ทั่วไป

ชูนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ พลิกโฉมการจัดสรรพลังงาน เข้าถึงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ได้อย่างเท่าเทียม

เครดิตภาพ: Moritz Kindler via Unsplash


ทีมนักวิจัยจากประเทศออสเตรเลียกำลังพัฒนาระบบที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) เพื่อยกระดับการไหลเวียนและจัดสรรพลังงานไฟฟ้าระหว่างกลุ่มอาคารชุดพักอาศัยหรืออพาร์ตเมนต์ นวัตกรรมล้ำสมัยดังกล่าวกำลังนำไปสู่การใช้พลังงานสะอาดที่มีราคาถูกและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในสภาพแวดล้อมสังคมเมืองที่มีประชากรหนาแน่น

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ แคนเบอร์รา (UNSW Canberra) ได้ร่วมมือกับพันธมิตรภาคอุตสาหกรรมอย่างบริษัทโวลต์วาล (Voltval) และบริษัทเจทีโซลาร์เทคโนโลยี (JT Solar Technology) เพื่อนำร่องระบบพลังงานปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยขยายโอกาสการเข้าถึงระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Rooftop solar) และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery storage) สำหรับชาวออสเตรเลียที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ก่อนหน้านี้ภาคเอกชนทั้งสองแห่งได้พัฒนาระบบพอร์ทัลพลังงานแบบโมดูลาร์ (Modular Power Portal System หรือ MPPS) ที่ผสานการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์เข้ากับแบตเตอรี่ส่วนกลางสำหรับอาคารชุด โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจำนวน 1.2 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียจากโครงการเทรซ (Trailblazer Recycling & Clean Energy หรือ TRaCE) ของกระทรวงศึกษาธิการออสเตรเลีย ซึ่งทีมนักวิจัยจะทำการเพิ่มชั้นการประมวลผลขั้นสูงของปัญญาประดิษฐ์เข้าไปในระบบ เพื่อให้สามารถคาดการณ์และปรับปรุงการใช้พลังงานข้ามอาคารหลายแห่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้แพลตฟอร์มมีความชาญฉลาดและพร้อมสำหรับการใช้งานจริงอย่างเต็มรูปแบบ

แม้ว่าประเทศออสเตรเลียจะเป็นผู้นำระดับโลกด้านการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา แต่ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกลับยังส่งไปไม่ถึงชาวออสเตรเลียกว่า 2.5 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ข้อมูลจากรัฐนิวเซาท์เวลส์ซึ่งมีสัดส่วนที่อยู่อาศัยแบบอพาร์ตเมนต์ถึง 1 ใน 5 แสดงให้เห็นว่ามีผู้อยู่อาศัยเพียงร้อยละ 3.5 เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงพลังงานแสงอาทิตย์ได้ อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในอาคารชุดหยุดชะงักมาจากหลายปัจจัย ทั้งความซับซ้อนของการจัดการกรรมสิทธิ์ร่วม โครงสร้างพื้นฐานด้านการวัดและบันทึกพลังงานที่ล้าสมัย รวมถึงอาคารที่ไม่เคยถูกออกแบบมาเพื่อรองรับระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์ ความท้าทายเหล่านี้ยังครอบคลุมไปถึงทาวน์เฮาส์ โครงการมิกซ์ยูส ตลอดจนอาคารพาณิชย์และโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้ช่องว่างในการเข้าถึงพลังงานราคาถูกในชุมชนเมืองยิ่งทวีความรุนแรง

ดร. ริพอน จักรบอร์ตี (Dr. Ripon Chakrabortty) จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ แคนเบอร์รา ระบุว่าเทคโนโลยีการปรับค่าให้เหมาะสมที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ซึ่งพัฒนาโดยทางมหาวิทยาลัย จะช่วยสร้างโมเดลใหม่สำหรับการใช้พลังงานสะอาดในสภาพแวดล้อมเมือง ความร่วมมือนี้จะผลักดันเทคโนโลยีที่สามารถประสานงานการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และทรัพยากรแบตเตอรี่ร่วมกันระหว่างผู้พักอาศัยหลายรายได้อย่างชาญฉลาด เทคโนโลยีดังกล่าวจะทำหน้าที่พยากรณ์การผลิตและความต้องการใช้พลังงาน จัดการทรัพยากรพลังงานแบบกระจายศูนย์ และรักษาสมดุลการไหลเวียนของกระแสไฟฟ้าระหว่างห้องพักต่าง ๆ ในแบบเรียลไทม์

ทางด้าน รองศาสตราจารย์ ฮว่าตง โม่ (Associate Professor Huadong Mo) ผู้ร่วมนำโครงการนี้อธิบายเสริมว่า ผลงานชิ้นนี้จะช่วยเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable energy) และลดต้นทุนการดำเนินงานสำหรับอาคารที่เข้าร่วมโครงการได้มากถึงร้อยละ 30 พร้อมย้ำว่าก้าวต่อไปของการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดในออสเตรเลียจะต้องพึ่งพาการสร้างความมั่นใจว่าผู้พักอาศัยในอพาร์ตเมนต์จะได้รับประโยชน์จากทรัพยากรพลังงานเหล่านี้อย่างเต็มที่

โครงการนำร่องนี้จะถูกนำไปทดสอบในพื้นที่หลายแห่ง ครอบคลุมทั้งส่วนของอาคารพาณิชย์และที่พักอาศัยทั่วเมืองซิดนีย์ ข้อมูลประสิทธิภาพการทำงานที่ได้จากสภาพแวดล้อมจริงจะถูกนำมาใช้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของระบบ และสร้างฐานข้อมูลอ้างอิงที่จำเป็นสำหรับการขยายการใช้งานไปยังประเภทอาคารอื่น ๆ ในอนาคต

เจสัน เซียว (Jason Xiao) ผู้อำนวยการบริษัทเจทีโซลาร์เทคโนโลยี กล่าวทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยช่วยสร้างความลึกซึ้งทางงานวิจัยและเพิ่มความมั่นใจในการนำนวัตกรรมนี้ออกสู่ตลาด ปัญหาที่ขัดขวางการรับเอาพลังงานสะอาดมาใช้ในอพาร์ตเมนต์ของซิดนีย์นั้นเป็นปัญหาเดียวกันกับที่มหานครทั่วโลกกำลังเผชิญ ซึ่งระบบพลังงานแบบโมดูลาร์ใหม่นี้จะมีส่วนสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนของอาคารในวงกว้าง และช่วยสร้างอนาคตทางพลังงานที่ยืดหยุ่นและครอบคลุมสำหรับทุกคนต่อไปในอนาคต


About Author