ทั่วไป

ม.มหิดลเตรียมปั้น ป.เอก ‘Functional Food’ เสริมยุทธศาสตร์ BCG ชาติสู่เวทีโลก

การบริโภคอาหารโดยปราศจากความรู้เรื่องสุขภาพ ไม่ต่างกับการมีเมล็ดพันธุ์ดี แต่ไม่รู้วิธีขยายพันธุ์ สุดท้ายได้ผลผลิตไม่คุ้มต่อการลงทุน

เช่นเดียวกับการลงทุนทางการศึกษาด้านโภชนาการที่ประสานพลัง (Synergy) ด้วยองค์ความรู้ที่ครบพร้อมทั้งทางด้านโภชนาการและสุขภาวะ โดยมีงานวิจัยอันทรงคุณค่ามารองรับ จะนำมาซึ่ง ความยั่งยืนต่อมวลมนุษยชาติ

รองศาสตราจารย์ ดร.ชลัท ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาพและสุขภาวะ (หลักสูตรนานาชาติ) ซึ่งเป็นหลักสูตรเปิดใหม่ในปีการศึกษา 2567 ที่พร้อมมอบ “ความมั่นคงทางโภชนาการ และสุขภาวะที่ยั่งยืน” ผ่าน “ความมั่นคงทางการศึกษา” สำหรับทุกความเชื่อมั่นในความเป็น “ผู้นำสุขภาวะ” ของมหาวิทยาลัยมหิดล

ด้วยชื่อเสียงทางวิชาการด้านอาหารและโภชนาการมานานเกือบครึ่งศตวรรษ ของ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย สถาบันโภชนาการ ภายใต้การสนับสนุนหลักจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ และความร่วมมือทางวิชาการที่ผ่านมากับมหาวิทยาลัยระดับโลก อาทิ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์  มหาวิทยาลัยอีทีเอชซูริค ตลอดจนสถาบันวิจัยอาหารและการเกษตรแห่งชาติญี่ปุ่น

ร่วมด้วย South China University of Technology สาธารณรัฐประชาชนจีน Technological and Higher Education Institute of Hong Kong เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และ National Chung Hsing University สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ฯลฯ

พร้อมสนองยุทธศาสตร์ชาติ BCG ด้านการพัฒนา “เทคโนโลยีโอมิกส์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอาหารและโภชนาการ ที่ว่าด้วยการศึกษากลไกภายในร่างกาย เพื่อการออกแบบอาหารให้ตอบโจทย์ความต้องการของแต่บุคคล ซึ่งกำลังเป็น “ศาสตร์ใหม่ที่โลกต้องการ” ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต

รวมทั้งในเรื่อง “Functional Food” ที่กำลังอยู่ในเทรนด์เช่นเดียวกัน ภายใต้หลักการรับประทานอาหารโดยเน้นที่ประโยชน์เพื่อสุขภาพ มากกว่าการรับประทานตามรสนิยม ซึ่งที่ผ่านมามีงานวิจัยเป็นจำนวนมากชี้ให้เห็นแล้วว่า การรับประทานอาหารตามรสนิยม หรือตามอารมณ์ ไม่ได้ช่วยให้ผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง แต่ในทางกลับกันอาจเป็นการทำลายสุขภาพ

หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาพและสุขภาวะ (หลักสูตรนานาชาติ) เปิดกว้างสำหรับผู้สนใจที่ต้องการต่อยอดวิชาการทางด้านอาหารและโภชนาการในมุมมองเพื่อสุขภาพและสุขภาวะในระดับนานาชาติ โดยสามารถเลือกเรียนโดยเน้นได้ทั้งการทำวิจัย หรือเข้าฟังบรรยาย

ทว่าสิ่งสำคัญที่จะได้สัมผัส และปฏิบัติจริงอย่างแน่นอน คือ “การศึกษาในห้องปฏิบัติการ” ที่ครบพร้อมด้วยเครื่องมือเพื่อการวิเคราะห์ทางด้านอาหารและโภชนาการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับเอเชีย

นับเป็นโอกาสที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม ที่ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย สถาบันโภชนาการ พร้อมมอบให้ โดยไม่ต้องเดินทางเสาะแสวงหาไกลถึงต่างประเทศ เพื่อรับการบ่มเพาะก่อนเติบโตงอกงามสู่เวทีโลก ผู้สนใจศึกษารายละเอียดก่อนการตัดสินใจสมัครได้ที่ http://www.inmu.mahidol.ac.th


 

  • ภาพจาก หน่วยสื่อสารและประชาสัมพันธ์ งานสื่อสารองค์กรและสารสนเทศ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิตินวตาร ดิถีการุณ นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ) โครงการงานประชาสัมพันธ์ภายใน / พันธกิจพิเศษ งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6208

About Author