“กล้าไม้คุณภาพ ตรงตามสายพันธุ์” เป็นสิ่งที่ ศักดิ์ชาย ดำรงเจริญ ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมด้านป่าไม้จังหวัดแพร่ ตระหนักดีว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการได้ไม้คุณภาพที่สร้างมูลค่า สร้างรายได้ให้เกษตรกร อีกทั้งยังสร้างความยั่งยืนให้ทรัพยากรป่าไม้ของจังหวัดแพร่ด้วย

“แพร่เป็นแหล่งผลิตกล้าไม้ แต่ที่ผ่านมาใช้การเพาะเมล็ดเป็นหลัก ไม่รู้แหล่งที่มาและไม่ทราบถึงคุณภาพของกล้าไม้ ทั้งเรื่องความสมบูรณ์และความหลากหลายทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่ออัตราการเจริญและพัฒนาของต้นกล้า ซึ่งเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้มั่นใจได้ว่าได้กล้าตรงตามสายพันธุ์”

“การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช” จาก สวทช. โดยสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) จึงเกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2567 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันนวัตกรรมป่าไม้จังหวัดแพร่[1] โดย สท. ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช” ให้เจ้าหน้าที่ของสถาบันฯ โดยมี ดร.ยี่โถ ทัพภะทัต นักวิจัยกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการจัดการแบบบูรณาการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) เป็นวิทยากรให้ความรู้

สท. ได้ร่วมออกแบบและวางแผนการผลิตพืชให้ทางสถาบันฯ นำมาสู่การจัดตั้ง “ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช” ในเดือนมกราคม 2568 โดยสถาบันฯ ได้ปรับปรุงอาคารเพื่อใช้เป็นจุดผลิตต้นกล้าด้วยเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและเป็นสถานที่เผยแพร่องค์ความรู้และนวัตกรรมของสถาบันฯ ด้วย ทั้งนี้สถาบันฯ ตั้งเป้าที่จะผลิตต้นกล้าสักและต้นห้อม ซึ่งเป็นพืชอัตลักษณ์ของจังหวัด นอกจากนี้ยังมีกล้วยหอมทองและขิง พืชที่เกษตรกรสามารถนำไปปลูกเพื่อสร้างรายได้

“ทาง สวทช. มาจัดอบรมเชิงลึกที่ห้องปฏิบัติการให้เราอีก ให้เราได้เรียนรู้การทำงานในห้องแล็บ ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ และลงมือทำจริงทุกขั้นตอน” วิภาดา ผ่องพันธุ์ นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ หนึ่งในเจ้าหน้าที่ของสถาบันฯ ที่เป็นแกนหลักสำคัญของภารกิจนี้ ย้อนความที่ได้ร่วมฝึกทำงานจริงครั้งแรกในห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อพืชของสถาบันฯ แม้ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะผลิตกล้าไม้คุณภาพส่งมอบให้เกษตรกรไปใช้ประโยชน์ได้ เธอจึงมองเป็นความท้าทายแล้วพร้อมเรียนรู้การผลิตทุกขั้นตอน

[1] ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยความร่วมมือส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุนการดำเนินการจัดตั้งสถาบันนวัตกรรมด้านป่าไม้ จังหวัดแพร่ ภายใต้แนวคิด “เศรษฐกิจภายใต้ผืนป่า (Economy Under the Forest)” จังหวัดแพร่ กรมป่าไม้ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ อบจ.แพร่ วิทยาลัยชุมชนแพร่ เทศบาลเมืองแพร่ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  

“พอได้ลงมือทำเอง ทำให้เข้าใจว่าการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่ใช่แค่ใช้เทคนิค แต่ต้องอาศัยความละเอียด ความอดทน และการทำงานเป็นทีม”

ต้นสัก กล้วยหอมทอง ม่วงเทพรัตน์ และกุหลาบ เป็นชนิดพืชตั้งต้นที่เจ้าหน้าที่สถาบันฯ ใช้ฝึกปฏิบัติตั้งแต่เตรียมอาหารเพาะเลี้ยง ฟอกฆ่าเชื้อและสับขยายพืชปลอดเชื้อ จนถึงการเตรียมต้นพันธุ์สำหรับนำไปอนุบาลในโรงเรือน

“ช่วงแรกๆ ก็ยาก แต่พอทำไปเรื่อยๆ เริ่มเข้าใจ รู้ขั้นตอน ก็ทำคล่องขึ้น” พงษ์ศิริ ถือคำ อีกหนึ่งเจ้าหน้าที่ฃองสถาบันฯ ที่ไม่เพียงดูแลอาคารสถานที่ แต่ยังเป็นทีมผลิตด้วย ขณะที่ นริศรา อ่างทอง นักวิชาการป่าไม้ ซึ่งมีพื้นฐานเรื่องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เสริมว่า เราต้องเรียนรู้ตลอด ช่วงแรกทำแล้วมีติดเชื้อ ก็หาสาเหตุร่วมกันว่าเกิดจากอะไร เป็นเพราะอาหารหรือขั้นตอนการทำ แล้วหาวิธีแก้

“ความสะอาดและความไวสำคัญมากสำหรับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ขั้นตอนเหมือนกัน แต่เทคนิคให้ได้ผลลัพธ์ของแต่ละคนต่างกัน”

ทั้งสามคนวางแผนการทำงานที่ห้องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช แบ่งหน้าที่การทำงาน แต่ด้วยมีภาระงานประจำทำให้ไม่สามารถผลิตได้ต่อเนื่องทั้งวัน โดยผลิตได้ 20-30 ขวด/ครั้ง (ครั้งละ 1-2 ชั่วโมง) ขณะเดียวกันในช่วงกลางปีที่ผ่านมาอาคารแห่งนี้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทำให้สถาบันฯ ต้องวางแผนการผลิตใหม่รวมถึงการย้ายสถานที่ตั้งห้องปฏิบัติการ[2]

“ที่ผ่านมาเรายังผลิตได้ไม่เต็มชั้นวาง จึงยังไม่ย้ายต้นไปอนุบาลในโรงเรือน ต่อไปเมื่อย้ายห้องแล็บแล้ว กำลังการผลิตต้องได้ 10,000 ขวด/เดือน และติดเชื้อไม่เกิน 10% จึงจะคุ้มค่าที่จะอนุบาลต่อ”

[2] สถาบันฯ ได้รับอนุมัติงบประมาณจัดสร้างห้องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชแห่งใหม่ และพร้อมใช้งานในปี พ.ศ. 2569 สำหรับห้องปฏิบัติการเดิม จะปรับปรุงเป็นจุดสาธิตต้อนรับคณะเยี่ยมชมของสถาบันฯ

ศักดิ์ชาย บอกว่า ต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชจะไปทดสอบปลูกก่อนขยายผลให้เกษตรกรปลูกเป็นอาชีพ ซึ่งมีหน่วยงานในพื้นที่พร้อมรับซื้อ

ไม่เพียงกล้าไม้คุณภาพจะเป็นเป้าหมายร่วมกันของทั้งสามคน แต่กล้าไม้คุณภาพจากเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชนี้ยังสะท้อนบทบาทของสถาบันฯ และทำให้สถาบันฯ เป็นที่รู้จักมากขึ้น ฟื้นคืน “โรงเรียนการป่าไม้” ในอดีตสู่ “สถาบันนวัตกรรมด้านป่าไม้จังหวัดแพร่” ที่ขยายบทบาทให้สอดรับการเปลี่ยนแปลงของโลก

“งานเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นเรื่องใหม่สำหรับเรา แต่ความร่วมมือกับ สวทช. ทำให้เจ้าหน้าที่กล้าลองทำจริง และเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่ทำให้ได้ต้นพันธุ์คุณภาพเท่านั้น แต่คือทำให้คนในหน่วยงานสามารถถ่ายทอดความรู้ต่อได้” ศักดิ์ชาย หัวเรือใหญ่ของสถาบันฯ สะท้อนภาพความร่วมมือที่เกิดขึ้น ที่ไม่เพียงจะทำให้มีกล้าไม้คุณภาพ หากยังเพิ่มศักยภาพบุคลากรของหน่วยงานอีกด้วย

ที่มา : หนังสือ “วิทย์พลิกชีวิต เปลี่ยนวิธีคิด ปรับวิธีทำ สู่นวัตกรรมเกษตรยั่งยืน”. สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร. 2569.

“ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช” ต้นทางกล้าไม้คุณภาพของจังหวัดแพร่