หากพูดถึงสมุนไพรไทยที่คุ้นเคยและอยู่ในชีวิตประจำวันมาอย่างยาวนาน “บัวบก” คงเป็นหนึ่งในชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง ไม่ว่าจะในรูปแบบเครื่องดื่มดับกระหาย หรือสรรพคุณที่รู้จักกันดีในฐานะสมุนไพร “แก้ช้ำใน” แต่ภายใต้ภาพจำแบบดั้งเดิม บัวบกยังมีศักยภาพที่มากกว่านั้น โดยเฉพาะการพัฒนาต่อยอดเป็นวัตถุดิบมูลค่าสูงสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ และเวชสำอาง
ค้นหาศักยภาพจากความหลากหลายของบัวบกไทยกว่า 200 สายพันธุ์
ดร.กนกวรรณ รมยานนท์ นักวิจัยจากทีมวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร ไบโอเทค สวทช. มุ่งวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับบัวบกไทยให้ก้าวสู่การเป็นพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงด้วยองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยได้รวบรวมสายพันธุ์บัวบกจากแหล่งต่าง ๆ มากกว่า 200 สายพันธุ์ นำมาศึกษาและคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีศักยภาพทั้งในด้านผลผลิตและปริมาณสารสำคัญ จนได้สายพันธุ์เด่นอย่าง “ไบโอบก-143” และ “ไบโอบก-296” ซึ่งให้ผลผลิตสูงและมีสารสำคัญในระดับที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้ในระดับอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสารกลุ่มไตรเทอร์พีนอยด์ เช่น อะเซียติโคไซด์ (asiaticoside) มาเดคาสโซไซด์ (madecassoside) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยฟื้นฟูผิว ลดการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระ จึงเป็นที่ต้องการสูงในอุตสาหกรรมเวชสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ความท้าทายของการผลิตบัวบกในระดับอุตสาหกรรม
แม้บัวบกจะมีศักยภาพสูง แต่การนำไปใช้ในระดับอุตสาหกรรมยังมีข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพและปริมาณสารสำคัญที่ไม่สม่ำเสมอ การปลูกแบบทั่วไปอาจทำให้พืชได้รับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการสร้างสารสำคัญในพืช อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนสารเคมีหรือโลหะหนัก ซึ่งอาจกระทบต่อมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสำอาง
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงปลูกให้ได้มาก แต่คือ ปลูกอย่างไรให้ได้คุณภาพที่สม่ำเสมอและมีสารสำคัญในระดับที่ต้องการ
เทคโนโลยีการปลูกแนวตั้งกับการยกระดับคุณภาพบัวบก
เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ทีมวิจัยจึงนำแนวคิดการปลูกพืชในระบบควบคุมมาประยุกต์ใช้โดยพัฒนาการผลิตบัวบกด้วยระบบปลูกแนวตั้ง (vertical farming) ซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่ และควบคุมปัจจัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นแสง อุณหภูมิ ความชื้น หรือสารอาหาร ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตและการสร้างสารสำคัญในพืช
การควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างเป็นระบบนี้ไม่เพียงช่วยให้บัวบกมีคุณภาพสม่ำเสมอ แต่ยังลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน ทำให้ได้วัตถุดิบที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และตรวจสอบได้ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาไปสู่ภาคอุตสาหกรรม เมื่อองค์ความรู้ด้านการคัดเลือกสายพันธุ์ผสานเข้ากับเทคโนโลยีการปลูกและการควบคุมคุณภาพอย่างครบวงจร จึงทำให้พืชสมุนไพรพื้นบ้านอย่างบัวบกกลายเป็นวัตถุดิบมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงและต่อยอดได้หลากหลาย ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เวชสำอาง ตลอดจนผลิตภัณฑ์สมุนไพรและอาหารเสริม
ภาพของบัวบกในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงสมุนไพรพื้นบ้าน แต่เป็นตัวอย่างชัดเจนของการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้พืชสมุนไพรไทยยกระดับสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจและอุตสาหกรรมในอนาคต
ผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจงานวิจัยด้านการผลิตพืชสมุนไพรด้วยเทคโนโลยีโรงงานผลิตพืช (plant factory) และเกษตรอัจฉริยะ (smart agriculture) ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ทีมวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร
กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการจัดการแบบบูรณาการ
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สวทช.
โทรศัพท์ : 0 2564 6700
เว็บไซต์ : www.biotec.or.th



