ฤดูกาลที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกหอมแขกในประเทศไทย คือ ฤดูหนาว (หลังเก็บเกี่ยวข้าว) หรือเริ่มต้นในปลายเดือนกันยายนเป็นต้นไป เกษตรกรควรเริ่มเพาะกล้าตั้งแต่เดือนกันยายน ย้ายกล้าลงแปลงในปลายเดือนตุลาคม และเก็บเกี่ยวในเดือนกุมภาพันธ์ แต่สำหรับเกษตรกรที่ใช้ที่นาเพาะปลูกสามารถเตรียมกล้าในพื้นที่ปลูกผักทั่วไปได้ เมื่อเกี่ยวข้าวแล้วเสร็จจึงไถตากดินและเตรียมแปลงปลูกหอมแขกต่อได้เลย

การเตรียมแปลงเป็นขั้นตอนสำคัญ หากเตรียมแปลงไม่ดีจะส่งผลต่อคุณภาพและปริมาณของผลผลิต ซึ่งการเตรียมแปลงหอมแขก แบ่งเป็น 2 ระยะคือ การเตรียมแปลงสำหรับเพาะกล้า และการเตรียมแปลงสำหรับย้ายปลูก 

โรงเรือนเพาะกล้า
แปลงเพาะกล้า
เตรียมแปลงสำหรับเพาะกล้า
  • • การเพาะกล้าหอมแขกจำเป็นต้องมีโรงเรือน เพื่อป้องกันฝนและน้ำค้าง
    • ก่อนปลูก 7 วัน คลุกเคล้าดิน โดโลไมท์ ปุ๋ยหมักให้เข้ากัน ขึ้นแปลงสามเหลี่ยม
    • ก่อนปลูก 2 วัน รดด้วยไตรโคเดอร์มาและตีดินให้ละเอียด ขึ้นแปลงหน้ากว้าง 1 เมตร สูงประมาณ 5-10 ซม. หรือ 1 หน้าจอบ
    • วันเพาะกล้า ทำร่องลึกประมาณ 2 ซม. ตามแนวยาวของแปลง
       o นำเมล็ดหอมแขกผสมกับแป้งหรือทรายละเอียดโรยตามร่อง
       o กลบด้วยแกลบเก่าหรือขุยมะพร้าว
       o คลุมด้วยตาข่าย รดน้ำให้ชุ่ม
    • ดูแล รดน้ำเช้าและเย็นทุกวัน | รดปุ๋ยน้ำหมัก-ชีวภัณฑ์ ทุกสัปดาห์
    • ก่อนวันย้ายปลูก งดให้ปุ๋ยก่อน 7 วัน เตรียมต้นกล้าให้แข็งแรง (hardening) โดยลดปริมาณการให้น้ำ เพิ่มปริมาณแสง
ต้นกล้าพร้อมย้ายปลูก
เตรียมแปลงปลูก
  • • เก็บตัวอย่างดินวิเคราะห์ธาตุอาหาร โดยใช้ชุด Smart NPK และเติมปุ๋ยตามผลวิเคราะห์ดิน
  • • ไถพรวนดินยกร่องสูง 10-15 ซม. หน้าแปลงกว้าง 80-100 ซม. ความยาวตามขนาดของพื้นที่
    • คลุมแปลงด้วยฟาง รดน้ำให้ชุ่มจนดินอิ่มน้ำ
    • นำกล้าอายุครบ 45 วัน แช่น้ำไตรโคเดอร์มา 1 คืน
    • นำกล้าย้ายลงปลูก ระยะห่างระหว่างต้นและแถว 12-15 ซม. ความลึก 1/2 ของความสูงของหัว
ลักษณะของต้นหอมที่ดี นั่งบนดิน ใบครบ 8-10 ใบ
เมื่อต้นหอมเริ่มคอพับ ใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยว
ปฏิทินการปลูก-ดูแลหอมแขก
เตรียมแปลงหอมแขก