คอลัมน์ประจำ สถานี AGRITEC

Water Fit Simple ระบบให้น้ำพืชอย่างง่าย ตัวเลือกการทำเกษตรสมัยใหม่

เรื่องโดย ปิยพร เศรษฐศิริไพบูลย์


“การทำสวนผักของเราไม่ได้ต้องการข้อมูลออนไลน์ตลอดเวลา Water Fit ตอบโจทย์เราทั้งประหยัดทรัพยากรคนและน้ำ” ศุภาพิชญ์ ท่องทวี เกษตรกรรุ่นใหม่วัย 28 ปี ขมวดประสบการณ์จากการใช้เทคโนโลยีกล่องควบคุมวาล์วให้น้ำ Water Fit Simple[1]

หลังจากบ้านไปเรียนรู้โลกกว้างอยู่หลายปี ศุภาพิชญ์กลับคืนถิ่นมาเป็นกำลังสำคัญของ “สวนจันอินทร์ (ลุงเดือน)” ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เพื่อช่วย เดือน จันอินทร์ ผู้เป็นตา ที่จัดสรรพื้นที่ 2 ไร่ ทำโคกหนองนาและปลูกผักเป็นอาชีพ

“กลับมาบ้านตอนปี พ.ศ. 2562 มาเป็นเกษตรกรเต็มตัว ช่วยตาเดือนทำสวนผัก ปลูกผักสวนครัว ทำตามวิถีเกษตรกรแบบตา เวลารดน้ำต้องช่วยกัน แบ่งกันลากสายยางไปคนละสายคนละแปลง รดน้ำเช้าเย็น ใช้น้ำ ใช้เวลาและแรงไม่น้อย”

วิถีการทำเกษตรของศุภาพิชญ์คงเดินตามรอยตาเดือนต่อไป หากเธอไม่ได้มาเปิดโลกกว้างที่โรงเรือนอัจฉริยะและโรงงานผลิตพืช (Smart Green House) ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECi ในบทบาทผู้ช่วยนักวิจัยดูแลโรงเรือนฯ

“สวนเราตั้งอยู่ไม่ไกลจาก EECi เป็นช่วงที่ทางทีมวิจัยต้องการคนดูแลโรงเรือน พี่เจ้าหน้าที่ EECi เคยแวะมาที่สวนและเห็นเรามีประสบการณ์ทำโรงเรือนปลูกผักกับโครงการ U2T ของมหาวิทยาลัยบูรพา ก็เลยแนะนำให้ทีมวิจัย”

การเข้าไปทำหน้าที่ผู้ช่วยนักวิจัยดูแล Smart Green House ไม่เพียงเปลี่ยนอาชีพจากเกษตรกรเป็นมนุษย์เงินเดือน หากยังเปิดโลกเทคโนโลยีด้านเกษตรสมัยใหม่ให้ศุภาพิชญ์ด้วย

“เราได้ไปเห็นระบบการปลูกผักปลูกสมุนไพรที่ใช้สมาร์ตเทคโนโลยีควบคุมสภาพแวดล้อม อย่างเราปลูกผักกลางแจ้งไม่สามารถควบคุมอะไรได้จริง ๆ นอกจากใส่ปุ๋ย รดน้ำสม่ำเสมอ ถ้าต่อไปเราควบคุมอะไรได้บ้าง ก็คิดว่าจะเอามาปรับใช้กับแปลงเรา ให้เหมาะกับพื้นที่ของเรา”

เทคโนโลยีการเกษตรที่ล้ำสมัยสร้างความตื่นตาและเป็นแรงกระตุ้นให้ศุภาพิชญ์เปิดรับการนำเทคโนโลยีของ สวทช. เข้ามาทดลองทดสอบในสวน ทั้งระบบการให้น้ำอัตโนมัติ นวัตกรรม Magik Growth (เมจิกโกรท) ที่ประกอบด้วยถุงปลูกและตาข่ายพรางแสง

“พอได้ไปเรียนรู้จากข้างนอก เราก็พยายามทำความเข้าใจก่อนแล้วมาถ่ายทอดให้ตาเดือนฟัง เขาอายุมากแล้วก็จะไม่เข้าใจ ตายังสงสัยว่าเซนเซอร์จะรู้เหมือนเราได้อย่างไร ก็ค่อย ๆ เล่า ตะล่อมหลาย ๆ ครั้ง เล่าให้เขาอิน กว่าสวนจะเป็นแบบนี้ไม่ได้ก้าวกระโดด ทุกอย่างอยู่ที่ตาเดือน เขาต้องสบายใจให้เราทำ” 

จากใช้สายยางรดน้ำ ตาเดือนในวัย 75 ปี เริ่มเปิดใจยอมปรับเปลี่ยนมาให้น้ำผ่านสปริงเกลอร์ ศุภาพิชญ์จึงทดลองติดตั้งเทคโนโลยี Handy Sense[2] ระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ เพื่อควบคุมและสั่งการให้น้ำอัตโนมัติกับแปลงผักสวนครัวขนาด 6 x 12 เมตร

“เราเคยใช้ระบบ Smart Green House แล้ว แต่แบบนี้ไม่เคย ก็สนใจเรียนรู้และตั้งใจทำให้ตาเดือนเห็น เขาจะได้เข้าใจเทคโนโลยีมากขึ้น ตอนติดตั้งระบบ เราได้เรียนรู้กับเจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อจะได้ดูแลซ่อมบำรุงเองได้ แต่ระบบเกี่ยวข้องกับไฟฟ้า เราเข้าใจได้ระดับหนึ่ง บางอย่างแก้ได้ บางอย่างก็ต้องรอผู้เชี่ยวชาญ”

ด้วยเป็นระบบการให้น้ำที่ใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์และอุปกรณ์ IoT ซึ่งสัมพันธ์กับระบบไฟฟ้าและสัญญาณอินเทอร์เน็ต จึงกลายเป็นข้อจำกัดสำหรับศุภาพิชญ์ ทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

“สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่นี่ไม่เสถียร ติดตั้งตัวขยายสัญญาณก็แล้ว คิดว่าไม่น่าจะเหมาะกับเรา เราไม่ได้ต้องการออนไลน์ร้อยเปอร์เซ็นต์ พอมี Water Fit Simple ที่ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต ใช้แค่บลูทูท ก็สนใจ ลองติดตั้งและใช้งาน ก็ตอบโจทย์เรามากกว่า ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน มีปัญหา เราก็แก้ไขเบื้องต้นได้เอง”

หลังติดตั้งกล่องควบคุมวาล์วให้น้ำ Water Fit Simple ศุภาพิชญ์ทดลองให้น้ำแปลงผักเช้าและเย็น จนได้ระยะเวลาที่เหมาะสมที่ 5 นาทีต่อครั้ง (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล) จากระบบที่ใช้โซลินอยด์วาล์วที่ไม่ได้ติดตั้งตัวกรอง ทำให้มีเศษวัสดุอุดตันส่งผลให้น้ำออกได้ไม่เต็มที่ ศุภาพิชญ์ได้ปรับใช้เป็น Water Fit Simple-Pro ที่ใช้มอเตอร์วาล์ว โดยเธอลงมือติดตั้งเองทั้งระบบเพื่อใช้กับแปลงผักขนาด 20 x 12 เมตร หลังจากมีประสบการณ์เป็นลูกมือติดตั้ง Water Fit Simple กับทีมงาน สวทช. ที่ขยายผลเทคโนโลยีในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC)

“ถ้าเดิมเกษตรกรเปิดน้ำครั้งหนึ่งรดได้ 3 ไร่ ตัวนี้จะไปแทนที่การเดินไปเปิดปิดวาล์วน้ำ และตัวระบบไม่ต้องใช้ไฟฟ้า เราจะคุยกับแปลงที่จะติดตั้งระบบก่อน แชร์ความเห็นการวางระบบน้ำ อย่างน้อยแปลงต้องเตรียมระบบน้ำไว้ เตรียมขนาดท่อที่เหมาะกับโซลินอยด์วาล์วหรือมอเตอร์วาล์ว ที่เหลือเป็นหน้างานที่เราต้องทำต่อ”

ประสบการณ์จากการใช้งานและติดตั้ง Water Fit Simple ด้วยตัวเอง ทำให้ศุภาพิชญ์แนะนำการใช้งานให้เกษตรกรได้ และก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการบริการระบบงานเกษตรอัจฉริยะ หรือ ASI (Agriculture System Integrator: ASI)[3] ของ สวทช. ซึ่งเธอมองว่าอาจเป็นอาชีพเสริมได้ การออกไปทำงานนอกบ้านเพราะอยากรู้ว่าข้างนอกเขาทำอะไร แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาทำสวนผักของที่บ้าน ขณะเดียวกันเธอคิดขยายการใช้งาน Water Fit Simple กับแปลงผักอื่นในสวนจันอินทร์ แต่ต้องวางระบบน้ำใหม่ เพื่อความสะดวกของแรงงานสูงวัย ทั้งตาเดือน ยาย และน้าสาว ซึ่งต่างเริ่มเข้าใจและเปิดรับการใช้เทคโนโลยีบ้างแล้ว

“จะใช้เทคโนโลยีอะไร ต้องรู้จักตัวเราและบริบทของแปลงเราก่อนว่ามีข้อจำกัดอะไรไหม บางเทคโนโลยีดีมากแต่เกินตัวเราที่จะเรียนรู้หรือใช้งาน เหมาะสม ไม่เหมาะสม ยังไม่ต้องรีบตัดสิน ศึกษาเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อนว่าจำเป็นไหม แล้วชั่งน้ำหนักก่อนตัดสินใจ” ศุภาพิชญ์ทิ้งท้ายการเลือกรับเทคโนโลยี


ที่มา : หนังสือ ‘วิทย์เพื่อชุมชน’ ขับเคลื่อนเกษตรสู่ความยั่งยืน. สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. 2568.

[1] อ่านว่า วอเทอร์ ฟิต ซิมเพิล เป็นระบบควบคุมการให้น้ำแปลงปลูกแบบอัตโนมัติ ตั้งค่าเปิดปิดวาล์วน้ำหรือปั๊มน้ำตามเวลา ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่

[2] อ่านว่า แฮนดีเซนส์ ระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ ที่ใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ร่วมกับอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ตรวจวัดและควบคุมสภาพแวดล้อมที่เป็นปัจจัยต่อการเจริญเติบโตของพืช ทั้งการให้น้ำ ปุ๋ย ป้องกันแมลง รวมถึงควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นและปริมาณแสง

[3]  เป็นหนึ่งในกลไกการทำงานของสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายยิ่งขึ้น ผ่านการให้บริการจากผู้ประกอบการที่ได้รับการยกระดับความรู้ความสามารถในเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะของ สวทช.

About Author