ตามแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565 – 2570 หรือ “AI Thailand” ได้สะท้อนทิศทางการพัฒนาประเทศสู่การเป็น “ผู้นำด้าน AI” โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อ “ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน” ในการเข้าถึงบริการสุขภาพ ตลอดจนความมั่นคง และปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนในชาติ
หนึ่งในนวัตกรรมเด่น คือ “AI ResNet-SE เพื่อการแก้ไขปัญหาอุบัติภัยบนท้องถนน” ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทยในแต่ละปี โดยผลงานดังกล่าวพัฒนาโดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล
ทีมวิจัยพัฒนานำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นริศ หนูหอม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รองศาสตราจารย์ ดร.สาคร เมฆรักษาวนิช มหาวิทยาลัยพะเยา และรองศาสตราจารย์ ดร.อนุชิต จิตพัฒนกุล มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นริศ หนูหอม ในฐานะหัวหน้าทีมสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรม “AI ResNet-SE เพื่อการแก้ไขปัญหาอุบัติภัยบนท้องถนน” ได้กล่าวถึงความท้าทายของการพัฒนา AI ว่าไม่เพียงใช้ได้ใน “โลกจำลอง” จะต้องใช้ได้ใน “โลกจริง” ด้วย
ซึ่งปัจจัยสำคัญ คือ การสร้างข้อมูลที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ AI ภายใต้การออกแบบอัลกอริทึม (Algorithm) ที่ถูกต้อง และแม่นยำ
ทีมวิจัยได้ออกแบบ AI ResNet-SE ให้สามารถเรียนรู้และจดจำรูปแบบพฤติกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ชุดข้อมูลจากแว่นอัจฉริยะที่ติดตั้งเซนเซอร์สำหรับตรวจจับพฤติกรรมผู้ขับขี่บนท้องถนนจริงใน 4 ลักษณะ ได้แก่ การจอดรถ การขับผ่านวงเวียน การจราจรในเมือง และการขับรถผ่านทางแยก
ซึ่งจากผลวิจัยพบว่าผู้เข้าร่วมการทดลองส่วนใหญ่ยังคงสับสนใน 2 ส่วนแรก คือ การจอดรถ และการขับผ่านวงเวียน นอกจากนี้ยังพบจุดที่ต้องพัฒนาต่อ ได้แก่ การลดสัญญาณรบกวน รวมทั้งเพิ่มการทดลองในลักษณะการขับขี่ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงให้ได้มากที่สุด ก่อนขยายผลสู่การแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนที่ครอบคลุม
โดยผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์แล้วในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ “Intelligence Automation and Soft Computing” ที่รายงานผลความแม่นยำ (Accuracy) ของ AI ที่ใช้ได้ถึงร้อยละ 99.17
ในฐานะหนึ่งในทีมบริหารมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นริศ หนูหอม พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางไอทีของมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อรองรับการเรียนการสอน การวิจัย และบริการวิชาการ ที่พร้อมเป็น “ฐานกำลังสำคัญ” ในการพัฒนา “AI Thailand” ซึ่งเป็นภาพรวมของประเทศ ผ่านการทำงานที่แข็งแกร่งจากเครือข่ายงานวิจัยที่พร้อมเชื่อมโยงสอดประสาน
และได้กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนา AI ทิ้งท้ายว่า แม้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเสริมศักยภาพองค์กรได้อย่างมาก แต่การพัฒนาและใช้งาน AI จำเป็นต้องคำนึงถึง “จริยธรรม” และ “ความปลอดภัย” ของประชาชนควบคู่กันไป
- ภาพจากคลังภาพ PR ส่วนกลาง มหาวิทยาลัยมหิดล
- สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิตินวตาร ดิถีการุณ นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ) โครงการงานประชาสัมพันธ์ภายใน / พันธกิจพิเศษ งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6208

