“ทำผักสดได้ขายทุกวัน ทำเมล็ดพันธุ์ผักสลัด 4 เดือนถึงได้ขาย แต่ถ้าได้เงินหมื่น ก็น่าลอง” คำบอกเล่าจาก บุญเทียน สายไธสง เลขานุการวิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้เกษตร Organic ของดียางสีสุราช ตำบลนาภู อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม เธอและสมาชิกต่างต้องการเพิ่มพูนความรู้การทำเมล็ดพันธุ์ผักสลัดในโรงเรือนปลูกพืชต้นทุนต่ำ หลังมีประสบการณ์ผลิตผักอินทรีย์มาเกือบ 10 ปี
จากที่ทำนาเป็นอาชีพหลักและมารวมกลุ่มปลูกผักเป็นอาชีพเสริมเมื่อราวปี พ.ศ. 2559 บนพื้นที่สาธารณะ 14 ไร่ โดยมีสวนแก้วพะเนาว์เป็นพี่เลี้ยงให้ความรู้การผลิตผักสดอินทรีย์และมีตลาดส่งร่วมกัน สมาชิกเริ่มต้น 18 คน ปัจจุบันขยายเพิ่มเป็น 40 คน ปลูกผักและทำสวนกล้วย ซึ่งสมาชิก 21 คนที่ปลูกผักมีแปลงปลูกขนาด 7×15 เมตร คนละ 9 แปลง กลุ่มฯ ปลูกผักกว่า 30 ชนิด ทั้งผักพื้นบ้านและผักที่ตลาดต้องการ เช่น ผักตระกูลสลัด มะเขือ กวางตุ้ง ผักชี เป็นต้น
“เราเริ่มต้นปลูกผักโดยไม่มีโรงเรือน ผลผลิตพอได้อยู่ เราส่งผักอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง รายได้ขึ้นอยู่กับกำลังการผลิตของแต่ละคนและปริมาณผัก เฉลี่ยต่อคน 4,000 บาท/เดือน ตอนนั้นไม่มีอาชีพเสริม พอมีรายได้จากผักก็พากันขยันทำ”
จากตลาดโมเดิร์นเทรดขยายเพิ่มเป็นตลาดในพื้นที่ โดยมีสมาชิกในกลุ่มฯ รับหน้าที่ไปขายตามชุมชนและหน่วยงานต่างๆ อีกทั้งยังมีพ่อค้าแม่ค้าผักและชาวบ้านในพื้นที่มาเลือกซื้อถึงแปลงทุกวัน ด้วยเชื่อมั่นในคุณภาพและราคาที่จับต้องได้
“ถ้าราคาผักที่ตลาดแพง แม่ค้าพ่อค้าจะเข้ามาซื้อที่นี่ เราไม่ขาดทุน เราอยู่ได้ ต้นทุนผลิตเราต่ำ เมล็ดพันธุ์เราเก็บเอง ปุ๋ยก็ทำเอง”
ช่วงปี พ.ศ. 2567 กลุ่มฯ ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงเรือนปลูกพืชต้นทุนต่ำและการบริหารจัดการพืชผัก[1]จากสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. โดยได้รับการสนับสนุนโรงเรือนปลูกพืชต้นทุนต่ำ จำนวน 12 โรงเรือน และสมาชิกยังลงทุนเองอีก 9 โรงเรือน รวมเป็น 21 โรงเรือน ด้วยต่างต้องการมีโรงเรือนปลูกพืช
“ตอนไม่มีโรงเรือน ฝนมาเราก็กังวล ยิ่งผักกำลังจะได้เก็บผลผลิต แต่พอมีโรงเรือน สบายใจขึ้น ฝนมาลมมา เราก็ยังมีแปลงที่มีผลผลิต แล้วเวลาฝนมา เรายังทำงานในโรงเรือนได้ แต่ก่อนต้องวิ่งหาที่หลบแทนที่จะได้ทำงาน” เสียงสะท้อนจากสมาชิกกลุ่มฯ ถึงความต้องการโรงเรือนปลูกพืช ซึ่งสมาชิกได้ร่วมกันลงแรงสร้างโรงเรือนขนาด 4×15 เมตร ใช้เสาปูนและโครงสร้างจากวัสดุในท้องถิ่น เช่น ไม้ไผ่ ไม้ยูคาลิปตัส โดยมีต้นทุนก่อสร้างเฉลี่ย 7,327 บาท/โรงเรือน (ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้)
หลังจากมีโรงเรือนปลูกพืชต้นทุนต่ำ ไม่เพียงสมาชิกกลุ่มฯ สามารถปลูกผักได้ไม่น้อยกว่า 5 รอบ/โรงเรือน/ปี มีผลผลิตเฉลี่ย 60 กิโลกรัม/รอบ/โรงเรือน หากยังต่อยอดการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักสลัดอินทรีย์ในโรงเรือนอีกด้วย รวมทั้งต้องการแก้ปัญหาผักล้นตลาดในหน้าหนาว โดยมีสมาชิก 8 คน สมัครใจร่วมเรียนรู้และต่างแบ่งพื้นที่คนละแปลงสองแปลงในโรงเรือนเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ผักสลัด จำนวน 4 ชนิด ได้แก่ กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค คอส และไวท์คอส
[1] ภายใต้โครงการการยกระดับเครือข่ายผู้ผลิตผักอินทรีย์ด้วยเทคโนโลยีโรงเรือนและการบริหารจัดการผลิตพืชผัก ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)
“เราอยากมีความรู้เพิ่ม ที่ผ่านมาเราเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ใช้เองอยู่แล้วทั้งผักชีลาว ผักชีจีน กวางตุ้ง และสลัด เอามาปลูกก็ใช้ได้ดี แต่เราไม่รู้ว่าดีจริงมั้ย พออาจารย์มาสอนทำให้ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมาก อย่างช่วงเวลาปลูกสลัดเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ จากเดิมเราเริ่มปลูกเดือนพฤศจิกายน เก็บเมล็ดพันธุ์เดือนมีนาคม แต่ให้เริ่มปลูกเป็นเดือนกันยายน แล้วเก็บเดือนมกราคม เพราะช่วงที่สลัดดอกบานและติดเมล็ดเป็นช่วงอากาศหนาว จะได้เมล็ดที่สมบูรณ์ และการเก็บเมล็ดในเดือนมกราคมช่วยตัดวงจรก่อนที่เพลี้ยไฟจะระบาดหนักในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศแห้งและร้อนจัด”
นอกจากขยับช่วงเวลาปลูกแล้ว การใช้ชีวภัณฑ์เพื่อป้องกันและจัดการโรคพืชเป็นอีกหนึ่งความรู้ที่สมาชิกนำไปใช้อย่างเข้าใจ จากที่เคยเชื่อว่าชีวภัณฑ์ไม่ปลอดภัยจึงไม่นำมาใช้ในแปลง แต่จะใช้น้ำส้มควันไม้ หรือการถอนต้นที่เป็นโรคทิ้ง รวมถึงเลี่ยงปลูกพืชที่เคยพบโรค
“วิธีปลูกสลัดเพื่อทำเมล็ดพันธุ์ก็ต่างจากปลูกผักสด คือต้องมีระยะห่างมากกว่า เพราะต้นจะใหญ่และสูง ถ้าปลูกถี่จะเป็นโรค ใส่ปุ๋ยก็ใส่ครั้งเดียวให้พอตั้งแต่ตอนเตรียมแปลง และปรับค่า pH ของดินด้วยการเติมโดโลไมท์และยิปซัมทางการเกษตร แต่ต้องวัดค่า pH ค่า EC ดินก่อนเตรียมแปลง และปรุงดินให้สมบูรณ์ก่อน เวลาปลูกแล้วเจอปัญหา ก็ถามในกลุ่มไลน์ อาจารย์แนะนำวิธีแก้ให้ เราก็ทำตาม ต้นที่ได้สวยไม่มีโรค สวทช. ประเมินเบื้องต้นว่าน่าจะได้เมล็ดพันธุ์แปลงละไม่ต่ำกว่าครึ่งกิโลกรัม ส่วนสมาชิกที่ปลูกทั้งโรงเรือนน่าจะได้ถึง 3 กิโลกรัม”
ในช่วงเก็บเมล็ดพันธุ์ สมาชิกปรับเปลี่ยนจากวิธีโน้มต้นแก่แล้วเคาะลงถุงปุ๋ย เป็นวิธีบี้เมล็ดที่แก่จากต้นลงถังแทน ด้วยพบปัญหาต้นหักจากการโน้มและเมล็ดที่ได้แก่ไม่พร้อมกัน “ใช้เวลา 2 ชั่วโมง เก็บได้ 4 ต้น แต่ถ้าได้กิโลละหมื่นก็คุ้ม” สมาชิกเล่าด้วยความสุข
“เราอยากได้ความรู้ ส่วนรายได้เป็นเรื่องตามมา ตอนแรกทาง สวทช. บอกราคาเมล็ดพันธุ์สลัดที่ขายกันในตลาด เราก็ไม่เชื่อ ลองทำก่อน คนที่ไม่ได้ร่วมทำมีมาแซว ปลูกผักขายได้มากกว่านะ แต่พอได้ราคาหมื่นจริง ก็ดีใจ ภูมิใจ”
กระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เติมเต็มด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีไม่เพียงทำให้สมาชิกกลุ่มฯ ได้เมล็ดพันธุ์คุณภาพ หากยังทำให้พวกเขาตระหนักถึงความสำคัญของปัจจัยการผลิตอย่างปุ๋ยและชีวภัณฑ์ที่ส่งผลต่อการได้มาของเมล็ดพันธุ์คุณภาพด้วย และวางแผนเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักในฤดูกาลถัดไป
จากจุดเริ่มปลูกผักเป็นอาชีพเสริม มาวันนี้สมาชิกต่างบอก ภูมิใจในตัวเอง ให้คะแนนเต็มร้อย และการปลูกผักเป็นอาชีพหลักไปแล้ว โดยมีรายได้จากผักสดเฉลี่ยเดือนละหมื่นบาท ยิ่งเมื่อได้เรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพแล้ว พวกเขามองว่าเป็นโอกาสเพิ่มรายได้อีก
“ทำนา เราเป็นผู้จัดการนา แต่ทำสวน เราเป็นเกษตรกร ทำนากว่าจะได้เงินปีนึงและยังขาดทุนอีก แต่ผักถึงจะได้วันละสองสามร้อย แต่เราได้ทุกวัน มาสวนผักมีความสุข มีรายได้ และมีผักปลอดสารกินทุกวัน”
ที่มา : หนังสือ “วิทย์พลิกชีวิต เปลี่ยนวิธีคิด ปรับวิธีทำ สู่นวัตกรรมเกษตรยั่งยืน”. สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร. 2569.
