คอลัมน์ประจำ แกะกล่องงานวิจัย

สารเคลือบนาโน เกราะล่องหนเพื่อการอนุรักษ์ศาสนสถาน

เรื่องโดย กองบรรณาธิการ


ศาสนสถานไม่ใช่เพียงที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทั้งทางจิตใจ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมอีกด้วย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ศาสนสถานเหล่านี้ต้องเผชิญกับปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งความชื้น แสงแดด ฝน ฝุ่นละออง ฯลฯ จนเสื่อมสภาพลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การดำเนินงานอนุรักษ์จึงต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ดังเช่น “เทคโนโลยีสารเคลือบนาโน” ซึ่งเป็นเสมือนเกราะล่องหนที่ช่วยปกป้องพื้นผิวของศาสนสถานจากความชื้น คราบสกปรก และการผุพัง

ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. ดำเนินโครงการ “เทคโนโลยีสารเคลือบนาโนเพื่อการอนุรักษ์อาคารศาสนสถาน” โดยเริ่มจากศึกษาคุณสมบัติของวัสดุเชิงเคมี กายภาพ ของอาคารศาสนสถานจากหลายแหล่งที่มา เพื่อพัฒนาสารเคลือบผิวอนุภาคนาโนซิลิกาที่มีคุณสมบัติกันฝุ่น กันการซึมน้ำ ป้องกันรา ตะไคร่ และคราบสกปรกที่เกาะอยู่บนพื้นผิวของวัสดุในศาสนสถาน ทำให้คงทน สวยงาม และยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น ลดภาระค่าดูแลรักษาในระยะยาว อีกทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในชุมชน โดยได้ทดสอบใช้สารเคลือบต้นแบบกับหอระฆังของวัดปากน้ำ (สมุทรคงคาราม) อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เป็นแห่งแรก

ดร.ธันยกร  เมืองนาโพธิ์ นักวิจัยจากทีมวิจัยนวัตกรรมเคลือบนาโน กลุ่มวิจัยวัสดุผสมและกระบวนการนาโน กล่าวว่า “เรานำสารเคลือบนาโนที่พัฒนาขึ้นไปทดสอบแก้ปัญหาการเกิดเชื้อราและตะไคร่ในหอระฆังของวัดปากน้ำฯ ซึ่งเกิดจากปริมาณความชื้นสูง เนื่องจากสถานที่ตั้งที่อยู่ใกล้ทะเล รวมถึงการแตกลายงาจากอายุของสถานที่ที่ทำให้ต้นทุนการบำรุงรักษาอาคารสถานที่สูงไปด้วย

หลังจากที่ทีมวิจัยนาโนเทคนำสารเคลือบผิวนาโนที่พัฒนาขึ้นไปฉีดพ่นรอบหอระฆัง และติดตามผลหลังการฉีดพ่นเป็นระยะเวลา 10 เดือน พบว่า ช่วยยืดระยะเวลาการเกิดเชื้อรา คราบสกปรก และการแตกลายงา โดยในระยะเวลา 10 เดือนนี้ไม่มีเชื้อราหรือคราบตะไคร่เกิดขึ้นเลย ผลิตภัณฑ์นี้จึงมีศักยภาพที่จะนำไปใช้บำรุงรักษาอาคารศาสนสถานต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความคงทน ยืดอายุวัสดุที่จะนำไปซ่อมแซมบูรณะ และยังช่วยลดต้นทุนการดูแลรักษา

ทีมวิจัยฯ ยังได้ออกแบบวิธีการทดสอบการเคลือบผิวอาคารและประเมินประสิทธิภาพของสารเคลือบ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับพัฒนาเทคโนโลยีการเคลือบผิวที่เหมาะสมกับเนื้อวัสดุของสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ภายใต้ปัจจัยแวดล้อมที่ต่างกัน

สำหรับวัดปากน้ำฯ เป็นพื้นที่ใกล้ทะเล มีความชื้นสูง ทีมวิจัยตั้งเป้าทดสอบประสิทธิภาพและความคงทนของสารเคลือบนาโนนี้ในพื้นผิวต่าง ๆ ที่อยู่ในสภาพแวดล้อม สภาพอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ต่อไป” ดร.ธันยกรกล่าว

นอกจากการนำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตามโครงการนี้แล้ว เทคโนโลยีสารเคลือบอนุภาคนาโนซิลิกายังประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การเคลือบแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการดูแลรักษา นับเป็นอีกหนึ่งงานวิจัยที่น่าสนใจสำหรับภาคธุรกิจและผู้ประกอบการที่กำลังมองหาเทคโนโลยีช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์หรือบริการ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. โทรศัพท์ 0 2564 7100 เว็บไซต์ www.nanotec.or.th อีเมล info@nanotec.or.th

About Author