ตามที่นโยบายกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2567 ได้ประกาศให้ “การส่งเสริมการมีบุตร” เป็น “วาระแห่งชาติ” ทำให้การเดินทางของนโยบายทางประชากรศาสตร์ดังกล่าวนับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างปี พ.ศ. 2482 – 2488 เวียนมาบรรจบอีกครั้ง แม้จะได้มีการคั่นกลางด้วย “นโยบายการวางแผนครอบครัว” เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชาติในรุ่นที่มี “อัตราการเกิดสูงถึงหลักล้าน” นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 เป็นต้นมา
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล ที่ปรึกษาอาวุโส และอดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และราชบัณฑิต ประเภทวิชาสังคมศาสตร์ สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ของ ราชบัณฑิตสภา กล่าวในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในคณะทำงานเพื่อการคาดการณ์จำนวนประชากรในระดับชาติตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยได้เปรียบเทียบถึงทิศทาง “การส่งเสริมการมีบุตร” ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กับในปัจจุบันว่า มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
โดยไม่ได้เป็นไปเพื่อการทดแทนที่เน้น “ปริมาณ” แต่เป็นการพัฒนาสู่การเพิ่มอัตราการเกิดที่มี “คุณภาพ”
เปรียบเทียบกับจำนวนประชากรที่มีอายุไม่เกิน 15 ปีเมื่อประมาณ 60 – 70 ปีก่อนที่มีถึงมากร้อยละ 45 ในขณะที่ในปัจจุบันมีเพียงไม่ถึงร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรไทยทั้งหมด จึงน่าเป็นห่วงถึงอนาคตข้างหน้าต่อไปว่า จำนวนประชากรที่อยู่ใน “วัยแรงงาน” อาจ “ไม่เพียงพอ” ต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของชาติ
ซึ่งสวนทางกับจำนวน “ประชากรสูงวัย” ที่จากเดิมมีเพียงร้อยละ 5 แต่ปัจจุบันกลับมีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 20 และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อไปได้อีกถึงจำนวนร้อยละ 30 ในเวลาอันใกล้
ท่ามกลางความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นดังกล่าว ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล มองว่า “เป็นไปไม่ได้” ที่จะทำให้ “อัตราการเกิดเพิ่มขึ้น” ทดแทนจำนวนที่ลดลงของประชากรไทยทั้งหมดได้อย่างแท้จริง
เนื่องจากโลกในยุคปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการเข้าสู่วัยผู้สูงอายุของประชากรไทยส่วนใหญ่ที่มาจากรุ่นที่มีอัตราการเกิดสูงสุดเมื่อกว่า 50 ปีก่อน
อย่างไรก็ดี ในขณะที่ “วาระแห่งชาติเพื่อส่งเสริมการมีบุตร” จะได้ดำเนินการแบบคู่ขนานพร้อมการรักษาภาวะการมีบุตรยาก ยังได้มีการตั้งเป้าหมายให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในภารกิจสำคัญดังกล่าว
ซึ่งรวมถึง สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อตั้งรับการเปลี่ยนแปลงของประชากรเมื่อกว่า 50 ปีก่อน และยังคงอยู่คู่สังคมไทยพร้อมฝ่าฟันทุกปรากฏการณ์ของการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ โดยไม่เคยทอดทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นประชากรรุ่นใดๆ ไว้ข้างหลัง
- ภาพจาก สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
- สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิตินวตาร ดิถีการุณ นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ) โครงการงานประชาสัมพันธ์ภายใน / พันธกิจพิเศษ งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6208

