คอลัมน์ประจำ ปั้นน้ำเป็นปลา

ปลานิล ของขวัญจากมกุฎราชกุมาร สู่ความมั่นคงทางอาหารของคนไทย

เรื่องโดย ชวลิต วิทยานนท์


ปลานิลไม่ใช่แค่น่าหม่ำ… แต่คือ “มรดกพระราชทาน” ที่สร้างความมั่นคงทางอาชีพให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวไทยมาอย่างยาวนานและยั่งยืน จากปลา 50 ตัวในตอนนั้น สู่ขุมทรัพย์ 1.4 หมื่นล้านบาทในวันนี้

ปลานิล หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Nile tilapia (Oreochromis niloticus) อยู่ในวงศ์ Cichlidae ที่เรารู้จักกันดีอย่างพวกปลาเทวดา หมอสี ออสการ์ ปอมปาดัวร์ และหมอเทศ (รวมถึงหมอเทศคางดำตัวแสบด้วย) มีการกระจายพันธุ์ของทั้งวงศ์ตั้งแต่ทวีปแอฟริกา อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และใกล้เราสุดที่อินเดียตอนใต้ถึงศรีลังกา


การกระจายตัวของปลาในวงศ์ Cichlidae ทั่วโลกและสมมติฐานวิวัฒนาการ
ที่มาภาพ : Matschiner et al. (2020), Nature Communications 11:5895.

ปลานิลเป็นปลาน้ำจืดที่มีถิ่นอาศัยเดิมอยู่ในแม่น้ำไนล์ ทวีปแอฟริกา แต่ถูกนำไปเพาะเลี้ยงจนแพร่พันธุ์ทั่วโลก เป็นปลาขนาดกลาง โตสุดถึง 45 เซนติเมตร มีลักษณะปากเล็ก รูปร่างแบนข้าง เกล็ดเล็ก ครีบหลังตอนหน้ามีก้านแข็ง หัวและตัวสีเขียวคล้ำ มีลายเป็นแถบจาง ๆ ท้องสีจางอมชมพู ครีบหางมีลายบั้งหลายแถบ

การเดินทางของปลานิลเข้าสู่ประเทศไทยนั้นมีจุดเริ่มต้นจากปลาหมอเทศที่กรมประมงส่งเสริมให้เพาะเลี้ยงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 ไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภคนัก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงปรึกษามกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ (พระอิสริยยศของอดีตสมเด็จพระจักรพรรดิ ณ ขณะนั้น) แห่งญี่ปุ่นขณะเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยในปี พ.ศ. 2507 ว่ามีปลาชนิดใดที่มาทดแทนปลาหมอเทศได้บ้าง มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะกราบบังคมทูลว่า มีปลาชนิดหนึ่งที่เป็นญาติสนิทกับปลาหมอเทศ คือ Nile tilapia ที่ทรงเลี้ยงไว้ในสระของพระราชวังอากาซากะในโตเกียว โดยต่อมาได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปลานิลจำนวน 50 ตัว เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2508 จากนั้นพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทดลองเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์ในบริเวณพื้นที่พระตำหนักสวนจิตรลดา จนพบว่าปลานิลที่เลี้ยงง่าย โตไว เหมาะกับสภาพแวดล้อมในประเทศไทย ที่สำคัญคือ เนื้อแน่น กินอร่อย จึงได้พระราชทานปลานิลจากสายพันธุ์ “จิตรลดา” ให้แก่กรมประมงนำไปแพร่พันธุ์เป็นปลาเศรษฐกิจของไทยเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2509

ด้วยความที่อยู่ง่ายกินง่าย กินเก่ง กินทั้งพืช สัตว์ขนาดเล็ก แพลงก์ตอน  อินทรียสารหน้าดิน เราจึงพบปลานิลได้ในทุกแหล่งน้ำจืดและน้ำกร่อยทั่วประเทศไทยและใกล้เคียง โดยปลานิลเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน้อย มีเพียงเฉพาะในบางแหล่งน้ำเท่านั้น นอกจากนี้ก็มีการเลี้ยงในกระชังและบ่อ นับเป็นปลาเศรษฐกิจเบอร์ต้นของประเทศไทย และเป็นอาหารน่าหม่ำของคนไทยมานานกว่า 60 ปี

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับปลานิล

  • ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เพาะเลี้ยงปลานิล 50 ตัว ที่ทรงได้รับมาจากมกุฎราชกุมารญี่ปุ่น จนได้เป็น “ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา” และได้พระราชทานเป็นอาชีพให้แก่คนไทย ปัจจุบันปลานิลกลายเป็นสัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจอันดับ 1 ที่สร้างรายได้มหาศาล
  • จากต้นตระกูลสายพันธุ์ “จิตรลดา” กรมประมงได้พัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีสายพันธุ์ดี ๆ ที่ทนทาน โตไว รอดตายสูง มาเป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกรอีกมากมาย เช่น จิตรลดา 3, จิตรลดา 4, เร้ด 1, เร้ด 2, ปทุมธานี 1
  • ปัจจุบันมีฟาร์มเลี้ยงปลานิลทั่วประเทศถึง 339,489 ฟาร์ม ผลผลิตกว่า 7 แสนตัน บริโภคในประเทศร้อยละ 98 ส่งเนื้อและผลิตภัณฑ์จากปลานิลออกขายต่างประเทศร้อยละ 2 (สหรัฐอเมริกา, อิตาลี, ไต้หวัน) คิดเป็นมูลค่า 13,612 ล้านบาทต่อปี (ข้อมูลจาก คุณฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง, 2568)

About Author