คอลัมน์ประจำ ปั้นน้ำเป็นปลา

จาก “ปีงู” สู่ “ปีม้า” กับ 5 ประเด็นใหญ่ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

เรื่องโดย ชวลิต วิทยานนท์


ปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา มีเรื่องราวที่ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายชีวภาพของประเทศไทยอยู่หลายเรื่อง แต่มีอยู่ 5 เรื่องที่ผมคิดว่าส่งผลกระทบในวงกว้างต่อวิถีชีวิตของคนไทย ไปดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง

  1. การพัฒนาด้วยการทำลายเวียงหนองหล่ม จังหวัดเชียงราย

เวียงหนองหล่ม เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 14,000 ไร่ ครอบคลุม 2 อำเภอ คือ อำเภอแม่จันและอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย กรมชลประทานได้ทำการการพัฒนา ขุดลอก และสร้างเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศพรุหญ้า รวมถึงป่าต้นอั้น หรือต้นไชยวา (Cephalanthus tetrandrus) ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์นานาชนิดและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ นอกจากนี้ยังอาจกระทบต่อประชากรนกแสกทุ่งหญ้า (Tyto longimembris) นกนักล่าฝูงสุดท้ายซึ่งอาจถึงขั้นสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย


อั้น หรือ ไชยวาน


นกแสกทุ่งหญ้า

  1. กรณีปลาหมอคางดำที่ “ไร้ความจริงใจจากผู้มีอำนาจ”

การรับมือกับปลาหมอคางดำเพื่อลดผลกระทบให้หมดสิ้นนั้น แม้กรมประมงจะพยายามเต็มที่แล้ว โดยนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ได้เกือบ 8,000 ตัน แต่การโยนความผิดกันไปมาระหว่างผู้ที่เคยนำเข้ากับผู้เพาะเลี้ยงปลาสวยงาม (ปลาหมอสีอื่น ๆ) ยังไม่จบสิ้น จนการระบาดลุกลามไปแล้วกว่า 17 จังหวัด และก่อความเสียหายทางเศรษฐกิจหลายพันล้านบาท สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือผู้มีอำนาจที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ต้องขับเคลื่อนให้เกิดการลงทุนในการกำจัดปลาหมอคางดำจนหมดผลกระทบ และมุ่งเน้นใช้นโยบายผู้ก่อมลภาวะต้องเป็นผู้จ่าย (Polluter Pay Policy)

  1. การออกกฎหมายยกเลิก “การคุ้มครองนกปรอดหัวโขน”

วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568 คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามีมติเห็นชอบให้ถอดชื่อ “นกปรอดหัวโขน” หรือ “นกกรงหัวจุก” (Pycnonotus jocosus) ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง พร้อมวางมาตรการห้ามล่าในเขตอนุรักษ์และคุมเข้มในการเพาะเลี้ยง โดยคาดว่าจะช่วยลดการล่านกจากธรรมชาติและช่วยส่งเสริมการเพาะเลี้ยงจนพัฒนาไปสู่การเป็นสัตว์เศรษฐกิจในอนาคต อย่างไรก็ตามในอีกด้านหนึ่งการประกาศกฎหมายนี้เกิดขึ้นทั้งที่ประชากรนกปรอดหัวโขนในธรรมชาติซึ่งเคยพบได้ง่ายตามสวนหลังบ้านและชายป่าทั้งในภาคใต้และหลายพื้นที่ลดลงมากกว่าร้อยละ 90 ก็อาจมองได้ว่ากฎหมายนี้เป็นการทำเพื่อเอาใจนักการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ไม่กี่คนที่อยู่ในวงการค้าและการแข่งขัน

  1. การค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ 43 ชนิด ในพระนามสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดงาน Chula the Impact ครั้งที่ 36 ไฮไลต์หนึ่งในงาน คือ การแถลงข่าวการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกที่ค้นพบในประเทศไทยจำนวน 43 ชนิด ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อวิทยาศาสตร์ภายใต้พระนามของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมายุ 70 พรรษา พุทธศักราช 2568 การค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกทั้ง 43 ชนิดนี้เป็นผลงานจากการวิจัยภายใต้ความร่วมมือด้านอนุกรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพของสถาบันภายในประเทศไทย 31 แห่ง และสถาบันต่างประเทศ 14 แห่ง

          รายชื่อสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกที่ค้นพบในประเทศไทย จำนวน 43 ชนิด มีดังนี้

สกุลใหม่ของโลก จำนวน 2 สกุล

  1. สกุลผีเสื้อกลางคืนเทพรัตน์ (Debaratania)
  2. สกุลเห็ดก้อนอำพันเจ้าฟ้า (Sirindhornea)

พืชชนิดใหม่ของโลกจำนวน 3 ชนิด

  1. กระเจียวชมพูสิรินธร (Curcuma princeps)
  2. ต่างหูสิรินธร (Brachylophon sirindhorniae)
  3. ฮ่อมสิรินธร (Strobilanthes sirindhorniae)

สัตว์ชนิดใหม่ของโลก จำนวน 33 ชนิด

  1. ไส้เดือนริมโขงบึงกาฬ (Amynthas septuaginta)
  2. ไส้เดือนเทพรัตน์แม่น้ำโขง (Amynthas sirindhornae)
  3. ไส้เดือนภักดีแม่น้ำโขง (Metaphire fidelis)
  4. แตนเบียนเจ้าฟ้า (Batothecoides sirindhornae)
  5. แตนเบียนเจ้าหญิง (Gilen principissa)
  6. แมลงช้างกรามโตเทพรัตน์ (Protohermes sirindhornae)
  7. แมลงชีปะขาวเทพรัตน์ (Ephorondebaratana)
  8. แมลงชีปะขาวสิรินธร (Teloganopsis sirindhornae)
  9. แมลงปอเข็มท้องยาวเทพรัตน์ (Coeliccia sirindhornae)
  10. แมลงหางดีดถ้ำเจ้าฟ้า (Lepidonella sirindhornae)
  11. ผึ้งยางไม้เจ้าฟ้าหญิงสิรินธร (Megachile sirindhornae)
  12. มดเขาสูงสิรินธร (Temnothorax sirindhornae)
  13. มดตะนอยเทพรัตน์ (Tetraponera sirindhornae)
  14. มดตะลานคูหารัตน์ (Camponotus sirindhornae)
  15. มดบากเทพรัตน์ (Vombisidris sirindhornae)
  16. มวนหญ้าสิรินธร (Ceratocombus sirindhornae)
  17. กุ้งแคระน้ำจืดเจ้าฟ้า (Caridina sirindhornae)
  18. กุ้งเทพรัตน์ (Macrobrachium debaratae)
  19. คลาโดเซอแรนสมเด็จพระเทพรัตน์ (Paralona sirindhornae)
  20. โคพีพอดสิรินธร (Tropodiaptomus sirindhornae)
  21. แอมฟิพอดเจ้าฟ้า (Quadrimaera sirindhornae)
  22. กิ้งกือกระบอกหางมนสิรินธร (Coxobolellus sirindhornae)
  23. กิ้งกือกระบอกหางแหลมสิรินธร (Thyropygus sirindhornae)
  24. กิ้งกือกระสุนพระรามเจ้าฟ้า (Rhopalomeris sirindhornae)
  25. กิ้งกือตะเข็บเจ้าฟ้า (Yuennanina sirindhornae)
  26. กิ้งกือมังกรเจ้าฟ้าหญิง (Desmoxytes chaofa)
  27. กิ้งกือมังกรสิรินธร (Desmoxytes sirindhornae)
  28. แมงมุมรังซ้อนสิรินธร (Domarchus sirindhornae)
  29. หอยกาบสามเหลี่ยมลำน้ำมูล (Pseudodon septuaginta)
  30. หอยทากจิ๋วจุกแดงทรงเจดีย์ (Georissa principalis)
  31. หอยนักล่าสิรินธร (Discartemon sirindhornae)
  32. หอยหางดิ้นเจ้าฟ้า (Siamopotaxis principalis)
  33. กบเขาหินทรายเจ้าฟ้า (Limnonectes sirindhornae)

เห็ดและยีสต์ชนิดใหม่ของโลก จำนวน 5 ชนิด

  1. ยีสต์เจ้าฟ้าหญิง (Blastobotrys princeps)
  2. ยีสต์สิรินธร (Cyberlindnera sirindhorniae)
  3. ยีสต์น้ำหวานดอกตาลโตนดเจ้าฟ้าหญิง (Moniliella princeps)
  4. ยีสต์น้ำหวานดอกตาลโตนดสิรินธร (Metschnikowia sirindhorniae)
  5. เห็ดโกงกางจิ๋วสิรินธร (.sirindhorniae)


สกุลผีเสื้อกลางคืนเทพรัตน์
ที่มาภาพ : รศ. ดร.นันทศักดิ์ ปิ่นแก้ว คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


ฮ่อมสิรินธร
ที่มาภาพ : ดร.พรชัย กลัดวงษ์ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

  1. ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เป็นแรมซาร์ไซต์แห่งใหม่ของประเทศไทย

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) 72 พรรษา มหาราชินี จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) ลำดับที่ 16 ของประเทศไทย และลำดับที่ 2,578 ของโลก มีความสำคัญในฐานะที่เป็นบ้านของนกอพยพนับหมื่นตัวที่อพยพตามเส้นทางบินเอเชียตะวันออก–ออสเตรเลีย เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนที่สมบูรณ์ มีนกมากกว่า 200 ชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ รองรับประชากรนกน้ำบางชนิดมากกว่าร้อยละ 1 ของทั้งโลก เช่น นกนางนวลธรรมดา (Chroicocephalus brunnicephalus) นกปากแอ่นหางดำ (Limosa limosa)

About Author