สท.-ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ร้อยเอ็ด เติมความรู้เทคโนโลยีด้านสิ่งทอ เพิ่มมูลค่าผ้าไหมชุมชนบ้านโคกสว่าง

สท.-ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ร้อยเอ็ด เติมความรู้เทคโนโลยีด้านสิ่งทอ เพิ่มมูลค่าผ้าไหมชุมชนบ้านโคกสว่าง

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. ร่วมกับศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดร้อยเอ็ด ถ่ายทอดเทคโนโลยีเอนไซม์ซิลค์โปร (SilkPro) ลอกกาวไหม และองค์ความรู้การย้อมสีธรรมชาติจากพืชในท้องถิ่นให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแปลงใหญ่บ้านโคกสว่าง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด โดยผู้เข้าร่วมอบรมได้ทดลองย้อมเส้นไหมด้วยสีธรรมชาติจากมูลไหมและใบสมอ ซึ่งเป็นเศษวัสดุเหลือทิ้งจากการเลี้ยงไหม เมื่อนำมาย้อมแล้วสามารถให้สีได้ถึง 8 เฉดสี นับเป็นอีกแนวทางการเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของชุมชนและใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

สท.-สนง.พัฒนาชุมชนศรีสะเกษสานต่อภูมิปัญญาผ้าไหม ยกระดับผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

สท.-สนง.พัฒนาชุมชนศรีสะเกษสานต่อภูมิปัญญาผ้าไหม ยกระดับผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านสิ่งทอให้กลุ่มทอผ้าไหมวนิดา อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ได้แก่ เทคโนโลยีเอนไซม์ซิลค์โปร (SilkPro) ลอกกาวไหม ช่วยลดการใช้สารเคมีในขั้นตอนทำความสะอาดเส้นไหม และองค์ความรู้การย้อมสีธรรมชาติจากพืชท้องถิ่น ได้แก่ ใบสบู่เลือด ใบฝรั่ง ใบแก้ว เปลือกต้นเปือยเลือดและเปลือกเงาะภูเขาไฟ ที่ให้เฉดสีธรรมชาติได้มากกว่า 20 เฉดสี กิจกรรมครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากนายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนางโสภา ธรรมประจำจิต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ เยี่ยมชมการดำเนินงานและให้กำลังใจสมาชิกกลุ่มทอผ้า พร้อมร่วมกิจกรรมย้อมเส้นไหมด้วยสีธรรมชาติ สท. มุ่งยกระดับคุณภาพผ้าไหมและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตอบโจทย์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดยุคใหม่

สท. ร่วมกับ สนง.พัฒนาชุมชนยโสธร ยกระดับผ้าไหม เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

สท. ร่วมกับ สนง.พัฒนาชุมชนยโสธร ยกระดับผ้าไหม เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยโสธร จัดกิจกรรมอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเอนไซม์ซิลค์โปร (SilkPro) และการย้อมสีธรรมชาติจากพืชท้องถิ่นให้กลุ่มทอผ้าขิดโบราณบ้านติ้ว หมู่ที่ 4 ตำบลกุดน้ำใส อำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธร โดยได้รับเกียรติจากนางนันทพร ศรศรีวิชัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธรและและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดยโสธร เยี่ยมชมและให้กำลังใจสมาชิกกลุ่มทอผ้า พร้อมทั้งร่วมย้อมเส้นไหมด้วยสีธรรมชาติจากใบสบู่เลือด ครั่ง และเข ซึ่งให้เฉดสีได้ทั้งหมด 16 เฉดสี

สานต่อภูมิปัญญา “ผ้าไหมบ้านอุ่มแสง” ด้วยความรู้และเทคโนโลยี

สานต่อภูมิปัญญา “ผ้าไหมบ้านอุ่มแสง” ด้วยความรู้และเทคโนโลยี

“ถ้าไม่เจอความรู้ การทอผ้าก็คงอยู่แบบดั้งเดิม ไม่ได้พัฒนาลาย พัฒนาสี การพัฒนาทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น มีลูกค้าเข้ามา สร้่างรายได้ให้เรา” แสงมณี โคตรเจริญ ประธานวิสาหกิจชุมชนปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าบ้านอุ่มแสง ตำบลดู่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ สะท้อนมุมมองความรู้กับงานทอผ้าไหม หัตถศิลป์ที่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวอีสานใต้มาเนิ่นนาน “เราโตมากับแม่ที่ทำงานผ้าทั้งทอและมัดหมี่ แต่ก่อนไม่ค่อยชอบเพราะเป็นงานละเอียดอ่อน แม่ก็คะยั้นคะยอให้ทำ เขาว่าถ้ามัดหมี่เป็นจะมีคนจ้าง มีรายได้ ก็จริงอยากที่แกบอก พอทำจริง งานมัดหมี่ให้รายได้ที่ดีอยู่ และยิ่งไม่มีแม่แล้ว ก็อยากสืบทอดงานทอผ้าให้แก เป็นงานที่แกรัก” บ้านอุ่มแสงเป็นหมู่บ้านทอผ้าไหมมาช้านาน จากที่ทอผ้าเพื่อนุ่งห่มหรือเป็นของชำร่วยในงานบุญ ขยับขยายสู่การทอผ้าสร้างรายได้ ทุกวันนี้ยังมีครัวเรือนที่ยึดงานทอผ้าไหมเป็นอาชีพหลัก และยังคงวิถีดั้งเดิมตั้งแต่เลี้ยงไหม สาวไหม และใช้กี่ทอผ้าที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น กลายเป็นเสน่ห์ที่แฝงอยู่ในงานผ้าไหมบ้านอุ่มแสง แสงมณี ซึมซับงานทอผ้าไหมทุกขั้นตอนจากแม่ รวมถึงการย้อมสีธรรมชาติจากมะเกลือ เข ครั่ง หรือแม้แต่การใช้ขี้เถ้าฟอกไหม

สท. ผนึกพันธมิตร เติมความรู้-เพิ่มทักษะกลุ่มทอผ้าร้อยเอ็ด-มหาสารคาม “ออกแบบผ้าลายพระราชทานและเทคนิคย้อมสีธรรมชาติ”

สท. ผนึกพันธมิตร เติมความรู้-เพิ่มทักษะกลุ่มทอผ้าร้อยเอ็ด-มหาสารคาม “ออกแบบผ้าลายพระราชทานและเทคนิคย้อมสีธรรมชาติ”

เมื่อวันที่ 2-4 เมษายน 2569 สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กรมการพัฒนาชุมชน และกรมหม่อนไหม จัดกิจกรรม “Coaching การออกแบบผ้าลายพระราชทานและเทคนิคการย้อมสีธรรมชาติ” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสิ่งทอ อาทิ เทคโนโลยีเอนไซม์ซิลค์โปร (SilkPro) เทคโนโลยีนาโน และการย้อมสีธรรมชาติ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะด้านการออกแบบลวดลาย การจัดองค์ประกอบลายผ้าและการจับคู่โทนสี เพื่อยกระดับศักยภาพของกลุ่มผู้ผลิตผ้าทอให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์ สอดคล้องกับแนวทางการประกวดผ้าลายพระราชทาน ประจำปี 2569 และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดยุคใหม่ โดยมีกลุ่มทอผ้า 6 กลุ่มร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนททผ้าไหมแม่สุภา วิสาหกิจชุมชนหมู่ 10 บ้านตาหยวก วิสาหกิจชุมชนทอผ้าไหมหมื่นกุลา จังหวัดร้อยเอ็ด วิสาหกิจปลูกหม่อนเลี้ยงไหมไทยพื้นบ้านอีสานหนองแคนลุมพุก โครงการศิลปาชีพบ้านดอนหลี และวิสาหกิจปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านโคกล่าม จังหวัดมหาสารคาม

ภูมิปัญญาผสานนวัตกรรม ยกระดับ “ผ้าทอพื้นเมืองทุ่งกุลา”

ภูมิปัญญาผสานนวัตกรรม ยกระดับ “ผ้าทอพื้นเมืองทุ่งกุลา”

“เดี๋ยวนี้ทำนาก็สู้ทำผ้าไม่ได้” คำบอกเล่าจาก ลำไพร ยางสุข ประธานกลุ่มอาชีพทอผ้าไหมบ้านม่วงสวรรค์ ต.ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ สะท้อนถึงความสำคัญของงานทอผ้าพื้นเมืองที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจครัวเรือน ไม่ต่างจาก สุภา อิ่มบุตร ประธานกลุ่มทอผ้าแม่สุภาผ้าไทย ต.ทุ่งหลวง อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ที่ส่งเสริมให้สมาชิกกลุ่มสร้างรายได้จากงานทอผ้าเดือนละไม่ต่ำกว่าหมื่นบาท จากงานอดิเรกหลังเสร็จสิ้นการทำนาในแต่ละวัน ทอผ้าไว้ใช้เองในครัวเรือนสู่การค้าซื้อขายและสร้างรายได้ที่จับต้องได้เร็วกว่าทำนา กลายเป็นอาชีพหลักของเธอทั้งสองที่ต่างผ่านช่วงเวลากินอยู่หลับนอนคากี่ทอ เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานให้เป็นเม็ดเงินส่งลูกเรียนจบปริญญา เติมความรู้ เสริมงานศิลป์ สร้างอัตลักษณ์ลายผ้าประจำถิ่น “บ้านม่วงสวรรค์เป็นหมู่บ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและผลิตผ้าไหมเยอะ จากเป็นอาชีพเสริมมีแม่ค้ามารับซื้อ 300-500 บาท/ผืน เดี๋ยวนี้เป็นอาชีพหลัก ราคาผ้าก็หลักพัน ถ้าย้อมสีธรรมชาติบางผืนก็เป็นหมื่น” เดิมทีในหมู่บ้านต่างคนต่างทอผ้า แต่หลังจากได้รวมกลุ่มและขึ้นทะเบียนกลุ่มทอผ้าเมื่อปี พ.ศ. 2550 เปิดโอกาสให้ได้ออกร้านจำหน่ายและเรียนรู้จากหน่วยงานต่างๆ ปัจจุบันกลุ่มอาชีพทอผ้าไหมบ้านม่วงสวรรค์มีสมาชิก 24 คน แต่ละคนทอผ้าเองทุกกระบวนการเป็นวิถีประจำวัน