“จริงๆ ไม่มีไอเดียอะไร แค่อยากลดต้นทุนอยู่แล้ว ตอนลองทำก็ไม่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าวัวกินดี” วุฒินาถ สุวรรณละมัย เจ้าของลูกหินฟาร์ม อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ย้อนความถึงแนวคิดการใช้ “น้ำซอสทุเรียนหมัก” ทดแทนกากน้ำตาล

ด้วยความชื่นชอบโคมาแต่เด็ก เมื่อผู้เป็นพ่อเลิกเลี้ยงหมู วุฒินาถ จึงปรับเปลี่ยนพื้นที่เพื่อเลี้ยงโคเมื่อกว่าสิบปีก่อน เขาลงทุนโคขุนพันธุ์ชาโรเลส์ 50 ตัว จ้างแรงงานและซื้อวัตถุดิบอาหารทุกอย่างมาทดลองสูตรอาหารเอง โดยไม่มีความรู้การเลี้ยงมาก่อน

“ลงทุนไปแล้วเกือบไม่เหลืออะไร สมัยนั้นวัวตัวละ 2-3 หมื่น วัวกำลังบูม ลองสูตรอาหารเอง วัวตาย ก็มาปรับสูตรใหม่แล้วเอาของที่มีในพื้นที่มาใช้ โดยเฉพาะอาหารหยาบ ทั้งข้าวโพด หญ้าเนเปียร์ เปลือกมัน เปลือกทุเรียน” 

“เปลือกทุเรียน” มีเส้นใยที่เหมาะเป็นอาหารหยาบสำหรับเลี้ยงโคขุน อีกทั้งทุเรียนเป็นไม้ผลสำคัญของจังหวัด นอกจากผลผลิตสดแล้วยังมีทุเรียนทอดเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน เปลือกทุเรียนที่ถูกทิ้งเหล่านี้จึงกลายเป็นของดีในพื้นที่ที่ วุฒินาถ นำมาใช้เลี้ยงโคขุนของเขาตลอดทั้งปี

“ในพื้นที่ก็ใช้ไส้ทุเรียน เปลือกทุเรียนเป็นอาหารหยาบอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ถนอมอาหารไว้ให้วัวกินได้ตลอด   เปลือกทุเรียนที่ใช้ได้จากลูกทุเรียนดิบที่เอามาทำทุเรียนทอด ชาวบ้านไม่ต้องลำบากหาที่ทิ้ง เราก็ได้ประโยชน์ ก็คิดหาวิธีถนอมเปลือกทุเรียนไว้ใช้นานๆ แรกๆ โม่เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ถังหรือกระสอบไว้ พอเลี้ยงวัวมากขึ้น อาหารหยาบจากวันละไม่ถึงตันเป็นวันละ 3-4 ตัน ลงทุนถังเก็บไม่ไหว ก็มาทำพื้นที่วางเปลือกทุเรียนโดยเทพื้นปูนลาดเอียงเพื่อให้น้ำจากเปลือกไหลลง ไม่ขังบนพื้นเพราะจะทำให้เปลือกเน่า”

ประสบการณ์การเลี้ยงโคขุนกว่า 10 ปี ทำให้ วุฒินาถ รู้ดีว่าค่าอาหารเป็นต้นทุนที่สูง ผลกำไรจากการเลี้ยงโคขุนมาจาก “การลดต้นทุน” ซึ่งอาหารข้นยังจำเป็นต้องพึ่งพิงการซื้อจากโรงงานโดยใช้ปริมาณต่อรอง ขณะที่อาหารหยาบเน้นใช้วัตถุดิบในพื้นที่ โดยมีเปลือกทุเรียนยืนพื้นตลอดปี แต่สำหรับ “กากน้ำตาล” เป็นอาหารเสริมและเพิ่มความน่ากินให้อาหารโค กลับเป็นวัตถุดิบที่มีราคาสูงและผันผวนตามตลาด

ช่วงปี พ.ศ. 2567 วุฒินาถ ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี “การผลิตอาหารสัตว์หมักต้นทุนต่ำเพื่อเลี้ยงโคเนื้อ–โคนม ในรูปแบบที่เหมาะสมต่อการผลิตในระดับศูนย์อาหารสัตว์ของชุมชน” จากสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. และทดลองหมักเปลือกทุเรียนด้วยหัวเชื้อจุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูง (เอ็นพลัส)[1]

[1] ผลงานวิจัยของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยพะเยา โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของจุลินทรีย์หลายกลุ่มทั้งเชื้อรา ยีสต์ แบคทีเรีย และเพิ่มเอนไซม์ที่มีประโยชน์อีก 2 ชนิด ใช้หมักวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรเป็นอาหารสัตว์

“ตอนแรกให้เอามาใช้ฉีดกองทุเรียน แต่มองดูแล้วว่าเพิ่มเวลาและแรงงานที่ต้องมาผสมหัวเชื้อกับน้ำ ก็เลยลองเอาเปลือกทุเรียนที่โม่แล้วในถัง 2,000 ลิตร ใส่ไปครึ่งถัง แล้วใส่หัวเชื้อฯ 5 ขวด กากน้ำตาล 60 กิโลกรัม ผสมน้ำ หมักทิ้งไว้ 21 วัน ได้น้ำซอสทุเรียนกลิ่นหอม ซึ่งปกติเวลาให้อาหารข้นอาหารหยาบแล้วจะราดด้วยกากน้ำตาล เราก็น้ำซอสนี้ราดแทน ครั้งแรกวัวกินทันที หลังๆ ถ้ายังไม่ราด เขาจะยังไม่กิน เหมือนรอ คงติดใจจริงๆ”

ปัจจุบัน วุฒินาถ ผลิตน้ำซอสทุเรียนหมักโดยใช้ถังแคปซูลขนาด 2,000 ลิตร จำนวน 2 ถัง ใช้หัวเชื้อฯ 200 ซีซี/ถัง กากน้ำตาล 30 กิโลกรัม/ถัง ต้นทุนเฉลี่ย 500 บาท/เดือน โดยเขาให้โคกินน้ำซอสทุเรียนหมักวันละ 2 รอบ (เช้าและเย็น) น้ำซอสฯ 1 ลิตร ให้โคได้ 4-5 ตัว

“ปีแรกที่ทำเห็นแล้วว่าต้นทุนกากน้ำตาลลดเป็นสิบเท่าตัว ค่าใช้จ่ายเราลดลง การจัดการเราเท่าเดิม ทุเรียนได้มาฟรี เอามาทำซอสทุเรียนต้นทุนเฉลี่ยกิโลกรัมละ 1-2 บาท แล้วน้ำซอสทุเรียนหมักมีคุณค่าโภชนะทุกอย่าง โปรตีนเพิ่มขึ้น พลังงานดีขึ้น เยื่อใยมากขึ้น[2]

[2] กากน้ำตาลมีโปรตีน 1% น้ำซอสทุเรียนหมัก 5% (ข้อมูลจากการประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการฯ)

ในแง่ความปลอดภัยจากสารเคมีเมื่อนำเปลือกทุเรียนมาหมักนั้น วุฒินาถ บอกว่า การทำทุเรียนทอดจะไม่ใช้ทุเรียนสุก จึงไม่มีการใช้ยาป้ายขั้วและยาชุบลูก ส่วนยาฆ่าแมลงมีระยะเวลาประมาณ 7-14 วัน จะไม่ใช้เปลือกทุเรียนในระยะนี้ไปหมัก ซึ่งเปลือกทุเรียนที่รับมาจะเริ่มนับหนึ่งที่นี่ ดังนั้นจึงเพิ่มจำนวนวันไปอีก

“เปลือกทุเรียนช่วยลดต้นทุนค่าอาหารหยาบ ส่วนต้นทุนกากน้ำตาล ถ้าไม่มีน้ำซอสทุเรียนหมัก ไม่มีทางลดได้ ถ้าไม่เจอน้ำซอสฯ ก็ต้องดิ้นรนทำอย่างไรก็ได้ให้วัวกินอาหารถูกลง”

จากโคขุนเริ่มต้น 50 ตัว ขยับไปสูงสุดถึง 400 ตัว และเคยใช้เปลือกทุเรียนมากถึง 40 ตัน/วัน ทุกวันนี้ด้วยต้นทุนการเลี้ยง ราคาโคและแรงงาน วุฒินาถ ปรับลดการเลี้ยงโคขุนเหลือราว 200 ตัว และยังผลิตอาหารหยาบและอาหารข้นจำหน่าย เป็นรายได้ที่ช่วยลดค่าอาหารให้โคของเขาเอง

“เราทำอาหารให้วัวเรากินอยู่แล้ว คนมาซื้อก็เพราะเห็นวัวเราสมบูรณ์ เราไม่ขายเอากำไร รายได้ก็ไปลดค่าอาหารที่วัวเรากิน จากวันละ 20 บาท/ตัว/วัน เหลือวันละ 18 บาท ส่วนน้ำหมักซอสทุเรียนไม่ได้ทำขาย เพราะทำไม่ยาก อยากให้เขาทำกันเอง จะได้ลดต้นทุนค่าอาหารของตัวเองได้” วุฒินาถ บอกทิ้งท้าย

# # #

ที่มา : หนังสือ “วิทย์พลิกชีวิต เปลี่ยนวิธีคิด ปรับวิธีทำ สู่นวัตกรรมเกษตรยั่งยืน”. สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร. 2569.

“น้ำซอสทุเรียนหมัก” ถูกใจโคขุน ลดต้นทุนคนเลี้ยง