว้างที่ทอดยาวไปยังสวนกล้วยกับป่าต้นสัก เหล่าเด็กน้อยจึงวิ่งเล่นได้อย่างสนุกสนาน
แต่เมื่อผู้เขียนเติบโตขึ้น จำนวนครั้งของการไปวิ่งเล่นก็ลดลงเรื่อย ๆ จนไม่ได้ไปอีก กระทั่งวันหนึ่งคุณยายล้มป่วยและย้ายออกไปรักษาตัวที่อื่น บ้านจึงอยู่ในสถานะถูกทิ้งร้าง
ช่วงสัปดาห์แรกที่ไร้มนุษย์พำนัก บ้านหลังนี้เงียบสงัดจนวังเวง แต่เพียงไม่กี่เดือนให้หลัง สิ่งปลูกสร้างก็เริ่มทรุดโทรม พงหญ้าแผ่ปกคลุมลานกว้าง และเมื่อพ้นผ่านข้ามปี บ้านเกือบทั้งหลังก็ถูกพืชพรรณเข้าครอบครอง แล้วกลายเป็นแหล่งอาศัยของกระรอก กิ้งก่า หิ่งห้อย และสัตว์อีกหลายชนิด
สาเหตุที่พืชพรรณงอกงามกลับมาเป็นเพราะภายในดินยังมีเมล็ดพันธุ์ดั้งเดิมหลงเหลืออยู่ (seed bank) รากเดิมเกิดการแตกหน่อ หรือมวลหมู่นกอาจปล่อยมูลที่มีเมล็ดพันธุ์ปะปนอยู่ลงมา นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการณ์ที่ระบบนิเวศฟื้นคืนกลับมาหลังถูกทำลายหรือถูกรบกวนโดยมนุษย์ว่า การเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ (secondary succession)
การฟื้นฟูตัวเองของธรรมชาติ (natural regeneration) นับเป็นความอัศจรรย์สุดน่าทึ่ง เพราะแม้พื้นผิวโลกจะถูกทำลายด้วยภัยพิบัติที่รุนแรง เช่น อุกกาบาตตกกระทบ ลาวาจากภูเขาไฟกลบทับ แผ่นดินไหวโยกคลอน สึนามิกวาดล้าง ไฟป่าแผดเผา หรือแม้กระทั่งถูกมนุษย์เปลี่ยนเป็นเมืองคอนกรีต แต่เมื่อเวลาล่วงผ่านไปนานเพียงพอ พืชพรรณส่วนใหญ่จะฟื้นคืนกลับมาได้เอง แม้บางครั้งอาจไม่สมบูรณ์เท่าเดิมหรือมีชนิดพันธุ์ต่างถิ่น (alien species) เข้ามารุกรานบ้างก็ตาม
ความจริงแล้วไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้างที่ถูกทิ้งร้างหรอกครับที่กลายเป็นบ้านของพืชและสัตว์ เพราะพื้นที่ธรรมชาติที่เราเห็นจนชินตา เช่น พงหญ้าริมทาง หย่อมป่ารกชัฏ ทุ่งหญ้าไร้ไม้ใหญ่ หรือหนองบึง ล้วนไม่เคย ‘ว่างเปล่า’ แต่พวกมันกำลังทำหน้าที่เป็นแหล่งหลบภัย (refugia) ของสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ และบางบริเวณที่กำลังฟื้นตัวเป็นไม้พุ่มหรือป่าวัยอ่อนก็อาจมีศักยภาพในการเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน (carbon sink) ที่ดีอีกด้วย
ผู้เขียนคิดว่านิยามของ ‘#พื้นที่รกร้าง’ นั้นชวนให้นึกถึงสิ่งที่ไม่ก่อประโยชน์ และคำจำกัดความดังกล่าวอาจฉาบฉวยเกินไป เพราะเป็นการตัดสินผ่านมุมมองแบบยึดถือมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (anthropocentrism) ซึ่งละเลยคุณค่าทางธรรมชาติของพื้นที่เหล่านั้น
ระบบนิเวศแต่ละแห่งล้วนสวยงามในแบบของตัวเอง และพื้นที่รกร้างก็อาจไม่ได้ว่างเปล่าเสมอไป แต่มนุษย์อย่างพวกเราต่างหากที่มักมองข้ามประโยชน์อันแท้จริงของมัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- https://www.scirp.org/journal/paperinformation?paperid=112789
- https://www.britannica.com/science/ecological-disturbance/Characteristics-of-disturbance-and-recovery

