อนาคตของการขุดเหมืองที่ไม่ได้อยู่ในเหมือง

อนาคตของการขุดเหมืองที่ไม่ได้อยู่ในเหมือง

เรียบเรียงโดย
สมาคมยุวชนอวกาศไทย


        หากพูดถึงการขุดเหมืองแร่ ทุกคนคงนึกถึงการเข้าไปในถ้ำแคบๆ ลึกๆ เพื่อลงไปขุดหาแร่ใต้ดิน แต่มีความรู้ใหม่เกิดขึ้นว่าแร่ธาตุทรัพยากรเหล่านี้ มันล่องลอยอยู่บนอวกาศเต็มไปหมด เยอะจนถึงขนาดที่ดาวเคราะห์น้อยบางดวงมีทรัพยากรมูลค่ามากพอ ถึงขนาดถ้านำมันกลับมายังโลกจะทำให้เศรษฐกิจโลกพังกันเลยทีเดียว

          Space Mining แปลตรงตัวเป็นภาษาไทย คือการขุดเจาะอวกาศ นั่นก็คือการค้นหาและเก็บทรัพยากรจากอวกาศ โดยอาจจะเกิดขึ้นจากการไปขุดเจาะดาวเคราะห์น้อยใกล้ๆ โลก หรือนำมาจากดาวเคราะห์อื่นๆ ก็ได้

          NASA และองค์กรอวกาศอื่น เช่นๆ JAXA ของประเทศญี่ปุ่น หรือ CNSA ของประเทศจีน ได้เคยมีภารกิจขุดเจาะขนาดเล็กมาแล้ว แต่ว่าจุดประสงค์ของภารกิจเหล่านั้นเป็นเรื่องการวิจัยทั้งหมด

          บางคนอาจสงสัยว่าทำไมเราต้องออกนอกโลกเพื่อไปหาทรัพยากรที่ก็มีอยู่ในโลก? มันคุ้มกับค่าใช้จ่ายที่เสียไปหรือ? ถ้ามองในระยะสั้นก็สามารถตอบได้เลยว่า “ไม่คุ้ม” แค่ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ และการปล่อยจรวดก็ทำให้ขาดทุนแล้ว

          แต่ถ้าเราเปลี่ยนไปมองระยะยาว คำตอบก็จะเปลี่ยนไป ทรัพยากรในโลกของเรานั้นมีจำกัด และก็กำลังจะถูกใช้หมดในอนาคตอันใกล้ Dr. Lawrence Meinert รองผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพลังงานและแร่ธาตุของสหรัฐฯ ได้กล่าวไว้ว่า แร่ธาตุหลายอย่าง เช่น Dysprosium Neodymium และ Lanthanum ที่ถูกใช้ในการสร้างอุปกรณ์แทบทุกอย่างที่เกี่ยวข้องแม่เหล็กจะถูกใช้หมดในอีกประมาณ 20 ปี ทรัพยากรอื่นๆ ก็ไม่แตกต่างกันมาก ดังนั้นเราควรมองหาแหล่งทรัพยากรใหม่ซึ่งนั้นก็คือ “นอกโลก”

จุดเริ่มต้นที่มีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์

          ในปี 2012 บริษัท Startup ที่ชื่อ Planetary Resources จัดตั้งขึ้นโดยชายหนุ่ม 2 คน Chris Lewicki และ Peter Diamandis เป้าหมายของพวกเขาคือการนำทรัพยากรจากดาวเคราะห์น้อยต่างๆ เช่น แร่ธาตุ โลหะ และน้ำ กลับมายังโลก ทั้ง Chris และ Peter ต่างมีผลงานอันยอดเยี่ยมด้านอวกาศโดย Chris ได้ทำงานกับ NASA ในภารกิจใหญ่เช่น Opportunity rover ที่ถูกส่งไปดาวอังคาร และ Peter ก็เป็นคนมีชื่อเสียงดังพอสมควรถ้าเราพูดถึงการท่องเที่ยวในอวกาศ Planetary Resources ได้รวมทุนจำนวนเงิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และริเริ่มภารกิจของเขาในปี 2016

          แต่อีกไม่นานคู่แข่งคนแรกของพวกเขาก็ได้ปรากฎตัว Rick Tumlinson นักธุรกิจอวกาศที่ติดโพล 100 คนที่มีอิทธิพลด้านอวกาศกับบริษัทของเขา Deep Space Industries ประกาศว่าเขาจะส่งยาน Prospector-1 ของเขาเพื่อไปตรวจสอบทรัพยากรในอวกาศ โดยมีแผนต่อที่จะเข้าไปขุดเจาะและนำกลับมาใช้ประโยชน์ในโลก

          การแข่งขันระหว่างสองบริษัทนี่ก็ได้เริ่มต้นขึ้น บุคคลใหญ่โตอย่าง Jeff Bezos CEO ของ Amazon ก็ได้หันความสนใจมาหา และกล่าวไว้ด้วยความตื่นเต้นว่า “Space mining could be a real thing!” การขุดเจาะในอวกาศกำลังจะเกิดขึ้นจริง! ทุกฝ่ายต่างเต็มไปด้วยตวามตื่นเต้น และผู้คน นักวิทยศาสตร์มากมายก็คาดเดากันว่า มหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์คนแรกในโลกจะเกิดขึ้นในจากการใช้ประโยชน์จากอวกาศ

ทางตันที่มาไวกว่าที่คิด

          ตัดภาพมาต่อที่กลางปี ค.ศ.2018 เงินทุน Planetary Resources ที่ได้รวมมาก็เริ่มเหลือน้อยแล้ว ผู้คนต่างเริ่มหมดกำลังใจและสมาชิกบางคนก็เริ่มหันหลังให้กับบริษัทตัวเอง และอีกไม่นาน Planetary Recourses ก็ถูกซื้อต่อโดยบริษัทเทคโนโลยี อย่าง Censensys

          Deep Space Industries ก็ตาม Planetary Resources ไปในไม่ช้าโดยถูกขายไปให้กับ Bradford Space บริษัทสร้างชิ้นส่วนยานอวกาศ

          ถึงแม้สองบริษัทนี่จะไม่ได้ไปถึงเป้าหมายที่พวกเขาวางไว้ แต่ระหว่างทางเขาก็ได้ริเริ่มอุตสาหกรรมการขุดเจาะอวกาศให้กับหลายคน โดยพวกเขาหวังว่ามนุษย์จะสามารถไปขุดเจาะอวกาศได้ในเวลาอีกไม่นาน